ใต้อ่วมน้ำท่วมซ้ำ
ชุมพรยันปัตตานี
อีสานทุกข์นาล่ม

ใต้อ่วมน้ำท่วมหลายจังหวัดตั้งแต่ชุมพรยันสงขลา-ปัตตานี ฝนถล่ม 3 วันติด หาดใหญ่-เมืองสงขลา น้ำท่วมขังสูงครึ่งเมตร น้ำจากเขาหลวงนครศรีธรรมราชบ่าลงคลองผนวกน้ำทะหนุน ผู้ว่าฯ แจ้งเตือนให้บ้านริมตลิ่งพร้อมอพยพ ระนองเตือน 5 อำเภอรับน้ำป่า ปัตตานีคลื่นซัดหาดพังเป็นแถบยาวกว่า 1 ก.ม. เมืองเพชรบุรีเริ่มคลี่คลาย น้ำลด ส่วนที่บ้านแหลม บ้านกว่า 60 หลัง ถูกน้ำท่วมสูง 1 เมตรมาสองวันแล้ว ไร้หน่วยราชการดูแล อดีตผญบ.วอนช่วยเหลือ ชาวนาพิมาย โคราช และเชียงขวัญ ร้อยเอ็ด วอนช่วยนาล่ม อุตุฯ เตือน 15 จังหวัดภาคใต้ ฝนตกหนัก คลื่นลมแรง ทั้งฝั่งอ่าวไทยและอันดามัน ถึง 14 พ.ย. จากหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงปกคลุมภาคใต้ ระวังน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก เรือเล็กงดออกฝั่ง ‘บิ๊กป้อม’ ตรวจระบบระบายน้ำนครสวรรค์ สั่งกักเก็บน้ำบึงบระเพ็ดไว้ใช้หน้าแล้ง

‘บิ๊กป้อม’ตรวจน้ำท่วมปากน้ำโพ

เมื่อวันที่ 12 พ.ย. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี พร้อมคณะ ลงพื้นที่จ.นครสวรรค์ เพื่อรับฟังการบรรยายสรุปการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำภาพรวมจากส่วนราชการต่างๆ ที่ศาลากลางจังหวัด พร้อมกับการติดตามความคืบหน้าการบริหารจัดการน้ำพื้นที่ลุ่มเจ้าพระยาตอนบนและการช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยน้ำท่วม การแก้ปัญหาและการพัฒนาพื้นที่กักเก็บน้ำ บริเวณประตูระบายน้ำ ขุนลาดบริบาล และการบริหารจัดการน้ำบึงบอระเพ็ดตามแผนที่กำหนด โดยพล.อ.ประวิตรได้กำชับกรมชลประทานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาบริหารจัดการน้ำส่งเสริมให้เกษตรกรในพื้นที่จ.นครสวรรค์ ทำนาปรังและปลูกพืชฤดูร้อนได้ไปพร้อมกัน

พล.อ.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกประจำรองนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า พล.อ.ประวิตร ได้กล่าวย้ำว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับจ.นครสวรรค์ ซึ่งถือเป็นพื้นที่ด้านทรัพยากรน้ำของประเทศ รวมทั้งเป็นจุดกำเนิดของแม่น้ำเจ้าพระยาและแหล่งน้ำธรรมชาติบึงบอระเพ็ด ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวยังคงเป็นพื้นที่ที่มีปัญหาน้ำท่วมและปัญหาการขาดแคลนน้ำเพื่อการเกษตรและอุปโภคบริโภคในช่วงฝนทิ้งช่วงในคราวเดียวกัน จึงได้กำชับทุกส่วนราชการที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะกรมชลประทาน กรมโยธาธิการและผังเมือง และจ.นครสวรรค์ ให้การสนับสนุน สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เร่งขับเคลื่อนแผนบริหารจัดการลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนบนในพื้นที่จ.นครสวรรค์ ให้มีความคืบหน้า โดยเฉพาะโครงการระบบป้องกันน้ำท่วมพื้นที่ชุมชนวัดไทรย์ อ.เมือง ให้เสร็จสิ้นทันรองรับสถานการณ์น้ำหลากในปีถัดไป พร้อมทั้งให้เร่งพัฒนาแหล่งเติมน้ำใต้ดินและพื้นที่ที่เป็นแหล่งเก็บกักน้ำไว้ใช้ในช่วงฤดูแล้ง โดยเฉพาะบึงบอระเพ็ดซึ่งมีส่วนสำคัญรับมวลน้ำจากแม่น้ำน่าน ในการช่วยป้องกันภัยธรรมชาติในฤดูน้ำหลาก และเป็นแหล่งน้ำสำคัญในฤดูแล้ง ให้มีความคืบหน้าเป็นรูปธรรมเร็วขึ้น โดยต้องคงรักษาระบบนิเวศเดิมไว้

หนีน้ำ – น้ำป่าบ่าทะลักและไหล เชี่ยวเข้าท่วมพื้นที่ต.ลำเลียง อ.กระบุรี จ.ระนอง ชาวบ้าน กว่า 50 ครัวเรือน ต้องอพยพหนีน้ำ ไปพักอาศัยชั่วคราว ที่โรงเรียนบ้าน สองแพรก ขณะที่สถานการณ์น้ำท่วม ยังน่าวิตก เมื่อวันที่ 12 พ.ย.

ระนองเตือน 5 อำเภอรับน้ำป่า

ส่วนสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ต่างๆ จากฝนที่ตกต่อเนื่องในพื้นที่ตามแนวเทือกเขาภาคใต้ตอนบน ที่กั้นระหว่างจ.ชุมพรและจ.ระนอง ส่งผลให้เกิดน้ำป่าหลากทะลักจากแนวคลองเข้าท่วมในชุมชนที่ลุ่มเชิงเขา โดยที่บ้านสองแพรก หมู่ 7 ต.ลำเลียง อ.กระบุรี จ.ระนอง เกิดน้ำป่าทะลักเข้าท่วมหมู่บ้านอย่างรวดเร็ว ระดับน้ำสูง 1 เมตร มีประชาชนได้รับผลกระทบแล้ว 50 ครัวเรือน กำลังพลทหารจิตอาสาพระราชทาน ศูนย์บรรเทาสาธารณภัย กองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 25 ได้เข้าไปช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่อย่างเร่งด่วน โดยจุดวิกฤตใกล้เคียงที่โรงเรียนบ้านสองแพรกต้องเร่งเข้าช่วยอพยพประชาชน และประคองผู้สูงอายุฝ่าน้ำป่าที่ยังหลากเข้าท่วมชุมชนออกจากบ้านเรือนมาพักที่โรงเรียนชั่วคราว ขณะที่ชุดอาสาสมัครกู้ภัยจากมูลนิธิระนองสงเคราะห์นำเรือท้องแบนเข้าไปช่วยสมทบ ขณะที่ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ด้านกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ระนอง ได้ออกหนังสือแจ้งเตือนพื้นที่เสี่ยงภัยทั้ง 5 อำเภอ อ.กระบุรี, ละอุ่น, เมือง, กะเปอร์ และสุขสำราญ ให้หน่วยงานในท้องถิ่นและส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเฝ้าระวังเหตุภัยพิบัติทั้งน้ำป่าหลากและดินเลื่อนไหลที่อาจจะเกิดขึ้นออกไปจนถึงวันที่ 13 พ.ย.

น้ำเขาบ่าจมเมืองคอนครึ่งเมตร

ที่จ.นครศรีธรรมราช ยังคงมีฝนตกติดต่อกันต่อเนื่องเป็นวันที่สี่ โดยน้ำจากแหล่งต้นน้ำเทือกเขาหลวง ต.กำโลน อ.ลานสกา ไหลทะลักลงมายังคลองท่าดี ทำให้ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นและเอ่อท่วมตามชุมชนต่างๆ ในเขตเทศบาลนครนครศรีธรรมราชและอำเภอใกล้เคียง ขยายออกเป็นวงกว้างในพื้นที่รอบๆ โดยบริเวณคลองท่าดีซึ่งเป็นพื้นที่รับน้ำจากเทือกเขานครศรีธรรมราช พ.อ.บรรณกร วงษ์สุวรรณ ผบ.นพค.43 นำกำลังพลชุดบรรเทาสาธารณภัยเคลื่อนที่เร็วจำนวน 6 นาย พร้อมยุทโธปกรณ์ สำรวจปริมาณน้ำในคลอง พร้อมเยี่ยมเยียนให้กำลังใจประชาชนจำนวน 15 ครัวเรือน และมอบสิ่งของอุปโภคบริโภค และที่ชุมชนท่าช้าง ต.คลัง อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช ได้จัดชุดบรรเทาภัยเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ส่วนที่หมู่ 8 ต.โพธิ์เสด็จ อ.เมือง น้ำป่าเอ่อล้นคลองวังมะพร้าวเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนที่อาศัยริมคลอง และที่ลุ่มต่ำแล้ว 50 หลังคาเรือน ส่วนถนนในหมู่บ้านอย่างน้อย 3 สายถูกน้ำท่วมสูงเกือบ 50 ซ.ม. รถทุกชนิดสัญจรผ่าน ไม่ได้

นายไกรศร วิศิษฐ์วงศ์ ผวจ.นครศรีธรรมราชกล่าวว่า จุดที่ต้องเฝ้าระวังในขณะนี้คือ พื้นที่ในเมืองซึ่งมวลน้ำป่าต้นน้ำคีรีวงบางส่วนไหลไปสู่คลอง 5 สายแล้ว โดยคลองท่าดีจะไหลไปสู่นาพรุ โพธิ์เสด็จ ก็จะกระจายไป 2 คลองหลักคือ คลองท่าเรียน ซึ่งจะไหนไปสู่คลอง ราเมศวร์ หรือ คลองท่าซัก แต่คลองหลักๆ ที่ไหลเข้าสู่ตัวเมืองคือ คลองนครน้อย หรือคลองหน้าเมือง จะไหลสู่ปากนคร ซึ่งจากการลงพื้นที่สำรวจปริมาณน้ำเมื่อคืนวานนี้เวลา 19.00 น. ซึ่งเป็นช่วงจังหวะที่น้ำทะเลหนุนสูงสุด ขณะที่น้ำทะเลหนุนสูงสุดแต่ระดับน้ำยังไม่ล้นตลิ่ง ยังห่างอยู่ 1 เมตร และแม้ว่าน้ำทะเลหนุนก็ยังระบายน้ำได้ ซึ่งรับปริมาณน้ำได้ที่ระดับตลิ่งประมาณ 3.20 เมตร ขณะนี้ระดับน้ำอยู่ที่ 2.36 เมตร อย่างไรก็ตาม ได้แจ้งเตือนภัยกันแล้ว

สงขลาน้ำล้อมบ้าน

ที่จ.สงขลา มีฝนตกสะสมต่อเนื่องมา 3 วัน ทำให้เริ่มส่งผลกระทบเกิดน้ำท่วมขังแล้วในบางจุด เช่น ถนนกาญจนวนิช เส้นทางหาดใหญ่-สงขลาสายเก่า ซึ่งเป็นถนนสายหลักระหว่างอ.หาดใหญ่กับอ.เมือง มีน้ำได้ท่วมถนนบริเวณพื้นที่ ต.น้ำน้อย อ.หาดใหญ่ ฝั่งขาขึ้นและขาล่อง ระดับน้ำสูง 50 ซ.ม. รถสัญจรค่อนข้างลำบากต้องวิ่งชิดเกาะกลาง เจ้าหน้าที่ต้องคอยอำนวยความสะดวกและเฝ้าระวังระดับน้ำตลอดทั้งคืนเพื่อแจ้งเตือนประชาชนที่ใช้เส้นทางนี้ ขณะที่ระดับน้ำยังขึ้นสูงและมีฝนตก ต่อเนื่อง และเพื่อความปลอดภัยผู้ที่จะเดินทางระหว่างอ.หาดใหญ่กับอ.เมือง ให้ใช้เส้นทางสายใหม่ถนนลพบุรีราเมศวร์

ส่วนที่บ้านคลองลึก หมู่ 3 ต.พะวง อ.เมือง น้ำท่วมถนนฝั่งขาเข้า อ.หาดใหญ่ ระดับน้ำสูง 20 เมตร รถสัญจรลำบากเช่นกัน มีบ้านเรือนประชาชนบางจุดที่อยู่ในที่ลุ่มน้ำเริ่มได้รับผลกระทบน้ำล้นเข้าบ้านแล้ว เช่น ในซอยพาณิชย์ เขตเทศบาลเมืองรูปช้าง อ.เมือง บางหลังน้ำเข้าจนต้องขนย้ายสิ่งของขึ้นไปไว้ที่สูง และต้องนอนกันกลางน้ำ

ปัตตานีคลื่นซัดฝั่งพังเป็นแถบ

ที่จ.ปัตตานี เกิดฝนตกหนัก โดยเฉพาะในพื้นที่ติดชายฝั่งทะเลมีคลื่นลมกระโชกแรง ทำให้ทางจังหวัดได้ประกาศแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยง เฝ้าระวัง ติดตามสถานการณ์ฝนตกหนัก คลื่นลมบริเวณ อ่าวไทยมีกำลังแรงขึ้น ทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตร โดยที่หมู่ 1 บ้านตะโละกาโป ต.ตะโละกาโป อ.ยะหริ่ง ซึ่งอยู่ติดทะเล คลื่นลมทะเลซัดชายฝั่งได้รับความเสียหายระยะทางเกือบ 1 ก.ม. ซึ่งก่อนหน้านี้ทางชาวบ้านได้นำกระสอบบรรจุทรายมาวางเป็นแผงกั้นก็ถูกน้ำทะเลพัดจนกระสอบทรายกระจัดกระจายไปทั่ว ทำให้ชาวบ้านต้องเร่งนำไม้ไผ่ไปปักเแทน แล้วนำกระสอบทรายมาวางไว้ด้านหลัง

ทุกข์ชาวนา – ชาวนาในอ.พิมาย จ.นครราชสีมา ลุยน้ำเกี่ยวข้าวที่จมน้ำเป็นเวลานานจนเมล็ดข้าวเริ่มเน่านำไปตากแดดลดความชื้น ก่อนขายโรงสี แต่ราคายังตกต่ำเหลือก.ก.ละ 7 บาท ทำให้ขาดทุน เมื่อวันที่ 12 พ.ย.

พิมาย-ร้อยเอ็ดวอนช่วยนาล่ม

ส่วนที่จ.นครราชสีมา ชาวนาหลายพื้นที่ของจังหวัด ประสบกับปัญหาความเดือดร้อนหนัก เนื่องจากพื้นที่ทำนาข้าวส่วนใหญ่ถูกน้ำท่วมได้รับความเสียหาย โดยเฉพาะชาวนาในอ.พิมาย ต้องเร่งเกี่ยวข้าวที่จมน้ำใส่กะละมังและใส่เรือท้องแบนหนีน้ำ โดยหลายรายต้องแบกรับภาระหนี้สินเงินลงทุนทำนาปลูกข้าว จึงอยากให้ทางภาครัฐหาแนวทางช่วยเหลือชาวนาเป็นการเร่งด่วน

ที่จ.ร้อยเอ็ด น้ำจากแม่น้ำชี เข้าท่วมบ้านวังยาว หมู่ 9 และบ้านวังเจริญ หมู่ 10 ต.พลับพลา อ.เชียงขวัญ รวมทั้งสิ้น 218 หลังคาเรือน วัด 1 แห่ง โรงเรียน 1 แห่ง รพ.สต. และถนน เป็นระยะทาง 3 ก.ม. เส้นทางเข้าออกถูกตัดขาด ชาวบ้านส่วนใหญ่ประกอบอาชีพทำนา ทำให้เดือดร้อนหนัก เบื้องต้นการช่วยเหลือมีเพียงองค์การบริหารส่วนจังหวัดร้อยเอ็ดเพียงแห่งเดียว ขณะที่ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นตลอดเวลา อย่างน้อยชั่วโมงละ 5 ซ.ม. ฝากหน่วยงานราชการ และผู้ใจบุญ ให้ความช่วยเหลือ เครื่องอุปโภคบริโภค โดยเฉพาะน้ำดื่ม เนื่องจากประปาหมู่บ้านจะใช้ไม่ได้แล้ว ต้องซื้อน้ำกิน พื้นที่นาเสียหาย ถูกน้ำสูงกว่า 3 เมตร 2 หมู่บ้าน รวม 2,700 ไร่ คาดว่าจะเดือดร้อนและอยู่กับน้ำนาน 2-3 เดือน

บ้านแหลมวอนช่วยจม 1 เมตร

ที่จ.เพชรบุรี โดยเฉพาะในเขตเทศบาลเมืองเพชรบุรี ซึ่งเป็นย่านเศรษฐกิจของจังหวัด ก่อนหน้านี้ระดับน้ำในแม่น้ำเพชรบุรี ได้เอ่อล้นตลิ่งทะลักเข้าท่วมตามถนนสายสำคัญต่างๆ อาทิ ถนนดำเนินเกษม ถนนมาตยาวงศ์ ถนนรอบตลาดสด 18 เมตร อีกทั้งยังท่วมบ้านเรือนของประชาชนที่พักอาศัยอยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำ ตลอดแนวริมแม่น้ำเพชรบุรีทั้ง 2 ฝั่ง ตั้งแต่อ.บ้านลาด อ.เมือง อ.บ้านแหลม จนทำให้ทรัพย์สินต่างๆ ได้รับความเสียหาย รวมกว่า 3 วันแล้ว

ล่าสุดวันเดียวกัน พบว่าปริมาณน้ำในแม่น้ำเพชรบุรี เริ่มลดระดับลงอย่างเห็นได้ชัดเจน อีกทั้งในพื้นที่ไม่มีฝนตกลงมาเพิ่มเติม โดยทางโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาเพชรบุรี (เขื่อนเพชร) ได้ลดระดับการปล่อยระบายน้ำลงสู่แม่น้ำเพชรบุรีเหลือเพียง 50 ลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) ต่อวินาที เท่านั้น จึงทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำเพชรบุรีเริ่มลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยประชาชน พ่อค้า แม่ค้า และ ผู้ประกอบการต่างๆ เริ่มทยอยขนย้ายกระสอบทรายที่นำมาทำเป็นแนวกั้นน้ำออกไปจากบริเวณหน้าร้าน และทำความสะอาดพื้นที่ของตนเอง ส่วนถนนสายสำคัญต่างๆ ที่เคยถูกน้ำท่วมขัง ก็กลับเข้าสู่สภาวะปกติแล้ว

ส่วนที่ชุมชนบ้านใหม่ หมู่ 2 ต.บางครก อ.บ้านแหลม บ้านเรือนประชาชนกว่า 60 หลังคาเรือน ยังถูกน้ำท่วมสูงกว่า 1 เมตร เป็นวันที่ 2 แล้ว ตั้งแต่ช่วงกลางดึกวันที่ 9 พ.ย. โดยนายอารีย์ วออ่วม อายุ 66 ปี อดีตผู้ใหญ่บ้าน เผยว่า อาศัยอยู่ในพื้นที่มากว่า 40 ปี ไม่เคยพบเหตุการณ์น้ำท่วมหนักขนาดนี้ จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นยังไม่ได้รับความช่วยเหลือจากส่วนราชการใด มีเพียงแต่เจ้าหน้าที่ทหารมณฑลทหารบกที่ 15 และหน่วยพัฒนาเคลื่อนที่ 13 เข้ามาช่วยเหลือเคลื่อนย้ายสิ่งของและทำแนวกั้นน้ำ จึงอยากวอนขอความช่วยเหลือจากส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นถุงยังชีพ หรือพืชอาหารสัตว์ ให้เร่งเข้ามาช่วยเหลือประชาชน

อุตุฯเตือน 15 จว.ใต้ฝนหนัก

เวลา 17.00 น. วันเดียวกัน นายณัฐพล ณัฏฐสมบูรณ์ อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา เรื่อง ฝนตกหนักถึงหนักมากและคลื่นลมแรงบริเวณภาคใต้ มีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 12-14 พ.ย.2564 ฉบับที่ 2 ระบุว่า หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงปกคลุมภาคใต้ คาดว่าจะเคลื่อนลงทะเลอันดามันในวันที่ 14 พ.ย. ประกอบกับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทย และภาคใต้มีกำลังแรง ทำให้ภาคใต้บริเวณ จ.ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล มีฝนตกหนักหลายพื้นที่และมีฝนตกหนักมากบางแห่ง ขอให้ประชาชนบริเวณพื้นที่เสี่ยงภัยในภาคใต้ควรระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากได้

ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยมีกำลังแรง โดยอ่าวไทยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร และทะเลอันดามันคลื่นสูง 1-2 เมตร ส่วนประชาชนที่อาศัยบริเวณชายฝั่งภาคใต้ฝั่งตะวันออกควรระวังอันตรายจากคลื่นลมแรงที่พัดเข้าหาฝั่ง ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง เรือเล็กบริเวณอ่าวไทยควรงดออกจากฝั่งจนถึงวันที่ 14 พ.ย.

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯ กทม. ให้สัมภาษณ์สั้นๆ ถึงกรณีที่มีการแจ้งเตือนประชาชนริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ให้ระวังน้ำทะเลหนุนสูง อาจทำให้เกิดน้ำท่วมกรุงเทพฯ หรือไม่ว่า “ไม่มีน้ำท่วมแล้ว”

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน