จี้‘ชวน’บรรจุญัตติแก้112
รัฐบาลมีตติ้ง-เช็กสต๊อก

เลขาฯ กกต.อู้อี้ถกยุบพรรคก้าวไกล ระบุเป็นหน้าที่กรรมการไต่สวนก้าวไกลโวยอีกแผนบ่อนทำลาย จี้ ‘ชวน’ บรรจุญัตติแก้มาตรา 112 เร่งด่วน ‘จรัญ ภักดีธนากุล’ ชี้คำวินิจฉัยศาลรธน. ป้องปรามกลุ่มเคลื่อนไหวผิดกฎหมาย เชื่อไม่ใช่คำขู่ ‘สิระ’ จ่อฟ้อง ‘ธนาธร-ปิยบุตร’ ยุยงผู้ชุมนุม ‘อนุทิน’ เผยงานมีตติ้งพรรคร่วมรัฐบาล จัดในรอบ 2 ปี เน้นสังสรรค์ เช็กสต๊อก ตำรวจจัดกำลังกว่า 1 พันนาย รับ ‘บิ๊กตู่-ครม.สัญจร’ กระบี่-ตรัง 15-16 พ.ย. สั่งคุมเข้มม็อบ ชาวบ้านยื่นร้องเรียน

ครม.สัญจรกระบี่-ตร.ตรึงเข้ม

เมื่อวันที่ 12 พ.ย. ที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกระบี่ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รองผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.ท.อำพล บัวรับพร ผบช.ภ.8 ร่วมประชุมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจระดับสูงภายในภาค 8 ตำรวจสันติบาล ตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) ตำรวจท่องเที่ยว ตำรวจทางหลวง หน่วยงานด้านความมั่นคง เพื่อเตรียมต้อนรับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม และคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในการเดินทางมาตรวจราชการ จ.กระบี่ จ.ตรัง และประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ (ครม.สัญจร) ครั้งที่ 1/2564 ที่จ.กระบี่ วันที่ 15-16 พ.ย.

พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ได้เน้นย้ำให้ตำรวจที่มีหน้าที่ดูแลความปลอดภัยในด้านต่างๆ ดำเนินการด้วยความเข้มงวดและให้เรียบร้อยมากที่สุด นอกจากนั้น ยังแจ้งให้ด้านการข่าว ดูแลเรื่องการร้องเรียน การชุมนุมที่อาจจะเกิดขึ้น เบื้องต้นทางตำรวจได้จัดกำลังในการดูแลความปลอดภัยและอำนวยความสะดวก นายกฯ และครม.ไว้กว่า 1,000 นาย โดยคาดว่าจะมีกลุ่มประชาชน กลุ่มผู้เรียกร้องต่างๆ มายื่นหนังสือถึงนายกฯหลายกลุ่ม

โปรแกรมลงพื้นที่กระบี่-ตรัง

ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า ล่าสุด สำนักโฆษก สำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยกำหนดการพล.อ.ประยุทธ์ในการเดินทางไปจ.กระบี่ และจ.ตรัง โดยวันจันทร์ที่ 15 พ.ย. เวลา 08.00 น. นายกฯ และคณะ ออกเดินทางจากท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน.6) ดอนเมือง กรุงเทพฯ ไปยังท่าอากาศยานนานาชาติจังหวัดกระบี่

เวลา 10.00 น. พล.อ.ประยุทธ์ตรวจเยี่ยมศูนย์พัฒนาประสิทธิภาพการให้ความช่วยเหลือและสร้างความปลอดภัย ทางการท่องเที่ยวจังหวัดกระบี่ ต.ไสไทย อ.เมืองกระบี่ (ศูนย์ฝึกอบรมด้านการดับเพลิง กู้ภัย และบรรเทาสาธารณภัยระดับสากลแห่งแรกและแห่งเดียวของประเทศไทย) เวลา 10.35 น. เป็นประธานในพิธีเปิดศูนย์จําหน่ายผลิตภัณฑ์ชุมชน สินค้า OTOP อันดามัน (ANDAMAN OTOP SHOP) 6 จังหวัด (ระนอง ภูเก็ต พังงา กระบี่ ตรัง และสตูล) ที่ศูนย์การเรียนรู้วัฒนธรรมอันดามัน เทศบาลเมืองกระบี่ ต.ปากน้ำ อ.เมืองกระบี่

เวลา 13.20 น. พล.อ.ประยุทธ์ตรวจเยี่ยมวิถีชีวิตชุมชนท่องเที่ยวตําบลหนองทะเล ที่ชุมชนท่องเที่ยวบ้านคลองหรูด (คลองน้ำใส) ต.หนองทะเล อ.เมืองกระบี่ เวลา 15.00 น. เป็นประธานในพิธีเปิดแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติต้อนรับนักท่องเที่ยว จ.กระบี่ และพบผู้ประกอบการธุรกิจการท่องเที่ยวและผู้นําท้องถิ่น ที่อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี ต.อ่าวนาง อ.เมืองกระบี่

สำหรับวันอังคารที่ 16 พ.ย. เวลา 08.00 น. พล.อ.ประยุทธ์เดินทางถึงโรงแรมโซฟิเทล กระบี่ โภคีธรา กอล์ฟ แอนด์ สปา รีสอร์ท ต.หนองทะเล อ.เมืองกระบี่ และเวลา 09.00 น. เป็นประธานการประชุมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมกลุ่มจังหวัดภาคใต้ ฝั่งอันดามัน (กระบี่ ตรัง พังงา ภูเก็ต ระนอง และสตูล) ที่ห้องประชุมโภคีธรา เวลา 11.00 น. เป็นประธานการประชุมครม.ที่ ห้องประชุมโภคีธรา เสร็จแล้วเดินทางไปจ.ตรัง

เวลา 14.45 น. พล.อ.ประยุทธ์เป็นประธานในพิธีเปิด “ท่าเรือปากเมง เปิดประตูสู่อันดามัน” ที่ท่าเรือปากเมง ต.ไม้ฝาด อ.สิเกา จ.ตรัง เวลา 17.45 น. เดินทางถึงท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน.6) ดอนเมือง กรุงเทพฯ

‘อนุทิน’เผยปาร์ตี้รบ.รอบ 2 ปี

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ให้สัมภาษณ์ถึงการจัดงานกระชับสัมพันธ์พรรคร่วมรัฐบาล ที่สโมสรราชพฤกษ์ นอร์ธปาร์ค ในวันที่ 26 พ.ย.ว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ได้โทรศัพท์มาบอกกับตนด้วยตัวเองแล้ว เมื่อพล.อ.ประวิตรโทร.มาเรียกเอง เราก็ต้องไป แต่คงไม่มีประเด็นอะไรที่จะต้องไปเคลียร์กับพรรคร่วมรัฐบาล พรรคภูมิใจไทยมีแนวทางการทำงานของเรา เราอยู่ของเรา ไม่ได้มีเรื่องอะไรมากมาย ทำงานตามหน้าที่ พรรคภูมิใจไทยมืออาชีพกำหนดบทบาทที่ชัดเจน

ผู้สื่อข่าวถามว่าจะไปร่วมงานด้วยตัวเองหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ตนต้องเดินทางไปประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ประชุมร่วมกับองค์การอนามัยโลกเพื่อหารือข้อตกลงหลายเรื่อง และแลกเปลี่ยนประสบการณ์โรค โควิด-19 ของแต่ละประเทศ แต่ถ้าอยู่ต้องไปเอง ถึงอย่างไรพรรคภูมิใจไทยก็มีรองหัวหน้าพรรค และเลขาธิการพรรคที่ไปร่วมงานอยู่แล้ว

เน้นสังสรรค์-เช็กสต๊อก

ต่อข้อถามว่า หากไม่ได้ไปร่วมงานด้วยตัวเองอาจทำให้ขาดสีสัน นายอนุทินกล่าวว่า ตนเดินทางประมาณ วันที่ 26 หรือวันที่ 27 พ.ย. ถ้าวันที่ 26 พ.ย.ยังอยู่ก็ไปได้ เผื่อเอาไว้ก่อน แต่ถ้าตนไม่ไปก็มีนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เลขาธิการพรรคกับคนอื่นๆ ไปร่วมงานอยู่แล้ว

เมื่อถามว่าวางแนวทางการพูดคุยในงานเลี้ยงพรรคร่วมรัฐบาลไว้อย่างไร นายอนุทินกล่าวว่า ไปกิน ไม่ดื่ม งานดังกล่าวเป็นการกระชับความสัมพันธ์ งานเลี้ยงสังสรรค์ เนื่องจากพรรคร่วมรัฐบาลไม่ได้พบปะ เจอหน้าเจอตากันอย่างพร้อมหน้าเท่าที่จำได้เกือบ 2 ปีแล้ว เพื่อเป็นการเช็กสต๊อก ไม่มีอะไร น่าห่วง ทุกคนทำหน้าที่ของตัวเอง

“อย่าไปกังวลเรื่องเสถียรภาพของรัฐบาล ถึงอย่างไรก็อยู่ได้ หัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาลทุกพรรคก็นั่งอยู่ในครม. เจอหน้ากันทุกสัปดาห์พูดคุยกันในที่ประชุมครม. ก็มีช่วงพักการประชุมที่หัวหน้าพรรคทุกพรรคมาคุยกัน คุยกับนายกฯ คุยกับผู้ใหญ่ ไม่มีอะไรที่เป็นประเด็นปัญหาแม้แต่น้อย ทำไมจึงไม่คิดว่าสภานี้จะมีปัญหา” นายอนุทินกล่าว

‘สุวัจน์’หนุนสร้างเสถียรภาพ

ที่วัดป่าจิตตสามัคคี อ.เมือง จ.นครราชสีมา นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ อดีตรองนายกรัฐมนตรี ประธานที่ปรึกษาพรรคชาติพัฒนา (ชพน.) เป็นประธานทอดกฐินของเทศบาลนครนครราชสีมา พร้อมด้วย นายเทวัญ ลิปตพัลลภ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคชาติพัฒนา และคณะ

นายสุวัจน์ให้สัมภาษณ์ถึงการจัดกิจกรรมกระชับสัมพันธ์พรรคร่วมรัฐบาลว่า การมาพบกันของพรรคร่วมรัฐบาลจะมีผลดีกับเสถียรภาพของรัฐบาล เพราะเรื่องเสียงในรัฐสภามีความสำคัญมาก วันนี้รัฐบาลเหลือเวลาทำงานอีกปีกว่าๆ เป็นการทำงานบนวิกฤตของประเทศที่พี่น้องในประเทศฝากความหวัง วิกฤตโควิด-19 วิกฤตเศรษฐกิจ น้ำท่วม ซึ่งเป็นวิกฤตที่มีผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่และการเจริญเติบโตของประเทศ รัฐบาลต้องทำงานอย่างหนัก ถ้ารัฐบาลขาดเสถียรภาพ กลไกต่างๆ ก็ไม่สนับสนุนให้ไปสู่เป้าหมายได้

“การเมืองสมัยก่อนจะเจอกันบ่อยมาก เพราะมีพรรคร่วมหลายพรรค และจะมีประเพณีหมุนเวียนกันเป็นเจ้าภาพ ฉะนั้น เสถียรภาพในการเมืองรุ่นก่อนๆ จะมีความใกล้ชิดกันพอสมควร จะไม่ค่อยมีปัญหา ถ้ามีการจัดและเชิญพรรคร่วมรัฐบาลมาพบปะพูดคุย แลกเปลี่ยนความคิดเห็นว่าจะทำอะไรให้บ้านเมือง ประชาชนเดือดร้อนอะไร พวกเราจะมีความร่วมมือกันอย่างไร หรือการสร้างความเข้มแข็งให้กับรัฐบาล เพราะทุกวันของรัฐบาลมีคุณค่ากับประชาชนมาก” นายสุวัจน์กล่าว

กกต.อุบเร่ง-ไม่เร่งถกยุบก้าวไกล

กรณีศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้การกระทำของนายอานนท์ นำภา นายภาณุพงศ์ จาดนอก หรือไมค์ และน.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือรุ้ง 3 แกนนำกลุ่มราษฎรที่ปราศรัยเมื่อวันที่ 10 ส.ค.2563 ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต เพื่อเสนอข้อเรียกร้อง 10 ข้อเกี่ยวกับสถาบันกษัตริย์ เป็นการกระทำที่เป็นการล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และนายณฐพร โตประยูร ได้ขอให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) พิจารณาคำร้องเอาผิดและยุบพรรคก้าวไกล (ก.ก.) ที่ยื่นแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ซึ่งกกต.ขอคัดคำวินิจฉัยเพื่อนำมาพิจารณาว่ามีส่วนใดที่เกี่ยวข้องกับที่มีการร้องหรือไม่อย่างไรด้วย

พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการกกต. กล่าวว่า ขณะนี้คณะกรรมการไต่สวนของสำนักงาน กกต.ยังไม่ได้ส่งคำขอคัดคำวินิจฉัยไปยังศาลรัฐธรรมนูญ เพราะต้องทำตามขั้นตอน ซึ่งเห็นว่าทางนายณฐพรผู้ร้องจะไปขอคัดคำวินิจฉัยมาให้กกต.เอง ถ้าใครได้ก่อนก็จะใช้ของคนนั้น เมื่อได้คำวินิจฉัยแล้วก็ต้องมาศึกษา วิเคราะห์ดูรายละเอียดอีกครั้งว่ามีประเด็นใดบ้าง ตนคงตอบไม่ได้ว่าจะเร่งหรือไม่เร่งดำเนินการเรื่องนี้ เพราะหน้าที่นี้เป็นของคณะกรรมการไต่สวน

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ปฏิเสธ ตอบคำถามผู้สื่อข่าวว่าเป็นห่วงหรือไม่ที่กลุ่ม ผู้ชุมนุมอาจนำผลคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ มาเคลื่อนไหวทางการเมือง

อดีตตศร.ชี้ปมล้มล้าง-ป้องปราม

นายจรัญ ภักดีธนากุล ผู้อำนวยการหลักสูตรนิติศาสตรมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต และอดีตตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ (ตศร.) กล่าวว่า คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญดังกล่าวเชื่อว่า ต้องการจะออกมาเตือน ป้องปรามว่าการกระทำของกลุ่มที่ออกมาเคลื่อนไหวไม่มีขอบเขตผิดกฎหมาย และมีความผิดระดับร้ายแรงเพราะหากถือตามรัฐธรรมนูญมาตรา 49 ถือว่าร้ายแรงมากจึงเหมือนอยากจะให้ถอยกันให้หมด และคำวินิจฉัยก็ชัดเจนว่ามีผลเฉพาะคนที่ทำผิดคือ ผู้ถูกร้องทั้ง 3 คนเท่านั้น ไม่มีผลผูกพันคนอื่น ข้อความที่สังคมตกใจ โดยเฉพาะกลุ่มเครือข่ายจะตกใจ เพราะคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญผูกพันทุกองค์กร เดี๋ยวจะโดนไปด้วย จึงต้องรักษาเนื้อรักษาตัวไม่ให้อยู่ในตัวผู้กระทำ

ครั้งนี้คำวินิจฉัยถูกแยกออกเป็น 2 ส่วนคือ คำวินิจฉัยที่เป็นประเด็นโดยตรง มีผลผูกพันกับทุกองค์กร และคำวินิจฉัย ที่การนำประเด็นต่างๆ มาขยายเหตุผลว่าศาลได้ผ่านกระบวนการความคิดประมวลมาต่างๆ จึงนำมาแสดงเหมือนชักแม่น้ำทั้ง 5 มาสนับสนุนให้คำวินิจฉัยที่เป็นประเด็นโดยตรงนั้นมี น้ำหนัก มีเหตุผล ไม่ใช่ใช้กำปั้นมาทุบดิน แต่ผ่านกระบวนการคิดและใคร่ครวญมาอย่างไรก็เอามาแสดง ซึ่งศาลจะไม่ชี้แจงหลังการพิพากษา ศาลในประเทศไทยจะมีจรรยาบรรณตรงนี้มั่นคงตลอดมา

คำวินิจฉัยของจริง-ไม่ใช่คำขู่

นายจรัญกล่าวว่า ก่อนหน้าที่ศาลรัฐธรรมนูญจะอ่านคำวินิจฉัย มีสื่อมวลชนมาสัมภาษณ์ เกี่ยวกับประเด็นการเสนอแก้มาตรา 112 ซึ่งตนไม่เห็นด้วยที่จะยกเลิกและแก้ไข จึงไปเข้าแนวคิดเดียวกันกับศาลรัฐธรรมนูญ และยอมรับว่า ถูกขู่ เช่นกัน แต่ขอบอกเลยว่าไม่มีใครเขากลัวคำขู่ คนทำงานมาถึงขนาดนี้ พร้อมที่จะตายได้ทุกวัน เพราะตอนนี้อยู่ก็ถือเป็นกำไรวันๆ แต่คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ คือของจริง ไม่ใช่คำขู่

“ขอวิเคราะห์คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในครั้งนี้นั้น ท่านต้องการป้องปรามเพราะ ไม่ต้องการให้ลุกลาม ไปมากกว่านี้ เพราะถ้าคุณไม่พอใจรัฐบาล คุณก็โค่นล้มรัฐบาลไป ไม่ควรต้องมาเกี่ยวข้องอะไรกับองค์พระประมุขของชาติ ดังนั้น ขออย่าตกใจ และขอให้มั่นใจว่า คนในวงการตุลาการจะไม่บ้าจี้ ให้เกิดความรุนแรงทางใดทางหนึ่ง ท่านจะพยายามประคับประคอง ไม่เช่นนั้นจะเกิดเหตุการณ์จับแล้วปล่อย และมั่นใจว่าเมื่อคำตัดสินออกมาแบบนี้เหตุการณ์จะสงบขึ้น” นายจรัญกล่าว

‘สิระ’จ่อฟ้อง‘ธนาธร-ปิยบุตร’

ด้านนายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ ให้สัมภาษณ์ว่า ตั้งแต่วันที่ 21 ก.ย. 2563 ตนได้แจ้งความไว้ที่ สน.ชนะสงคราม ให้ดำเนินคดีกับนายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยศรีวิไลย์ นายพีระวิทย์ เรืองลือดลภาค ส.ส.บัญชี รายชื่อ พรรคไทยรักธรรม และนายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส.ส.กทม. พรรคก้าวไกล ตามความผิดประมวลกฎหมายอาญามาตรา 113 และมาตรา 116 กรณีไปร่วมชุมนุมในสถานที่ห้ามชุมนุม

ภายหลังมีภาพทั้ง 3 คนไปชูสามนิ้ว กับแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม ทั้งที่การชุมนุมที่เกิดขึ้นมีการโจมตีให้ร้ายสถาบันอย่างต่อเนื่อง พฤติกรรมของ ส.ส.ทั้ง 3 คนนั้นเข้าข่ายเป็นผู้สนับสนุนการชุมนุม พร้อมยื่นคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการุทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ตรวจสอบจริยธรรมด้วย ถ้าไม่มีพวกชี้นำสนับสนุนคงไม่เกิดการชุมนุมได้ ตนเป็นห่วงเยาวชนว่าจะตกเป็นเหยื่อ เพราะมีคนยุยง และคนที่อยู่เบื้องหลังเหล่านี้กลับไม่เคยโดนอะไรเลย

นอกจากนี้ ตนยังได้ให้ฝ่ายกฎหมายตรวจสอบพฤติกรรมของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า และนายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า ด้วยว่ามีการสนับสนุนกลุ่มผู้ชุมนุมอย่างไรบ้าง เพื่อแจ้งความตามความผิดมาตรา 113 ต่อไป ส่วนพรรคก้าวไกลตนคิดว่าน่าจะโดนยุบพรรคด้วย เพราะค่อนข้างชัดเจนว่าสนับสนุน ผู้ชุมนุมและการแก้ไขมาตรา 112 อีกทั้งเมื่อ 11 พ.ย.ที่ผ่านมาก็แถลงดิ้นเพื่อมัดตัวเองไปอีก โดยเฉพาะการยุยงให้คนออกไปประท้วงใช้ความรุนแรง

ก.ก.โวยโดนแผนบ่อนทำลาย

นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ รองเลขาธิการพรรคก้าวไกล กล่าวว่า นับตั้งแต่วันที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยว่า ข้อเรียกร้องปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ของผู้ชุมนุมถือเป็นการล้มล้างการปกครอง จะเห็นได้ว่าเริ่มมีบางคนบางกลุ่มพยายามนำมาเป็นข้ออ้างในการเซาะกร่อนบ่อนทำลายพรรคก้าวไกล ราวกับเป็นขั้นตอนต่อไปของแผนการที่ได้ตระเตรียมมาเป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นบางคนบางกลุ่มจากนอกสภา ที่อ้างเหตุที่ ส.ส.ของพรรคไปประกันตัวให้ผู้ชุมนุม หรือที่พรรคพยายามยื่นเสนอแก้ไขมาตรา 112 ต่อสภา เราได้ยืนยันแล้วว่าเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยสุจริตในฐานะผู้แทนประชาชน ที่ต้องช่วยเหลือประชาชนที่เดือดร้อน และผลักดันสิ่งที่ประชาชนเรียกร้องให้เกิดผล

“ในสภาด้วยกันเองยังมีบางคนบางกลุ่มจากฟาก ส.ว. พยายามกดดันไม่ให้นำข้อเสนอแก้มาตรา 112 ของเราเข้าพิจารณา ทั้งยังบอกใบ้ล่วงหน้าด้วยว่าเตรียมหาทางล้มข้อเสนอดังกล่าวตั้งแต่ยังไม่ทันได้เริ่มพูดคุย เรียกได้ว่าพอมีคำวินิจฉัยที่เป็นปฏิปักษ์ต่อประชาชน เป็นปฏิปักษ์ต่อการเปลี่ยนแปลงของยุคสมัยเกิดขึ้นมา ตัวแทนแห่งความตกยุคเหล่านี้ก็ไม่พลาดจะรีบยกขึ้นมา เพื่อเหนี่ยวรั้งสังคมให้ต้องทนล้าหลังอยู่ด้วยกันกับพวกตัวเอง” นายรังสิมันต์กล่าว

ตนและพรรคก้าวไกลขอยืนยันอีกครั้งว่า ข้อเสนอแก้ไขมาตรา 112 ไม่ได้ล้มล้างการปกครอง สถาบันพระมหากษัตริย์จะยังคงอยู่ต่อไป ทั้งยังได้หน่วยงานของรัฐมาช่วยรับฟังความคิดเห็นต่อสถาบัน ได้อย่างเป็นเหตุเป็นผลมากขึ้น จึงขอเรียกร้องให้ นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร พิจารณาบรรจุเข้าสู่การอภิปรายในสภา ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ เหมาะสมที่สุดที่จะได้หาทางออกเรื่องนี้ด้วยกัน ไม่จำเป็นต้องหวั่นไหวต่อเสียงข่มขู่ของพวกตกยุคล้าหลังที่ทำตัวเป็นปฏิปักษ์ต่อประชาชนอยู่ร่ำไป แต่มามองถึงอนาคตข้างหน้าของประเทศและประชาชนดีกว่า

ฝ่ายค้านถกแก้รธน. 15 พ.ย.

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงแนวทางของพรรคเพื่อไทยต่อการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับภาคประชาชนที่จะเข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุมร่วมรัฐสภาวันที่ 16 พ.ย.ว่า พรรคเพื่อไทย จะหารือในวันที่ 15 พ.ย. จากนั้นจะประชุมพรรคร่วมฝ่ายค้านในวันเดียวกัน เพื่อกำหนดท่าทีร่วมกัน สำหรับประเด็นต่างๆ ที่มีการเสนอแก้ไข เราได้ดูแล้วเห็นว่ามีรายละเอียดที่ไม่ตรงกับร่างที่พรรคเพื่อไทยเสนอบางประเด็น เช่น การยกเลิก ส.ว.ไม่ให้มีเลย ซึ่งพรรคเพื่อไทยเคยเสนอว่าอยากให้ส.ว.มาจากการเลือกตั้งทั้งหมด ทำหน้าที่กลั่นกรองกฎหมายที่ผ่านจากสภาอย่างแท้จริง ไม่ใช่ทำหน้าที่เลือกนายกฯ ดังนั้นต้องขอความคิดเห็นจากสมาชิกพรรคอย่างกว้างขวางก่อน ต้องดูรายละเอียดและการนำเสนออีกครั้ง

ผู้สื่อข่าวถามว่าแนวโน้มจะโหวตกันอย่างไร นายประเสริฐกล่าวว่า ต้องให้เกียรติร่างของภาคประชาชน แต่เร็วเกินที่จะตอบว่าจะโหวตแบบไหน ต้องฟังความเห็นของสมาชิกก่อน ถ้าตนพูดไปจะเป็นเพียงคำพูดของตนคนเดียว จึงไม่อยากฟันธงไปก่อน ต้องฟังเสียงของพรรคร่วมด้วย

เมื่อถามถึงความคืบหน้าการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลแบบไม่ลงมติ ตามมาตรา 152 นายประเสริฐกล่าวว่า ขณะนี้มีอยู่ 2 ความเห็น คือ 1.จะยื่นเลย และ 2.รวบรวมประด็นและสรุปก่อนค่อยยื่น ดังนั้นวันที่ 15 พ.ย.จะมีการพูดคุยกันในพรรคร่วมฝ่ายค้าน เพราะเราอยากเปิดแผลรัฐบาลให้เห็นชัดมากขึ้น ซึ่งการยื่นตามมาตรา 152 เป็นการแนะนำรัฐบาลว่าต้องแก้ไขปัญหาแผ่นดินอย่างไร นอกจากนี้กรณีที่เราดำเนินการร้องจากการอภิปรายตามมาตรา 151 ก็ยังไม่คืบหน้า ซึ่งหลายประเด็นยังติดตามอยู่ ไม่ได้ละทิ้ง

ยกคำร้องชะลอคดีเสียบบัตร

ที่ศาลฎีกา สนามหลวง ศาลนัดพิจารณาคดีครั้งแรก (สอบคำให้การ) คดีหมายเลขดำ คมจ.3/2564 ที่ป.ป.ช. ยื่นฟ้อง นายฉลอง เทอดวีระพงศ์ ส.ส.พัทลุง พรรคภูมิใจไทย นายภูมิศิษฏ์ คงมี ส.ส.พัทลุง พรรคภูมิใจไทย และนางนาที รัชกิจประการ อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ข้อกล่าวหาฝ่าฝืนจริยธรรมอย่างร้ายแรงกรณีเสียบบัตรแทนกันในสภา วันนี้ผู้ร้องและผู้ถูกกล่าวหาทั้งสาม เดินทางมาที่ศาลพร้อมทนาย

ผู้คัดค้านที่ 1 และ 2 ยื่นคำร้องเมื่อ 25 ต.ค.ที่ผ่านมา ว่า ผู้ร้องชี้มูลคดีอาญาในเรื่องดังกล่าวต่อผู้คัดค้านที่ 1 และ 2 ตามพ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต แห่งชาติ พ.ศ.2561 มาตรา 172 โดยผู้ร้องส่งสำนวนให้อัยการสูงสุด ซึ่งยังอยู่ระหว่างการพิจารณาสั่งคดีของอัยการ จึงของดการไต่สวนเพื่อรอฟังผลในคดีอาญาก่อน

องค์คณะพิจารณาแล้วเห็นว่า เนื่องจากยังไม่ปรากฏว่าอัยการสูงสุดสั่งฟ้องผู้ถูกกล่าวหาในมูลคดีเดียวกับคดีนี้ จึงให้ยกคำร้องของ ผู้คัดค้าน นัดตรวจพยานหลักฐานคดีนี้ 10 มี.ค.2565 เวลา 10.00 น. ให้คู่ความทั้งสองฝ่ายยื่นบัญชีพยานไม่น้อยกว่า 14 วัน พร้อมทั้งยื่นคำแถลงแนวทางการไต่สวนและคำโต้แย้งไม่น้อย 7 วัน การตรวจหลักฐานมอบให้เลขานุการองค์คณะ และเลขาธิการศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ดำเนินการแทนร่วมกับคู่ความ และรายงานให้องค์คณะทราบต่อไป

อนุกก.คดีฟุตซอลฟ้องกลับ‘วิรัช’

เมื่อเวลา 10.00 น. ที่ศาลจังหวัดสระบุรี นายรัฐศักดิ์ อนันตริยกุล อนุกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิของสำนักงานป.ป.ช. ในคดีทุจริตก่อสร้างสนามฟุตซอลของโรงเรียนในพื้นที่จ.นคร ราชสีมา พร้อมทนายความได้ยื่นฟ้องคดีอาญา นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ในความผิดฐานฟ้องเท็จ

สืบเนื่องจากเมื่อปี 2555 สำนักงาน ป.ป.ช. ได้รับคำร้องเรียนมีการทุจริตการก่อสร้างสนามฟุตซอลในท้องที่จ.นครราชสีมา จากงบแปรญัตติของ ส.ส. ซึ่งสำนักงาน ป.ป.ช.ได้ตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริง 31 คน ต่อมาคณะอนุฯแจ้งข้อกล่าวหาให้นายวิรัช ทราบ กระทั่งกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิดทางอาญา นายวิรัชกับพวก รวม 87 คน คดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง

ก่อนที่อัยการสูงสุดจะมีคำสั่งฟ้องคดี นายวิรัช ได้ยื่นฟ้องอนุกรรมการ 23 คน รวมถึงนายรัฐศักดิ์ ต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1 กล่าวหาว่า คณะอนุฯ ดำเนินการไต่สวนโดยมิชอบด้วยกฎหมาย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157

หลังนายรัฐศักดิ์ยื่นฟ้องและตรวจคำฟ้องแล้วศาลจังหวัดสระบุรี รับเป็นคดี หมายเลขดำที่ อ. 698/2564 และได้นัดไต่สวนมูลฟ้องในวันที่ 18 เม.ย.2565 เวลา 13.30 น.

เอเปก – พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ร่วมพิธีส่ง-รับมอบการเป็นเจ้าภาพการประชุมผู้นำกลุ่มความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก (เอเปก) ในปี 2565 ผ่านระบบประชุมทางไกล ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อ 12 พ.ย.

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน