จับเข่าเพื่อไทย-ก้าวไกล
ยืนหยุดขังวันที่78แล้ว

เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด

กลุ่มพลเมืองเพื่อผู้ต้องขังทางการเมือง นำโดย ‘ทูตรัศม์ ชาลีจันทร์’ นัดยื่นหนังสือเรียกร้องพรรคฝ่ายค้าน ผลักดันให้ผู้ต้องขังคดีการเมืองได้สิทธิประกันตัว จับเข่าคุย ‘นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี’ ผอ.พรรคเพื่อไทย พร้อม ‘ชัยธวัช ตุลาธน’ เลขาฯพรรคก้าวไกล ส่วน ‘ช่อ พรรณิการ์’ คาดหวังแคมเปญยกเลิกมาตรา 112 ถึงล้านรายชื่อ เข้าใจบทบาท ‘ก้าวไกล-พท.’ ที่ไม่ดำเนินการ ชี้บังคับไม่ได้ เหตุเป็นเรื่องละเอียดอ่อนในสังคมไทย ย้ำชัดไม่ได้ขัดแย้งกัน

เมื่อวันที่ 6 พ.ย. กลุ่มพลเมืองเพื่อผู้ต้องขังทางการเมือง เปิดเผยว่าในวันจันทร์ที่ 8 พ.ย.นี้ ตัวแทนกลุ่ม นำโดยนายรัศม์ ชาลีจันทร์ อดีตข้าราชการกระทรวงการต่างประเทศ, นายสุนัย ผาสุก ที่ปรึกษาองค์กรสิทธิมนุษยชนนานาชาติฮิวแมนไรต์วอตช์, น.ส.นิธินันท์ ยอแสงรัตน์ อดีตที่ปรึกษา มติชนทีวี และอดีตบ.ก.อาวุโสเครือเนชั่น, นายสุภาพ หริมเทพาธิป ผู้ร่วมก่อตั้งนิตยสารไบโอสโคป, น.ส.ธิดา ผลิตผลการพิมพ์ อดีตบ.ก.นิตยสารไบโอสโคป และผู้ก่อตั้ง Documentary Club,

นายปกรณ์ พรชีวางกูร, น.ส.พิมพ์สิริ เพชรน้ำรอบ, พร้อมนักวิชาการ นักคิด นักเขียน นักกิจกรรม และประชาชน จะเดินทางไปยื่นหนังสือเรียกร้องให้พรรคการเมือง ในฐานะองค์กรทางการเมือง ซึ่งเป็นตัวแทนของประชาชนในระบบรัฐสภา ผลักดันให้ผู้ต้องขังคดีการเมือง ทุกคนได้รับสิทธิในการประกันตัว อันเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของพลเมืองไทยซึ่งรับรองไว้ในรัฐธรรมนูญ

ทั้งนี้ ทางกลุ่ม มีความเห็นว่าพรรค การเมืองมีหน้าที่ดำรงไว้ซึ่งสิทธิเสรีภาพ ของประชาชน โดยมีประโยชน์สูงสุดของประชาชนเป็นที่ตั้ง ตามสัตยาบันที่ให้ไว้ในยามที่ประชาชนลงคะแนนเลือกตั้งให้ ทางกลุ่มย้ำว่าผู้ต้องขังทางการเมืองมีสิทธิที่จะได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย และควรได้ออกมาต่อสู้คดีอย่างเป็นธรรม

ซึ่งทางกลุ่มพลเมืองเพื่อนผู้ต้องขังทางการเมืองจะ เดินทางไปยื่นหนังสือข้อเรียกร้องและแถลงการณ์ เริ่มตั้งแต่เวลา 11.00 น. พร้อมกันที่ที่ทำการพรรคเพื่อไทย พบกับน.พ. สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี ผู้อำนวยการพรรคเพื่อไทย และคณะกรรมการบริหารพรรค จากนั้นเวลา 14.00 น. ไปยังที่ทำการพรรคก้าวไกล พบกับนายชัยธวัช ตุลาธน เลชาธิการพรรคก้าวไกล และกรรมการบริหารพรรค

ขณะที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก รองผบช.น. โฆษก บช.น. เปิดเผยว่า กรณีวันที่ 6 พ.ย. มีการนัดรวมตัวของกลุ่มผู้ชุมนุมฯ กลุ่ม People ศิลปินเพลงเพื่อราษฎร บริเวณสะพานลอยหน้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพ เวลา 17.00 น., กลุ่มพลเมืองโต้กลับ บริเวณหน้าศาลฎีกา เวลา 17.30 น. และกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบทะลุแก๊ส บริเวณแยกดินแดง เวลา 17.30 น. ทางบช.น.จัดเตรียมกำลังพลและยุทโธปกรณ์ เพื่อเข้าดำเนินการรักษาความสงบเรียบร้อยในการชุมนุม ดังกล่าว โดยเน้นย้ำให้ปฏิบัติภายใต้กรอบกฎหมาย และคำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชนเป็นหลัก

สำหรับการปฏิบัติเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อย เมื่อวันที่ 5 พ.ย. กลุ่มศูนย์รวมประชาชนปกป้องสถาบัน, กลุ่ม People ศิลปินเพลงเพื่อราษฎร และกลุ่มพลเมืองโต้กลับ เป็นไปด้วยความเรียบร้อยไม่มีความวุ่นวาย ด้านกลุ่มก่อความไม่สงบทะลุแก๊ส ไม่พบการรวมกลุ่มของมวลชนในพื้นที่แต่อย่างใด ส่วนการดำเนินการทางกฎหมาย ตั้งแต่เดือน ก.ค.2563 จนถึงปัจจุบัน มีคดีที่เกี่ยวข้องกับการชุมนุม ในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานครทั้งสิ้น 782 คดี ขณะนี้ได้สอบสวนเสร็จสิ้นและสั่งฟ้องไปแล้ว 385 คดี อยู่ระหว่างดำเนินการสอบสวน 397 คดี

ด้านน.ส.พรรณิการ์ วานิช กรรมการบริหารคณะก้าวหน้า ให้สัมภาษณ์ถึงการล่ารายชื่อตามแคมเปญ “หมดเวลา 112 ถึงเวลาอนาคตสังคมไทย” มีคนลงชื่อทะลุ 1 แสนรายชื่อ ภายใน 24 ชั่วโมง ว่า จริงๆ รายชื่อที่ได้เลยจำนวนขั้นต่ำของการเสนอชื่อเข้ารัฐสภาตามกระบวนการมาเยอะแล้ว แต่มองว่าเปิดมา 24 ชั่วโมง ยังได้แสนรายชื่อ การทำให้ถึงล้านชื่อน่าจะเป็นไปได้

น.ส.พรรณิการ์กล่าวว่า คิดว่าในภาวะฟ้าเปิด การสนทนาแลกเปลี่ยนได้เกิดขึ้น ต้องขอบคุณสื่อมวลชนที่ให้ความสนใจเปิดเวทีให้ทั้งคนเห็นด้วยและไม่เห็นด้วยได้มาแลกเปลี่ยน ทำให้ประชาชนตื่นตัวมากขึ้น และประชาชนเห็นว่าแพลตฟอร์มที่เปิดมาทำให้การมีส่วนร่วมของประชาชนทำได้ง่ายขึ้น อีกทั้งมีผลทางกฎหมายจริง ส่งเข้าถึงรัฐสภาได้จริง ถ้าถามว่าจะเปิดแคมเปญไปถึงเมื่อไหร่ ตั้งเป้าจะได้จำนวนแค่ไหนถึงจะเข้าสู่กระบวนการยื่นเรื่องสู่รัฐสภา คงยังตอบไม่ได้ แต่คิดว่าตรงนี้ยอดสามารถไปได้เรื่อยๆ ถ้าชื่อถึงล้านคนก็คงดี

“แคมเปญดังกล่าว คณะก้าวหน้าเป็น ผู้ช่วยอำนวยความสะดวกในการทำเว็บไซต์เท่านั้น แคมเปญนี้ไม่ใช่ของเราคนเดียว แต่ยังมีกลุ่มต่างๆ ด้วย เช่น คณะราษเปซ คิดว่าระยะเวลาการเปิดแคมเปญคงไม่ได้จบภายในสามวันห้าวัน ส่วนจะปิดแคมเปญแล้วเดินหน้ายื่นเรื่องเข้ารัฐสภาวันไหนนั้น ไม่ใช่การตัดสินใจของคณะก้าวหน้าเพียงคนเดียว คิดว่าวันนี้ประชาชนต้องถือธงนำพรรคการเมือง” น.ส.พรรณิการ์กล่าว

เมื่อถามว่า ตอนนี้มีพรรคการเมืองมาลงชื่อร่วมด้วยหรือยัง ทั้งพรรคฝ่ายค้านอย่าง ก้าวไกลและพรรคเพื่อไทย น.ส.พรรณิการ์กล่าวว่า ไม่ว่าพรรคก้าวไกลหรือพรรคอื่นที่มีความเห็นสอดคล้องกับประชาชน จะไปบังคับให้มาร่วมไม่ได้ ตนเข้าใจพรรคก้าวไกลอย่างดีว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อนในสังคมไทย ขนาดแก้ไขในสภา ยังทำท่าว่าจะไม่มีใครเอาด้วย การที่จะขับเคลื่อนเรื่องยกเลิกในสภาคงเป็นเรื่องไม่ง่าย ซึ่งข้อเสนอของพรรคก้าวไกลกับคณะก้าวหน้าไม่ได้ขัดแย้งกัน แต่เห็นตรงกันว่ากฎหมายมีปัญหา ถ้าไม่แก้ไข ยังใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือทางการเมือง ต่อไปเรื่อยๆ จะเหมือนวันนี้ ที่เห็นแล้ว คนเป็นแสนคนลงชื่อต้องการยกเลิก

เวลา 17.30 น. ที่หน้าศาลฎีกา ถนนราชดำเนิน เขตพระนคร กรุงเทพฯ สืบเนื่องกลุ่มพลเมืองโต้กลับจัดกิจกรรม “ยืน หยุด ขัง” ต่อเนื่องเป็นวันที่ 78 ระหว่างเวลา 17.30-18.42 น. เพื่อเรียกร้องสิทธิการประกันชั่วคราวให้แก่นักกิจกรรมทางการเมืองที่ถูกคุมขังด้วยข้อหาอาญา มาตรา 112, 116 และอื่นๆ จากการแสดงออกทางการเมือง และยืนยันในหลักการนิติรัฐ-นิติธรรมนั้น นักวิชาการหลากหลายสถาบัน จากเครือข่ายนักวิชาการเพื่อสิทธิพลเมือง (คนส.) เดินเท้าเข้าร่วมทำกิจกรรม “ยืน อ่าน หยุดขัง” กับกลุ่มพลเมืองโต้กลับ โดยเตรียมหนังสือที่มีเนื้อหาว่าด้วยความยุติธรรมมายืนอ่านคนละ 1 เล่ม เป็นเวลา 1 ชั่วโมง 12 นาที

เวลา 18.05 น. มีผู้เดินเท้าเข้ามาสมทบมากขึ้นกว่าทุกวัน จึงยืนตั้งแถวยาวไปทางพระแม่ธรณีบีบมวยผม มีผู้นำป้ายข้อความ ‘ปล่อยเพื่อนเรา’ และภาพนักกิจกรรมทางการเมือง ให้นักกิจกรรมร่วมแขวนและชู อาทิ ภาพนายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน แกนนำราษฎร (ถูกคุมขัง 88 วัน), นายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือไผ่ ดาวดิน (88 วัน), นายอานนท์ นำภา ทนายความด้านสิทธิมนุษยชน (86 วัน), นายภาณุพงศ์ จาดนอก หรือไมค์ ระยอง (44 วัน), นายทวี เที่ยงวิเศษ หรืออาทิตย์ ทะลุฟ้า (52 วัน), น.ส.เบนจา อะปัญ, นายณัฐชนน ไพโรจน์ แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม เพื่อเรียกร้องให้ปล่อยตัวนักกิจกรรม

รศ.ดร.พวงทอง ภวัครพันธุ์ อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้สัมภาษณ์ถึงกฎหมาย มาตรา 112 ว่า พรรคการเมืองที่คัดค้านการยกเลิก ม.112 อาจต้องเปลี่ยนท่าที

“ส่วนพรรคการเมือง หรือกลุ่มที่เห็นด้วยกับการมี ม.112 ถือเป็นสิทธิของเขา แต่ต้องเข้าใจว่ากฎหมายนี้มีการใช้ด้วยความ ไม่เท่าเทียม ไม่มีพื้นที่สื่อกระแสหลักในการส่งเสียงพวกเขา คือการแข่งขันที่ไม่เท่าเทียม หากแข่งขันเก็บรายชื่อ ต้องเปิดพื้นที่ทั้ง 2 ฝ่าย ให้มีความเท่าเทียมกัน”

รศ.ดร.พวงทองกล่าวว่าส่วนการประนี ประนอมให้เหลือแต่การแก้ไข ปัจจุบันมีการเสนอที่หลากหลาย ทั้งให้ยกเลิก ห้ามแตะต้อง หรือเสนอเพียงแก้ไข นำความแตกต่างของข้อเสนอมาแบ และถกเถียงกัน หาก เข้าสู่สภา เห็นว่าต้องแก้ไขในสาระสำคัญ เชื่อว่าจะส่งผลต่อการใช้กฎหมายนี้ในระยะยาว โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากแก้ไขต้อง 1.ถอดจากหมวดความมั่นคง ไม่อนุญาตให้ใครก็ได้ ใช้กลั่นแกล้งฝ่ายตรงข้าม

2.จะต้องมีข้อยกเว้นสำหรับผู้ที่พูด หรือเขียน เกี่ยวกับสถาบันฯ หากข้อมูลเหล่านั้นพิสูจน์ได้ว่าเป็นข้อเท็จจริง เป็นประโยชน์ต่อสาธารณชน ในอนาคตสามารถบรรจุประเด็นนี้ไปได้ จะช่วยให้สถาบันปฏิรูปตนเองบนหลักการประชาธิปไตยได้ และประชาชนสามารถวิจารณ์ได้ โดยวางบนข้อเท็จจริง และเป็นประโยชน์ต่อสาธารณชน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน