สวนดังขนมาโชว์
เกษตรมหัศจรรย์
แห่ชมงานคึกคัก
งาน ‘เกษตรมหัศจรรย์’ คึกคัก แห่ชมไม้ด่างมูลค่ากว่า 20 ล้าน ตื่นตาพันธุ์ไม้หายากสารพัดสายพันธุ์ คนร่วมงานแห่ช็อปต้นไม้สุดฮอต จากกรีนมาร์เก็ต ที่สวนดังนำมาร่วม ในงานที่มติชน อคาเดมี งานนี้จัดยาวถึง 31 ต.ค.
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 29 ต.ค. สื่อเทคโนโลยีชาวบ้านและเส้นทางเศรษฐีออนไลน์ในเครือมติชน เปิดงานเกษตรมหัศจรรย์ วันเส้นทางเศรษฐี ระหว่าง 29-31 ตุลาคม 2564 เปิดให้ผู้สนใจเข้าชม “มหัศจรรย์พรรณไม้” ที่มติชนอคาเดมี ย่านประชานิเวศน์ ใกล้สำนักงานข่าวสด ด้วยมาตรการป้องกันโรคโควิด-19 พร้อมติดตามการเสวนาและเวิร์กช็อปทางออนไลน์
สำหรับ “มหัศจรรย์พรรณไม้” ที่นำมาจัดแสดงในงานนี้เป็นการเสาะหาไม้ด่างและไม้หายากทั่วไทยมาให้ทุกคนได้ชมกันเต็มอิ่ม ไม่ว่าจะเป็น ‘Monstera Mint Deliciosa+Borsigiana’ หรือมอนสเตอร่าด่างมินต์ ราคา 4.9 ล้านบาท จาก Avatar Garden กล้วยแดงอินโด 3 ล้านบาท จาก The Lord of the Garden สวนเดอะลอร์ด รวมถึงไม้ด่างไม้ประดับหายาก อย่างต้น philodendron caramel variegated ที่มีลายด่างสวยงามมากๆ กระจายทั่วทั้งใบและเป็นลายหายาก ลายครบทุกใบ Williamsii Hybrid variegated ฟิโลใบมะละกอลูกผสม หูใบชิดมีลายด่างจัดทุกใบสวยงาม ไม่มีหลุดเขียวล้วน Rhaphidophora tetrasperma ที่มีต้นกำเนิดในไทย Monstera Lechleriana variegated เป็นฟิโล Monstera ใบฉลุมีรู และ Monstera Deliciosa ลายด่างจัดพิเศษ มีไม่กี่ต้นในโลก ฯลฯ รวมมูลค่าทั้งหมดกว่า 20 ล้านบาท
นอกจากนี้ เครือมติชนยังเอาใจขาช็อปสาย กรีนด้วย GREEN MARKET ชวนร้านไม้ด่างชื่อดังมาออกร้านให้เลือกซื้อกลับบ้าน ทั้ง ‘ร้านบ้านสวนนายช่าง @พระนคร’ ที่นำไม้ด่างมาโชว์พร้อมจำหน่ายในงานนี้ มีบอนหูช้างด่างเหลือง 250,000 บาท บอนกระดาษด่าง 150,000 บาท กล้วยป่าด่างพระยาแล 50,000 บาท
ด้าน ‘สวนสมบัติ กล้วยด่าง’ คนรักกล้วยรู้จักกันดี เพราะที่นี่เป็นอาณาจักรรวบรวมเก็บรักษาสายพันธุ์กล้วยโบราณมาเกือบ 30 ปี ปัจจุบันมีหน่อกล้วยสะสมอยู่ไม่ต่ำกว่า 220 สายพันธุ์ ทั้งกล้วยด่าง และกล้วยสายพันธุ์แปลกๆ เช่น กล้วยร้อยปลี แส้หางม้า นิ้วนางรำ สายน้ำผึ้งเตี้ย นาคเตี้ย ฯลฯ ที่มาโชว์และจำหน่ายในงานนี้มีประมาณ 50 สายพันธุ์ เช่น พันธุ์แดงอินโด น้ำว้าไอศกรีมด่าง มะลิอ่องด่างขาว ปากช่อง 50 ด่างขาว ปาปัวร์ด่าง หินอ่อนลายกลาย และป่าด่างระยอง ฯลฯ นอกจากนี้ ยังมีกล้วยหอมเครือแฝด และกล้วยหอมขนุนที่มีกลิ่นคล้ายขนุนอีกด้วย
ต่อด้วย ‘กระท่อม by ทิดโส’ มีทั้งไม้ด่าง ไม้ประดับตกแต่ง และพรรณไม้พื้นบ้าน เช่น กล้วยแดงอินโด ข่าด่างสีทอง พลูด่างสีทอง มะนาวไข่ มะยม ไม้ฟอกอากาศพันธุ์โตเกียวสโนว์ และซิลเวอร์แอน นอกจากนี้ ยังมีต้นกระท่อมพันธุ์หางกั้งซึ่งให้สรรพคุณทางยาดีกว่าพันธุ์อื่นๆ ทางร้านบอกว่า สำหรับต้นกระท่อมนั้นไม่ได้เน้นขาย เพราะต้องการให้ความรู้เกี่ยวกับการต้มดื่มเพื่อรักษาโรค แต่หากสนใจซื้อก็มีกิ่งตอนจำหน่าย นำไปปลูกไม่นานก็แตกยอด ไม่ต้องเสียเวลาเพาะเมล็ด
นายนิรินาทย์ เธียรวรโชค เจ้าของ The Lord of the Garden สวนเดอะลอร์ด ผู้เคยเป็นข่าวเกรียวกราวว่าซื้อกล้วยด่างอินโดในราคาสูงถึง 10 ล้านบาท นำต้นไม้ต.บ้านเพ อ.เมือง จ.ระยอง มาจัดแสดงในงานนี้ด้วย แต่ละต้นที่นำมาจัดแสดงมีมูลค่าตั้งแต่ 5 แสนบาทไปจนถึง 3 ล้านบาท เช่น ไหมทอง มณีจันทร์ มูลค่า 3 ล้านบาท ซึ่งมีอยู่เพียงต้นเดียวของประเทศไทย ต้นด่างจักรพรรดิ มูลค่า 1.5 ล้านบาท ด่างลายพายุตุ๊กแก มูลค่า 1.2 ล้านบาท เป็นต้น นายนิรินาทย์กล่าวว่า เหตผลที่นำไม้ด่างหายากมาจัดแสดง เพราะจะเป็นทางเลือกที่ทำให้ผู้คนเห็นว่า อาชีพการเพาะเลี้ยงกล้วยด่างสามารถเป็นอาชีพที่ยั่งยืนได้ น่าจะช่วยให้ผู้คนที่สนใจมองหาอาชีพเสริมหรือรายได้เสริม ได้พิจารณาธุรกิจกล้วยด่างว่าอาจเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ
สำหรับเนื้อหาเสวนาออนไลน์ของงานนี้ นายนิพนธ์ บุญญามณี รมช.มหาดไทย แสดงปาฐกถาพิเศษ หัวข้อ ‘นโยบายเกษตรทางรอดใหม่ นำไทยฝ่าวิกฤตโควิด’ ว่า ที่ดินเปรียบเสมือนชีวิต เพราะเป็นที่ทำกิน เป็นที่อยู่อาศัย และส่งมอบต่อไปยังรุ่นลูกรุ่นหลาน รัฐต้องนำกฎหมายว่าด้วยคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (คทช.) มาเป็นเครื่องมือในการแก้ปัญหาที่ดินทำกิน ช่วยแก้ปัญหาถือครองที่ดินทำกินให้พี่น้องประชาชน” นายนิพนธ์กล่าวและว่า อาชีพเกษตรเป็นอาชีพหลักของประเทศไทย มีครอบครัวทำอาชีพเกษตรเพื่อเลี้ยงชีพถึง 14 ล้านครอบครัว โดยมีทั้งทำนาข้าว ปลูกพืชเศรษฐกิจต่างๆ การแก้ปัญหาความยากจนให้เกษตรกรได้ จำเป็นต้องส่งเสริมการเข้าถึงและการใช้ประโยชน์จากที่ดิน เพื่อให้มีการสร้างรายได้เป็นรูปธรรม ซึ่งกระทรวงมหาดไทยได้เร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาเรื่องที่ดินทำกิน เพื่อให้ประชาชนมีรายได้และแก้ไขปัญหาความยากจนของคนในประเทศ
ต่อมา นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เสวนาพิเศษ ‘การพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม่ ประยุกต์สู่ โคก หนอง นา โมเดล’ ว่า น้อมนำปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร มาดำเนินการ ถือว่าประสบความสำเร็จอย่างมาก เพื่อให้ ‘โคก หนอง นา โมเดล’ เข้าถึงประชาชนได้อย่างเป็นรูปธรรม จึงบูรณาการขับเคลื่อนโครงการผ่านกลไก 357 กล่าวคือ 3 ระดับ ได้แก่ ระดับพื้นที่/ชุมชน ระดับจังหวัด ระดับประเทศ 5 กลไก คือ การประสานงานภาคีเครือข่าย การ บูรณาการแผนงานและยุทธศาสตร์ การติดตามประเมินผล การจัดการความรู้ และการสื่อสารสังคม และ 7 ภาคี ได้แก่ ภาครัฐ ภาคศาสนา ภาคประชาชน ภาควิชาการ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และภาคสื่อสารมวลชน
“โดยกรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย ร่วมกับมูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง มูลนิธิรักษ์ดินรักษ์น้ำ และภาคีเครือข่ายภาคส่วนต่างๆ น้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงลงสู่การปฏิบัติอย่างเป็นขั้นตอน ตามกลไกการขับเคลื่อนสืบสานศาสตร์พระราชา เพื่อการปฏิรูปประเทศ โดยใช้หมู่บ้านเป็นฐานของการพัฒนา มุ่งสร้างภูมิคุ้มกันให้ทุกครัวเรือน ท่ามกลางวิกฤตโลกที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว นำไปสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิตที่มั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน” นายสุทธิพงษ์กล่าว
สำหรับงานสัมมนาออนไลน์เปิดให้ ผู้สนใจติดตามได้ทางเฟซบุ๊ก เทคโนโลยีชาวบ้าน เส้นทางเศรษฐี มติชนออนไลน์ ข่าวสด และประชาชาติธุรกิจ โดยวันที่ 30 ต.ค. เวลา 10.20-15.00 น. ‘รู้แล้วรวย ฮีโร่ SMEs กู้วิกฤต ไปต่อแบบไม่มีร่วง’ โดยเส้นทางเศรษฐีออนไลน์ปลุกพลังเอสเอ็มอีในฐานะกลไกสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศโดยภาครัฐ เปิดเคล็ดลับสร้างธุรกิจให้ไปต่ออย่างแข็งแกร่งจากเอสเอ็มอีที่ฝ่าฟันอุปสรรคกระทั่งประสบความสำเร็จ ต่อด้วยปาฐกถาพิเศษ‘ปลุกพลัง สร้างทางรอด SMEs’ โดย สุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน และ ‘จากเด็กกรีดยาง สู่นักธุรกิจพันล้าน ผู้สร้างแรงบันดาลใจให้คนมีฝัน’ โดย นพกฤษฏิ์ นิธิเลิศวิจิตร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซัค เซสมอร์ บีอิ้งค์ จำกัด (มหาชน)
‘SME ในยุค Next Normal’ โดย วรพจน์ ประสานพานิช ผู้อำนวยการฝ่ายสนับสนุนองค์ความรู้และระบบให้บริการ SMEs สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ‘ฮีโร่ SMEs กู้วิกฤต ไปต่อแบบไม่มีร่วง’ โดย ไนน์-นัฐพงศ์ จารวิจิต เจ้าของธุรกิจและผู้พัฒนาแอพพลิเคชั่น PokPok รถขายอาหารเคลื่อนที่ และ ท็อป-กิตติศักดิ์ ไกรบำรุง ทายาทรุ่นที่ 4 กิจการร้านกุยช่ายสะพานหัน
วันที่ 31 ต.ค. เริ่มเวลา 13.00-15.30 น. ‘นวัตกรรมทางการเกษตร จากทางเลือกสู่ทางรอด’ เผยเคล็ดลับนวัตกรรมสร้างรายได้ให้เกษตรกร และไม้ด่างที่เป็น ‘ทางเลือก’ ของคนรักพรรณไม้ ที่ทุกวันนี้คือ ‘ทางรอด’ ปูทางรวย ต่อด้วย ‘ทุเรียน ราชาผลไม้ ปลูกยังไงให้ปัง’ โดย ดร.ณัฐภพ สุวรรณเมฆ นักวิจัย ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (MTEC) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และผศ.ดร.ลำแพน ขวัญพูล อาจารย์ประจำภาควิชาเทคโนโลยีการผลิต สาขาวิชาพืชสวน สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง
จากนั้นเป็นเรื่อง ‘มหัศจรรย์กล้วยด่างแดงอินโด พันธุ์ไม้สร้างเงินล้าน’ โดย โจ-นิรินาทย์ เธียรวรโชค เจ้าของสวน The Lord of the Garden สวนเดอะลอร์ด ผู้ซื้อกล้วยด่างแดงอินโดในราคา 10 ล้านบาท ต่อด้วย ‘ไขความลับ ไม้ด่างสร้างเงิน’ โดย บิ๊ก-จิรวุฒิ พัฒนพงศ์พิบูล เจ้าของบริษัท วนจิรา จำกัด
สำหรับผู้ชื่นชอบไม้ด่างไม่ควรพลาด ในงานมีไม้ด่างที่ล้วนสวยงามแปลกตาน่าซื้อเก็บสะสมอีกมาก รวมทั้งสินค้าเกษตรแปรรูปในราคาย่อมเยาให้เลือกซื้อกลับไปเป็นของฝากคนที่บ้าน อิ่มอร่อยกับอาหาร Food Truck ระดับมิชลินสตาร์
พิเศษสุดสำหรับนักอ่านสายกรีน ร้าน ‘มติชนบุ๊คคลับ’ เปิดบูธจำหน่ายหนังสือ เพื่อนักอ่านสายเกษตรโดยเฉพาะ จัดโปร โมชั่นแรง ลดสูงสุด 20% พร้อมช็อป ‘GREEN MARKET’ ตลาดต้นไม้ใจกลางเมือง เลือกหนังสือเล่มโปรดโดนใจจากร้านมติชน บุ๊คคลับ ภายใต้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 อย่างเคร่งครัด ระหว่างวันที่ 29-31 ตุลาคมนี้ เวลา 09.00-18.00 น. ที่มติชนอคาเดมี

ต้น 3 ล้าน – ‘กล้วยแดงอินโด’ มูลค่าต้นละ 3 ล้านบาท จากสวนเดอะลอร์ด นำมาแสดง ในงานเกษตรมหัศจรรย์ วันเส้นทางเศรษฐี ‘มหัศจรรย์พรรณไม้’ ที่มติชนอคาเดมี ประชานิเวศน์ มีผู้สนใจสอบถามและถ่ายภาพอย่างคึกคัก เมื่อวันที่ 29 ต.ค.