หยุด10ขบวนรถ
ชุมพรอ่วมหนัก
รีสอร์ตเกาะสมุย
ดินสไลด์-พังยับ

รถไฟสายใต้อัมพาต สั่งหยุดเดินรถ 10 ขบวน หลังน้ำท่วมรางรถไฟที่สถานีสวี ชุมพร ขณะที่ถนนสายเอเชียก็อัมพาตตั้งแต่แยกปฐมพร ไปจนถึงอ.หลังสวน รถเล็กผ่านไม่ได้ ต้องแนะนำให้ใช้เส้นทางเพชรเกษมแทน โฆษกรัฐบาล เผยนายกฯ สั่งเร่งแก้ไข ขณะที่กรมอุตุฯ เตือนอีก 12 จังหวัดใต้มรสุมเข้า หวั่นซ้ำเติมความ เดือดร้อน ขณะที่เกาะสมุยวุ่น ฝนหนักชะดินที่รีสอร์ตพังครืนกลางดึก เสียหาย 8 หลัง ที่สุราษฎร์ฯ คอสะพานขาด เดือดร้อน 400 หลังคาเรือน

ใต้อัมพาต – ฝนถล่มหนัก น้ำป่าไหลหลากท่วมถนนสายเอเชีย ตั้งแต่สี่แยกปฐมพรลงไปจนถึง อ.หลังสวน จ.ชุมพร ระดับน้ำสูง รถผ่านไม่ได้ ส่งผลให้เส้นทางขาขึ้นกรุงเทพฯ และขาล่องใต้เป็นอัมพาต เมื่อวันที่ 13 พ.ย.

วันที่ 13 พ.ย. กรมอุตุนิยมวิทยาประกาศเตือนฝนตกหนักถึงหนักมากและคลื่นลมแรงบริเวณภาคใต้ ว่าหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงปกคลุมภาคใต้ตอนกลาง คาดว่าจะเคลื่อนลงทะเลอันดามันในวันที่ 14 พ.ย. ประกอบกับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทย และภาคใต้มีกำลังแรง ทำให้มีฝนตกหนักมากหลายพื้นที่ ใน 12 จังหวัดภาคใต้ โดยบริเวณจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ระนอง พังงา และกระบี่ กับมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณจังหวัดพัทลุง สงขลา ภูเก็ต ตรัง และสตูล ขอให้ประชาชนบริเวณพื้นที่เสี่ยงภัย ในภาคใต้ควรระวังอันตรายจากฝนตกหนัก และฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากได้

ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยมีกำลังแรง โดยอ่าวไทยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร และทะเลอันดามันมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ขอให้ประชาชนที่อาศัยบริเวณชายฝั่งภาคใต้ฝั่งตะวันออกควรระวังอันตรายจากคลื่นลมแรงที่พัดเข้าหาฝั่ง ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กบริเวณอ่าวไทยควรงดออกจากฝั่งจนถึงวันที่ 14 พ.ย.

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม รับทราบสถานการณ์ฝนตกหนักต่อเนื่องใน จ.ชุมพร ทำให้พื้นที่ 3 อำเภอ ได้แก่ อ.สวี อ.ทุ่งตะโก และ อ.หลังสวน รวมทั้งพื้นที่ อ.เมือง บางส่วนเกิดน้ำท่วมและดินโคลนถล่ม การจราจรไม่สามารถผ่านได้ ถนนถูกตัดขาด จนประกาศปิดเส้นทางถนนทางหลวงหมายเลข 41 (ถนนเอเชีย 41)

ตั้งแต่สี่แยกปฐมพร จนถึงอ.หลังสวน จ.ชุมพร ไม่สามารถสัญจรได้ และปิดขบวนรถไฟที่ใช้เส้นทางดังกล่าว ส่งผลให้ประชาชนที่ต้องใช้เส้นทางผ่านขึ้น-ลงใต้ได้รับความเดือดร้อน จึงสั่งการให้ผู้ว่าฯ ชุมพร กรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบท รฟท. และหน่วยงานในพื้นที่ องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น เร่งช่วยเหลือเพื่ออำนวยความสะดวกประชาชน ที่ต้องใช้เส้นทางสัญจร ลงภาคใต้

ใต้อัมพาต – ฝนตกหนักและน้ำป่าไหลหลากทะลักท่วมจมรางรถไฟ ระหว่างสถานีสวี-เขาสวนทุเรียน อ.สวี จ.ชุมพร ระดับน้ำสูงจนไม่สามารถเดินขบวนรถได้ ส่งผลให้เส้นทางรถไฟสายใต้เป็นอัมพาต เมื่อวันที่ 13 พ.ย.

นายเอกรัช ศรีอาระยันพงษ์ ผอ.ศูนย์ประชาสัมพันธ์ การรถไฟแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ฝนตกหนักหลายจังหวัดในพื้นที่ภาคใต้ ทำให้เกิดน้ำท่วมเฉียบพลันและน้ำป่าไหลหลาก ส่งผลให้ช่วงค่ำของวันที่ 12 พ.ย. 2564 มีมวลน้ำไหลเข้าท่วมทางรถไฟระหว่างสถานีสวี-เขาสวนทุเรียน อ.สวี จ.ชุมพร ช่วงบริเวณหลักกิโลเมตรที่ 500/15 – 501/8 ระยะทางประมาณ 80 เมตร ส่งผลกระทบในด้านความปลอดภัยในการเดินรถ

การรถไฟฯ จึงมีความจำเป็นต้องประกาศปิดทางในเส้นทางสายใต้ ช่วงระหว่างสถานีสวี-เขาสวนทุเรียน เพื่อให้เหมาะสมกับสถานการณ์และความปลอดภัยในการ เดินทางของผู้โดยสาร ตั้งแต่วันที่ 12 พ.ย. 2564 เวลา 20.25 น. เป็นต้นไป

นายเอกรัชกล่าวว่า สำหรับ 10 ขบวนที่งดเดินรถ ประกอบด้วย 1.ขบวนรถด่วนพิเศษที่ 31/32 กรุงเทพฯ-ชุมทางหาดใหญ่-กรุงเทพฯ 2.ขบวนรถด่วนที่ 83/84 กรุงเทพฯ-ตรัง-กรุงเทพฯ 3.ขบวนรถด่วนที่ 85/86 กรุงเทพฯ-นครศรีธรรมราช-กรุงเทพฯ 4.ขบวนรถเร็วที่ 171/172 กรุงเทพฯ-สุไหงโก-ลก-กรุงเทพฯ และ 5.ขบวนรถขนส่งหีบห่อวัตถุด่วนที่ 985/986 กรุงเทพฯ-สุไหงโก-ลก-กรุงเทพฯ ส่วน 3 ขบวนที่ปรับเปลี่ยนสถานีต้นทางปลายทางประกอบด้วย 1.ขบวนรถด่วนพิเศษดีเซลรางที่ 43/40 กรุงเทพฯ-สุราษฎร์ธานี-กรุงเทพฯ เปลี่ยนเป็นกรุงเทพฯ-ชุมพร-กรุงเทพฯ และ 2.ขบวนรถธรรมดาที่ 255 ธนบุรี-หลังสวน ปรับเปลี่ยนเป็นธนบุรี-ชุมพร

การรถไฟฯ สั่งการและกำชับให้เจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวก ดูแลด้านความปลอดภัย จัดเตรียมอาหารและน้ำดื่มให้กับผู้โดยสารบนขบวนรถและภายในสถานี ตลอด 24 ชั่วโมง รวมทั้งให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเตรียมความพร้อมและเฝ้าระวังสังเกตการณ์ระดับน้ำตลอดเวลา

ที่ จ.ชุมพร นายสมพร ปัจฉิมเพ็ชร รอง ผู้ว่าฯ ชุมพร รักษาราชการแทนผู้ว่าฯ ชุมพร มอบหมายให้นายประมูล อุ่นเรือน ท้องถิ่นจังหวัดชุมพร นายณรงค์ชัย หลักกำจร ประชาสัมพันธ์จังหวัดชุมพร และนางสาว สุนารี บุญชุบ หัวหน้าสำนักงานป้องกัน และบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดชุมพร ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์อุทกภัยในพื้น ต.ขุนกระทิง อ.เมืองชุมพร

ซึ่งมีราษฎรที่ได้รับผลกระทบ 5 หมู่บ้าน ได้แก่ ม.1, 2, 4, 5, 6 ต.ขุนกระทิง พร้อมประกาศแจ้งผู้ใช้รถใช้ถนนสายเอเชีย 41 ช่วงสี่แยกปฐมพรถึง อ.หลังสวน ให้เลี่ยงไปใช้เส้นทางถนนเพชรเกษมไปจังหวัดระนอง และออกถนนราชกรูด อ.หลังสวน แทน ซึ่งขณะนี้จังหวัดชุมพรกำลังหาแนวทางแก้ไขปัญหาถนนในจุดที่น้ำท่วมบริเวณอำเภอสวีอย่างเร่งด่วน

ขณะที่ถนนสายเอเชีย 41 บริเวณหน้าวัดพระธาตุสวี ระดับน้ำได้ลดลง ทำให้เร่งระบายเฉพาะรถใหญ่ที่ติดค้างอยู่ระหว่างทางให้สามารถสัญจรผ่านได้ สำหรับรถเล็กและรถที่จะเข้ามาเพิ่มเติมไม่อนุญาตให้สัญจรผ่านเส้นทางนี้ และยังคงต้องระวังระดับน้ำที่อาจเพิ่มสูงอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งให้ อปท.ในพื้นที่รับผิดชอบเปิดสถานที่ราชการเป็นจุดพักรถ พักคอย และให้ อปท.อำนวยความสะดวก พร้อมทั้งผลิตอาหารและน้ำดื่มแจกจ่ายให้แก่นักเดินทางด้วย

ศูนย์ติดตามภัยพิบัติด้านการเกษตร จ.นครศรีธรรมราช รายงานสถานการณ์ภัยพิบัติเบื้องต้นว่า ภาพรวมตั้งแต่วันที่ 10-13 พ.ย.64 มีพื้นที่ได้รับผลกระทบจากสถาน การณ์น้ำท่วมแล้ว 5 อำเภอคือ อ.เมือง, พระพรหม, สิชล, ร่อนพิบูลย์ และ อ.นบพิตำ รวม 10 ตำบล 17 หมู่บ้าน โดยกรมชลประทานได้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำ 24 เครื่อง, เครื่องผลักดันน้ำ 14 เครื่อง และเครื่อง Hydro Flow 6 เครื่อง

โดยมวลน้ำจากเทือกเขาหลวง บ้านคีรีวง อ.ลานสกา ไหลเข้าท่วมบ้านเรือนราษฎรในพื้นที่ลุ่มต่ำ แนวริมฝั่งคลอง ส่งผลให้ราษฎรในท้องที่ต่างๆ รวมทั้งในเขตเทศบาลได้รับความเดือดร้อน

ที่ จ.สุราษฎร์ธานี นายวิชวุทย์ จินโต ผู้ว่าฯ สุราษฎร์ธานี ลงพื้นที่ศูนย์ดิจิตอลชุมชน ต.ท่าชนะ อ.ท่าชนะ จ.สุราษฎร์ธานี เรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องใน อ.ท่าชนะ ในการรับมือกับสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ สืบเนื่องจากฝนตกหนักตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมด้วยน้ำทะเลหนุนสูง ทำให้น้ำท่วมบริเวณในพื้นที่ดังกล่าว อีกทั้งพื้นที่สัญจรไปมาอย่างสะพานหมู่ 13 ต.คันธุลี ซอยยูงทอง 1 บ้านช่องยูงทองที่ใช้ในการเชื่อมต่อไปยังหมู่ที่ 6 บ้านสัมบัง ต.คลองพา กว้าง 4 เมตร ความยาวประมาณ 25 เมตร คอสะพานชำรุด เสียหาย เนื่องจากน้ำกัดเซาะคอสะพานขาด ประมาณ 3 เมตร ประชาชนได้รับความ เดือดร้อน 400 หลังคาเรือน พร้อมเตือนให้ประชาชนใช้เส้นทางเพื่อหลีกเลี่ยงเส้นทางไปสู่ อ.ละแม จังหวัดชุมพร

ดินสไลด์ – ฝนตกหนักน้ำกัดเซาะดินสไลด์ ทำให้รีสอร์ต 8 หลังพังครืนลงมาทั้งหลังที่ ต.มะเร็ต อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี โชคดีขณะเกิดเหตุไม่มีนักท่องเที่ยวเข้าพัก ขณะที่พนักงานวิ่งหนีออกมาได้ทัน เมื่อวันที่ 13 พ.ย.

ที่เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี เจ้าหน้าที่เทศบาลนครเกาะสมุย ฝ่ายปกครองอำเภอเกาะสมุย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุภายในโรงแรมเมอริท รีสอร์ต สมุย หมู่ 4 ต.มะเร็ต อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี หลังรับแจ้งว่าภายในโรงแรมดังกล่าวเกิดเหตุดินสไลด์ทำให้รีสอร์ตพังถล่มลงมาทั้งหมด 8 หลัง

จากการเข้าตรวจที่เกิดเหตุพบว่ารีสอร์ต ดังกล่าวตั้งอยู่เชิงเขาลักษณะลาดชัน จุดที่เกิดเหตุมีร่องรอยของหน้าดินสไลด์ทำให้ตัวอาคารที่เป็นห้องพักได้รับความเสียหายพังไปทั้งหมด 8 หลัง มีผู้บาดเจ็บเล็กน้อยเป็นพนักงานโรงแรม และไม่มีเสียชีวิต ส่วนตัวอาคารอื่นๆ ยังไม่ได้รับความเสียหาย

เทศบาลนครเกาะสมุยออกหนังสือปิดประกาศพื้นที่ดังกล่าวเป็นเขตพื้นที่อันตรายห้ามเข้าไปใช้ประโยชน์เป็นการชั่วคราว และรอให้เจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง

น.ส.ลลิตา รอดคเชนทร์ ผู้ดูแลรีสอร์ตเล่าเหตุการณ์ว่า ช่วงกลางดึกเวลาประมาณตี 3 ขณะที่กำลังนอนหลับพักผ่อนได้ยินเสียงลั่นของตัวอาคาร จนเวลาตี 3 ครึ่งก็เกิดดินสไลด์ห้องพักพังโครมลงมาเลยทั้งหมด 8 หลัง โชคดี ที่น้องพนักงานของรีสอร์ตที่พักในห้องเกิดเหตุวิ่งหนีออกมาก่อน ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย ส่วนลูกค้าไม่มี เนื่องจากโรงแรมปิดตัวชั่วคราวในช่วงโควิด-19

ส่วนสาเหตุเกิดจากฝนตกหนักน้ำไหลมากัดเซาะหน้าดิน และก็ที่มีการทำถนนสายหลักทำให้ทางน้ำไหลเปลี่ยนทิศ เพราะตั้งแต่เปิดรีสอร์ตมานานกว่า 15 ปีแล้ว ก่อนหน้านี้ก็ไม่เคยมีปัญหาเรื่องการกัดเซาะหรือการพังทลายของหน้าดิน แต่อย่างไรก็ตามรีสอร์ตก็ได้มีการทำประกันภัย อาคารและทรัพย์สินไว้อยู่ระหว่างเจ้าหน้าที่ประกันเข้ามาดูแล

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน