ต้นตอญาติจากกทม.มางานศพ
ศบค.ห่วงเรือนจำป่วยโควิดพุ่ง
จีนบริจาคซิโนแวคอีก1.5ล.โดส
พ่อแม่จี้สอบเหตุลูกสาววัย 16 ปี นร.อาชีวะที่ลำปางเสียชีวิตมาจากวัคซีนหรือไม่ หลังฉีดไฟเซอร์เข็ม 2 ไม่กี่วัน มีอาการอาเจียนต้องหามส่งร.พ. หมอระบุในใบมรณบัตรเกิดจากลิ่มเลือดอุดตันในปอดสองข้าง พร้อมขอความเป็นธรรม ‘อุบลฯ-พิจิตร’สั่งปิดเรียนหลังพบนักเรียนติดเชื้อ พระ-เณร-ลูกศิษย์วัดดังขอนแก่นติดเชื้อ ต้องปิดวัดไม่มีกำหนด ขณะที่ยอดติดเชื้อรายวัน 8,148 ราย เสียชีวิตอีก 80 ราย สธ.ไฟเขียวฉีดวัคซีนโควิดเข้าชั้นผิวหนัง เปิดสูตรบูสต์โดสทุกชนิดตามคำแนะนำอนามัยโลก ส่วนแอสตร้าฯ 2 เข็มกระตุ้นด้วยไฟเซอร์หรือโมเดอร์นา กลุ่มฉีดซิโนฟาร์มครบมิ.ย.ติดต่อรับเข็ม 3 ฟรี ศบค.ห่วงคลัสเตอร์เรือนจำติดเชื้อหลายจว. จีนบริจาคซิโนแวคให้ไทยเพิ่ม 1.5 ล้านโดส
ติดเชื้อเพิ่ม 8,148 – เสียชีวิต 80
เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 5 พ.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล พญ.สุมนี วัชรสินธุ์ ผู้ช่วยรองโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงสถานการณ์การแพร่ระบาดในประเทศไทยว่า พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 8,148 ราย เป็นการติดเชื้อในประเทศ 7,528 ราย มาจากระบบเฝ้าระวังและระบบบริการ 7,415 ราย มาจากการค้นหาเชิงรุก 113 ราย มาจากเรือนจำ 605 ราย เป็นผู้เดินทางมาจาก ต่างประเทศ 15 ราย หายป่วยเพิ่มขึ้น 8,238 ราย อยู่ระหว่างรักษา 97,300 ราย อาการหนัก 2,118 ราย ใส่เครื่องช่วยหายใจ 461 ราย
เสียชีวิตเพิ่ม 80 ราย เป็นชาย 29 ราย และหญิง 51 ราย เป็นผู้เสียชีวิตที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป 58 ราย มีโรคเรื้อรัง 18 ราย พบผู้เสียชีวิตมากสุดอยู่ในกทม. 14 ราย ยอดผู้ติดเชื้อสะสมยืนยันตั้งแต่ปี 2563 จำนวน 1,951,572 ราย มียอดหายป่วยสะสมตั้งแต่ปี 2563 จำนวน 1,834,730 ราย มียอดผู้เสียชีวิตสะสมตั้งแต่ปี 2563 จำนวน 19,542 ราย
ที่ประชุมศปก.ศบค.วันนี้วิเคราะห์ผู้เสียชีวิตวันที่ 1 เม.ย.-4 พ.ย.64 มีทั้งสิ้น 19,431 ราย พบว่าร้อยละ 86.5 ของผู้เสียชีวิตเป็นผู้มีโรคประจำตัว และเกินร้อยละ 80 เป็นผู้ไม่ได้รับวัคซีน
ส่วนยอดผู้ได้รับวัคซีนของประเทศไทยเมื่อวันที่ 4 พ.ย. ฉีดวัคซีนเพิ่มเติม 824,650 โดส รวมยอดฉีดวัคซีนสะสมตั้งแต่วันที่ 28 ก.พ. 78,656,124 โดส ขณะที่สถานการณ์โลกมียอดผู้ติดเชื้อสะสม 249,327,571 ราย เสียชีวิตสะสม 5,044,881 ราย
‘นครศรีฯ’ขยายเคอร์ฟิว
พญ.สุมนีกล่าวว่า สำหรับ 10 จังหวัดที่มีผู้ติดเชื้อสูงสุด ได้แก่ กทม. 721 ราย สงขลา 498 ราย ปัตตานี 427 ราย เชียงใหม่ 403 ราย ยะลา 375 ราย ชลบุรี 348 ราย นครศรีธรรมราช 294 ราย สมุทรปราการ 244 ราย นราธิวาส 213 ราย และตรัง 205 ราย โดยพื้นที่เฝ้า ระวังคือจ.นครศรีธรรมราช ซึ่งที่ประชุมศปก.ศบค.วิเคราะห์สถานการณ์ในจ.นครศรี ธรรมราช พบว่าตัวเลขผู้ติดเชื้อเริ่มสูงขึ้นในเดือนก.ย.ที่มีวันละ 300-400 คน และในเดือนต.ค.มากกว่าวันละ 600 คน เริ่มมีคลัสเตอร์โรงงานและตลาดในช่วงเดือนมิ.ย. และแพร่เข้าสู่ชุมชนตั้งแต่เดือนส.ค.จนถึงปัจจุบัน ซึ่งทางจังหวัดออกมาตรการค้นหาเชิงรุก ระดมฉีดวัคซีนให้กลุ่มเสี่ยง อีกทั้งยังมีมาตรการที่เข้มข้นกว่ามาตรการที่ศบค.กำหนดในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด โดยเพิ่มการห้ามออกนอกเคหสถานตั้งแต่เวลา 22.00-03.00 น. รวมถึงประกาศปิดชุมชนที่มีการแพร่ระบาด สำหรับคลัสเตอร์ที่ต้องจับตาในพื้นที่ต่างๆ เช่นจ.เชียงใหม่ คลัสเตอร์ตลาด แคมป์ก่อสร้าง สถานศึกษา ศูนย์เด็กเล็ก จ.ชลบุรี พบคลัสเตอร์ค่ายทหารและแคมป์ก่อสร้าง
พญ.สุมนีกล่าวต่อว่า สำหรับตัวเลขผู้เดินทางเข้าราชอาณาจักรหลังเปิดประเทศตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย. พบผู้เดินทางผ่านท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ 9,210 ราย ท่าอากาศยานภูเก็ต 4,005 ราย ท่าอากาศยานสมุย 128 ราย ผลการตรวจ RT-PCR พบผู้ติดเชื้อ 10 ราย โดย ศปก.ศบค.กำชับการตรวจเอกสารของ ผู้เดินทาง รวมถึงกำชับการตรวจ RT-PCR ที่โรงแรมทำควบคู่กับโรงพยาบาลให้ดำเนินการรู้ผลภายใน 6 ชั่วโมง เพื่อให้ผู้เดินทางเข้ามาสามารถเข้าพื้นที่แซนด์บ็อกซ์หรือเดินทางท่องเที่ยวได้ สำหรับ 5 ประเทศต้นทางที่ เดินทางเข้ามากที่สุด ได้แก่ สหรัฐอเมริกา 1,593 ราย เยอรมนี 1,592 ราย สหราชอาณาจักร 1,006 ราย ญี่ปุ่น 935 ราย สวิตเซอร์แลนด์ 624 ราย
“ที่ประชุมศปก.ศบค.วันนี้ยังหารือถึงกิจการ กิจกรรมที่ได้ผ่อนคลายร่วมกับกทม.และภาคเอกชน เช่น สมาคมภัตตาคารไทย สมาคมผู้ค้าปลีก โดยเน้นย้ำทำความเข้าใจกับผู้ประกอบการให้พัฒนาการให้บริการให้ได้มาตรฐานสาธารณสุข หรือ SHA และ SHA+ หากสถานประกอบการต่างๆ ร่วมมือกันดีก็อาจจะมีมาตรการผ่อนคลายมากขึ้นตามมา อีกประเด็นที่ศปก.ศบค.มีความเป็นห่วงคือการเปิดให้มีการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ขอให้สถานประกอบการต่างๆ ดำเนินการขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ตามเวลาที่กำหนดอย่างเคร่งครัด ซึ่งศปก.ศบค.จะประเมินผลการดำเนินการทุก 2 สัปดาห์ ถ้าผลที่ออกมาดีขึ้นก็จะมีการผ่อนคลายต่างๆตามมา”
ผลตรวจรร.มุกดาหารเป็นลบ
จากกรณีมีข่าวว่าเจ้าหน้าที่สาธารณสุขเข้าตรวจสอบนักเรียน ครู และบุคลากร โรงเรียนคําสร้อยพิทยาสรรค์ อ.นิคมคำสร้อย จ.มุกดาหาร ซึ่งผลการตรวจเชื้อโควิด-19 เบื้องต้นอย่างไม่เป็นทางการ พบว่า มีครู บุคลากร และนักเรียนประมาณ 80 คน มีผลเป็นบวกนั้น
น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.ศึกษาธิการ (ศธ.) กล่าวว่า กระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) ตรวจสอบกรณีดังกล่าวแล้ว พบว่าครูและนักเรียนบางส่วนที่ตรวจพบผลเป็นบวก จากการตรวจหาเชื้อด้วยวิธี ATK เมื่อตรวจด้วยวิธี RT-PCR ซ้ำอีกครั้ง ทางสาธารณสุขจังหวัดมุกดาหารแจ้งผลตรวจยืนยันของโรงเรียนดังกล่าว เมื่อวันที่ 5 พ.ย. 2564 เวลา 04.00 น.ว่าตรวจแล้วผลเป็นลบ ผลยืนยัน ไม่พบเชื้อโควิด-19 ทุกราย ทั้งนี้นักเรียนกว่า 1,000 คน และนักเรียนที่พักรอที่โรงพยาบาลสนามทุกคนทยอยกลับบ้านหมดแล้ว และให้เฝ้าระวังและสังเกตอาการอยู่ที่บ้าน โดยในวันที่ 5-11 พ.ย.นี้โรงเรียนจะจัดการเรียนการสอนแบบออนไลน์

ฉีดเข็มที่ 2 – พ่อแม่ น.ส.อรจิรา จรูญโรจน์ ณ อยุธยา อายุ 16 ปี นักศึกษาวิทยาลัยอาชีวศึกษาลำปาง เรียกร้องให้ภาครัฐสอบสวนสาเหตุลูกสาวเสียชีวิตหลังจากได้รับการฉีดวัคซีนไฟเซอร์เข็มที่ 2 ไม่กี่วัน เมื่อวันที่ 5 พ.ย.
นร.16ดับหลังฉีดไฟเซอร์เข็ม 2
ส่วนกรณีนักศึกษาวิทยาลัยอาชีวศึกษาแห่งหนึ่งในจ.ลำปาง วัย 16 ปี เสียชีวิตเมื่อวันที่ 3 พ.ย. หลังรักษาตัวที่ร.พ.ลำปางเมื่อวันที่ 30 ต.ค.ด้วยอาการท้องเสีย อาเจียนหนัก หายใจติดขัด แพทย์ใส่เครื่องช่วยหายใจ เบื้องต้นพบน้ำตาลในเลือดสูงถึง 400 เลือดมีค่าเป็นกรด หัวใจเต้นผิดจังหวะ จนเสียชีวิต แพทย์ระบุสาเหตุจากลิ่มเลือดอุดตันในปอดทั้ง 2 ข้าง โดยผู้ตายมีประวัติรับวัคซีนไฟเซอร์เข็ม 2 เมื่อวันที่ 27 ต.ค.64 ก่อนจะมีอาการป่วยดังกล่าวนั้น
นายธนพิชญ์ สกุลมาศ และนางอังคณา จรูญโรจน์ ณ อยุธยา พ่อและแม่ของนักศึกษารายนี้เปิดเผยว่า ลูกสาวเข้ารับการฉีดวัคซีนพร้อมกับเพื่อนๆ ที่วิทยาลัย เป็นวัคซีนไฟเซอร์ที่ฉีดให้เด็กนักเรียน ซึ่งได้รับวัคซีนเข็มแรก เมื่อวันที่ 6 ต.ค.64 หลังฉีดลูกมีอาการปกติ ร่าเริงดี ไม่มีผลข้างเคียงใดๆ จากนั้นนัดรับวัคซีนเข็มที่ 2 วันที่ 27 ต.ค.64 ลูกสาวไปฉีดตามนัด ซึ่งลูกอยากจะรับวัคซีนอยู่แล้วเพราะมั่นใจในวัคซีนยี่ห้อนี้เพื่อจะได้เรียนหนังสือร่วมกับเพื่อนๆ และออกไปเที่ยวได้ถ้ารับวัคซีนครบ 2 เข็ม หลังจากฉีดวัคซีนวันแรกอาการยังเป็นปกติ มีตัวรุมๆ เหมือนอาการไข้ จึงกินยาพาราเซตามอลและนอนพักผ่อน
ต่อมาวันที่สองเริ่มมีอาการท้องเสียและอาเจียนร่วมด้วย เริ่มทานอาหารฝืดคอ ทานอะไรได้ไม่มาก มีอาการอ่อนเพลีย กระทั่งวันที่สามอาเจียนหนักมากขึ้นตลอดทั้งวัน โดยอาเจียนออกมาเป็นน้ำ มีอาการเจ็บหน้าท้องเพราะเกิดจากความเกร็ง ร่างกายไม่มีแรง ลุกเองไม่ได้ หายใจติดขัด ต้องอาศัยหายใจทางปากร่วม จึงเรียกรถฉุกเฉิน 1669 มารับกลางดึกเพื่อส่งร.พ.ลำปาง ทางแพทย์สอด ท่อช่วยหายใจและนำเข้าห้องไอซียูทันที จากนั้นตนไม่ได้เจอหน้าลูกอีกเลยเพราะทางโรงพยาบาลไม่ให้เฝ้า จะโทรศัพท์แจ้งจากแพทย์เป็นระยะ ผลการตรวจเบื้องต้นทราบว่าลูกสาวน้ำตาลในเลือดสูงถึง 400 ทั้งที่ไม่เคยมีอาการของ เบาหวานมาก่อน และทางครอบครัวก็ไม่เคยมีประวัติป่วยเป็นโรคนี้
พ่อแม่ร้องสอบสาเหตุ
จากนั้นได้รับแจ้งจากแพทย์ว่าลูกสาวอาการทรุด มีอาการเลือดเป็นกรด หัวใจ เต้นผิดจังหวะ ทุกอย่างประเดประดังเข้ามาหมด ตนมีโอกาสเข้าไปดูลูกเพียงครั้งเดียว ได้เห็นตอนที่อยู่ในห้องไอซียู มีสายระโยงระยาง สงสารลูกมาก และอีกครั้งที่เข้าไปทางโรงพยาบาล โทร.แจ้งว่าต้องปั๊มหัวใจ ให้พ่อและแม่รีบไปทันที เมื่อไปถึงน้องปั๊มไปได้ 5 นาทีแล้ว รออยู่ครึ่งชั่วโมง แพทย์ออกมาแจ้งว่าลูกสาวเสียชีวิตแล้ว ทั้งนี้ใบรับรองการตรวจร่างกายของแพทย์ รวมทั้งใบรับรองการตายและใบมรณบัตรระบุสาเหตุการเสียชีวิตว่ามีลิ่มเลือดอุดตันในปอดทั้ง 2 ข้าง โดยแพทย์นำชิ้นเนื้อเพื่อไปตรวจชันสูตรอย่างละเอียดอีกครั้ง เนื่องจากอาจจะเสียชีวิตจากผลข้างเคียงของวัคซีน ทางครอบครัวยังรอผลการชันสูตรฉบับเต็มอยู่ ไม่เคยคิดเลยว่าสิ่งที่ลูกเป็นจะเกิดจากฉีดวัคซีน เพราะเรามั่นใจและลูกก็ต้องการรับวัคซีนเองด้วย ส่วนพ่อฉีดวัคซีนแล้ว 2 เข็ม เป็นสูตรไขว้ มีอาการไข้เล็กน้อย ส่วนแม่และพี่สาวฉีดแล้ว 1 เข็ม ซึ่งมีนัดฉีดอีกครั้งวันที่ 22 พ.ย.64 นี้ที่วิทยาลัยพยาบาลฯ คงจะหยุดไว้ก่อน เพราะกลัวจะเกิดขึ้นกับคนในบ้านอีก ไม่อยากสูญเสียแล้ว
“เราเคยเห็นข่าวมากมาย แต่ไม่คิดว่าจะเกิดขึ้นกับครอบครัวเราจริงๆ ขณะนี้ยังไม่ได้คิดอะไร จะขอให้จัดงานศพลูกให้เรียบร้อยก่อนจึงจะดำเนินเรื่องต่อ จะขอให้ตรวจสอบและขอความเป็นธรรม หากลูกเสียชีวิตจากการฉีดวัคซีนจริงก็ต้องได้รับการเยียวยาที่ถูกต้องตามกฎหมาย”
สำหรับงานสวดอภิธรรมของนักเรียนวัย 16 ปี ตั้งที่วัดศรีล้อม ถนนพระแก้ว ต.เวียงเหนือ อ.เมืองลำปาง และกำหนดฌาปนกิจที่สุสานไตรลักษณ์ อ.เมืองลำปาง วันที่ 7 พ.ย. 64
‘สอศ.’รอผลชันสูตร
ด้านนายสุเทพ แก่งสันเทียะ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กอศ.) กล่าวว่า ตนได้รับรายงานเรื่องดังกล่าวแล้ว เรื่องนี้ต้องรอผลชันสูตรจากโรงพยาบาลก่อนว่านักศึกษาเสียชีวิตมาจากสาเหตุใด เกิดจากวัคซีนหรือไม่ เท่าที่ทราบเบื้องต้นการเสียชีวิตของนักศึกษารายนี้ไม่ได้มีสาเหตุมาจากกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบตามที่มีความกังวลกัน อย่างไรก็ตาม ขอให้รอผลชันสูตรที่ชัดเจนจากแพทย์อีกครั้ง หากผลชันสูตรออกมาพบว่าสาเหตุการเสียชีวิตมาจากวัคซีนจริง สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) จะเป็นผู้รับผิดชอบเยียวยาต่อไป
พระ-เณรติด 17-ปิดวัดดังขอนแก่น
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่วัดศรีนวล ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ขอนแก่น พบพระสงฆ์ สามเณร และลูกศิษย์วัดติดเชื้อ 17 ราย แบ่งเป็นพระสงฆ์ 4 รูป สามเณร 11 รูป และศิษย์วัด 2 คน นอกจากนี้ ต้องกักตัวพระสงฆ์ สามเณร 75 รูป อยู่ภายในพื้นที่บริเวณวัด
พระฮอนด้า วาทฺโท ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดศรีนวล เปิดเผยว่า ขณะนี้ทางวัดประกอบอาหารไว้สำหรับพระลูกวัด 75 รูปที่กักตัวภายในวัดศรีนวล เนื่องจากพระสงฆ์สามเณรไม่สามารถออกไปบิณฑบาตได้ จะมีญาติโยมนำสิ่งของมาบริจาคที่วัดอยู่ทั้งวัน และวันที่ 8 พ.ย.เจ้าหน้าที่จะลงมาตรวจ ATK ที่วัดอีกครั้ง ส่วนการปิดวัดนั้นต้องปิดไปอย่างไม่มีกำหนด
สำหรับ จ.ขอนแก่น พบผู้ติดเชื้อเพิ่ม 139 ราย กำลังรักษาตัว 3,632 ราย รักษาหายวันนี้ 360 ราย และเสียชีวิต 1 ราย
อุบลฯ ปิดโรงเรียน 10 วัน
นายจิรายุทธ อักษรพิมพ์ ผอ.โรงเรียนปทุมพิทยาคม อ.เมืองอุบลราชธานี มีหนังสือประกาศปิดสถานศึกษาเนื่องจากเหตุพิเศษระหว่างวันที่ 4-14 พ.ย. และให้จัดการเรียนการสอนแบบออนไลน์แทนการมาเรียนที่โรงเรียน หลังเพิ่งเปิดเรียนได้เพียง 3 วัน
ทั้งนี้ เนื่องจากได้รับแจ้งว่ามีนักเรียนชั้นมัธยมปลายคนหนึ่งซึ่งมีอาการไข้มาพบเพื่อนนักเรียนห้องเดียวกันเมื่อวันเปิดเทอม มีการกินข้าวร่วมกัน และกลับไปพักผ่อนโดยไม่ได้เข้ามาในชั้นเรียน แต่ปรากฏว่านักเรียนราย ดังกล่าวติดเชื้อโควิดจึงเกรงเกิดการแพร่เชื้อสู่เพื่อนนักเรียนคนอื่น เพื่อความปลอดภัยของนักเรียนทั้งหมดจึงสั่งปิดโรงเรียนทำความสะอาดฆ่าเชื้อ พร้อมให้คำแนะนำนักเรียนที่เป็นกลุ่มเสี่ยงใกล้ชิดเด็กนักเรียนคนดังกล่าว สังเกตอาการ หลีกเลี่ยงเดินทางออกนอกพื้นที่ในช่วงนี้
บ่ายวันเดียวกันนี้ เจ้าหน้าที่ฝ่ายควบคุมโรค สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดและ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลดงห่องแห่ ต.ปทุม อ.เมืองอุบลราชธานี ร่วมกับผู้บริหารโรงเรียนนำนักเรียนและบุคลากรของโรงเรียนที่เป็นกลุ่มเสี่ยง 134 คน เข้ารับการตรวจหาเชื้อด้วยระบบ ATK ผลเป็นลบไม่พบผู้ติดเชื้อ
น.ร.ป่วย-พิจิตรปิดโรงเรียน
นายอภิสิทธิ์ วิศิษฐ์ รองนายแพทย์ สาธารณสุขจ.พิจิตร กล่าวว่า จ.พิจิตรพบมีผู้ติดเชื้อโควิดเป็นนักเรียนชาย 2 คน อายุ 9 ขวบ โรงเรียนบ้านสระ หมู่ที่ 4 ต.วังโมกข์ อ.วชิรบารมี จ.พิจิตร ติดเชื้อจากญาติจาก กทม. เดินทางมาร่วมงานศพ และกลับกทม.แล้วโทร.มาบอกญาติว่าติดโควิด จากนั้นนำตัวเด็กดังกล่าวมาตรวจ ปรากฏว่าติดเชื้อโควิด ซึ่งเด็กนักเรียนทั้ง 2 คนไม่ได้รับการฉีดวัคซีนเพราะอายุยังไม่ถึงเกณฑ์
“เด็กดังกล่าวก่อนจะรู้ว่าติดโควิดไปโรงเรียนในช่วงเปิดเทอมตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย. ขณะนี้สั่งปิดโรงเรียนแล้ว ทางสาธารณสุขอำเภอร่วมกับจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำเจ้าหน้าที่ลงตรวจหาเชื้อนักเรียนเสี่ยงสูง 16 คน และชาวบ้านที่มาร่วมงานศพอีก 89 คน รวม 95 คน ผลตรวจชุดแรก 32 คน ติดเชื้อ 11 คน เหลืออีก 53 คนกำลังรอผล สอบถามญาติทราบว่าผู้ติดเชื้อได้รับวัคซีน 2 เข็มแล้วแต่ก็ยังติดเชื้อ”
สงขลาป่วยเพิ่ม 498-ดับ 1
ส่วนจ.สงขลา พบผู้ติดเชื้อโควิดเพิ่ม 498 คน รวมผู้ติดเชื้อสะสม 50,695 คน มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม 1 คน เสียชีวิตสะสม 182 คน กำลังรักษาตัวในโรงพยาบาล 6,500 คน
โคราชวุ่นผู้ต้องขังติดเชื้ออีก 99
พญ.อารีย์ เชื้อเดช รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมาแถลงว่า พบผู้ป่วยรายใหม่ 99 ราย เป็นผู้เดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยง 5 ราย และสัมผัสผู้ป่วยในพื้นที่ 94 ราย รวมผู้ป่วยสะสม 30,382 ราย รักษาหาย 28,380 ราย ยังรักษาอยู่ 1,771 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 1 ราย เป็นหญิงอายุ 68 ปี ต.โนนเมือง อ.ด่านขุนทด ผู้เสียชีวิตสะสม 231 ราย
พญ.อารีย์กล่าวถึงการเฝ้าระวังและควบคุมการแพร่ระบาดในเรือนจำและทัณฑสถานรวม 6 แห่งที่อยู่ในจ.นครราชสีมาว่า วันที่ 3 พ.ย.ได้รับรายงานผู้ต้องขังในทัณฑสถานหญิงเขาพริก อ.สีคิ้ว มีอาการไข้และมีน้ำมูก โรงพยาบาลแม่ข่าย ร.พ.สีคิ้ว ส่งบุคลากรทางการแพทย์ลงพื้นที่ตรวจประเมินผู้ต้องขังหญิงทั้งสิ้น 1,925 ราย พร้อมคัดกรองนำกลุ่มเสี่ยง 975 ราย ตรวจ ATK และยืนยัน RT-PCR ติดเชื้อ 99 ราย จึงปรับพื้นที่ภายในเป็นร.พ.สนามเพื่อแยกผู้ป่วยและผู้เสี่ยงสูง โดยช่วยบ่ายวันนี้ระดมตรวจเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์และผู้ต้องขังหญิงทุกคน
ชี้ไม่เกิน 3 อาทิตย์‘ยะลา-นราฯ’ลด
นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค สธ. แถลงว่า วันนี้ประเทศไทยรายงานหายป่วยโควิด 8,238 ราย มากกว่าติดเชื้อใหม่ที่พบ 8,148 ราย อาการรุนแรงปอดอักเสบลดเหลือ 2,118 ราย ใส่ท่อช่วยหายใจลดเหลือ 461 ราย ส่วนเสียชีวิต 80 คน ยังขึ้นลงไม่สม่ำเสมอ แต่แนวโน้มการเสียชีวิตในกทม.ลดลงชัดเจน วันละไม่เกิน 10 ราย ปริมณฑลก็ลดลง 4 จังหวัดชายแดนใต้ลดลงแต่ไม่ได้มาก แต่จะค่อยๆ ลดลง ส่วนจำนวนผู้ติดเชื้อรายวันประเทศภาพรวมลดลงอย่างช้าๆ แต่ที่ลดลงเร็วคือกทม. ส่วน 4 จังหวัดชายแดนใต้เริ่มชะลอตัวและลดลงช้าๆ ตามแนวโน้มประเทศ โดยเฉพาะยะลา นราธิวาส ลดลงชัดเจนเชื่อไม่เกิน 3 สัปดาห์สถานการณ์น่าจะกลับเข้าใกล้จังหวัดอื่นๆ เหมือนเดิม จ.สงขลาลดลง แต่ยังไม่ชัดมากเหมือน 2 จังหวัดต้องจับตาดู 1-2 สัปดาห์ ส่วนปัตตานีเริ่มชะลอตัวลง แต่ยังไม่ลดลงชัดเจน
ส่วนหลายจังหวัดที่จับตาดูติดเชื้อเพิ่มมาก เช่นนครศรีธรรมราช เชียงใหม่ ระยอง ตาก จันทบุรี และขอนแก่น นั้น อย่างนครศรีธรรมราชแนวโน้มเหมือนชะลอตัวไม่ค่อยชัดเจนเหมือนสงขลา, เชียงใหม่ทรงตัวไม่ลดลงชัดเจน แต่ลดชัดเจน คือระยอง จันทบุรี ส่วนตากกราฟคงที่ เพราะที่ผ่านมามีการเคลื่อนที่ของคนเพื่อนบ้านมาชายแดนมาก เป็นอีกสาเหตุทำให้การควบคุมโรคลำบาก สำหรับขอนแก่นเกิดคลัสเตอร์ในโรงงานและแรงงานหลายแห่ง ใน 6 จังหวัดนี้กำลังจับตาดูใกล้ชิด ส่งวัคซีนเพิ่มเติมช่วยคุมสถานการณ์ระบาดของโรค ดังนั้นจังหวัดที่มีการระบาดเพิ่มขึ้น มีการดำเนินการมาตรการระดับจังหวัดเข้มข้น ฉีดวัควีนเพิ่มขึ้น เชื่อสถานการณ์การระบาดจะลดลงใน 3 สัปดาห์ข้างหน้า
ห่วงเรือนจำหลายจว.ติดเชื้อพุ่ง
ส่วนคลัสเตอร์ที่สนใจพบว่าเรือนจำหลายแห่งติดเชื้อดูเพิ่มขึ้น สุรินทร์ 233 ราย, นครราชสีมา 185 ราย ขอนแก่น 123 ราย, กทม. 15 ราย และเชียงใหม่ 10 ราย แต่เนื่องจากเป็นสถานที่ปิด ฉีดวัคซีนค่อนข้างครอบคลุม แม้มีผู้ติดเชื้อ แต่แนวโน้มเสียชีวิตและป่วยหนักจะลดลง, Test&Go พบชลบุรี 1 ราย ภูเก็ต 1 ราย, สถานศึกษา เชียงใหม่ 7 ราย, แคมป์คนงาน กทม. 8 ราย เชียงใหม่ 8 ราย, ค่ายทหาร ฐานทัพเรือ กทม. 2 ราย กองพันทหารสารวัตรอากาศ 5 ราย, ตลาด เชียงใหม่มีหลายแห่งรวม 32 ราย เพชรบุรี 4 ราย และอุบลราชธานี 4 ราย และพิธีกรรมทางศาสนา เช่นงานศพและกฐิน ขอให้จัดปลอดภัย งดดื่มสุราซึ่งเป็นสาเหตุที่สัมพันธ์กับการติดเชื้อ เว้นระยะห่างเคร่งครัด จะได้ไม่เป็นแหล่งการเกิดระบาดคลัสเตอร์ใหม่ๆ
“สถานการณ์ติดเชื้อมีแนวโน้มลดลงอย่างช้าๆ บางจังหวัดยังสูงต่อเนื่อง โดยเฉพาะ 4 จังหวัดชายแดนใต้ เชียงใหม่ ขอนแก่น นครศรีธรรมราช และบางจังหวัดที่จับตาดู”
ไฟเขียวฉีดวัคซีนชั้นผิวหนัง
นพ.โอภาสกล่าวด้วยว่า คณะอนุกรรมการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคประชุมเมื่อวันที่ 4 พ.ย. และมีมติซึ่งนำเสนอต่อศูนย์ปฏิบัติการการแพทย์และสาธารณสุข (อีโอซี) กระทรวงสาธารณสุข เห็นชอบให้ไปดำเนินการ คือ 1.การฉีดวัคซีนโควิดชั้นผิวหนัง ซึ่งลดปริมาณวัคซีนลงได้ คณะกรรมการพิจารณาประสิทธิผล พบว่าการฉีดเข้าชั้นผิวหนังเมื่อเทียบกับการฉีดเข้ามกล้ามเนื้อตามปกติ ประสิทธิผลใกล้เคียงกัน แต่ภาวะแทรกซ้อนผลข้างเคียงที่พบในผิวหนังเห็นชัดกว่า แต่ผลข้างเคียงภาพรวมการเป็นไข้ลดน้อยลง เพราะใช้วัคซีนน้อยกว่า จึงมีมติว่าการฉีดเข้าผิวหนังใช้ได้กรณีมีวัคซีนปริมาณจำกัด เช่นช่วงที่ไม่พอฉีดเข้ากล้ามอาจฉีดได้ 1 คน แต่ฉีดเข้าชั้นผิวหนังฉีดได้ 3-5 คน ก็ทำให้ฉีดได้มากขึ้น 2.ช่วงนี้มีไข้หวัดใหญ่ระบาด และเรามีวัคซีนป้องกัน เดิมแนะนำฉีดห่าง 4 สัปดาห์ ลดเหลือ 2 สัปดาห์ แต่คำแนะนำใหม่ คือวัคซีนโควิดปลอดภัยค่อนข้างสูง ฉีดเกือบ 80 ล้านโดสแล้วผลที่เกิดจากวัคซีนที่รุนแรงมีไม่มาก จึงให้ฉีดวัคซีน 2 ตัวนี้ไปพร้อมกันได้
ฉีดแอสตร้า 2 เข็ม-กระตุ้นเข็ม 3
3.คนรับวัคซีนเข็มกระตุ้นกรณีรับแอสตร้าฯ 2 เข็ม ให้กระตุ้นเข็ม 3 ระยะห่าง 6 เดือนขึ้นไปหลังเข็ม 2 ได้ ดังนั้น คนที่ฉีดแอส ตร้าฯ ครบช่วงพ.ค.-มิ.ย. ขอให้ไปรับเข็ม 3 ตามความสมัครใจที่ร.พ.ใกล้บ้าน แต่ไปลงทะเบียนก่อน เพื่อไม่ให้แออัด โดยแสดงความจำนงต้องการฉีดล่วงหน้า แต่หากที่ใดมีความพร้อมก็ฉีดได้เลย สามารถรับได้ทั้งไฟเซอร์ซึ่งเป็นวัคซีนหลักของประเทศ หรือคนที่จองโมเดอร์นาไว้ก็ฉีดได้เนื่องจากเป็น mRNA เหมือนกันหรือขึ้นกับดุลพินิจของแพทย์อีกชั้น ทั้งนี้ที่กำหนดไว้ 6 เดือนเนื่องจากพิจารณาเรื่องระยะเวลา หากฉีดเร็วเกินไป ภูมิอาจขึ้นไม่ดี แต่ถ้าฉีดช้าภูมิอาจตกและมีโอกาสติดเชื้อได้ ความสมดุลระยะเวลาการฉีดจึงสำคัญ
4.กรณีฉีดวัคซีนเข็มแรก เช่นแอสตร้าฯ มีอาการไข้สูง ท้องเสีย เป็นไข้หลายวัน จนไม่อยากฉีดเข็ม 2 หรือแพทย์พิจารณาว่ามีอาการข้างเคียงค่อนข้างมาก ให้เปลี่ยนเป็นชนิดอื่นต่อไป คณะอนุฯ มีมติว่า กรณีแพ้วัคซีนขอให้เปลี่ยนชนิดวัคซีนได้ กรอบการฉีดเป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนดหรือตามดุลพินิจของแพทย์ เช่น แอสตร้าฯ แล้วแพ้มีอาการรุนแรงฉีดอีกเข็มไม่ได้ ก็ฉีดไฟเซอร์หรือโมเดอร์นาได้ แต่ไม่แนะนำเป็นซิโนแวคหรือซิโนฟาร์ม เพราะเราไล่การฉีดจากเชื้อตาย ไวรัลเวกเตอร์และ mRNA แต่หากเข็ม 1 เป็นซิโนแวคแล้วแพ้ เข็ม 2 อาจใช้แอสตร้าฯ ได้ ส่วนคนที่แพ้ไฟเซอร์หรือโมเดอร์นาก็จะพิจารณาเป็นรายๆ ไป ภายใต้ตามดุลพินิจของแพทย์
“ส่วนกรณีที่มีความจำเป็นต้องไปต่างประเทศ ไปเรียนหนังสือ แข่งกีฬา ทำธุรกิจ เยี่ยมลูกที่เรียนหนังสือ ปลายทางมีข้อกำหนดเรื่องการฉีดวัคซีนต่างกัน บางรัฐในสหรัฐไม่ต้องฉีดก็เข้าได้ ฉีดตามที่องค์การอนามัยโลกแนะนำก็เข้าได้ หรือบางประเทศฉีดแอสตร้าฯ บางประเทศฉีดไฟเซอร์ ถ้าต้องไปประเทศปลายทางที่กำหนดวัคซีนอะไร ให้จุดฉีดนั้นๆ อยู่ในดุลพินิจฉีดตามความต้องการของผู้ที่จะเดินทางไปต่างประเทศได้”
แนะฉีดโมเดอร์นาตามใบกำกับ
นพ.โอภาสกล่าวว่า ส่วนการนำเข้าวัคซีนโมเดอร์นา ขณะนี้อยู่ในการตรวจสอบคุณภาพของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ คณะอนุฯ มีคำแนะนำการฉีดโมเดอร์นา ดังนั้น 1.ฉีดตามเอกสารกำกับยาของบริษัท คือ ระยะห่าง 2 เข็ม ประมาณ 4 สัปดาห์ สามารถฉีดได้อายุ 12 ปีขึ้นไป ส่วนการฉีดสูตรไขว้ เช่น ซิโนแวค-โมเดอร์นา, แอสตร้าฯ-โมเดอร์นา, ซิโนฟาร์ม-โมเดอร์นา หรือไฟเซอร์-โมเดอร์นาก็ฉีดห่างกัน 4 สัปดาห์เช่นกัน ตามเอกสารกำกับยาผู้ผลิต คิดเสียว่าไฟเซอร์กับโมเดอร์นาเป็นชนิด mRNA เหมือนกัน ก็ฉีดทดแทนกันได้ อันไหนฉีดไฟเซอร์ได้ก็ฉีดโมเดอร์นาได้ ส่วนการฉีดกระตุ้นซิโนแวค 2 เข็มหรือซิโนฟาร์ม 2 เข็ม สามารถฉีดโมเดอร์นาได้ตั้งแต่ 4 สัปดาห์ขึ้นไปหลังเข็ม 2 ส่วนแอสตร้าฯ 2 เข็มใช้เวลาประมาณ 6 เดือน วันนี้ทางอีโอซี สธ.มีมติรับทราบเห็นชอบให้ดำเนินการตามนี้
ส่วนการฉีดซิโนฟาร์ม 2 เข็มจะกระตุ้นเมื่อไร สามารถรับเข็ม 3 ด้วยแอสตร้าฯ ได้ เพราะใช้หลักการเดียวกับซิโนแวค ซึ่งขณะนี้มีการประสานงานกับราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ส่งเอกสารศึกษามาเพิ่มเติม ผู้ที่รับซิโนฟาร์ม 2 เข็ม สามารถติดต่อจุดฉีดวัคซีนของท่าน หรือ สสจ.เพื่อลงทะเบียนรับเข็มกระตุ้นได้ตั้งแต่สัปดาห์หน้าเป็นต้นไป ส่วนฉีดซิโนฟาร์มหรือซิโนแวคที่ฉีดครบตั้งแต่ มิ.ย.ลงไป ให้ไปรับวัคซีนก่อน
เมื่อถามกรณีคนฉีดวัคซีนไขว้ “ซิโนแวค-แอสตร้าเซนเนก้า” ต้องการฉีดกระตุ้น นพ.โอภาสกล่าวว่า สูตรไขว้ซิโนแวค- แอส ตร้าฯ ภูมิคุ้มกันขึ้นมาพอๆ กับแอสตร้าฯ 2 เข็ม จึงควรใช้เวลาประมาณ 5-6 เดือนถึงจะฉีดเข็มกระตุ้น คณะอนุฯ กำลังรอดูข้อมูลอีกครั้ง ส่วนจะฉีดกระตุ้นด้วยแอส ตร้าฯ หรือ ไฟเซอร์ ขอรอคณะกรรมการพิจารณา
ถามว่าคนฉีดสูตรซิโนแวค-แอสตร้าฯ มีการจองโมเดอร์นาไว้ และต้องการฉีดกระตุ้นภายในปีนี้ มีคำแนะนำหรือไม่ นพ.โอภาสกล่าวว่า วัคซีนมีความปลอดภัยค่อนข้างสูง การฉีดสูตรไขว้และสูตรปกติ มีความปลอดภัยเหมือนกัน จึงฉีดกระตุ้นได้ โดยจากเชื้อตายมาก่อน ไวรัลเวกเตอร์ และmRNA แต่ควรกระตุ้นเข็ม 3 ห่างเท่าไหร่ หลักการคือ 5-6 เดือน การฉีดห่าง ภูมิคุ้มกันขึ้นดีกว่าการฉีดเร็ว จึงควรฉีดเวลาที่เหมาะสม ส่วนตัวแนะนำรอสัก 5 เดือน แล้วค่อยฉีดเข็ม 3
นพ.โอภาสกล่าวด้วยว่า เมื่อวันที่ 4 พ.ย. มีการฉีดวัคซีนโควิด-19 เพิ่มขึ้น 824,650 โดส สะสม 78,656,124 โดส เข็มแรกครอบคลุม 60.3% เข็มที่ 2 ครอบคลุม 45.4% และเข็ม 3 ครอบคลุม 3.5% ภาพรวมฉีดซิโนแวค 24 ล้านโดส แอสตร้าเซนเนก้า 34 ล้านโดส ซิโนฟาร์ม 32 ล้านโดส และไฟเซอร์ 6 ล้านโดส ส่วนพื้นที่นำร่องท่องเที่ยว (สีฟ้า) 17 จังหวัด ที่ต้องฉีดวัคซีนครอบคลุมมากกว่าพื้นที่อื่นๆ เพราะมีทั้งคนไทยและต่างชาติเข้าพื้นที่จำนวนมาก ภาพรวมฉีดครอบคลุมกว่า 80% ของประชากร ก็จะมีความปลอดภัย หากติดเชื้อจะไม่มีอาการรุนแรง และลดการติดเชื้อลง โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงสูงอายุและโรคเรื้อรังฉีดเข็ม 1 แล้ว 77% และเข็ม 2 ฉีด 64% ส่วนจังหวัดอื่นๆ ไม่ใช่พื้นที่นำร่อง เดือนธ.ค.จะมีนำร่องเพิ่มอีก 17-18 จังหวัดก็ให้เร่งฉีดต่อไป
จีนให้ซิโนแวคอีก1.5ล้านโดส
นพ.โอภาสกล่าวว่า สำหรับวัคซีนที่เข้ามานั้น สัปดาห์หน้าจะมีแอสตร้าฯ ส่งมอบอีก 2 ล้านโดส ซึ่งขณะนี้ส่งมอบกว่า 35 ล้านโดส ถือว่าเป็นไปตามแผน และปลายเดือนนี้ยอด 61 ล้านโดสบริษัทบอกส่งครบแน่ ส่วน ไฟเซอร์ตอนนี้ส่ง 6-8 ล้านโดส กลางสัปดาห์หน้าอีก 6 ล้านโดส ดังนั้น สัปดาห์หน้าจะมี 8 ล้านโดส
“ได้รับการประสานจากประเทศจีน โดยสถานเอกอัครราชทูตแจ้งว่าจะบริจาคซิโนแวคให้ประเทศไทยอีก 1.5 ล้านโดส สัปดาห์หน้า วัคซีนจะมีเพียงพอ ส่วนยอดเหลือของ ซิโนแวคเหลือประมาณ 2 ล้านโดส กระจายทั้ง 77 จังหวัด กำลังเตรียมการให้กับประชาชน คนยังไม่ได้รับ ไปรับเพิ่มเติมได้”