กลุ่มราษฎรนัดเบิ้มๆ
‘ไมค์’ชวดประกันอีก!

เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด

ม็อบราษฎรนัดชุมนุมใหญ่วันนี้ 4 โมงเย็น ที่ ราชประสงค์ แม้ศาลแพ่งไม่คุ้มครองชั่วคราวตามที่แกนนำยื่นฟ้องบิ๊กตู่กับพวก และให้เพิกถอน คำสั่งห้ามชุมนุม เผยศาลระบุคำสั่งนายกฯเกี่ยวเนื่องกับการแพร่ระบาด โควิด-19 การรวมตัวกันอาจสุ่มเสี่ยงจึงให้ยกคำร้อง ด้านศาลอาญารับฝากขัง ‘แซม สา เมท’ ไม่อนุญาตประกันตัวในคดีบุกสน.ดินแดง บช.น.ประชุมรับมือม็อบ 31 ต.ค. ส่วนไมค์ยังวืดประกันตัวอีก

เมื่อวันที่ 30 ต.ค. ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก พนักงานสอบสวน สน.ดินแดง ยื่นคำร้องฝากขังครั้งที่ 1 นายแซม สา เมท เชื้อชาติกัมพูชา อายุ 20 ปี ผู้ต้องหาคดีร่วมจัดกิจกรรมที่มีคนมากกว่า 25 คนในเขตพื้นที่ที่กำหนดเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดฯ, มั่วสุมตั้งแต่ 10 คนขึ้นไปฯ ก่อความวุ่นวายในบ้านเมือง และความผิดข้อหาอื่นๆ โดยขอฝากขังเป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 30 ต.ค.- 10พ.ย.นี้ เนื่องจากจะต้องสอบพยานจำนวน 5 ปาก และรอผลการตรวจลายพิมพ์นิ้วมือ

พฤติการณ์กล่าวหาสรุปว่า เมื่อวันที่ 29 ต.ค. 2564 มีกลุ่มผู้ชุมนุมมากกว่า 100 คนขึ้นไปชุมนุมที่หน้า สน.ดินแดง เพื่อเรียกร้องทางการเมืองและขับไล่นายกรัฐมนตรีให้ลาออก ต่อมามีกลุ่มผู้ชุมนุมพยายามบุกเข้าไปในสถานีตำรวจ ชั้นสอบสวนผู้ต้องหาให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา พร้อมขอคัดค้านการปล่อยตัวชั่วคราว ศาลพิจารณาคำร้องและเหตุจำเป็นแล้วอนุญาตให้ฝากขังได้ ต่อมาผู้ต้องหา ได้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์เป็นเงินสด 70,500 บาท ขอปล่อยชั่วคราว แต่ศาลไม่อนุญาต

วันเดียวกัน พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก รอง ผบช.น. โฆษก บช.น. และพ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. แถลงเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์การชุมนุมของกลุ่มราษฎร ในวันที่ 31 ต.ค. นี้ ที่รวมตัวกันทำกิจกรรมในเวลา 16.00 น. บริเวณสี่แยกราชประสงค์ ซึ่งประชุมร่วมกับหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง เพื่อวางแผนปรึกษาหารือ และประชาสัมพันธ์ถึงประชาชนที่จะเดินทางมายังบริเวณสี่แยกราชประสงค์ ในวันที่ 31 ต.ค. นี้ ให้ใช้รถสาธารณะหรือรถไฟฟ้า BTS เพื่อความสะดวก เนื่องจากการจราจรอาจติดขัด

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมถึงกรณีน.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล กับพวกรวม 4 คนยื่นฟ้อง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชากับพวกรวม 2 คน และขอให้ศาลแพ่งเพิกถอนข้อกำหนดที่ออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 (ฉบับที่ 15) และให้จำเลยทั้งสองมีคำสั่ง ห้ามเจ้าพนักงานภายใต้บังคับบัญชา ปฏิบัติการ ในลักษณะกีดขวางการชุมนุมของโจทก์ทั้ง 4 ในการชุมนุมวันที่ 31 ต.ค.

เมื่อช่วงดึกวันที่ 29 ต.ค.ที่ผ่านมา ศาลเเพ่งได้ออกเอกสารข่าวว่า แม้ข้อกำหนดและประกาศตามฟ้องที่มีเนื้อหาห้ามมิให้มีการชุมนุม จะเป็นการกระทบสิทธิเสรีภาพของบุคคลในการแสดงความคิดเห็นหรือการชุมนุม แต่ในสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคติดเชื้อโควิด-19 เป็นข้อเท็จจริงซึ่งรู้กันอยู่ทั่วไปว่ายังคงมีการแพร่ระบาดอยู่ทั้งได้ความตามคำร้องขอไต่สวนฉุกเฉินของโจทก์ทั้ง 4 ว่าในวันที่ 31 ต.ค.64 จะมีประชาชนทำกิจกรรมรวมตัวกันไม่น้อยกว่า 10,000 ราย อันมีความสุ่มเสี่ยงที่อาจจะมีการแพร่ระบาดของโรคที่เป็นภัยต่อความปลอดภัยสาธารณะ กรณีจึงยังคงมีความจำเป็นที่ต้องบังคับใช้มาตรการตามข้อกำหนดและประกาศดังกล่าวต่อไป เพื่อป้องกันมิให้เกิด การแพร่ระบาดของโรคและประโยชน์สาธารณะ โดยส่วนรวม

ทั้งนี้หากสถานการณ์การแพร่ระบาด โรคควิด-19 เปลี่ยนแปลงไปและส่งผลให้ความปลอดภัยสาธารณะโดยส่วนรวมขึ้น ก็อาจจะไม่มีความจำเป็นในการบังคับใช้ข้อกำหนดและประกาศดังกล่าวต่อไป ในชั้นนี้ตามคำร้องของโจทก์ทั้ง 4 จึงไม่มีเหตุเพียงพอที่จะนำวิธีการชั่วคราว ก่อนพิพากษาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณา ความแพ่งมาตรา 254(2) มาบังคับใช้ ให้ยกคำร้อง

วันเดียวกันศาลอาญา อ่านคำสั่งศาลอุทธรณ์ที่นายภาณุพงศ์ หรือไมค์ จาดนอก อายุ 25 ปี จำเลยคดีชุมนุมยื่นคำอุทธรณ์เมื่อวันที่ 28 ต.ค. ขอปล่อยชั่วคราวในคดีหมายเลขดำ อ.2380/2564 ในความผิดเกี่ยวกับ ความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 มาตรา 14 , พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2560 มาตรา 8 ซึ่งในชั้นสอบสวนจำเลยให้การปฏิเสธ

ศาลอุทธรณ์ มีคำสั่งว่าพิเคราะห์ความหนักเบาแห่งข้อหาและพฤติการณ์แห่งคดีแล้ว เห็นว่าข้อหาที่จำเลยถูกกล่าวหามีอัตราโทษสูง การกระทำที่จำเลยถูกกล่าวหามีลักษณะเป็นการใช้ข้อความอันมิบังควร กรณีมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าหากอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว จําเลยอาจจะก่อให้เกิดอันตรายหรือความ เสียหายประการอื่น และน่าเชื่อว่าจำเลย อาจจะหลบหนีคำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน