ชาวนาโฮหนัก
ข้าวโลละ5บาท
ขาดทุนหมดตัว
กก.นโยบายพลังงานฯ ตรึง ‘ดีเซล’ไม่เกิน 30 บาทต่อลิตร ถึงเม.ย.65 หลังไฟเขียวลดเงินส่งเข้ากองทุนอนุรักษ์ฯ เหลือแค่ 145-150 ล้านจาก 3,500 ล้าน พร้อมปรับหลักเกณฑ์ขยายเพดานกู้ได้เกิน 20,000 ล้านบาท หากมีความจำเป็น รัฐบาลแจง ‘บิ๊กตู่’เจตนาดี แนะปลูกผัก ในค่ายทหาร บรรเทาความเดือดร้อนประชาชน ส่วนชาวนาโฮราคาข้าวตกต่ำ เหลือกิโลฯ ละ 5 บาท ขาดทุนยับ จี้รัฐบาลเร่งช่วยเหลือด่วน อย่างน้อยต้องก.ก. 8 บาท
เมื่อวันที่ 5 พ.ย. นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวชี้แจงกรณีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ให้ปลูก ผักชีในพื้นที่ทหาร เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน ประชาชนเรื่องผักราคาแพงว่า นายกฯ มีเจตนาดี ตั้งใจช่วยเหลือประชาชน สั่งการให้ทุกส่วนราชการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ช่วยเหลือประชาชน ปกติพี้นที่ทหารที่ว่างก็จะนำมาใช้ประโยชน์อยู่แล้ว เช่น ปลูกผัก เลี้ยงสัตว์ เป็นต้น รวมถึงตั้งร.พ.สนามโควิด นายกฯ พยายามแก้ไข ให้ทุกเรื่อง โดยเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันของประชาชน นายกฯ ใส่ใจทุกปัญหา สั่งการให้กระทรวงที่เกี่ยวข้องเร่งแก้ปัญหาโดยเร่งด่วนและให้ทำทันที
นายธนกรกล่าวว่า ขณะนี้หน่วยงานอื่นๆ มีมาตรการคู่ขนานเพื่อแก้ปัญหาราคาพืชผักแพง เช่น กระทรวงพาณิชย์เปิดโครงการโมบายพาณิชย์ลดราคา จัดรถเคลื่อนที่ 50 คัน จำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภค และผักราคาถูก ทั่วกรุงเทพฯ และปริมณฑล กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กำลังพิจารณาแนวทางแก้ปัญหาปุ๋ยราคาแพง
โฆษกรัฐบาลกล่าวอีกว่า นอกจากนี้ นายกฯ ไม่ได้นิ่งนอนใจกรณีชาวนาร้องเรียนราคา ข้าวตกต่ำ จนราคาถูกกว่าบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป จึงกำชับกระทรวงพาณิชย์ และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เร่งหาแนวทางแก้ไขปัญหา ซึ่งขณะนี้ธ.ก.ส. แจ้งว่าจะโอนเงินให้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวในโครงการประกันรายได้งวดแรกวันที่ 9 พ.ย.นี้ ราคาข้าวที่ลดต่ำมาจากปัจจัยหลายด้าน เช่น การส่งออกข้าวไปต่างประเทศ การบริโภค ในประเทศที่ลดลง ปริมาณฝนตกชุก น้ำท่วมส่งผลต่อคุณภาพข้าว
นายธนกรกล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์รายงานว่าคำสั่งซื้อข้าวจากต่างประเทศมีมากขึ้นในช่วง 6 เดือนหลัง และค่าเงินบาทอ่อนตัวลง จึงเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน ข้าวไทย และคาดว่าปีนี้จะส่งออกได้ราว 6 ล้านตันตามที่ตั้งเป้าไว้ ขณะที่ความต้องการบริโภคในประเทศมีสัญญาณดีขึ้น และสถานการณ์น้ำท่วมเริ่มคลี่คลาย มาตรการ ที่กระทรวงพาณิชย์เข้าไปแก้ไขปัญหา จะช่วยให้ราคาข้าวเปลือกในตลาดดีขึ้นเป็นลำดับ
โฆษกรัฐบาลกล่าวอีกว่า สำหรับมาตรการดูแลชาวนามีทั้งโครงการประกันรายได้ปี 2564/65 กำหนดราคาข้าวเปลือกที่ความชื้น ไม่เกิน 15 เปอร์เซ็นต์ เช่น ข้าวเปลือกหอมมะลิตันละ 15,000 บาท ข้าวเปลือกเจ้าตันละ 10,000 บาท ข้าวเปลือกเหนียวตันละ 12,000 บาท และยังมีมาตรการคู่ขนานให้เกษตรกรรวบรวมจัดเก็บข้าวไว้ในยุ้งฉาง จะได้รับค่าฝากเก็บ ตันละ 1,500 บาท และรับซื้อข้าวเปลือกกับสหกรณ์และโรงสีเพื่อเพิ่มสภาพคล่อง โดยชดเชย ดอกเบี้ย 3 เปอร์เซ็นต์ ระยะเวลา 2-6 เดือนสำหรับโรงสี และ 1 ปีสำหรับสหกรณ์
ขณะที่นายกุลิศ สมบัติศิริ ปลัดกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่าที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) มีมติเห็นชอบลดอัตราเงินนำส่งเข้ากองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานของน้ำมันเบนซิน น้ำมันแก๊สโซฮอล์ น้ำมันก๊าด น้ำมันดีเซลหมุนเร็ว น้ำมันดีเซลหมุนช้า และน้ำมันเตา ในอัตรา 0.005 บาทต่อลิตร เป็นระยะเวลา 1 ปี หรือภายในปี 2565 ส่งผลให้การเก็บเงินเข้ากองทุนอนุรักษ์ฯ จะเหลือ 145-150 ล้านบาทต่อปี จากเดิมที่เคยเก็บอยู่ 3,500 ล้านบาทต่อปี และปี 2566-67 จะเก็บในอัตรา 0.05 บาทต่อลิตร มีผลทันทีหลังจากประกาศในราชกิจจานุเบกษา เพื่อตรึงราคาน้ำมันดีเซลไว้ไม่ให้เกิน 30 บาทต่อลิตร ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน
นายกุลิศกล่าวว่า นอกจากนี้ กพช.ยัง เห็นชอบให้ทบทวนแผนรองรับวิกฤตการณ์ด้านน้ำมันเชื้อเพลิงปี 2563-2567 เพื่อรับรองกรณีมีการเปลี่ยนแปลงวงเงินกู้ โดยให้การบริหารจัดการกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ต้องมีจำนวนเงินเพียงพอสำหรับใช้ในการบริหารจัดการกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงอย่างมีประสิทธิภาพ เมื่อรวมกับเงินกู้ต้องไม่เกิน 40,000 ล้านบาท ตามมาตรา 26 แห่งพ.ร.บ.กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ.2562
“ปัจจุบันสถานะกองทุนน้ำมันฯ มีเงินอยู่ 7,000 ล้านบาท หากขยายเพดานเงินกู้ที่รวมกับเงินกองทุนน้ำมันฯ แล้วไม่เกิน 40,000 ล้านบาท ขณะนี้จะสามารถกู้ได้ 30,000 ล้านบาท แต่เบื้องต้นจะกู้ไม่เกิน 20,000 ล้านบาทก่อน เพราะเชื่อว่าจะเพียงพอสำหรับดูแลราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลไม่ให้เกิน 30 บาทไปได้ถึงเดือนเม.ย.2565 และเชื่อว่าสถานการณ์ราคาน้ำมันจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ โดยคาดว่าจะมีเงินกู้ส่วนนี้เข้ามาดำเนินการได้ในช่วงกลางเดือนม.ค.-ก.พ.2565” นายกุลิศกล่าว
ปลัดกระทรวงพลังงานกล่าวอีกว่า การทบทวนแผนรองรับวิกฤตครั้งนี้ เป็นการใช้จ่ายเงินกองทุนน้ำมันฯ เพื่อให้เกิดความคล่องตัวในการรักษาเสถียรภาพระดับราคาน้ำมันเชื้อเพลิง รวมถึงเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน และการบริหารกองทุนน้ำมันฯ และกิจการอื่นที่เกี่ยวกับ หรือเกี่ยวเนื่องกับการจัดการกิจการของกองทุนน้ำมันฯ ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน
วันเดียวกัน จ.กาฬสินธุ์ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้อยู่ในช่วงฤดูเก็บเกี่ยวและขายผลผลิตข้าว โดยเริ่มเก็บเกี่ยวตั้งแต่ปลายเดือนต.ค. โดยเฉพาะพื้นที่ใช้น้ำชลประทานลำปาว เนื่องจากได้รับน้ำอย่างทั่วถึง จึงได้ทำนา ต้นปี ปลูกข้าวอายุสั้น หรือคือข้าวเหนียว พันธุ์กข.22 เพื่อเป็นเมล็ดพันธุ์สำหรับเพาะปลูกข้าวนาปรัง ขณะที่ข้าวนาปีใช้ข้าวพันธุ์กข.6 จะเริ่มเก็บเกี่ยวกลางเดือนพ.ย.เป็นต้นไป เพื่อเก็บไว้กินในครัวเรือน และแบ่งจำหน่ายเป็นรายได้ครอบครัว อีกส่วนหนึ่งใช้หนี้ปุ๋ยและชำระหนี้ธ.ก.ส.
นายปี วรรณศรี อายุ 69 ปี ชาวนาบ้านแสนสำราญ หมู่ 4 ต.นาเชือก อ.ยางตลาด กล่าวว่าข้าวเหนียว กข.22 ขายให้พ่อค้าคนกลางได้ราคากิโลกรัมละ 5 บาท เป็นข่าวร้ายและฝันร้ายชาวนา ต้องลงทุนสูงมาก แต่ได้ราคาไม่คุ้มค่า เพราะต้นทุนการลิตสูง ราคารับซื้อข้าวตกต่ำ ต่างกันราวฟ้ากับดิน ไปขายข้าวกลับมามือเปล่า ขายข้าวขาดทุน น้ำตาตกใน
ชาวนากาฬสินธุ์กล่าวอีกว่ามีที่ทำนา 10 ไร่ ใช้น้ำจากสถานีสูบน้ำท้ายเขื่อนลำปาวเป็นหลัก ปลูกข้าวเหนียวพันธุ์ กข.22 และ กข.6 ทำนาหว่าน เพราะประหยัดต้นทุนค่าจ้างแรงงานถอนกล้าและปักดำ ได้ผลผลิตเฉลี่ยไร่ละ 400 ก.ก. ปีที่ผ่านมาขายข้าวเปลือก ได้ก.ก.ละ 6 บาท ถือว่าขาดทุน ถูกพ่อค้าคนกลางหักค่าความชื้นและสิ่งเจือปน สำหรับปีนี้เพื่อป้องกันข้าวปลอมปนที่จะถูกพ่อค้าคนกลางกดราคา จึงทำนาดำ เพื่อเพิ่มผลผลิตและคัดข้าวปลอมปนได้ง่าย
นายปีกล่าวว่า ช่วงรอเก็บเกี่ยว จึงหมั่นสำรวจนาข้าว คัดแยกพันธุ์ข้าวปลอมปนออก เพื่อตัดปัญหาพ่อค้าคนกลางกดราคา หวังได้ราคาสูงขึ้น แต่ปรากฏว่าราคากลับตกต่ำ ก.ก. 5 บาท เหมือนฝันร้าย แทบหมดแรง เฉลี่ยอัตราใช้จ่ายต่อไร่สูงถึง 5,000-6,000 บาท ทั้งค่าเมล็ดพันธุ์ ค่ารถไถ ค่าปุ๋ย ค่าสูบน้ำ ค่าแรงถอนกล้าและปักดำ ค่ารถเกี่ยว และค่าขนส่ง สรุปลงทุนไป 56,000 บาท ได้ผลผลิตข้าว 4,000 ก.ก. ขายได้ก.ก.ละ 5 บาท เป็นเงิน 20,000 บาท ขาดทุน 36,000 บาท
“ปีที่ผ่านมาขายข้าวก.ก.ละ 6 บาท ยังขาดทุน ปีนี้ราคาข้าวยังตกต่ำเพียงก.ก.ละ 5 บาท ขาดทุนยับเยินแน่นอน สุดท้ายต้องยอมผ่อนค่าปุ๋ย ค้างชำระหนี้และดอกเบี้ย เพราะไม่มีเงิน ขอเรียกร้องไปยังรัฐบาลเข้ามาแก้ไขปัญหาราคาข้าวตกต่ำ อย่างน้อยก.ก.ละ 8 บาท ชาวนาประชากรส่วนใหญ่ของประเทศจะได้มีกำไรบ้าง” นายปีกล่าว