ปลัดมท.บินด่วน
เยี่ยมชาวชุมพร
ถนน-รฟ.ใต้วิ่งได้

สายใต้โล่งน้ำลดพ้นอัมพาตแล้ว ถนนสายเอเชีย 41 ทุกจุดที่ถูกน้ำท่วม ระดับน้ำลดลงสู่สภาวะปกติแล้ว แขวงทางหลวงชุมพรเปิดการจราจรให้รถทุกชนิดผ่านได้ ทั้งขาขึ้นและขาล่อง ส่วนรฟท. ก็แจ้งกลับมาเปิดให้บริการรถไฟสายใต้ได้ 16 ขบวน หลังซ่อมทางรถไฟที่เสียหายจากน้ำท่วมจนแล้วเสร็จ ปลัดมท.ก็บินด่วนลงพื้นที่ จ.ชุมพร เพื่อติดตามการแก้ไขปัญหา มีชาวบ้าน ได้รับความเดือดร้อน 7,682 ครัวเรือน 24,739 คน และเสียชีวิต 2 ราย ส่วนที่เกาะสมุย สุราษฎร์ฯ ฝนตกหนัก จนเกิดน้ำท่วมขังชุมชน ถนนสายหลัก-สายรอง เพราะเศษขยะ เศษวัชพืช ดินทราย ทับถมอุดตันท่อระบายน้ำ ทำเอาแม่ค้าลำบากเพราะน้ำท่วมตลาดถึง 20 ซ.ม. พร้อมเร่งระบายน้ำจากพรุเฉวงแหล่งเก็บน้ำจืดที่ระดับใกล้ล้น

ลุยชุมพร – นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ลุยน้ำตรวจสภาพถนนสายเอเชีย ช่วง ต.สวี อ.สวี จ.ชุมพร ที่ถูกน้ำท่วมสูง ล่าสุดระดับน้ำเริ่มลดลง เปิดให้รถบรรทุกขนาดใหญ่ผ่านได้แล้ว เมื่อวันที่ 14 พ.ย.

ประกอบกับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ ที่พัดปกคลุมอ่าวไทย และภาคใต้มีกำลังแรง ทำให้หลายพื้นที่ใน 12 จังหวัดภาคใต้ มีฝนตกหนักถึงหนักมาก เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก จนรถไฟสายใต้ต้องหยุดเดินรถถึง 10 ขบวน ขณะที่ถนนสายเอเชีย ก็อัมพาตตั้งแต่แยกปฐมพรไปจนถึง อ.หลังสวน จ.ชุมพร จนรถเล็กผ่านไม่ได้ ต้องไปใช้เส้นทาง เพชรเกษมแทน ขณะที่กรมอุตุฯ ยังเตือนมรสุมเข้า หวั่นซ้ำเติมความเดือดร้อน ส่วนที่เกาะสมุยก็วุ่น หลังฝนหนักชะดินทำให้รีสอร์ต พังเสียหายไปถึง 8 หลัง ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ความคืบหน้า เมื่อวันที่ 14 พ.ย. ที่ศาลาประชาคมองค์การบริหารส่วนต.สวี อ.สวี จ.ชุมพร นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวง มหาดไทย พร้อมด้วยนายบุญธรรม เลิศสุขีเกษม อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) และนายวรัตม์ มาประณีต ผอ.ศูนย์อำนวยการบรรเทาสาธารณภัย นำคณะลงพื้นที่ตรวจติดตาม การแก้ไขปัญหาสถานการณ์อุทกภัยพื้นที่จ.ชุมพร มีนายสมพร ปัจฉิมเพ็ชร รองผู้ว่าฯ ชุมพร รักษาราชการแทนผู้ว่าฯชุมพร พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ให้การต้อนรับและนำตรวจเยี่ยม

นายสุทธิพงษ์กล่าวว่า นายกรัฐมนตรี มีความ ห่วงใยพี่น้องชาวจ.ชุมพร ที่กำลังประสบปัญหา อุทกภัยในขณะนี้ และพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ได้สั่งการให้ตนนำคณะลงพื้นที่อย่างเร่งด่วน เพื่อติดตามการแก้ไขปัญหาสถานการณ์อุทกภัย และให้ความช่วยเหลือชาวบ้านที่ประสบภัย รวมถึงติดตามการแก้ไขปัญหาการจราจรเส้นทางที่รถไม่สามารถสัญจร ผ่านทั้งขาขึ้นและขาล่องภาคใต้ บริเวณทางหลวง หมายเลข 41 พื้นที่ต.สวี อ.สวี ทั้งนี้ทราบว่า ทางหน่วยงานสามารถแจ้งเตือนภัยพี่น้องประชาชนได้อย่างทันท่วงที เข้าช่วยเหลือ พี่น้องประชาชนได้อย่างรวดเร็ว นับว่าเป็นการ แก้ไขสถานการณ์ได้ดี

นายสุทธิพงษ์กล่าวต่อว่า ช่วงนี้เป็นช่วงปลายฝนต้นหนาวของภาคกลางและภาคเหนือ ทำให้ความกดอากาศสูงของประเทศจีนตอนใต้ ลงมาเจอกับความกดอากาศต่ำ ทำให้เกิดฝนตกที่ภาคใต้และตกอย่างต่อเนื่อง ทำให้มวลน้ำสะสมเกิดสถานการณ์อุทกภัย จึงประสานกับหน่วยงานด้านบริหารจัดการน้ำของประเทศ คือ สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) และสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ติดตามเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำ ทั้งน้ำฝนและน้ำบนฝั่ง

โดยจัดตั้งศูนย์ติดตามและบริหารสถานการณ์น้ำ ที่ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 11 สุราษฎร์ธานี เพื่อบูรณาการติดตามสภาพอากาศ สถานการณ์น้ำ และสามารถส่งข่าวให้ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ได้ประสานกับพี่น้องประชาชน เพื่อแจ้งเตือนและช่วยกันแก้ปัญหาต่างๆ ให้หมดไป จนสามารถผ่านช่วงฝนตกหนัก ในช่วงนี้ไปได้อย่างอุ่นใจอีกด้วย

นายสุทธิพงษ์กล่าวอีกว่า ส่วนการช่วยเหลือ เยียวยาฟื้นฟู ตนสั่งการให้ทางจังหวัดร่วมกับทุกภาคส่วน เข้ามาดูแลความสะอาดของถนนหนทางและสถานที่ต่างๆ เพื่อป้องกันไม่ให้เป็นแหล่งเพาะเชื้อโรคที่จะทำให้เกิดโรคระบาด ควบคู่กับการเข้าไปฟื้นฟู เพื่อให้ชาวบ้านสามารถเข้าอยู่อาศัยในบ้านเรือนได้อย่างปกติสุขและรวดเร็ว ตลอดถึงการอำนวยความสะดวกในการเข้าซ่อมแซม ทั้งเครื่องใช้ไฟฟ้า รถจยย. หรือรถยนต์ที่เกิดความเสียหาย และให้ประสานหน่วยงานสาธารณสุข เข้าดูแลสุขภาพของประชาชนให้ระมัดระวังโรคที่มาจากน้ำ โดยเฉพาะพวกโรคน้ำกัดเท้า โรคผิวหนัง ต่างๆ อีกด้วย

ส่วนนายสมพรกล่าวว่า จ.ชุมพร ได้รับผลกระทบเพราะมีฝนตกหนักอย่างต่อเนื่องหลายพื้นที่ เกิดสถานการณ์อุทกภัยใน 6 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมือง, พะโต๊ะ, สวี, หลังสวน, ทุ่งตะโก และปะทิว รวม 42 ตำบล 331 หมู่บ้าน 9 ชุมชน ราษฎรได้รับความเดือดร้อน 7,682 ครัวเรือน 24,739 คน เสียชีวิต 2 ราย โรงเรียน 1 แห่ง วัด 4 แห่ง บ้านพักอาศัย 520 หลัง สถานที่ราชการ 2 แห่ง โรงงาน 2 แห่ง ถนนอีก 137 สาย ทางจังหวัดได้จัดตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์จังหวัด และศูนย์อำนวยการทุกอำเภอ ประสานการเผชิญเหตุและบูรณาการ พร้อมให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ประสบภัย พร้อมมีการจัดตั้งโรงครัว จิตอาสา ณ ศูนย์ราชการจังหวัดชุมพร อีกด้วย

ด้านนายณรงค์ หลักกำจร ประชาสัมพันธ์จังหวัดชุมพร เปิดเผยว่า ตามที่เกิดอุทกภัยทำให้น้ำท่วมถนนเอเชีย ทางหลวงหมายเลข 41 นั้น ขณะนี้สถานการณ์เข้าสู่ภาวะปกติแล้ว โดยเมื่อเวลา 08.00 น. ของวันนี้ แขวงทางหลวง ชุมพรได้รายงานว่า ถนนสายเอเชีย 41 ทุกจุดที่ถูกน้ำท่วม ระดับน้ำได้ลดลงสู่สภาวะปกติแล้ว แขวงทางหลวงชุมพรได้เปิดการจราจรให้รถทุกชนิดผ่านได้ทั้งขาขึ้นและขาล่อง พร้อมทั้งจัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังและอำนวยความสะดวกแก่ผู้ใช้เส้นทางช่วงบริเวณดังกล่าว เพื่อความปลอดภัยขอให้ผู้ใช้เส้นทางเพิ่มความ ระมัดระวังในการใช้เส้นทางดังกล่าวด้วย

ขณะที่สภาวะอากาศทั่วไปยังมีฝนตกประปรายทั่วไป ส่วนพื้นที่น้ำท่วมปริมาณน้ำเริ่มลดระดับลง ส่วนบ้านเรือนในที่ลุ่มและเสี่ยงหลายจุดยังมีปริมาณน้ำท่วมขังสูงกว่า 1 เมตร โดยเฉพาะพื้นที่อำเภอสวี และอำเภอหลังสวน สำหรับอำเภอสวี สถานการณ์ ยังถือว่าหนักสุด หลายพื้นที่ยังมีน้ำท่วมสูง บางจุดระดับน้ำสูงเกือบมิดหลังคาบ้าน ขณะนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังคงลงช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างต่อเนื่อง

วันเดียวกัน นายเอกรัช ศรีอาระยันพงษ์ ผู้อำนวยการศูนย์ประชาสัมพันธ์ การรถไฟแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ตามที่เกิดสถานการณ์ฝนตกหนักหลายจังหวัดในพื้นที่ภาคใต้ จนส่งผลให้เกิดน้ำท่วมทางรถไฟสายใต้ ช่วงระหว่างสถานีสวี-สถานีเขาสวนทุเรียน จ.ชุมพร ได้รับความเสียหายนั้น ล่าสุดหลังจากระดับน้ำลดลงเข้าสู่สภาวะปกติ เจ้าหน้าที่ฝ่ายการช่างโยธา และฝ่ายการอาณัติสัญญาณฯ สามารถเข้าไปดำเนินการซ่อมแซมทางรถไฟ และระบบอาณัติสัญญาณ ตลอดคืนที่ผ่านมา จนสามารถเปิดให้บริการเดินขบวนรถในเส้นทาง สายใต้ได้ตามปกติแล้ว

นายเอกรัชกล่าวอีกว่า สำหรับขบวนรถ ที่เปิดให้บริการตามปกติ จำนวน 16 ขบวน ประกอบด้วย 1.ขบวนรถด่วนพิเศษทักษิณารัถย์ที่ 31/32 กรุงเทพฯ-ชุมทางหาดใหญ่-กรุงเทพฯ 2.ขบวนรถด่วนพิเศษดีเซลราง ที่ 43/40 กรุงเทพฯ-สุราษฎร์ธานี-กรุงเทพฯ 3.ขบวนรถด่วนที่ 83/84 กรุงเทพฯ-ตรัง-กรุงเทพฯ

4.ขบวนรถด่วนที่ 85/86 กรุงเทพฯ-นครศรีธรรมราช-กรุงเทพฯ 5.ขบวนรถเร็ว ที่ 171/172 กรุงเทพฯ-สุไหงโก-ลก-กรุงเทพฯ 6.ขบวนรถธรรมดาที่ 255/254 ธนบุรี-หลังสวน-ธนบุรี 7.ขบวนรถขนส่งหีบห่อวัตถุด่วนที่ 985/986 กรุงเทพฯ-สุไหงโก-ลก-กรุงเทพฯ (เฉพาะวันที่ 14 พ.ย.64 ขบวน ที่ 986 มีเดินจากชุมพร-กรุงเทพฯ) และ 8.ขบวนรถท้องถิ่นที่ 445/446 ชุมพร-หาดใหญ่- ชุมพร

ทั้งนี้ การรถไฟฯ ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ทุกหน่วยงานเตรียมแผนป้องกันและติดตามเฝ้าระวังสถานการณ์ระดับน้ำตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อความปลอดภัยของผู้ใช้บริการ สำหรับ ผู้โดยสารที่ประสงค์จะเดินทาง สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ บริการลูกค้าสัมพันธ์ หมายเลขโทรศัพท์ 1690 หรือเฟซบุ๊ก แฟนเพจ ทีมพีอาร์การรถไฟ แห่งประเทศไทย ตลอด 24 ชั่วโมง

วันเดียวกัน พล.ต.ต.อำนาจ ไตรพจน์ ผบก.รฟ.พ.ต.อ.ปัญญา กล้าประเสริฐ รอง ผบก.รฟ. พ.ต.อ.ขวัญชัย พัฒรักษ์ ผกก.2 บก.รฟ, พร้อมตำรวจจิตอาสา ส.รฟ.อยุธยา กก.2 บก.รฟ. ลงพื้นที่มอบถุงยังชีพเพื่อช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนแก่พี่น้องประชาชนผู้ประสบเหตุอุทกภัยในพื้นที่ หมู่ 8 ต.บ้านโพธิ์ อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา

ซึ่งประสบเหตุน้ำท่วมขังมานานแล้วกว่า 6 สัปดาห์ ส่งผลให้ชาวบ้านได้รับผลกระทบหลายหลังคาเรือน การสัญจรภายในหมู่บ้านต้องโดยสารด้วยทางเรือเท่านั้น โดยมอบ ถุงยังชีพประกอบด้วย ข้าวสาร อาหารแห้ง ยารักษาโรค ยาทากันยุง เจลแอลกอฮอล์และหน้ากากอนามัย ซึ่งได้รับการสนับสนุนจาก บก.ต่างๆ ในสังกัด บช.ก.

ท่วมเกาะ – ชาวบ้าน อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ต้องเดินลุยน้ำที่ท่วมขังอย่างยากลำบาก หลังฝนตกหนักติดต่อกันหลายวันทำให้ระดับน้ำในพรุเฉวง แหล่งน้ำจืดขนาดใหญ่ล้นตลิ่งเอ่อท่วมเป็นบริเวณกว้าง เมื่อวันที่ 14 พ.ย.

ที่ อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี หลังมีฝนตกหนักลงมาติดต่อกันมาหลายวัน ปริมาณน้ำฝนจำนวนมากจากภูเขาและที่สูงได้ไหลลงสู่ที่ต่ำ ก่อนระบายลงลำคลองสาธารณะและ ท่อระบายน้ำ แต่ก็มีหลายจุดที่ระบายน้ำไม่ทันเพราะว่า มีเศษขยะ เศษวัชพืช ดินทราย ที่เข้าไป ทับถมอุดตันบริเวณปากท่อระบายน้ำ ทำให้บางพื้นที่เกิดน้ำท่วมขังบนถนนสายหลัก สายรอง และแหล่งชุมชน จนได้รับผลกระทบกับประชาชน และนักท่องเที่ยว

ขณะที่พรุเฉวง แหล่งกักเก็บน้ำจืดของพื้นที่ ต.บ่อผุด พบว่ามีปริมาณระดับน้ำที่สูงขึ้นอย่างรวดเร็ว จนท่วมบริเวณพื้นคอนกรีตทางเดินริมพรุ เช่นเดียวกับคลองเฉวงที่รับมวลน้ำก่อนไหลลงสู่ทะเล ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นและไหลเชี่ยว โดยทางเทศบาลนครเกาะสมุยได้เปิดประตูระบายน้ำและเดินเครื่องสูบน้ำเพื่อเร่งระบายน้ำออกสู่ทะเล พร้อมกับ เก็บวัชพืชและขยะที่ไหลมากับน้ำมาติด ที่ตะแกรงดักหน้าประตูน้ำเพื่อให้น้ำระบาย ได้สะดวกขึ้น

นอกจากนี้ ที่บริเวณถนนด้านหน้าและภายในตลาดสดดาวซีฟู้ด ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมขังสูงประมาณ 20 เซนติเมตร แม่ค้าต้องปิดร้านขายของเพราะในตลาดมีน้ำท่วมขังสูง จนทำให้ไม่มีลูกค้าเข้ามาจ่ายตลาดเลือกซื้อสินค้า

น.ส.วิภา พูลสวัสดิ์ แม่ค้าขายหมู เปิดเผยว่า ฝนตกหนักน้ำท่วมไม่มีลูกค้ามาซื้อหมูหน้าเขียง จะขายได้เฉพาะที่ลูกค้าประจำตามร้านอาหารสั่งมาอย่างเดียว ฝนที่ตกหนักทำให้ค้าขายลำบากมาก ตรงนี้น้ำจะท่วมทุกครั้งที่ฝนตก หนัก ที่ผ่านมาก็มีเจ้าหน้าที่ก็เข้ามาดูแลล้างท่อระบายน้ำให้อยู่ แต่คงทำได้แค่นี้เพราะว่าพื้นที่ตรงนี้เป็นพื้นที่ต่ำ และปีนี้น้ำมาเร็วมากจน ตั้งหลักไม่ทัน ตอนนี้ก็ต้องเร่งระบายเนื้อหมูที่ค้างออกขายก่อน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน