คึกภูเรือรับหนาว
น้ำมูนท่วมอุบลฯ
ใต้คลื่นสูง3เมตร

ภาคเหนือ-อีสานเตรียมเย็นยะเยือกรับลมหนาว อุตุฯประกาศเตือนความกดอากาศสูงกำลังแรงจากจีน แผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบน อุณหภูมิจะลดลง 3-7 องศา ส่วนที่จ.เลย บรรยากาศเริ่มคึกคักรับอากาศเย็น ยอดภูเรือมีหมอกหนานักท่องเที่ยวแห่ขึ้นไปสัมผัส ส่วนที่อุบลฯ อิทธิพลของน้ำเหนือ ทำให้แม่น้ำมูนปรับตัวสูงขึ้น เอ่อล้นตลิ่งไหลท่วมถนน แพขายอาหารต้องหยุดขายทั้งหมด ส่วนที่บางบาล อยุธยา ก็ยังระทมเพราะระดับน้ำในทุ่งยังคงท่วมสูง เด็กนักเรียนต้องเดินลุยน้ำมารับการบ้านต่างผวาถูกปลิงเกาะ ส่วน “บิ๊กป้อม” นำคณะล่องใต้ สั่งทุกหน่วยพร้อมรับมือฝนในภาคใต้ รวมทั้งเร่งแก้ปัญหา น้ำท่วม-น้ำแล้งอีกด้วย

วันที่ 6 พ.ย. ที่อาคารอเนกประสงค์บริเวณปากแม่น้ำเทพา ต.ปากบาง อ.เทพา จ.สงขลา พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) พร้อมคณะเดินทางลงพื้นที่เพื่อประชุมติดตามแนวทางการบริหารจัดการน้ำ และการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนจากปัญหาน้ำท่วม น้ำหลากและปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง มีนายเจษฎา จิตรัตน์ ผู้ว่าฯ สงขลา กล่าวต้อนรับ ดร.สุรสีห์ กิตติมณฑล เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ในฐานะรองผู้อำนวยการ กอนช. รายงานสรุปสภาพปัญหาอุทกภัยในพื้นที่พร้อมแนวทางแก้ไขปัญหาด้านน้ำทั้งระบบ

พล.อ.ประวิตรเปิดเผยว่า ในช่วงฤดูฝนของภาคใต้ ตนสั่งการให้ทุกหน่วยงานติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด พร้อมเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงน้ำหลากและเร่งดำเนินการตามแผนเผชิญเหตุอย่างเคร่งครัด รวมถึงวางแผนการระบายน้ำพื้นที่ชุมชนให้รอบคอบรัดกุม ควบคู่กับการวางแผนเก็บน้ำสำรองไว้รองรับในช่วงฤดูแล้ง โดยกำชับสทนช. เร่งบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการขับเคลื่อนแผนงาน และให้กรมชลประทานเร่งรัดดำเนินโครงการบรรเทาอุทกภัยอำเภอหาดใหญ่ ระยะที่ 2 ให้พร้อมรองรับฤดูฝนนี้ด้วย

พล.อ.ประวิตรกล่าวต่อว่า ส่วนแผนระยะยาวก็ให้สทนช.ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งบริเวณคาบสมุทรสทิงพระ และบริเวณลุ่มน้ำเทพาอย่างเป็นระบบ สำหรับโครงการที่ได้รับงบประมาณดำเนินการแล้ว ก็ขอให้เร่งรัดดำเนินการให้แล้วเสร็จโดยเร็ว

ที่ผ่านมาจ.สงขลา มักประสบปัญหาน้ำท่วมบริเวณพื้นที่ราบลุ่มริมน้ำ และมักประสบปัญหาภัยแล้งจากปริมาณน้ำในแหล่งน้ำต่างๆ ไม่เพียงพอกับความต้องการ เกิดการรุกตัวของน้ำเค็มเข้ามาในทะเลสาบสงขลา ส่วนปัญหาด้านคุณภาพน้ำในบริเวณคลองอู่ตะเภา และทะเลสาบสงขลาตอนล่างที่มีสภาพเสื่อมโทรม เพราะได้รับการปนเปื้อนจากน้ำทิ้งของชุมชนและโรงงานอุตสาหกรรม จึงมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องบูรณาการเร่งแก้ไขปัญหา น้ำท่วม-น้ำแล้ง เพื่อส่งเสริมให้การพัฒนาในด้านต่างๆ เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพทั้งในระยะสั้นและระยะยาว

วันเดียวกันกรมอุตุนิยมวิทยา เผยแพร่ประกาศ “อากาศหนาวเย็นลงบริเวณประเทศไทยตอนบน กับมีฝนตกหนักถึงหนักมากและคลื่นลมแรงบริเวณภาคใต้ มีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 7-13 พ.ย. ฉบับที่ 2 ระบุว่า ในช่วงวันที่ 7-13 พ.ย. นี้ บริเวณความกดอากาศสูงกำลังแรงจากประเทศจีนจะแผ่ลงมา ปกคลุมประเทศไทยตอนบน ทำให้บริเวณประเทศไทยตอนบนมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นในระยะแรก หลังจากนั้นจะมีอากาศเย็นถึงหนาวกับมีลมแรง โดยจะเริ่มจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือก่อน อุณหภูมิจะลดลง 3-7 องศาเซลเซียส ส่วนภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก รวมทั้งกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล อุณหภูมิจะลดลง 3-5 องศาเซลเซียส ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนดูแลรักษาสุขภาพเนื่องจากอากาศที่หนาวเย็นลงไว้ด้วย

สำหรับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ ที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้จะมีกำลังแรงขึ้น ทำให้ภาคใต้มีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันจะมีกำลังแรง โดยบริเวณอ่าวไทยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร และทะเลอันดามันคลื่นสูง 1-2 เมตร ขอให้ประชาชนบริเวณ ภาคใต้ระวังอันตรายจากฝนที่ตกหนัก อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากได้

ส่วนประชาชนที่อาศัยบริเวณชายฝั่งภาคใต้ฝั่งตะวันออก ควรระวังอันตรายจากคลื่นลมแรงที่พัดเข้าหาฝั่ง ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง เรือเล็กบริเวณอ่าวไทยควรงดออกจากฝั่งไว้ด้วย จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา และสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือที่ 0-2399-4012-13 และ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ที่จังหวัดเลย ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลายพื้นที่ในจังหวัดเริ่มมีหมอกหนาปกคลุมไป ทั่วพื้นที่ โดยเฉพาะตามถนนเส้นหลักที่จะไปแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ มีหมอกหนาปกคลุม ส่งผลให้ทัศนียภาพในการมองลดลง ส่งผล ต่อผู้ที่ใช้รถใช้ถนน โปรดใช้ความระวัดระวังในการขับขี่ ขณะที่แหล่งท่องเที่ยวตามยอดภูเริ่มคึกคัก

โดยเฉพาะที่อุทยานแห่งชาติภูเรือ นักท่องเที่ยวต่างพากันขึ้นไปสัมผัสอากาศที่หนาวเย็น และพักค้างแรมบนยอดภูซึ่งที่จุดกางเต็นท์แคมป์ บรรยากาศเริ่มคึกคัก ท่ามกลางอากาศที่หนาวเย็นเช้านี้ บนยอดภูวัดได้ 13.5 องศาเซลเซียส ขณะที่แหล่งท่องเที่ยวอื่น ที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาเกษตรที่สูงเลย อ.ภูเรือ อุณหภูมิ 13 องศา เขตรักษาพันธุ์ป่าภูหลวง 13 องศา อุทยานแห่งชาติภูกระดึง 13.5 องศา

แม่มูนล้น – บ้านเรือนและร้านค้าริมแม่น้ำมูน ช่วงบ้านทัพไทย ต.แจระแม อ.เมือง อุบลฯ ที่ตั้งของแหล่งตากอากาศหาดคูเดื่อ กลายเป็นทะเล หลังน้ำล้นตลิ่งสูงเกือบ 1 เมตรหลากเข้าท่วมและจมสูงต่อเนื่อง เมื่อวันที่ 6 พ.ย.

ส่วนที่จ.อุบบลราชธานี มีรายงานว่า ระดับน้ำในแม่น้ำมูนที่ไหลผ่านจังหวัดอุบลราชธานี ปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่องจนล่าสุดล้นตลิ่งสูงเกือบ 1 เมตร ทำให้น้ำไหลท่วมถนนทางเข้าบ้านทัพไทยและหาดคูเดื่อ อ.เมือง แพขายอาหารต้องหยุดขายทั้งหมด พืชสวนและ นาข้าวก็จมน้ำเสียหาย ทั้งนี้ระดับน้ำปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องเพราะอิทธิพลน้ำเหนือของแม่น้ำชีและแม่น้ำมูนที่ไหลมาบรรจบกันจนปริมาณน้ำเพิ่มมากขึ้น ส่วนแหล่งตากอากาศหาดคูเดื่อ แพขายอาหารกว่า 20 ร้าน ต้องปิดกิจการอย่างเด็ดขาด โดยทางจังหวัดคาดว่าระดับน้ำยังคงสูงขึ้นต่อเนื่องไปจนถึงสัปดาห์หน้า ก่อนจะปรับตัวลดลง

สำหรับระดับน้ำของแม่น้ำมูนที่สถานี วัดน้ำ M7 สะพานเสรีประชาธิปไตยวันนี้ สูง 7.70 เมตร ล้นตลิ่ง 70 เซนติเมตร และได้ไหลท่วมชุมชนสองฝั่งแม่น้ำมูน 25 ชุมชน มีชาวบ้านหนีน้ำไปอาศัยอยู่ในศูนย์อพยพกว่า 1,300 คน เป็นเวลาเกือบ 2 เดือนแล้ว

วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์น้ำท่วมที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำน้อย และทุ่งนารับน้ำที่ยังคงท่วมสูง ส่งผลกระทบต่อชาวบ้านเพราะยังมีน้ำท่วมบ้านเรือน ถนนทางเข้าหมู่บ้าน วัดและโรงเรียน ที่ถูกน้ำท่วมมาเป็นเวลานานกว่า 2 เดือนแล้ว โดยในทุ่งรับน้ำคือทุ่งผักไห่ และทุ่งบางบาล ระดับน้ำเริ่มลดลงเล็กน้อย แต่ระดับน้ำยังท่วมบ้าน ถนนทางเข้าหมู่บ้าน โรงเรียน ในต.บางหลวงโดด ต.ทางช้าง อ.บางบาล นักเรียนผู้ปกครองต้องเดินลุยน้ำเพื่อมารับเอกสารการบ้านเพื่อใช้ในการเรียนออนไลน์

ยังอ่วม – สภาพวัดกอไผ่ อ.บางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา รวมทั้งวัดวาอาราม บ้านเรือน และทุ่งนาของชาวบ้าน ยังจมใต้น้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำน้อย ที่ท่วมสูงมานานร่วม 2 เดือน ขณะนี้เริ่มลดลงบ้างเล็กน้อย เมื่อวันที่ 6 พ.ย.

น.ส.ธัญพิชชา ทองโต ชาวบ้านบางหัก เปิดเผยว่า ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาลดลงได้ประมาณ 30 เซนติเมตร แต่น้ำยังท่วมสูงอยู่กว่า 2 เมตร ตนรู้สึกดีใจที่น้ำลดลงไปจนพื้นบ้านโผล่ สามารถเข้ามาอยู่อาศัยได้ เพราะที่บ้านมีคนชราและเด็กเล็ก เพราะก่อนหน้าต้องย้ายไปอาศัยอยู่ที่อื่น คงต้องรอให้น้ำลดลงมากว่านี้ก่อนเพื่อความปลอดภัย นอกจากนี้ยังต้องระวังสิ่งที่มากับน้ำท่วมก็คือปลิงที่มีค่อนข้างเยอะอีกด้วย

ขณะเดียวกัน น้ำท่วมยังสร้างรายได้ให้กับชาวบ้านอีกด้วย โดยนายสัญ ศรีภูธร อายุ 38 ปี ชาวบ้านได้ใช้ยางในรถยนต์มาทำเป็นแพลอยลงข่ายดักปลาในทุ่งนาที่น้ำท่วมสูง แต่ละวันจะได้ทั้งปลานิล ปลาตะเพียน ปลา กระแห เมื่อนำไปขายจะสร้างรายได้วันละประมาณ 700-800 บาท ซึ่งนายสัญกล่าวว่า ตนเองมีอาชีพรับจ้าง พอมาช่วงนี้น้ำท่วมทำให้ขาดรายได้ เพราะไม่มีการจ้างทำงานอะไร จึงลงทุนไปซื้อข่ายดักปลา ใช้ห่วงยางในรถยนต์ลอยลงข่ายดักปลาในทุ่งรับน้ำ ซึ่งมีปลาชุกชุมมาก สร้างรายได้ทดแทนในช่วงนี้

ที่ต.บ้านกระทุ่ม อ.เสนา มีรายงานว่า ระดับน้ำในแม่น้ำน้อยลดระดับลงเล็กน้อย บ้านเรือนหลายแห่งยังคงถูกน้ำท่วม แต่อีกหลายหลังก็เริ่มจะเข้าทำความสะอาดได้ แต่ขณะที่ชาวบ้านต้องการน้ำดื่มสะอาดเพื่อใช้ในการบริโภค เนื่องจากพื้นที่ถูกท่วมมาเป็นเวลานาน จนประปาหมู่บ้านไม่สามารถผลิตน้ำดื่มได้

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน