ตั้งแต่28ตค.ถึง3พย.
‘ดีเปรสชัน’จ่อไทยอีก
3อำเภอสุพรรณวิกฤต
เจ้าพระยามุดอ่างทอง
4เขื่อนโคราชล้นรอบ2

ปภ.เตือน 37 จังหวัด เฝ้าระวังน้ำบ่า- ดินถล่ม ช่วงตั้งแต่ 28 ต.ค. ถึง 3 พ.ย. ประสานหน่วยงานท้องถิ่นแจ้งประชาชน ที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงให้รู้ล่วงหน้า สุพรรณบุรียังหนัก แม่น้ำท่าจีนบ่าเข้าท่วม 3 อำเภอ เมือง-สองพี่น้อง-บางปลาม้า บิ๊กป๊อก-รมว.มหาดไทย พร้อมด้วย วราวุธ-รมว.ทส. ลงเรือมอบถุงยังชีพช่วยชาวอ.สอง พี่น้อง นาล่มแล้วกว่าแสนไร่ ตรวจประตูน้ำบางบาล หลังปิดประตู ทำให้น้ำล้นตลิ่ง บ้านจม 3 เมตร เมืองอ่างทองน้ำท่วมวัดต้นสนกลางดึก พระ เณร ชี ขนของหนีน้ำวุ่น พายุโซนร้อนหมาเหล่าข้ามผ่านไปญี่ปุ่น ไม่เข้าไทยแล้ว สั่งจับตาดีเปรสชันลูกใหม่จ่อขึ้นฝั่งเวียดนาม เขมร และลาว สิ้นเดือนนี้

‘หมาเหล่า’ไม่เข้าไทยแล้ว

เมื่อวันที่ 26 ต.ค. กรมอุตุนิยมวิทยารายงานพยากรณ์อากาศประจำวันว่า ลักษณะอากาศทั่วไป พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า บริเวณความกดอากาศสูงจากประเทศจีนที่ปกคลุมประเทศไทยตอนบนมีกำลังอ่อนลง ประกอบกับมีลมตะวันออกและลมตะวันออกเฉียงเหนือพัดปกคลุมประเทศไทยตอนบน ภาคใต้ และอ่าวไทย ทำให้ประเทศไทยตอนบนมีฝนน้อย ส่วนภาคใต้ยังคงมีฝนฟ้าคะนองและมีฝนตกหนักบางแห่ง

อนึ่ง หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงบริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลางมีแนวโน้มที่จะทวี กำลังแรงขึ้น คาดว่าจะเคลื่อนขึ้นฝั่งประเทศเวียดนามตอนล่าง และเข้าปกคลุมประเทศกัมพูชาในช่วงวันที่ 27-29 ต.ค. ส่งผลให้ประเทศไทยตอนบนมีฝนฟ้าคะนองเพิ่มมากขึ้น ส่วนพายุโซนร้อนหมาเหล่า ที่ปกคลุมมหาสมุทร แปซิฟิก ไม่มีผลกระทบต่อลักษณะอากาศของประเทศไทย

ลุ้นดีเปรสชันจ่ออีก

นายชวลิต จันทรรัตน์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ทีม คอนซัลติ้ง เอนจิเนียริ่ง แอนด์ แมเนจเมนท์ หรือ TEAMG กล่าวว่า พายุไต้ฝุ่นหมาเหล่าได้รับการตั้งชื่อแล้ว ส่วนดีเปรสชันที่คาดว่าจะมาไทยนั้นยังไม่ได้รับการตั้งชื่อ

พายุไต้ฝุ่นหมาเหล่าจะทวีกำลังขึ้นเป็นพายุโซนร้อน แล้วเป็นพายุไต้ฝุ่นระดับ 1 (สูงสุด=5) คาดว่าจะไปมีผลทำให้ฝนตกหนัก ในแถบชายทะเลด้านตะวันออกของญี่ปุ่น ตั้งแต่โอซากา นาโงยา โตเกียว และเซนได ในช่วงวันที่ 31 ต.ค.-3 พ.ย. โดยไม่มีผลต่อไทยแต่อย่างใด

ส่วนดีเปรสชันที่อาจจะมีผลต่อเวียดนาม กัมพูชา และลาวใต้นั้น คาดว่าจะมาขึ้นฝั่งเร็วขึ้นโดยจะมีผลวันที่ 26-28 ต.ค. จะทำให้มีฝนตกหนักถึงหนักมาก ตั้งแต่เมืองตวีฮหว่า ญาจาง โฮจิมินห์ซิตี้ พนมเปญ สตรึงเต็ง และมีฝนตกปานกลางที่เมืองปากเซ โดยวันที่ 28 และ 29 ต.ค. ยังไม่แน่ว่าจะมีผลทำให้ฝนตกหนักในภาคตะวันออก หรือฝนตกปานกลางในภาคกลางตอนล่าง และภาคตะวันตกของไทยหรือไม่ ยังไม่แน่นอน

ถนนขาด- กระแส น้ำจากแม่น้ำชีซัดถนนและสะพานข้ามลำห้วยในต.โนนสะอาด อ.คอนสวรรค์ จ.ชัยภูมิ จนขาดไม่สามารถสัญจรผ่านได้ ขณะที่มวลน้ำมหาศาลทะลัก ท่วมไร่นาในอ.คอนสวรรค์ เป็นบริเวณกว้าง เมื่อ 26 ต.ค.

เตือน 37 จว.น้ำบ่า-ดินถล่ม

ด้านกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก) ได้รับแจ้ง จากกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) ว่า ได้ประเมินและวิเคราะห์สถานการณ์น้ำจากแผนที่ฝนคาดการณ์ (วัน แม็ป) ของกรมอุตุนิยมวิทยาและสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) และคาดการณ์พื้นที่เสี่ยงเฝ้าระวังดินถล่มและน้ำป่าไหลหลากของกรมทรัพยากรน้ำและกรมทรัพยากรธรณี พบว่าในช่วงวันที่ 28 ต.ค.- 3 พ.ย. มีพื้นที่เสี่ยงเฝ้าระวังอุทกภัย จึงแจ้งเตือนให้เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และประสานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยทราบล่วงหน้า ดังนี้

1.พื้นที่เฝ้าระวังน้ำหลาก ดินถล่ม ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้แก่ เลย ขอนแก่น และชัยภูมิ ภาคกลาง ได้แก่ กาญจนบุรี ราชบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด

ภาคใต้ ได้แก่ สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช สงขลา ระนอง พังงา ตรัง และสตูล 2.พื้นที่เฝ้าระวังระดับน้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลาง ที่มีปริมาณน้ำมากกว่าร้อยละ 80 และมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น เสี่ยงน้ำล้น กระทบพื้นที่บริเวณท้ายอ่างเก็บน้ำ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้แก่ ขอนแก่น ชัยภูมิ นครราชสีมา บุรีรัมย์ และอุบลราชธานี ภาคกลาง ได้แก่ ลพบุรี สระบุรี กาญจนบุรี สุพรรณบุรี ชลบุรี นครนายก ปราจีนบุรี ระยอง จันทบุรี เพชรบุรี และประจวบคีรีขันธ์ ภาคใต้ ได้แก่ สุราษฎร์ธานี ยะลา ระนอง ภูเก็ต กระบี่และตรัง

3.พื้นที่เฝ้าระวังระดับน้ำล้นตลิ่ง และท่วมขังบริเวณพื้นที่ลุ่มต่ำมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ บริเวณแม่น้ำมูน ได้แก่ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี ลำน้ำพรม ได้แก่ ชัยภูมิ แม่น้ำพอง ได้แก่ ขอนแก่น และแม่น้ำชี ได้แก่ ชัยภูมิ ขอนแก่น มหาสารคาม กาฬสินธุ์ ร้อยเอ็ด ยโสธร และอุบลราชธานี ภาคกลาง บริเวณแม่น้ำป่าสัก ได้แก่ พระนครศรีอยุธยา แม่น้ำลพบุรี ได้แก่ ลพบุรี แม่น้ำท่าจีน ได้แก่ สุพรรณบุรี และนครปฐม แม่น้ำเพชรบุรี ได้แก่ เพชรบุรี แม่น้ำปราณบุรี และแม่น้ำบางสะพาน ได้แก่ ประจวบคีรีขันธ์ ภาคใต้ บริเวณแม่น้ำตาปี ได้แก่ สุราษฎร์ธานี และคลองท่าดี ได้แก่ นครศรีธรรมราช

‘คมปาซุ-เตี้ยนหมู่’จม 39 จว.

ด้านกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ในฐานะกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) รายงานจากอิทธิพลความกดอากาศสูงจากประเทศจีน ที่แผ่ลงมาปกคลุมบริเวณภาคเหนือตอนบน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน และทะเลจีนใต้ตอนบน ประกอบกับมีลมตะวันออกและลมตะวันออกเฉียงใต้พัดปกคลุมบริเวณประเทศไทยตอนบน ทำให้ประเทศไทย มีฝนฟ้าคะนองและมีฝนตกหนักบางแห่งในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ตั้งแต่วันที่ 21-26 ต.ค.

ส่งผลให้เกิดน้ำป่าไหลหลากในพื้นที่ 12 จังหวัด ได้แก่ เชียงราย เชียงใหม่ พะเยา ลำปาง อุตรดิตถ์ เพชรบูรณ์ เลย ขอนแก่น กาญจนบุรี ราชบุรี สุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราช รวม 29 อำเภอ 61 ตำบล 356 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 11,197 ครัวเรือน ไม่มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต ปัจจุบันสถานการณ์คลี่คลายแล้ว 9 จังหวัด ยังคงมีสถานการณ์ 3 จังหวัด ได้แก่ กาญจนบุรี นครศรีธรรมราช และสุราษฎร์ธานี รวม 6 อำเภอ 19 ตำบล 151 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 4,717 ครัวเรือน ภาพรวมระดับน้ำลดลง

พิมายเร่งระบายน้ำ

ส่วนสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ต่างๆ นายวิเชียร จันทรโณทัย ผวจ.นครราชสีมา เรียกประชุมคณะกรรมการศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ ป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยจังหวัดนครราชสีมา รวมทั้งการรับมือพายุ อีกลูกที่คาดว่าจะเข้ามาไทยในสิ้นเดือนต.ค. ที่ห้องประชุมมูลนิธิท้าวสุรนารี ชั้น 1 ศาลากลางจังหวัด โดยมีส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม หลังโครงการเขื่อนลำตะคอง ทยอยระบายน้ำออกจากเขื่อน อัตราวันละ 1-1.5 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) ตั้งแต่วันที่ 25 ต.ค. เป็นต้นมา โดยเฉพาะ อ.พิมาย ซึ่งเป็น จุดรวมรับน้ำจากทุกทิศทางในจังหวัด ก่อนไหล ไปลงลำน้ำมูล

นายวิเชียรกล่าวว่า จากนี้ต้องจับตาดูมวลน้ำ จากทุกลุ่มน้ำที่กำลังจะไหลไปรวมกันที่ อ.พิมาย ซึ่งน่าเป็นห่วงมาก ได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมพร้อมรับมือน้ำท่วมด่วน และสั่งกำชับให้ดูแลโบราณสถาน ปราสาทหินพิมาย พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพิมาย รวมทั้งพื้นที่เศรษฐกิจด้วย ขณะที่เขตเศรษฐกิจ อ.เมือง ในจุดที่เป็นเส้นทางลำน้ำลำตะคองไหลผ่านชุมชนเมือง ต้องเฝ้าระวังและเตรียมรับมืออย่างเต็มที่

เนื่องจากเขื่อนลำตะคองระบายน้ำออกมา ทำให้ปริมาณน้ำในลำน้ำเพิ่มสูงขึ้น ทั้งที่ห้วงที่ผ่านมา ชุมชนเมืองหลายจุดเพิ่งประสบปัญหาน้ำลำตะคองล้นตลิ่งเอ่อท่วมบ้านเรือนได้รับความเสียหาย ประชาชนเดือดร้อน จึงต้องเร่งพร่องน้ำในลำน้ำโดยเร็ว

ซึ่งที่ประตูระบายน้ำจอหอ ต.จอหอ อ.เมือง ชุดปฏิบัติการสูบระบายน้ำสนับสนุนการเร่งระบายน้ำในคลองลำบริบูรณ์ของศูนย์ ปภ. เขต 5 นครราชสีมา ได้นำชุดเครื่องสูบน้ำบรรเทาน้ำท่วมขัง 3 ชุด และเครื่องสูบน้ำ อัตราสูบ 28,000 ลิตร/นาที 1 เครื่อง ได้เพิ่มการเร่งการระบายน้ำในลำบริบูรณ์ให้ลดระดับ กลับเข้าสู่ภาวะปกติโดยเร็วที่สุด ซึ่งระดับน้ำได้ลดระดับลงสู่ระดับใกล้ปกติ ไม่เอ่อล้นตลิ่งออกคันคลองด้านข้างแล้ว

ท่วมต้นไทรงาม 350 ปี

เวลา 10.00 น. วันเดียวกัน มวลน้ำจากลำน้ำมูลที่ไหลผ่านบริเวณหน้าเขื่อนพิมาย อ.พิมาย เอ่อเข้าท่วมอุทยานไทรงามแล้ว ระดับน้ำสูงกว่า 1 เมตร โดยท่วมต้นไทรงามยักษ์ และต้นไทรสาขา อีกกว่า 100 ต้น ทำให้นักท่องเที่ยวเข้าไปกราบสักการะเจ้าแม่ไทรงาม ที่บริเวณด้านในไทรงามไม่ได้ เจ้าหน้าที่ต้องเชิญ เจ้าแม่ไทรงามขึ้นมาประดิษฐานบนถนนอุทยานไทรงาม ติดกับเขื่อนพิมายเป็นการชั่วคราว

โดยความสวยงามของต้นไทรงามที่แผ่กิ่งก้านสาขาครอบคลุมทั่วบริเวณกว่า 25,000 ตารางฟุต เป็นพืชยืนต้นชนิดหนึ่ง มีชื่อพื้นเมืองว่า “ไทรย้อย” เจริญเติบโตแผ่กิ่งก้านสาขา ให้ร่มเงามานานกว่า 350 ปีแล้ว

4 เขื่อนใหญ่โคราชเต็มอีก

สำหรับสถานการณ์น้ำภายในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ทั้ง 4 แห่งของจังหวัดนครราชสีมา ได้แก่ อ่างเก็บน้ำลำตะคอง มีปริมาณน้ำกักเก็บที่ 332 ล้านลบ.ม. จากความจุ 314 ล้านลบ.ม. คิดเป็น 105.64 เปอร์เซ็นต์ ระบายน้ำออก 0.864 ล้านลบ.ม. หรือ 8 แสนลบ.ม. ต่อวัน, อ่างเก็บน้ำลำพระเพลิง มีปริมาณน้ำกักเก็บที่ 153 ล้านลบ.ม.จากความจุ 155 ล้านลบ.ม. คิดเป็น 98.92 เปอร์เซ็นต์ ระบายน้ำออก 2.199 ล้านลบ.ม.ต่อวัน, อ่างเก็บน้ำมูลบน มีปริมาณน้ำกักเก็บที่ 145 ล้านลบ.ม.จากความจุ 141 ล้านลบ.ม. คิดเป็น 103 เปอร์เซ็นต์ ระบายน้ำออก 1.414 ล้านลบ.ม.ต่อวัน

และอ่างเก็บน้ำลำแชะ มีปริมาณน้ำกักเก็บที่ 271 ล้านลบ.ม. จากความจุ 275 ล้านลบ.ม. คิดเป็น 98.54 เปอร์เซ็นต์ ระบายน้ำออก 2.069 ล้านลบ.ม.ต่อวัน โดยจากการที่ทุกเขื่อนเร่งพร่องน้ำออกอย่างต่อเนื่อง ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ติดลำน้ำมูล โดยเฉพาะ ต.ลำมูล อ.โนนสูง และอ.พิมาย เนื่องจากปริมาณน้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว และมีแนวโน้มจะเพิ่มระดับสูงขึ้นอีก เตือนอพยพขนของขึ้นที่สูง

7 อ่างบุรีรัมย์ก็ล้น

ด้านนายมนัส วีระวัฒนพงศ์ ผอ.โครงการชลประทานบุรีรัมย์ พร้อมเจ้าหน้าที่ได้ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำในเขื่อนขนาดใหญ่และอ่างเก็บน้ำขนาดกลางในพื้นที่จังหวัด ที่อยู่ในความดูแลทั้ง 16 แห่ง พบว่าในจำนวนนี้มีปริมาณน้ำที่เกินระดับกักเก็บแล้วจำนวน 7 แห่ง คือ อ่างเก็บน้ำห้วยจระเข้มาก, อ่างเก็บน้ำห้วยตลาด, อ่างเก็บน้ำลำตะโคง, อ่างเก็บน้ำห้วยตาเขียว, อ่างเก็บน้ำห้วยตะโก, อ่างเก็บน้ำคลองมะนาว และอ่างเก็บน้ำลำปะเทีย

ซึ่งทางโครงการชลประทานก็ได้ระบายน้ำออกจากอ่างทั้ง 7 แห่งที่เกินความจุอย่างต่อเนื่อง เพื่อเตรียมพร้อมรับมือพายุลูกใหม่ที่คาดว่า จะทำให้มีฝนตกในพื้นที่ช่วงวันที่ 28-29 ต.ค. นอกจากนี้ยังมีอ่างเก็บน้ำที่อยู่ในข่ายเฝ้าระวังเนื่องจากระดับน้ำใกล้จะถึงความจุอีกจำนวน 6 แห่งด้วย

ชัยภูมิท่วมระลอก 2

ส่วนความคืบหน้าหลังมีมวลน้ำไหลบ่า มาท่วมตามพื้นที่การเกษตร และบ้านเรือนประชาชนตามอำเภอต่างๆ ใน จ.ชัยภูมิ ล่าสุดมวลน้ำที่เอ่อล้นตลิ่งแม่น้ำชี ทะลักเข้าท่วมพื้นที่การเกษตรบ้านเรือนประชาชนในพื้นที่ ต.โนนสะอาด และ ต.คอนสรรค์ อ.คอนสวรรค์ พื้นที่การเกษตรเสียหายเป็นบริเวณกว้างมากกว่า 15,000 ไร่ น้ำท่วมเป็นเวลานานกว่า 1 เดือนที่น้ำท่วมในปีนี้ ต้นข้าวในนาเสียหายทั้งหมด

ล่าสุดมวลน้ำป่าไหลหลากจากแม่น้ำชีไหลเข้าท่วมพื้นที่การเกษตรแล้ว ยังท่วมถนนสาย ชย.5041 แยก ทช.ชย.3003-แยก ทล.202 อ.คอนสวรรค์, แก้งสนามนาง ช่วงก.ม.3+300-3+700 น้ำท่วมสูง 50 ซ.ม. รอบที่ 2 และถนนสาย ชย.แยก ทล.2065-แยก ทล.2233 อ.คอนสวรรค์ ที่ ก.ม.11+200 น้ำป่าไหลหลากยังทำให้คอสะพาน คสล.จมน้ำ ถูกน้ำซัดชำรุดเสียหายใช้สัญจรไปมาไม่ได้

ระดมป้องน้ำทะลักอ่างทอง

ขณะที่วัดต้นสน ต.ตลาดหลวง อ.เมือง จ.อ่างทอง น้ำเจ้าพระยาได้ไหลทะลักมุดใต้ดิน เข้ามาบริเวณท่อสูบน้ำของวัดต้นสน ที่ห่างจาก แม่น้ำเจ้าพระยากว่า 15 เมตร เอ่อล้นเข้าภายใน วัดอย่างรวดเร็วและเอ่อสูงขึ้น ทางพระ เณร และแม่ชี ต่างเร่งเก็บข้าวของยกขึ้นที่สูงกันจ้าละหวั่น พร้อมเร่งช่วยขนกระสอบทราย มาป้องกันน้ำ

โดยนายศักดา บรรดาศักดิ์ รองผวจ.อ่างทอง พร้อมด้วย นายสุรเชษ นิ่มกุล นายกองค์การบริการส่วนจังหวัดอ่างทอง ปภ.อ่างทอง เจ้าหน้าที่ทหาร และเจ้าหน้าที่จากเทศบาลเมืองอ่างทองลงตรวจสอบพื้นที่ ร่วมกับประชาชนจิตอาสาช่วยกันเร่งนำ แบริเออร์ และกระสอบทรายเข้าปิดกั้น นำรถแบ๊กโฮหย่อนบิ๊กแบ๊กข้ามรั้ววัดลงไปอุด ควบคุมน้ำและอุดรอยรั่วได้แล้ว เพื่อไม่ให้ น้ำไหลทะลักเข้าสู่พื้นที่เขตเศรษฐกิจ ไม่ว่าจะเป็นตลาดเกษตรค้าส่ง ตลาดปลาค้าส่งขนาดใหญ่ ตลาดย่านธุรกิจการค้า สถาบันการศึกษา สถานที่ราชการ โรงพยาบาล รวมถึงชุมชนชาวบ้านที่มีเป็นจำนวนมาก แต่ยังมีน้ำขังในพื้นที่บริเวณโดยรอบวัดสูง 50 ซ.ม. ถึง 1 เมตร

นายสุรเชษกล่าวว่า ได้ประสานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนให้นำเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่มาสูบน้ำให้ทันวันที่ 31 ต.ค. เนื่องจากทางวัดต้นสนจะมีงานทอดกฐินสามัคคี

3 อำเภอสุพรรณฯอ่วมหนัก

ด้านสถานการณ์แม่น้ำท่าจีน ในพื้นที่จ.สุพรรณบุรี วันเดียวกัน ระดับน้ำยังสูงเอ่อท่วม กว่า 10 อำเภอ ส่วนในพื้นที่ราบลุ่มท้ายน้ำ 3 อำเภอ ได้แก่ อ.เมือง อ.บางปลาม้า และอ.สองพี่น้อง ปริมาณน้ำยังมีระดับสูง มีการระบายน้ำลงทุ่ง ทำให้ระดับน้ำเอ่อเข้าท่วมพื้นที่เกษตร ไร่นา และบ้านเรือนชาวบ้านจำนวนมาก

ทั้งนี้ยังเอ่อท่วมรพ.สต. อีก 7 แห่งในพื้นที่ อ.สองพี่น้อง โดยนพ.พรณรงค์ ศรีม่วง นายแพทย์ สาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) สุพรรณบุรี และ ผู้บริหารลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมรพ.สต. ทั้ง 7 แห่ง ขณะที่ทีมหมอ พยาบาล และชาวบ้าน ต้องใช้เรือสัญจรไปรักษาผู้ป่วยตามบ้าน และบางจุดที่น้ำสูง ต้องเดินลุยน้ำเข้ามาใช้บริการ ซึ่งเป็นไปด้วยความยากลำบาก ส่วนรพ.สต.อีก 18 แห่งที่อยู่ใกล้แม่น้ำท่าจีน และพื้นที่ราบลุ่ม ถูกปริมาณน้ำได้ล้อมไว้ ต้องเร่งทำคันดินและแนวกั้นสูง เพื่อไม่ให้น้ำทะลักเข้าท่วมพื้นที่

ท่วมสูง – พล.อ. อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย พร้อมด้วยนายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติฯ นำถุงยังชีพไปช่วยเหลือ ชาวบ้านต.บางตาเถร อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี ที่น้ำท่วมสูงถึงชั้น 2 ของบ้าน เมื่อวันที่ 26 ต.ค.

‘ป๊อก-ท็อป’ดูน้ำท่วมสุพรรณฯ

ที่วัดโบสถ์ดอนลำแพน ต.บางตาเถร อ.สองพี่น้อง พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ร่วมกับ นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) พร้อมด้วย นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดทส. นายณัฐภัทร สุวรรณประทีป ผวจ.สุพรรณบุรี นายโสภณ ทองดี อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) นายอภิชัย เอกวนากุล รองอธิบดีทช. ผู้บริหารมท. หัวหน้า ส่วนราชการ และเจ้าหน้าที่ในสังกัดทส. ลงพื้นที่มอบถุงยังชีพและสิ่งของเครื่องใช้จำเป็น จำนวน 100 ชุด เพื่อช่วยเหลือประชาชน โดยคณะลงเรือทช. และเรือปภ. รวม 14 ลำลงพื้นที่

นายวราวุธกล่าวว่า สถานการณ์น้ำท่วมขังในเขตภาคกลาง โดยจ.สุพรรณบุรี มีพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมแล้วกว่าแสนไร่ โดยพื้นที่ อ.สองพี่น้อง มีสภาพปัญหาน้ำหลากเข้าท่วมขังบ้านเรือน และพื้นที่ทำเกษตรกรรมหลายจุด บางพื้นที่มีปัญหาน้ำ เน่าเสีย โดยได้สั่งการให้บูรณาการช่วยเหลือประชาชนร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งกรมชลประทาน และปภ.สุพรรณบุรี ฝ่ายปกครอง ให้เร่งแก้ปัญหาน้ำท่วมน้ำขังในชุมชน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนโดยเร่งด่วน

นายจตุพรกล่าวเสริมว่า ได้สั่งการให้หน่วยงาน ทส. คอยเฝ้าระวังปริมาณน้ำที่อาจเพิ่มสูงขึ้นในระยะนี้ และได้สั่งการให้นายโสภณ อธิบดีทช. จัดเรือ อุปกรณ์ และเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ ให้ความช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อน แก่ผู้ประสบภัยจนกว่าสถานการณ์จะดีขึ้น

ด้านนายณัฐภัทร ผวจ.สุพรรณบุรี กล่าวว่า จ.สุพรรณบุรี ได้ประกาศเป็นเขตให้ความ ช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินอุทกภัย ทั้งหมดจำนวน 10 อำเภอ /2 เทศบาล/ 110 ตำบล /35 ชุมชน/983 หมู่บ้าน /จำนวนรวม 56,076 ครัวเรือน 86,915 คน เบื้องต้นเร่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสำรวจความเสียหาย และเตรียมแผนฟื้นฟูหลังน้ำลด

ตรวจประตูน้ำอยุธยา

ต่อมา พล.อ.อนุพงษ์ พร้อมด้วย นายสุทธิพงษ์ ปลัดมท. นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชล ประทาน ได้เดินทางมาที่ประตูระบายน้ำ ปากคลองบางบาล ต.ไทรน้อย อ.บางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำท่วมและรับฟังการบริหารจัดการน้ำ โดยนายวีระชัย นาคมาศ ผวจ.พระนครศรีอยุธยา นำคณะต้อนรับ

จากนั้น พล.อ.อนุพงษ์และคณะได้เดินทางไปที่วัดกำแพงแก้ว ต.สะพานไทย อ.บางบาล เพื่อพบปะประชาชน ให้กำลังใจ พร้อมกับมอบถุงยังชีพ ระหว่างที่พูดคุยกับชาวบ้าน ได้สอบถามความเป็นอยู่ และระดับน้ำที่ท่วมบ้านอยู่ พร้อมกับให้กำลังใจ โดยจ.พระนคร ศรีอยุธยา มีพื้นที่พื้นที่ถูกน้ำท่วมแล้ว 14 อำเภอ 136 ตำบล 809 หมู่บ้าน ประชาชน ได้รับผลกระทบ 54,819 ครัวเรือน วัดถูกน้ำท่วม 112 วัด มัสยิด 10 มัสยิด

พล.อ.อนุพงษ์กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม มีความเป็นห่วงประชาชนที่ประสบภัยน้ำท่วม และสถานการณ์น้ำท่วมมาก จึงได้มอบหมายให้ตน มาเยี่ยมเยียนพี่น้องประชาชน ให้กำลังใจ และติดตามการระบายน้ำเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนให้โดยเร็วที่สุด ปีนี้มีปริมาณน้ำที่มาก ทำให้การระบายน้ำในแม่น้ำ ลำคลองต่างๆ ล่าช้า เกิดน้ำท่วมขังในหลายจังหวัด

โดยเฉพาะจ.พระนครศรีอยุธยา ที่รับน้ำไว้ ทุกหน่วยงานที่รับผิดชอบได้กำชับให้เร่งการระบายน้ำ ซึ่งต้องใช้เวลาอีกระยะ และนายกฯ ยังได้ให้ตนมาติดตามความคืบหน้าของการขุดแม่น้ำเจ้าพระยา 2 บางบาล-บางไทร ซึ่งขุดลอกไปแล้วบางส่วนใช้เวลาอีก 2-3 ปีจะแล้วเสร็จ เมื่อแล้วเสร็จ จะแบ่งน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยา ระบายลงสู่อ่าวไทยได้เร็ว ขึ้น คลองบางบาล คลองโผงเพง จะรับน้ำ จากแม่น้ำเจ้าพระยาน้อยลง

พี่น้องประชาชนที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำ คลอง ต่างๆ นอกคัน กั้นน้ำ จะได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมน้อยลง หลังน้ำลดทางรัฐบาลจะเยียวยาพี่น้องประชาชน ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมทั้งในเรื่องของความเป็นอยู่ การซ่อมแซมบ้าน การประกอบอาชีพ ซึ่งมีหลายกระทรวงที่จะเข้าไปดูแล พี่น้องประชาชน ซึ่งนายกฯได้มอบหมาย ทุกกระทรวงที่เกี่ยวข้องแล้ว

ปิดประตูน้ำ-บางบาลจม 3 เมตร

ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์น้ำท่วมใน จ.พระนครศรีอยุธยา หลังจากเขื่อนเจ้าพระยา ปรับการระบายน้ำลง อยู่ที่ 2,644 ลบ.ม.ต่อวินาที ทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา ที่ไหลผ่านทรงตัว โดยพบว่าที่ประตูระบายน้ำคลองบางบาล ต.ไทรน้อย อ.บางบาล ปิดเพื่อชะลอน้ำแม่น้ำเจ้าพระยาไหลเข้าสู่คลองบางบาล

ทำให้มวลน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาที่ไหลแรงเปลี่ยนทิศทางอ้อมเข้าด้านข้างประตู กัดเซาะแนวถนนคันน้ำของประตูระบายน้ำ กระแสน้ำไหลแรง พบว่าบ้านเรือนประชาชนที่อยู่บริเวณใกล้เคียงกับประตูระบายน้ำคลองบางบาล ในต.ไทรน้อย ต.บางชะนี ต.บางบาล ถูกน้ำท่วมสูง กว่า 2 เมตร บางจุดท่วมสูงถึง 3 เมตร ต้องใช้เรือสัญจรเข้าออกบ้าน

สำหรับ จ.พระนครศรีอยุธยา มีพื้นที่ถูกน้ำท่วมแล้ว 14 อำเภอ 136 ตำบล 809 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 54,819 ครัวเรือน

3 เขื่อนใหญ่คุมน้ำได้แล้ว

ด้านนายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชล ประทาน กล่าวถึงสถานการณ์น้ำในลุ่มน้ำเจ้าพระยาและลุ่มน้ำป่าสักว่า วันเดียวกันเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ มีการระบายน้ำอยู่ที่ 525 ลบ.ม. ต่อวินาที ส่งผลให้ระดับน้ำด้านท้ายเขื่อน เริ่มลดลงจากเมื่อวานนี้อย่างต่อเนื่อง ดังนี้ อ.พัฒนานิคม จ.ลพบุรี ระดับน้ำลดลง 56 ซ.ม. อ.แก่งคอย จ.สระบุรี ระดับน้ำลดลง 23 ซ.ม. อ.เมือง ระดับน้ำลดลง 16 ซ.ม. อ.ท่าเรือ จ.พระนครศรีอยุธยา ระดับน้ำลดลง 8 เซนติเมตร

ด้านเขื่อนพระรามหก ได้ควบคุมปริมาณน้ำไหลผ่าน 763 ลบ.ม.ต่อวินาที มีแนวโน้มลดลง ขณะเดียวกันได้ปรับการรับน้ำเข้าคลองระพีพัฒน์ตามศักยภาพของคลอง โดยไม่ให้เกิด ผลกระทบต่อประชาชนที่อยู่ริมคลอง ทั้งยังช่วย แบ่งเบาปริมาณน้ำที่จะไหลเข้าสู่ จ.พระนคร ศรีอยุธยา ให้มากที่สุด

ส่วนในลุ่มน้ำเจ้าพระยา สถานีวัดน้ำท่า ซี 2 อ.เมือง จ.นครสวรรค์ มีปริมาณน้ำไหลผ่าน 2,513 ลบ.ม.ต่อวินาที แนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่องเช่นกัน ก่อนไหลลงสู่เขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท ซึ่งมีปริมาณน้ำไหลผ่าน 2,648 ลบ.ม.ต่อวินาที แนมโน้มเริ่มทรงตัว

ในขณะที่ระดับน้ำด้านท้ายเขื่อนเจ้าพระยาบางจุดเพิ่มขึ้นเล็กน้อย เนื่องจากยังคงมีน้ำท่าในพื้นที่ไหลลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา ได้แก่ อ.เมือง จ.สิงห์บุรี ระดับน้ำลดลง 10 ซ.ม. อ.เมือง จ.อ่างทอง ระดับน้ำเพิ่มขึ้น 7 ซ.ม. อ.บ้านแพรก จ.พระนครศรีอยุธยา ระดับน้ำเพิ่มขึ้น 2 ซ.ม. ขณะที่คลองชัยนาท-ป่าสัก ยังคงการรับน้ำที่ ประตูน้ำมโนรมย์ในอัตรา 120 ลบ.ม.ต่อวินาที

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน