สมชัยชี้สอดรับศาลรธน.
พรรคแถลงยันสู้ถึงที่สุด
ฝ่ายค้านนัดเคาะ15พย.นี้
ยื่นซักฟอกแบบไม่ลงมติ

กกต.คัดคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ คดีล้มล้างการปกครองฯ ประกอบคำร้องยุบ ‘ก้าวไกล’ เลขาฯพรรคแถลง ขอสู้ถึงที่สุด ยืนยันแก้กฎหมายอาญา ม.112 ประกันตัวม็อบ ถือเป็นสิทธิและการทำหน้าที่ส.ส. ที่ดีของประชาชน อดีตกกต. ‘สมชัย’ ชี้แนวโน้มกรณีพรรคก้าวไกล อาจสอดคล้องกับ คำวินิจฉัยศาลรธน. ‘บิ๊กตู่’ ปลุกใจ ให้คนกล้ายืนในโรงหนัง ‘บิ๊กป้อม’ เผยเชิญทั้งครม.-ส.ส.สังสรรค์พรรคร่วมรัฐบาล ส.ส.ก้าวไกลเหน็บกินข้าวเย้ยชาวนา ‘จุรินทร์’ อ้างพบปะคุยกันเพื่อแก้ปัญหาให้ประชาชน ฝ่ายค้านนัด 15 พ.ย.ถกปมซักฟอกรัฐบาลแบบไม่ลงมติ

กกต.เดินหน้าคำร้องยุบก้าวไกล

จากกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้การกระทำของนายอานนท์ นำภา นายภาณุพงศ์ จาดนอก หรือไมค์ และ น.ส.ปนัสยา สิทธิ จิรวัฒนกุล หรือรุ้ง 3 แกนนำกลุ่มราษฎรที่ปราศรัยเมื่อวันที่ 10 ส.ค.2563 ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต เพื่อเสนอข้อเรียกร้อง 10 ข้อเกี่ยวกับสถาบันกษัตริย์ เป็นการกระทำที่เป็นการล้มล้างการปกครองระบอบประชา ธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และนายณฐพร โตประยูร ได้ขอให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) พิจารณาคำร้องเอาผิดและยุบพรรคก้าวไกล (ก.ก.) ที่ยื่นแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112

เมื่อวันที่ 11 พ.ย. พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการกกต. ให้สัมภาษณ์ว่า ขณะนี้คณะกรรมการไต่สวนของสำนักงานกกต.กำลังดำเนินการอยู่ ซึ่งมีข้อเท็จจริงค่อนข้างเยอะจึงต้องใช้เวลา ล่าสุดทราบว่าอยู่ระหว่างการให้ผู้ถูกกล่าวหามาชี้แจง และเมื่อศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยว่า 3 แกนนำกลุ่มราษฎรกระทำการล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข สำนักงานกกต.จะขอคัดคำวินิจฉัยดังกล่าวเพื่อนำมาพิจารณาว่ามีส่วนใดที่เกี่ยวข้องกับที่มีการร้องหรือไม่อย่างไร

‘ณฐพร’ยื่นฟันจริยธรรมด้วย

นายณฐพร โตประยูร อดีตที่ปรึกษาประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน และผู้ยื่นคำร้อง 3 แกนนำกลุ่มราษฎร กล่าวว่า เมื่อผลคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญมีผลผูกพันทุกองค์กร หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องนำคำวินิจฉัยไปพิจารณาดำเนินการต่อไป ซึ่งในส่วนของพรรคการเมือง คือพรรคก้าวไกล ก่อนหน้านี้ตนเคยยื่นเรื่องให้กกต.พิจารณาไต่สวนตั้งแต่ปี 2563 ในเวลาใกล้เคียงกับคดีล้มล้างการปกครอง หลังยื่นไปแล้ว ได้ทยอยส่งเอกสารที่เกี่ยวข้องไปให้กกต. เพื่อให้ไต่สวนเอาผิดกรรมการบริหารพรรคและส.ส.ของพรรคก้าวไกลบางคน ก่อนหน้านี้ตนทราบข่าวว่า สำนวนเรื่องนี้ กกต.พิจารณาเสร็จแล้ว แต่คงรอคำวินิจฉัยอย่างเป็นทางการของศาลรัฐธรรมนูญในคดีล้มล้างการปกครองมาประกอบ คิดว่าในชั้นกกต.คงเสร็จภายในไม่เกิน 1-2 เดือนนี้ เพื่อส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญต่อไป

ในส่วนของส.ส.พรรคก้าวไกลนั้น ยังมีการยื่นแยกต่างหากคือ ยื่นเอาผิดส.ส. 7-8 คน กรณีฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรม ซึ่งได้ยื่นให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ไต่สวนแล้ว ตอนนี้รอคำวินิจฉัยกลางฉบับเต็มของศาลรัฐธรรมนูญในคดีล้มล้างการปกครอง ส่งเพิ่มเติมให้ป.ป.ช.เพื่อยื่นฟ้องต่อศาลฎีกาต่อไป หากศาลรับฟ้องก็ต้องยุติปฏิบัติหน้าที่ส.ส. ทั้งนี้มั่นใจว่าการกระทำที่ส.ส.ไปเกี่ยวข้องด้วยผิดจริยธรรมร้ายแรงแน่นอน พวกนี้ถึงออกมาด่าตนเยอะ ตอนนี้ได้ข่าวว่ามีคนจ้าง ล่าตัวตนแล้ว จะมาทำร้าย แต่ตนไม่กลัว คนเราถึงเวลาตายก็ต้องตาย แต่หากต้องตายเพราะเรื่องที่เราทำ ตนก็พร้อม

ก.ก.หวั่นขีดเส้นแบ่งสุดขั้ว

ที่รัฐสภา นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล พร้อมด้วย ส.ส.พรรคก้าวไกล แถลงว่า พรรคก้าวไกลเห็นว่าคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญอาจส่งผลให้การหาทางคลี่คลายปัญหาความเห็นต่างทางการเมืองปัจจุบันหดแคบลง เพราะหลังจากนี้รัฐบาล เจ้าหน้าที่รัฐ ตลอดจนกลุ่มการเมืองบางกลุ่มจะนำคำวินิจฉัยนี้ไปเป็นฐาน ในการกล่าวหาโจมตีการแสดงออกทางการเมืองของเยาวชนและประชาชนจำนวนมาก แบบเหมารวมว่าเป็นขบวนการล้มล้างการปกครอง

หลังจากนี้อาจเกิดการขีดเส้นแบ่งทางการเมืองแบบสุดขั้วรุนแรงมากขึ้น ระหว่างขบวนการล้มล้างการปกครองกับขบวนการปกป้องระบอบการปกครอง นอกจากนั้นกระบวนการยุติธรรมในคดีอาญาต่างๆ ที่เป็นคดีทางการเมืองที่ปัจจุบันถูกตั้งคำถามอย่างกว้างขวางว่ามีการบังคับใช้กฎหมายอย่างบิดเบือนหรือไม่ ปัญหานี้ก็จะรุนแรงมากขึ้น

ส่วนข้อกล่าวหาในการยุบพรรคก้าวไกลนั้น ไม่ว่าจะเรื่อง ส.ส.พรรคก้าวไกล ไปร่วมสังเกตการณ์การชุมนุม การที่ส.ส.ของเราไปช่วยเหลือเรื่องการประกันตัวให้กับผู้ที่ถูกกล่าวหาในคดีทางการเมือง รวมถึงการเสนอ แก้ไขมาตรา 112 เรายังยืนยันว่าไม่เข้าเหตุในการยุบพรรค เพราะเป็นการใช้สิทธิและทำหน้าที่ในฐานะส.ส.ที่ดีของประชาชน และเป็นการประกันสิทธิเสรีภาพที่รับรองไว้ในรัฐธรรมนูญ

มั่นใจไม่เข้าข่ายโดนยุบพรรค

นายชัยธวัชกล่าวว่า ปัจจุบันไม่ว่าประชาชนจะถูกแจ้งข้อกล่าวหาเช่นไรก็ตาม ทุกคนมีสิทธิขั้นพื้นฐานตามกระบวนการยุติธรรมที่จะได้รับการประกันตัวออกมาจนกว่าคำพิพากษาจะถึงที่สุด การเสนอกฎหมายก็เป็นอำนาจหน้าที่ของสมาชิกสภานิติบัญญัติในระบบปกติอยู่แล้ว ซึ่งเรายังยืนยันว่าข้อกล่าวหาเหล่านั้นเป็นข้อกล่าวหาเท็จ และมีเจตนาทำลายล้างพวกเราในทางการเมือง ไม่เข้าเหตุในการยุบพรรค และเราจะต่อสู้เรื่องนี้อย่างถึงที่สุด

“สุดท้ายนี้ไม่ว่าจะมีแรงเสียดทานอย่างไรก็ตาม พรรคก้าวไกลยังยืนยันที่จะต่อต้านการล้มล้างการปกครองของคณะรัฐประหาร (รปห.) และฝ่ายอนุรักษนิยมอย่างถึงที่สุด และยืนยันที่จะต่อสู้เพื่อพิทักษ์ระบอบประชาธิปไตยที่อำนาจสูงสุดเป็นของประชาชน ซึ่งเป็นหลักการพื้นฐานในการสร้างชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศ หากเราถอยห่างจาก หลักการเช่นนี้ก็ไม่มีเหตุผลใดที่จะมีพรรค การเมืองอย่างพวกเราอยู่ ดังนั้น ยืนยันที่จะเดินหน้าต่อสู้เคียงข้างประชาชนอย่างถึง ที่สุด” นายชัยธวัชกล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญจะทำให้การทำงานของพรรคก้าวไกลที่รณรงค์เรื่องการแก้ไขมาตรา 112 ลำบากมากขึ้นหรือไม่ นายชัยธวัชกล่าวว่า คงไม่กระทบ เพราะเราได้เสนอร่างกฎหมายไปตามกระบวนการตามปกติอยู่แล้วตั้งแต่เดือนก.พ. ตอนนี้เข้าสู่กระบวนการของรัฐสภา ไม่ได้มีผลกระทบอะไร

‘สมชัย’ชี้อาจสอดคล้องคำวินิจฉัย

นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต. กล่าวว่า การเหมารวมทั้ง 10 เรื่องที่ผู้ชุมนุมเรียกร้องเป็นเรื่องการล้มล้างการปกครองอาจ ไม่ถูกต้อง เบื้องต้นเรื่องที่ 9 เป็นเรื่องการเรียกร้องให้เกิดความเป็นธรรมคดีอาญากรณีอุ้มสูญหาย ไม่ได้เกี่ยวกับพระมหากษัตริย์ ส่วนที่บอกว่าให้กลุ่มองค์กรเครือข่ายเลิกกระทำการดังกล่าวในอนาคต อาจเป็นคำที่ดูกว้าง เพราะไม่รู้ว่าใครคือเครือข่ายที่ต้องยุติการ กระทำ ศาลไม่ได้ชี้ชัดเจน นอกจากนั้นการที่ศาลสั่งให้ยุติการกระทำในอนาคต เมื่ออ่านรัฐธรรมนูญ มาตรา 49 แล้วคิดว่าไปไม่ถึง เพราะมาตรา 49 เพียงแค่ว่าหากศาลเห็นว่าผิดให้สั่งให้ยุติการกระทำในปัจจุบัน

ผู้สื่อข่าวถามถึงการนำเรื่องนี้ไปเป็นสารตั้งต้นยื่นยุบพรรคก้าวไกล นายสมชัยกล่าวว่า เป็นกระบวนการทางการเมือง อาจมีคนที่มีจุดยืนแตกต่างและการมุ่งจะทำลายล้างก็จะมีความแตกต่างกัน ต้องรอดูผลที่เกิดขึ้น แม้มาตรา 49 จะบอกว่าไม่มีผลทางอาญา แต่คิดว่าคงจะนำไปเป็นส่วนหนึ่งในการร้องดำเนินคดีอาญาต่อบุคคล คณะบุคคลแน่ ซึ่งศาลก็ตัดสินโดยอิสระไม่ได้ผูกพันกับเรื่องนี้ แต่มีน้ำหนักว่าหากศาลเคยชี้ทำนองนี้แล้ว น้ำหนักทางอาญาก็มีแนวโน้มเป็นไปได้ที่จะออกมาในเชิงที่สอดคล้องกัน

เมื่อถามว่ามีการเสนอให้ยกเลิกมาตรา 112 จะเข้าข่ายกรณีนี้ด้วยหรือไม่ นายสมชัยกล่าวว่า ถ้าตีตามตัวอักษร การยกเลิกมาตรา 112 เป็น 1 ใน 10 ข้อเสนอในการชุมนุมดังกล่าว จึงทำไม่ได้ แต่เสนอให้ปรับปรุงน่าจะได้

‘วิษณุ’เตือนชุมนุมต้องระวัง

ด้านนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ยังไม่เห็นคำวินิจฉัยฉบับเต็ม โดยคำร้องดังกล่าวร้องตามรัฐธรรมนูญมาตรา 49 ไม่ใช่มุ่งหวังที่จะให้มีความผิดทางอาญา เรื่องความผิดอาญาคงต้องว่ากันต่างหาก แต่จาก คำวินิจฉัยของศาล แสดงให้เห็นว่าคนที่กระทำเช่นนี้ต้องระวัง จะอ้างสิทธิเสรีภาพเหมือนที่เคยทำไม่ได้ เพราะศาลชี้ว่าการทำไม่ใช่การใช้สิทธิเสรีภาพ ในความมุ่งหมายของรัฐธรรมนูญ ดังนั้นการชุมนุมครั้งต่อไปต้องระวังมากขึ้น

นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ขณะนี้ที่น่ากังวลใจมากที่สุดคือการกล่าวให้ร้ายศาลรัฐธรรมนูญโดยบิดเบือนความเป็นจริง ใช้คำหยาบคาย เสียดสี ในลักษณะดูหมิ่นศาล ไม่ได้ใช้สิทธิโดยสุจริต ซึ่งมีความผิดตามกฎหมาย ตนเห็นด้วยที่ศาลรัฐธรรมนูญจะตั้งทีมในการติดตามผู้กระทำความผิดทุกช่องทางโดยเฉพาะช่องทางโซเชี่ยล แต่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกหน่วยงานต้องช่วยกันอย่างเต็มที่ จะปล่อยให้ศาลรัฐธรรมนูญต่อสู้โดยลำพังคงไม่ได้

โดยเฉพาะกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม(ดีอีเอส) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) ต้องประสานงานกันให้เต็มที่ เหตุผลเพราะเป็นความผิดอาญาแผ่นดินไม่เช่นนั้นบ้านเมืองจะคงไว้ซึ่งหลักการของกฎหมายไม่ได้ และขอให้ทุกฝ่ายเคารพคำวินิจฉัยของ ศาลรัฐธรรมนูญ ไม่เช่นนั้นความวุ่นวายใน บ้านเมืองก็จะเกิดขึ้นอย่างไม่จบสิ้น

‘ชลน่าน’ห่วงนำไปสู่แตกแยก

ด้านนพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน หัวหน้าพรรคเพื่อไทย(พท.) กล่าวว่า คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญถือเป็นเรื่องสำคัญและมีความละเอียดอ่อนมาก พรรคได้มอบหมายให้ฝ่ายกฎหมายของพรรคศึกษารายละเอียดใน คำวินิจฉัยอย่างละเอียดก่อนจะมีท่าทีออกไป ในฐานะหัวหน้าพรรคและสมาชิกพรรคได้ปรึกษากันและเป็นห่วง คือ จะนำไปสู่ความแตกแยกหรือไม่ อย่างไร หรือจะมีเหตุ บานปลายหรือไม่

ผู้สื่อข่าวถามว่าคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญจะกระทบกับสิ่งที่พรรคเพื่อไทยประกาศเป็นสะพานเชื่อมแก้ไขมาตรา 116 และมาตรา 112 ในสภา นพ.ชลน่านกล่าวว่า ไม่กระทบ เพราะสิ่งที่พรรคเสนอญัตติ เข้าสภา มาจากข้อเสนอของกลุ่มพลเมืองเพื่อ ผู้ต้องขังทางการเมือง ที่มีวัตถุประสงค์ชัดว่าให้ช่วยเหลือผู้ต้องขังทางการเมืองให้ได้รับสิทธิประกันตัว ไม่เกี่ยวกับเรื่องล้มล้างสถาบันใดๆ เลย

สิ่งที่เราทำไปแล้วคือการยื่นญัตติด่วนให้สภา ช่วยพิจารณาตั้งกมธ.วิสามัญขึ้นมา ช่วยยับยั้งการถูกจับของคนรุ่นใหม่และอ้างสิทธิ์ตามรัฐธรรมนูญ ไม่ได้บังคับศาล เพราะการวินิจฉัยคำพิพากษาทางคดีเราก้าวล่วงไม่ได้ แต่ก้าวล่วงกระบวนการได้

‘บิ๊กตู่’ปลุกใจคนยืนในโรงหนัง

ที่สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เป็นประธานในพิธีเปิดการศึกษาหลักสูตรการป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) รุ่นที่ 64 มีผู้เข้ารับการศึกษา 288 คน โดยทั้งหมดได้ร่วมร้องเพลง “บ้านเกิดเมืองนอน” เพื่อเป็นการปลุกใจ

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ขอให้ทุกคน ฟัง อ่านเนื้อร้อง คิดตาม และนำมาสร้างปัจจุบันให้ประเทศ ประชาชน และทุกส่วนงานที่เกี่ยวข้องมีความเข้มแข็ง มุ่งมั่นในการรักษาแผ่นดินหนึ่งเดียวที่มีอยู่ โดยเฉพาะสิ่งสำคัญที่หลายคนอาจลืมไป คือ การที่ประเทศไทยยังสามารถรักษาความเป็นอิสระไว้ได้ ไม่เป็นเมืองขึ้นของใคร ด้วยสติปัญญาของพระ มหากษัตริย์ในอดีต และประเทศไทยก็ไม่มีความขัดแย้งใดๆ เกิดขึ้นมาจนถึงรัชกาลปัจจุบัน

ความสำคัญทั้งหมด อยากให้นำมาใช้ ขับเคลื่อนตัวเองและสังคม ประเทศไทยจะเกิดความเข้มแข็ง ทุกคนอยู่ภายใต้กฎหมายเดียวกันคือความเท่าเทียม ในเรื่องความเป็นธรรม รัฐบาลก็ดูแลความเดือดร้อนของผู้มี รายได้น้อยไปด้วย สิ่งนี้คือความเท่าเทียมและเป็นธรรม จึงขอให้ทำความเข้าใจกับ 2 คำนี้ ว่าเรามีอะไรที่ดีอยู่แล้วในเรื่องการเป็น ประชาธิปไตย

“เรื่องการยืนในโรงฉายหนัง เป็นห่วงคนที่อยากยืน แต่ไม่กล้ายืน จึงอยากขอทุกคนมีความกล้าหาญที่จะยืน ทุกคนคงเข้าใจ ไม่ได้บังคับกัน” พล.อ.ประยุทธ์กล่าวทิ้งท้าย

‘บิ๊กป้อม’เชิญทั้งครม.-ส.ส.ปาร์ตี้

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรค พลังประชารัฐ (พปชร.) ให้สัมภาษณ์ ถึงกิจกรรมกระชับสัมพันธ์พรรคร่วม รัฐบาลวันที่ 26 พ.ย.ที่สโมสรราชพฤกษ์ นอร์ธปาร์ค

โดยพล.อ.ประยุทธ์ระบุเชิญมาก็ไป เห็นว่าเขาจะเชิญว่า “ต้องเชิญสิ ไม่เชิญได้ไง”

เมื่อถามว่าจะเชิญ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ร่วมงานด้วยหรือไม่ พล.อ. ประวิตรกล่าวว่า เชิญ คณะรัฐมนตรี(ครม.)ทั้งหมด เพื่อนำข้อเสนอแนะของประชาชนไปคุยกันว่าประชาชนต้องการอะไร ก็ต้องมีทั้งครม.และส.ส.ไปร่วมด้วย

ก.ก.เหน็บกินข้าวเย้ยชาวนา

เมื่อเวลา 10.45 น. ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีนายชวน หลีกภัย ประธานสภา ทำหน้าที่ประธานการประชุม เมื่อเข้าสู่การพิจารณาวาระกระทู้ถามสดด้วยวาจา นายชวน แจ้งว่า วันนี้มีกระทู้ถามสดด้วยวาจา 3 กระทู้ มีรัฐมนตรีมาตอบครบทั้ง 3 กระทู้ กระทู้ที่ 1 เป็นของนายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ส.ส.นราธิวาส พรรคประชาชาติ ถามเรื่องสิทธิที่ดินทำกิน ต่อรมว.มหาดไทย ซึ่งมอบหมาย นายนิพนธ์ บุญญามณี รมช.มหาดไทย ชี้แจง กระทู้ที่ 2 นายปดิพัทธ์ สันติภาดา ส.ส.พิษณุโลก พรรคก้าวไกล ถามปัญหาราคาข้าวต่อรมว.พาณิชย์ และกระทู้ที่ 3 นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม ส.ส.สุรินทร์ พรรคเพื่อไทย ถามเรื่องราคาน้ำมันต่อรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง

นายปดิพัทธ์ ตั้งกระทู้ถามว่า ขณะนี้ราคาข้าวตกต่ำจึงอยากทราบว่าเงินประกันรายได้ของชาวนา จะจ่ายได้เมื่อไร วงเงินเท่าใด มีมาตรการระยะกลางและระยะยาวอย่างไร และมีปัญาอะไรกับรมช.คลังหรือไม่ที่ออกมาบอกว่าโครงการประกันรายได้เป็นภาระ งบประมาณและทำให้เกษตรกรอ่อนแอ จะคุยกันรู้เรื่องหรือไม่ พวกเขารอดูงานเลี้ยงพรรคร่วมรัฐบาลในวันที่ 26 พ.ย.ว่าจะไปกันรอดหรือไม่ แต่เวลาที่ดูพวกท่านกินข้าวกัน พวกเขาอดมื้อกินมื้อ จึงอยากถามว่ามาตรการระยะยาวจะเป็นอย่างไร

‘จุรินทร์’แจงยิบประกันราคา

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ ชี้แจงว่า เงินประกันรายได้ของชาวนาจะจ่ายให้ทั้งหมด 33 งวด โดยโอนตรงเข้าบัญชีธนาคารของชาวนา ขณะนี้เงินงวดที่ 1 และ 2 จ่ายไปแล้ว เมื่อ 9-10 พ.ย.ที่ผ่านมา วงเงิน 13,000 ล้านบาท เกษตรกรส่วนใหญ่ได้เงินชดเชยเรียบร้อย และได้เงินส่วนต่างจำนวนมาก ส่วนการจ่ายเงินชดเชยงวดต่อๆ ไป จะจ่ายสัปดาห์ละหนึ่งครั้ง แต่จะจ่ายเท่าใดขึ้นอยู่กับราคาข้าวที่ เป็นจริงขณะนั้น

เป้าหมายระยะกลางและยาวได้วางยุทธศาสตร์ลดต้นทุนการทำนาของเกษตรกรจาก 6,000 บาทต่อไร่ เหลือ 3,000 บาทต่อไร่ ภายใน 5 ปี พร้อมพัฒนาพันธุ์ข้าวให้ได้มาตรฐาน เตี้ย สั้น ดก ดี ให้ชาวนาได้มี รายได้สูงขึ้น จะใช้ยุทธศาสตร์การตลาดนำ อย่างช้าในปี 2567 ต้องมีข้าวพันธุ์ใหม่เกิดขึ้น 12 พันธุ์ และวางเป้าหมายเพิ่มผลผลิตต่อไร่จาก 465 กิโลกรัม เป็น 500 กิโลกรัม

โต้‘ปดิพัทธ์’-ไร้ปัญหากับ‘สันติ’

นายจุรินทร์กล่าวว่า กรณีนายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง ระบุโครงการประกันรายได้เป็นภาระของรัฐบาลจนกระเป๋าฉีกนั้น ยืนยันตนไม่ได้มีปัญหาอะไรกับนายสันติ เพราะอย่างไรเสียก็ต้องทำงานอยู่ร่วมกันในรัฐบาล และนโยบายประกันรายได้เป็นของพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งเป็นนโยบายที่ตกลงจะดำเนินการตั้งแต่ก่อนเข้าร่วมรัฐบาล และเมื่อเข้าร่วมรัฐบาลก็เห็นพ้องกันให้ดำเนินการ โครงการนี้เป็นนโยบายของรัฐบาล จึงไม่ต้องเป็นห่วงว่าจะไม่ดำเนินการ

ส่วนงานเลี้ยงพรรคร่วมรัฐบาลวันที่ 26 พ.ย.ตนยืนยันจะไปร่วมงานเลี้ยง ไม่ได้กินข้าวเพื่อเยาะเย้ยชาวนา แต่เป็นเรื่องที่ต้องไปพบปะพูดคุยกัน เพื่อให้เราได้ทำหน้าที่ในฐานะพรรคร่วมรัฐบาลที่จะเป็นความหวังให้ประชาชน นอกจากที่พบกันในสภาเพียงอย่างเดียว

วิป 3 ฝ่ายเคาะถกแก้รธน.ภาคปชช.

เวลา 14.30 น. ที่รัฐสภา นายนิโรธ สุนทรเลขา ส.ส.นครสวรรค์ พรรคพลังประชารัฐ ประธานคณะกรรมการประสานงานสภา ผู้แทนราษฎร (วิปรัฐบาล) ให้สัมภาษณ์ก่อนประชุมวิป 3 ฝ่าย ถึงการทำหน้าที่ประธาน วิปรัฐบาลในสัปดาห์แรก มองภาพรวม การทำงานของสภาในช่วงเปิดสมัยประชุมว่า คิดว่าดี ส.ส.ทุกคนช่วยกัน เมื่อวันที่ 10 พ.ย. ก็ผลักดันกฎหมายหลายฉบับ และวันนี้ เป็นเรื่องที่ดีที่ครม.ได้มาตอบกระทู้อย่าง ครบถ้วน

ผู้สื่อข่าวถามว่า คาดว่าจะช่วยพยุงให้การประชุมสามารถประสบความสำเร็จจนถึงปิดสมัยประชุมนี้หรือไม่ นายนิโรธกล่าวว่า เหมือนอย่างที่ นายชวน หลีกภัย ประธานสภาได้ให้สัมภาษณ์ว่าเป็นหน้าที่ของส.ส.ทุกคนที่ต้องช่วยกัน

นายณัฐกานต์ ชูชนะ เลขานุการคณะทำงานประธานสภาผู้แทนราษฎร แถลงผลการประชุมวิป 3 ฝ่าย กรณีการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับภาคประชาชน ที่จะเข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภาในวันที่ 16 พ.ย. ว่า ที่ประชุมมีข้อสรุปว่าให้เวลาอภิปรายทั้งหมด 18 ชั่วโมง แบ่งเป็น 3 ฝ่าย คือ วุฒิสภา ส.ส.รัฐบาล และส.ส.ฝ่ายค้าน ฝ่ายละ 5 ชั่วโมง และภาคประชาชนเจ้าของญัตติ 3 ชั่วโมง เมื่ออภิปรายครบ 18 ชั่วโมงแล้วจะหยุดการประชุม แล้วลงมติในวันที่ 17 พ.ย. เวลา 10.00 น. โดยการขานชื่อเป็นรายบุคคล จากนั้นช่วงบ่ายจะเป็นการประชุมสภาผู้แทนราษฎรตามปกติ

รีโซลูชั่นส่ง 4 ตัวท็อปชี้แจง

ด้านเฟซบุ๊กแฟนเพจของกลุ่ม Re-Solution ถึงเวลารัฐธรรมนูญใหม่ โพสต์ข้อความว่า หงายไพ่ 4 ตัวท็อป ผู้ชี้แจงร่างแก้รัฐธรรมนูญ ขอคนละชื่อรื้อระบอบประยุทธ์ เตรียมส่ง 4 ผู้เชิญชวนเข้าชื่อเสนอกฎหมายเป็นตัวแทนประชาชนไปชี้แจงต่อรัฐสภา หลังร่างแก้รัฐธรรมนูญฉบับรื้อระบอบประยุทธ์ ถูกบรรจุเข้าสู่วาระการพิจารณาในวันที่ 16 พ.ย.

ผู้ชี้แจงที่จะเป็นตัวแทนประชาชนไปนำเสนอร่างรื้อระบอบประยุทธ์ อภิปรายและตอบข้อซักถามต่อรัฐสภา ได้แก่ นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า นายพริษฐ์ วัชรสินธุ ผู้ก่อตั้งกลุ่มรัฐธรรมนูญก้าวหน้า นายณัชปกร นามเมือง เจ้าหน้าที่โครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (ไอลอว์) และน.ส.ชลธิชา แจ้งเร็ว นักกิจกรรมด้านสิทธิมนุษยชน ซึ่งผู้ชี้แจงพร้อมจัดเต็มทั้งลีลาวาทศิลป์ การใช้เหตุผล หลักการประชาธิปไตย หลักธรรมาภิบาล สิทธิมนุษยชน และกฎหมายรัฐธรรมนูญ ไม่มีแผ่วแน่นอน

พท.นัดถกเคาะซักฟอก 15 พ.ย.

นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน หัวหน้าพรรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจแบบไม่ลงมติ ตามมาตรา 152 ของพรรคร่วมฝ่ายค้านว่า วันที่ 15 พ.ย. จะนัดประชุมหัวหน้าพรรคร่วมฝ่ายค้าน ที่พรรรคเพื่อไทย เพื่อหารือถึง รายละเอียดทั้งหมดในการอภิปราย เบื้องต้นมุ่งประเด็นไปที่ปัญหาของประชาชนเป็นหลัก โดยเฉพาะปัญหาเศรษฐกิจ การแพร่ระบาดของโควิด-19 ปัญหาเรื่องสิทธิเสรีภาพตามระบอบประชาธิปไตยและเสถียรภาพของรัฐบาล

ขณะนี้รัฐบาลมีนโยบายเปิดประเทศ เพื่อเปิดรับนักท่องเที่ยว แต่ประชาชนยังต้องเผชิญกับโควิด-19 ปัญหาน้ำท่วม แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลไม่สนใจประชาชน นี่คือสิ่งที่เราจะนำไปเป็นประเด็นในการเปิดอภิปรายในครั้งนี้

‘ศรัณย์วุฒิ’ย้ายซบเพื่อชาติ

นายศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ ส.ส.อุตรดิตถ์ เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้ตัดสินใจย้ายไปสังกัดพรรคเพื่อชาติ (พช.) แล้วหลังจากพรรคเพื่อไทยมีมติขับตนให้พ้นจากสมาชิกพรรค ยืนยันว่า ได้ทำตามที่ตัวเองเคยประกาศไว้ก่อนหน้านี้ ว่าจะไปอยู่พรรคการเมืองที่เป็นประชาธิปไตย ส่วนรายละเอียดทั้งหมดตนจะแถลงข่าวให้ทราบอีกครั้ง

ผู้สื่อข่าวถามว่าเคยบอกว่าในการเลือกตั้งครั้งหน้าที่เป็นระบบบัตร 2 ใบ พรรคเล็ก อาจเสียเปรียบ ดังนั้นควรจับมือร่วมกันต่อสู้ทางการเมือง ได้ติดต่อพูดคุยกับพรรค การเมืองอื่นบ้างหรือไม่ นายศรัณย์วุฒิ กล่าวว่า มีแน่นอน ในวันที่ 11 พ.ย. ตนเดินทางมาสภา มีเพื่อน ส.ส.หลายคนสอบถามจะไปอยู่พรรคการเมืองใด เมื่อบอกว่าไปอยู่พรรคเพื่อชาติหลายคนก็ยินดี และบางท่านที่ได้ยุบพรรคไป อยากจะมาร่วมงานการเมืองกับตนด้วย แต่ยังไม่ขอบอกว่าเป็นใคร หากมีความชัดเจนจะแจ้งให้ทราบอีกครั้ง

ศาลไม่จำหน่ายคดี‘ธณิกานต์’

เมื่อวันที่ 11 พ.ย. ที่ศาลฎีกา สนามหลวง องค์คณะศาลฎีกา นัดพิจารณาคดีครั้งแรกสอบคำให้การในคดีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ยื่นร้อง น.ส.ธณิกานต์ พรพงษาโรจน์ ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เรื่องการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง ข้อ 6-8, 11, 17 และ 27 จากการเสียบบัตรแทนกัน ระหว่างการพิจารณาร่างพ.ร.บ.เหรียญราชรุจิ ร.10 เมื่อ 8 ส.ค.2562 ซึ่งศาลฎีกา มีคำสั่งให้รับคำร้องเมื่อเดือนส.ค. มีคำสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ และนัดพิจารณาครั้งแรกหรือไต่สวนพยานผู้ร้องในวันนี้

วันนี้ คู่ความทั้งสองฝ่ายมาศาล โดยกรณีดังกล่าวยังเป็นคดีที่อัยการสูงสุด ยื่นฟ้องจำเลยเป็นคดีหมายเลขดำ อม.19/2564 ของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองหรือศาลฎีกานักการเมือง ซึ่งน.ส.ธณิกานต์แถลงว่าหากจะนำคำเบิกความของสำนวนคดีในศาลฎีกานักการเมือง มาเป็นถ้อยคำพยานในคดีนี้ เพื่อไม่ให้เป็นการเบิกความซ้ำซ้อนกัน ศาลไม่คัดค้าน แต่ขอให้มีการไต่สวนพยานปากเดิมเพิ่มเติมในประเด็นอื่น หรือพยานใหม่ และขอให้จำหน่ายคดีนี้ชั่วคราวเพื่อรอการพิจารณาคดีของศาลฎีกานักการเมือง

ในส่วนของป.ป.ช.ก็ไม่คัดค้านที่จะนำคำเบิกความมาเป็นถ้อยคำในคดีนี้เช่นกัน แต่ประสงค์ให้ไต่สวนต่อโดยไม่รอผลการพิจารณาของศาลฎีกานักการเมือง

องค์คณะพิจารณาแล้วเห็นว่า ให้นำบันทึกถ้อยคำของคดี อม. 19/2564 มารวมเป็นถ้อยคำของคู่ความทั้งสองฝ่ายในคดีนี้ และอนุญาตให้ไต่สวนพยานปากเดิมในข้อเท็จจริงที่ไม่ซ้ำกัน โดยไม่จำเป็นต้องจำหน่ายคดีนี้ไว้ชั่วคราว โดยศาลนัดพร้อมกันในวันที่ 26 เม.ย.2565 เวลา 09.30 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันที่ 12 พ.ย.2564 ศาลฎีกา นัดพิจารณาคดีครั้งแรกสอบคำให้การ คดีหมายเลขดำ คมจ.3/2564 ที่ ป.ป.ช.ยื่นร้องนายฉลอง เทอดวีระพงศ์ และนายภูมิศิษฏ์ คงมี ส.ส.พรรคภูมิใจไทย ข้อกล่าวหาฝ่าฝืนจริยธรรมร้ายแรง กรณีเสียบบัตรแทนกันในสภา

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน