บุกยื่น‘สภา-สมช.’ช่วย
อะคาเดมี่ทีมไทยลีกติดอื้อ
ติดเชื้อรายใหม่ 6,524 เสียชีวิต 56 หายป่วยเพิ่ม 7,191 อุบลฯ วุ่นคลัสเตอร์รถรับส่งน.ร.ประถมในเขตเทศบาลเมืองติดเชื้ออื้อ เสี่ยงอีก 295 รายต้องปิด 5 โรงเรียน ส่วนที่หนองบัวลำภู นักเตะ อะคาเดมี่สโมสรดังติดเชื้อ 66 คน หนุ่มใหญ่โคราชดับหลังฉีดบูสต์เข็ม 3 แอสตร้าฯ ได้ไม่กี่วัน ญาติเชื่อเกิดจากวัคซีน สุพรรณฯ พบคลัสเตอร์ใหม่งานศพ ชาวกะเหรี่ยงที่ด่านช้าง ป่วย 50 เสี่ยง 300 สธ.ระบุคนไทย 11 ล้านยังไม่ฉีดวัคซีนโควิด เผย 10 จังหวัดที่ติดเชื้อสูง ยังฉีดน้อย ‘อนุทิน’ เมินถูกโจมตีไทยตกขบวน ถ่ายทอดสูตรยาแพกซ์โลวิดของไฟเซอร์ ชี้เป็นส่วนเสริม ไม่ใช่ยาหลัก กลุ่มนักร้อง- นักดนตรีกลางคืนร้องสภา-ศบค. จี้รัฐบาลเลิกจำกัดเวลาขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
ติดเชื้อเพิ่ม 6,524-ตายเพิ่ม 56
เมื่อวันที่ 17 พ.ย. ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) รายงานสถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด-19 ประจำวันว่า มีผู้ป่วยใหม่ 6,524 ราย จำแนกเป็นผู้ป่วยจากระบบเฝ้าระวัง 5,856 ราย ผู้ป่วยจากการค้นหาเชิงรุก 263 ราย ผู้ป่วยภายในเรือนจำ/ที่ต้องขัง 393 ราย ผู้ป่วยมาจากต่างประเทศ 12 ราย ผู้ป่วยสะสมตั้งแต่เดือนเม.ย.2563 จำนวน 2,037,224 ราย หายป่วยกลับบ้าน 7,191 ราย หายป่วยสะสมตั้งแต่เดือนเม.ย.2653 จำนวน 1,925,643 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 56 ราย เสียชีวิตสะสมตั้งแต่ปี 2563 จำนวน 20,199 ราย ผู้ป่วยกำลังรักษา 91,382 ราย ผู้ป่วยอาการหนัก 1,739 ราย
16 วันนักท่องเที่ยวเข้า 5.88หมื่น
พญ.สุมนี วัชรสินธุ์ ผอ.สำนักสื่อสาร ความเสี่ยงและพัฒนาพฤติกรรมสุขภาพ กรมควบคุมโรค เป็นตัวแทนศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) แถลงสถานการณ์โรคโควิด-19 ประจำวันว่า ผลการเปิดประเทศเมื่อวันที่ 16 พ.ย. มีนักท่องเที่ยวเข้ามา 3,931 คน มาจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ 2,896 คน ท่าอากาศยานดอนเมือง 9 คน ท่าอากาศยานภูเก็ต 938 คน และท่าอากาศยานสมุย 88 คน เป็นระบบ Test&Go มากที่สุด 3,290 คน แซนด์บ็อกซ์ 494 คน กักกัน 147 คน เป็นแบบ 7 วัน 88 คน และ 10 วัน 59 คน พบผู้ติดเชื้อ 9 ราย สะสมวันที่ 1-16 พ.ย. มีผู้เดินทางเข้ามา 58,870 ราย ติดเชื้อ สะสม 74 ราย คิดเป็น 0.13% ส่วน 5 อันดับประเทศแรกที่เข้ามามากที่สุด คือ สหรัฐอเมริกา เยอรมนี อังกฤษ ญี่ปุ่น และรัสเซีย
ทั้งนี้ หลังเปิดประเทศวันที่ 1 พ.ย. ทางศบค. ชุดเล็กหารือผลการดำเนินงานเพื่อต้อนรับ นักท่องเที่ยว ร่วมกับหน่วยงานต่างๆ และจังหวัดที่รับผิดชอบผ่านการประชุมออนไลน์ตลอด วันนี้มีการเสนอแนะข้อขัดข้องการดำเนินมาตรการต่างๆ ส่วนใหญ่นักท่องเที่ยวทั้ง 3 กลุ่มสามารถทำตามมาตรการได้อย่างถูกต้องและเข้มงวด แต่พบส่วนน้อยที่ยังไม่ปฏิบัติตามมาตรการ เช่นไม่จองโรงแรมที่พัก SHA Plus ก่อนเดินทางมาถึง หรือไม่มีการให้โรงแรมเตรียมรถรับส่งสนามบินไปที่พัก ปัญหาเหล่านี้รับการแก้ไขโดยทันทีจากการคัดกรองที่สนามบินและทางโรงแรมและที่พักในการช่วยอำนวยความสะดวกเต็มที่ และชี้แจง นักท่องเที่ยวว่าต้องตรวจหาเชื้อ RT-PCR กับร.พ.คู่ปฏิบัติการของโรงแรมที่จองมา และต้อง จองรถรับส่ง
“เรามีการแก้ไขโดยการจัดทำแพ็กเกจ จองที่พักพร้อมรถรับส่งและตรวจ RT-PCR เพื่ออำนวยความสะดวกและถูกต้องตามมาตรการ ศบค.ชุดเล็กเน้นย้ำผู้ประกอบการ เจ้าของโรงแรม ยกระดับการจัดการเป็น SHA Plus ยึดตามมาตรการ หากไม่ทำตามมาตรการอาจถอนชื่อออกจากระบบได้ ส่วนนักท่องเที่ยว ที่ไม่ให้ความร่วมมือทั้งที่สถานประกอบการเป็น SHA Plus เจ้าของกิจการขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานในพื้นที่ ทั้งสาธาณสุข ก.ท่องเที่ยวและกีฬา และคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดนั้นได้ ซึ่งพร้อมให้ความช่วยเหลือ ทันที” พญ.สุมนีกล่าว
11 ล้านคนยังไม่ฉีดวัคซีน
พญ.สุมนีกล่าวว่า ผลการฉีดวัคซีนโควิดวันที่ 16 พ.ย. มีผู้รับการฉีดเพิ่ม 659,381 โดส สะสม 86,071,507 โดส เป็นเข็มแรก 63.4% เข็มสอง 52.1% และเข็มสาม 3.9% ตั้งเป้าหมายในพ.ย.นี้ เข็มหนึ่งไม่น้อยกว่า 70% ซึ่งอัตราการฉีดเมื่อวานพบว่า เข็มหนึ่งน้อยกว่า เข็มสองเกือบครึ่งหนึ่ง เมื่อไปสำรวจพบว่า ยังมีคนไทยไม่รับวัคซีนเลยอีก 11 ล้านคน ต้องขอความร่วมมือกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำชุมชนในพื้นที่เร่งรัดการฉีดวัคซีนพื้นที่ต่างๆ มากขึ้น โดยเฉพาะจังหวัดที่มีการระบาดอย่างต่อเนื่อง แม้จะมีการระบาดหลักสิบหรือหลักร้อยต่อวัน จากการพิจารณา 10 จังหวัด คือตาก ราชบุรี ขอนแก่น นครศรีธรรมราช ตรัง พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส ขอให้รับมาฉีดวัคซีนเพิ่มขึ้น เพื่อลดเสี่ยงป่วย ไม่มีอาการหนัก ลดโอกาสเสียชีวิตให้มากที่สุด ซึ่งค่าเฉลี่ยความครอบคลุมรับวัคซีน เข็มแรกของ 10 จังหวัดนี้อยู่ที่ 56.6%
สำหรับการแยกตามกลุ่มเป้าหมายต่างๆ กลุ่มที่ต้องเร่งรัดมาฉีดเพิ่มขึ้นคือ หญิงตั้งครรภ์ วันนี้รายงานฉีดเข็มแรกได้ 17.7% ดังนั้น ถ้าตั้งครรภ์แล้วไปฝากครรภ์สามารถขอรับบริการฉีดวัคซีนได้จากที่ฝากครรภ์ ไม่ว่าจะเป็น ร.พ. สถานพยาบาล โดยอายุครรภ์ที่เหมาะสมคือมากกว่า 12 สัปดาห์
ทั้งนี้ ที่ประชุมศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านสาธารณสุขหารือเรื่องการคีย์ข้อมูลเข้าระบบเรื่องการฉีดวัคซีน ประชาชนหลายคนไปรับวัคซีนแล้วแต่ไม่ขึ้นในระบบ หรือมีประวัติ การฉีดวัคซีนไม่ถูกต้อง ขอให้ประชาชนแจ้งจุด ที่ไปรับวัคซีนให้ลงข้อมูลและแก้ไขข้อมูลให้ถูกต้อง
ผวายุโรปติดโควิดพุ่ง
พญ.สุมนีกล่าวด้วยว่า สถานการณ์ทั่วโลกพบผู้ติดเชื้อรายใหม่ของทวีปยุโรปเพิ่มขึ้น ต่อเนื่อง โดยเฉพาะเยอรมนีรายงานเป็นหลักหมื่น โดยรายงานสูงสุดวันที่ 11 พ.ย. ประมาณ 5 หมื่นกว่าราย มีผู้ป่วยเข้ารักษาและอาการหนักเพิ่มต่อเนื่อง มีการรายงานว่าผู้ที่ต้องรักษาและอาการหนักไม่ได้รับวัคซีนเลย จากการสำรวจพบว่าคนเยอรมันมีถึง 1 ใน 3 ยังไม่ได้รับวัคซีน ครบโดส ส่วนการติดเชื้อเพิ่มขึ้นเป็นหลักหมื่น เนื่องจากเปิดกิจการกิจกรรมมากขึ้น แต่ไม่ได้เคร่งครัดมาตรการส่วนบุคคล เหมือนกับหลายประเทศในยุโรปซึ่งช่วงนี้ผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น

วอนเปิด – กลุ่มนักดนตรีและผู้ประกอบการเข้ายื่นหนังสือต่อ น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล ส.ส.ก้าวไกล ประธานกมธ.พัฒนาเศรษฐกิจ ขอให้เปิดผับบาร์ ตามที่นายกฯ เคยประกาศสัญญาไว้ ที่รัฐสภา เมื่อวันที่ 17 พ.ย.
คนดนตรีร้องสภาจี้เลิกจำกัดเวลา
เมื่อเวลา 11.00 น. ที่หน้ารัฐสภา กลุ่มนักร้อง นักดนตรี และอาชีพอิสระกลางคืน นำโดยนายเอกราช อุดมอำนวย อดีตแกนนำกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง เดินทางเข้ายื่นหนังสือต่อ น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การพัฒนาเศรษฐกิจ สภาผู้แทนราษฎร และนายธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกลเพื่อเรียกร้องกรณีรัฐบาลเลื่อนการเปิดผับ บาร์ จากที่เคยกำหนดไว้เบื้องต้นในเดือนธ.ค.2564 เป็นวันที่ 16 ม.ค.2565
ตัวแทนผู้ประกอบการฯ กล่าวว่า การเตรียม ความพร้อมเปิดผับ บาร์ มีต้นทุนที่ต้องลงทุนเกินหลักหมื่น ทั้งต้นทุนเตรียมวัตถุดิบอาหาร ต้นทุนเตรียมค่าจ้าง รวมถึงการเรียกนักร้อง นักดนตรี และพนักงานประจำร้านกลับมาทำงาน แต่เมื่อพวกเขาเหล่านี้กลับมาพร้อมทำงานก็ต้องเจอคำสั่งของรัฐบาลที่เลื่อนการเปิดออกไป ทำให้ได้รับผลกระทบที่หนักกว่าเดิม จึงมีข้อเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินการ ดังนี้
1.ยกเลิกการจำกัดเวลาจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้เป็นไปตามกฎหมายปกติ 2.ขอให้ดำเนินการเปิดประเทศและเปิดกิจการตามลำดับเวลาที่นายกรัฐมนตรีได้ลั่นวาจาแถลงต่อสาธารณะไว้ หากรัฐบาลและศบค.ไม่สามารถทำได้ ขอให้ใช้กลไกสภาฯ ยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ ตั้งกระทู้ถาม หรือดำเนินการอื่นๆ โดยเร็ว 3.ขอให้ส.ส.กดดันภาครัฐเร่งช่วยเหลือเยียวยาธุรกิจและศิลปิน ที่ตกงานอย่างเร่งด่วน 4.ออกมาตรการให้สามารถเปิดกิจการได้ โดยมีมาตรการป้องกันโรค เหมือนสถานที่อื่นๆ และ 5.หากข้อเรียกร้องทั้งหมดไม่สามารถดำเนินการได้ ขอให้ส.ส. หรือกมธ.หาหนทางตามกฎหมายฟ้องร้องดำเนินคดีเพื่อเรียกร้องแทนกลุ่มศิลปินที่ได้รับ ผลกระทบ
ด้านน.ส.ศิริกัญญากล่าวว่า ประเด็นดังกล่าว เรียกร้องกันมาหลายครั้งแล้ว ตนไม่ได้นิ่งนอนใจ พยายามหยิบยกประเด็นดังกล่าวสะท้อนให้รัฐบาลเห็นถึงความเดือดร้อนของคนอาชีพอิสระกลางคืน
โรงเหล้าลุยขอเปิดรับปีใหม่
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 13.00 น. ที่ห้องรับรอง 2 สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ ภายในทำเนียบรัฐบาล สมาพันธ์เครือข่ายคนบันเทิงอาชีพแห่งประเทศไทย พร้อมตัวแทนผู้ประกอบการสถานบันเทิง ผับ บาร์ คาราโอเกะ นำโดยนายอนันต์ สุวรรณปาน ประธานกรรมการโรงเหล้าแสงจันทร์ และนายคฑาวุธ ทองไทย หรือ อ.ไข่ มาลีฮวนน่า นักร้องเพลงเพื่อชีวิตชื่อดัง เดินทางมายื่นหนังสือถึงพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เพื่อเสนอแนวทางการปฏิบัติงานของสถานบันเทิงเหล่านี้ ก่อนเปิดให้บริการ และแนวทางปฏิบัติตัวเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดโรคโควิด-19 โดยมีพล.อ.สุพจน์ มาลานิยม เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ ในฐานะผอ.ศปก.ศบค. เป็นตัวแทนรับหนังสือดังกล่าว ใช้เวลาราว 2 ชั่วโมง
นายอนันต์ ให้สัมภาษณ์ภายหลังการเข้าพบว่า พวกเราขอขอบคุณนายกรัฐมนตรี ที่มีความห่วงใยพวกเราที่กำลังประสบความเดือดร้อนอาชีพอย่างมาก พวกเรารู้สึกสบายใจ มากขึ้น และทราบว่านายกฯเป็นห่วงว่า อาจเกิดการแพร่เชื้ออีกจนควบคุมไม่อยู่ แล้วทำให้ต้องปิดกิจการกันอีกครั้ง ดังนั้นจากนี้ภาครัฐจะออกมาตรการต่างๆ ซึ่งเรายินดีปฏิบัติตาม
เมื่อถามว่าทางกลุ่มยอมรับกรณีศบค.เลื่อนกำหนดการเปิดสถานบันเทิงไปเป็นตั้งแต่วันที่ 15 ม.ค.2565 แล้วใช่หรือไม่ นายอนันต์กล่าวว่า เราเชื่อว่าจากนี้ภาครัฐจะมีมาตรการต่างๆ ออกมา ซึ่งวิธีการอาจจะเป็นวิถีใหม่ จากเดิมที่เราเป็นผับ บาร์ ตอนนี้เราอาจปรับสภาพหรือรูปแบบไปจนกว่าเหตุการณ์จะกลับ มาสู่ภาวะปกติ โดยวิถีใหม่อาจปรับรูปแบบกิจการให้เป็นลักษณะของร้านอาหารที่เปิดไฟให้สว่างขึ้น และการแสดงดนตรีสดจะลดจำนวน ผู้แสดงบนเวที เหลือ 3-4 คน ซึ่งเป็นการปรับเงื่อนไข เพื่อให้เราเดินหน้ากิจการได้ก่อน
เมื่อถามว่าได้ร้องขอให้เลื่อนวันเปิดสถานบันเทิงจากวันที่ 15 ม.ค.2565 มาเป็นวันที่ 1 ธ.ค.2564 เพื่อรองรับช่วงปีใหม่ด้วยหรือไม่ นายอนันต์กล่าวว่า เราเสนอเรื่องนี้ด้วย แต่ต้องรอที่ประชุมศบค.พิจารณาก่อน ทั้งนี้แนวความคิดของพวกเรา ของนายกฯ เลขาธิการสมช. และศบค.ค่อนข้าง จะตรงกัน แต่เลขาธิการสมช.ยังเป็นห่วงว่าเพิ่งเปิดประเทศ จึงอยากให้พวกเราใจเย็น อีกสักเล็กน้อย ส่วนเรื่องการเยียวยากิจการจากกรณีถูกสั่งปิดในช่วงที่ผ่านมานั้น ต้องรอเลขาธิการสมช.เสนอเข้าสู่ที่ประชุมศบค.
หนุ่มโคราชดับหลังบูสต์เข็ม 3
ที่วัดสะแก เขตเทศบาลนครนครราชสีมา จ.นครราชสีมา มีพิธีบำเพ็ญกุศลศพ นายกีรติ เทียนขาว อายุ 47 ปี พนักงานจ้างสำนักการช่าง อบจ.นครราชสีมา ซึ่งมีอาการวูบหมดสติ และเสียชีวิตกะทันหัน เมื่อวันที่ 14 พ.ย. ที่ผ่านมา โดยครอบครัวเชื่อว่าสาเหตุมาจากการ ฉีดวัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 บูสเตอร์เข็ม 3
น.ส.พันทิภา เทียนขาว อายุ 24 ปี ลูกสาวของผู้ตาย เปิดเผยว่า ปกติพ่อเป็นคนที่มีร่างกาย แข็งแรง แต่มีโรคประจำตัวเป็นโรคความดันโลหิต ก่อนหน้านี้ พ่อฉีดวัคซีนต้านไวรัส โควิด-19 มาแล้ว 2 เข็ม เป็นวัคซีนซิโนแวค เข็มที่ 1 ฉีดเมื่อวันที่ 13 พ.ค. 2564 และเข็มที่ 2 ฉีดเมื่อวันที่ 4 มิ.ย. 2564 จากนั้นฉีดวัคซีนบูสเตอร์ เข็มที่ 3 เป็นวัคซีนแอสตร้า เซนเนก้า เมื่อวันที่ 28 ก.ย. 2564 ฉีดวัคซีนทั้ง 3 เข็ม จากหน่วยบริการฉีดวัคซีนโรงพยาบาล เทพรัตน์นครราชสีมา หลังฉีดเข็มที่ 3 ได้ ไม่กี่วัน พ่อก็บ่นว่ามีอาการแน่นหน้าอก และหายใจไม่อิ่มเรื่อยมา แต่พ่อไม่ยอมไปพบแพทย์ จะนอนพักเพื่อให้อาการดีขึ้น กระทั่งคืนวันที่ 14 พ.ย. ช่วงเวลา 22.00 น. เกิดอาการวูบ ล้มลงหมดสติภายในบ้านพัก จึงนำตัวส่งโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา และเสียชีวิตเวลา 23.00 น. แพทย์ลงความเห็นว่า เกิดจากอาการลิ่มเลือดอุดตันเส้นเลือดแดง ขั้วปอด ทางครอบครัวเชื่อว่าสาเหตุการเสียชีวิต มาจากการฉีดวัคซีนบูสเตอร์เข็ม 3 ครอบครัวยื่นเรื่องขอรับเงินช่วยเหลือเยียวยาจากสำนักงาน หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) แล้ว

จับเข่าคุย – นายอนันต์ สุวรรณปาน ผู้บริหารโรงเหล้าแสงจันทร์ พร้อมตัวแทน กลุ่มผู้ประกอบการผับ บาร์ คาราโอเกะ เข้าพบพล.อ.สุพจน์ มาลานิยม เลขาธิการสมช. เพื่อเสนอแนวทางการปฏิบัติของสถานบันเทิงก่อนเปิดให้บริการ ที่ห้องรับรองตึกสมช. ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 17 พ.ย.
ร.พ.มหาราชเปิดวอล์กอินฉีด
นายแพทย์เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ ผู้ช่วยผอ.ร.พ.มหาราชนครราชสีมา เปิดเผยว่า ร.พ.มหาราชนครราชสีมายังเดินหน้าฉีดวัคซีน สร้างภูมิคุ้มกันหมู่ให้กับประชาชนในพื้นที่ดูแลอย่างต่อเนื่อง โดยวันนี้จุดบริการฉีดวัคซีนต้านโควิด-19 ของร.พ.มหาราชฯ ที่ห้องโคราชฮอลล์ ชั้น 4 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา นครราชสีมา เปิดวอล์กอินฉีดเข็มที่ 1 วัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าให้ประชาชนกลุ่ม 608 ให้ไปรับบริการได้เวลา 09.30 น. รวมทั้งยังให้บริการสำหรับผู้ที่ลงทะเบียนฉีดวัคซีนเอาไว้ ตั้งแต่ 1 เม.ย.-17 พ.ย. 2564 ด้วย และผู้ที่มีคิวฉีดวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า เข็มที่ 2 ในวันนี้ ให้รับบริการเวลา 12.00 น.
“พร้อมกันนี้ยังเปิดวอล์กอินบูสเตอร์ แอสตร้าเซนเนก้า เข็มที่ 3 สำหรับผู้ที่รับวัคซีน เข็มที่ 1 และ 2 เป็นซิโนแวคกับซิโนแวค หรือซิโนฟาร์มกับซิโนฟาร์ม และรับวัคซีนเข็มที่ 1 ตั้งแต่ 1 เม.ย.-20 ก.ค.2564 ไม่ว่าจะเคยฉีด มาจากที่ใดสามารถไปรับบริการได้เวลา 12.00 น. โดยจะจำกัดบริการวันละ 3,000 คนเท่านั้น และเปิดวอล์กอินบูสเตอร์ไฟเซอร์ เข็มที่ 3 สำหรับกลุ่มเสี่ยง 608 ที่รับวัคซีนเข็มที่ 1 และ 2 เป็นวัคซีนซิโนแวคกับซิโนแวค หรือซิโนฟาร์มกับซิโนฟาร์ม และรับวัคซีนเข็มที่ 1 ตั้งแต่ 1 เม.ย.-20 ก.ค. 2564 ไม่ว่าจะเคยฉีดมาจากที่ใด สามารถไปรับบริการได้เวลา 12.00 น.”
ปัตตานีเข้มไม่ฉีดห้ามเข้าพื้นที่
หลังจากจ.ปัตตานีออกมาตรการให้ทั้ง 115 ตำบล ในพื้นที่ 12 อำเภอ จัดชุดเจ้าหน้าที่ตั้งจุดตรวจจุดสกัดเชิงรุกเพื่อคัดกรองผู้ที่จะเดินทางเข้าออกพื้นที่ โดยให้แสดงเอกสารการฉีดวัคซีนอย่างน้อย 1 เข็ม ถึงจะอนุญาตให้เข้าออกในพื้นที่ได้ เพื่อป้องการแพร่ระบาดของเชื้อโควิดไปยังพื้นที่อื่น ทำให้ในพื้นที่ทั้ง 115 ตำบลเร่งทำตามมาตรการของทางจังหวัดทันที โดยจุดตรวจจุดสกัดที่ม.4 บ้านทุ่งเท็จ ต.ปะเสยาวอ อ.สายบุรี จ.ปัตตานี มีเจ้าหน้าที่ได้สนธิกำลังกันหลายฝ่าย ทั้งทหารหน่วยเฉพาะกิจปัตตานี 44 เจ้าหน้าที่สาธารณสุขอำเภอสายบุรี กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อสม. ตั้งจุดตรวจจุดสกัดเชิงรุก ตรวจสอบประชาชนที่เดินทางเข้าออกในพื้นที่อย่างเข็มงวด 100 เปอร์เซ็นต์ เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบเอกสารการฉีดวัคซีนของประชาชนทุกคนที่เดินทางเข้าออก ไม่มีข้อยกเว้น หากพบว่าฉีดวัคซีนแล้วอย่างน้อย 1 เข็มก็จะให้ผ่านได้ แต่หากไม่มีเอกสารรับรอง จะไม่อนุญาตให้ผ่านโดยเด็ดขาด
เชียงใหม่ติดเชื้อ 271-ตาย 3
ดร.ทรงยศ คำชัย หัวหน้ากลุ่มงานควบคุมโรคติดต่อ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 271 ราย เป็นผู้ติดเชื้อที่เดินทางมาจากต่างจังหวัด 2 ราย ที่เหลือเป็นผู้ติดเชื้อในจ.เชียงใหม่ โดยมาจากคลัสเตอร์ต่างๆ ประกอบด้วย คลัสเตอร์ใหม่และคลัสเตอร์ที่มีการระบาดต่อเนื่อง 17 ราย ได้แก่คลัสเตอร์สถานรับเลี้ยงเด็ก หมู่ 9 ต.สันมหาพน อ.แม่แตง 2 ราย, คลัสเตอร์ใหม่งานเลี้ยงวันเกิด หมู่ 8 ต.สันนาเม็ง อ.สันทราย 2 ราย, บ้านโชคดี ชุมชนพิฆเนศ เมืองเชียงใหม่ 2 ราย, คลัสเตอร์งานศพ หมู่ 2 ตลาดใหญ่ อ.ดอยสะเก็ด 1 ราย, คลัสเตอร์บ้านห้วยจะค่าน หมู่ 9 ต.ปิงโค้ง อ.เชียงดาว 1 ราย นอกนั้นเป็นคลัสเตอร์เล็กๆ ที่พบผู้ติดเชื้อรายใหม่แห่งละ 1 ราย
ผู้เสียชีวิตเพิ่ม 3 ราย ทั้งหมดเป็นผู้สูงอายุ โดย 1 ใน 3 ยังไม่เคยได้ฉีดวัคซีนมาก่อน
ลำปางติดเชื้อเพิ่ม 15
ส่วนจ.ลำปาง พบผู้ป่วยติดเชื้อรายใหม่ 15 ราย ผู้ติดเชื้อสะสม 2,623 ราย และเสียชีวิตสะสม 15 ราย สอบสวนโรคเบื้องต้น ผู้ติดเชื้อรายใหม่จากต่างจังหวัด 6 ราย แยกเป็นจ.เชียงใหม่ 3 ราย จ.ชลบุรี 1 ราย อ.แม่สอด จ.ตาก 2 ราย และเป็นผู้ติดเชื้อในจังหวัด 9 ราย เป็นผู้สัมผัสผู้ป่วยคลัสเตอร์โรงงานข้าวแต๋น อ.เกาะคา 5 ราย และคลัสเตอร์ต.บ้านโป่ง อ.งาว 4 ราย
สุพรรณฯวุ่นเคสงานศพติดอีก50
จ.สุพรรณบุรี พบผู้ติดเชื้อเพิ่ม 75 ราย รักษาตัวอยู่ 583 ราย รักษาหายแล้ว 13,086 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 1 ราย เป็นชายไทย อายุ 71 ปี อยู่ต.สาลี อ.บางปลาม้า จ.สุพรรณบุรี เสียชีวิตสะสม 253 ราย
ที่อ.ด่านช้าง จ.สุพรรณบุรี พบการระบาดของเชื้อโควิด-19 เป็นกลุ่มก้อน โดยศูนย์กลางการระบาดเกิดจากงานศพของเจ้าวัด ซึ่งเป็นผู้นำทางจิตวิญญาณของชาวกะเหรี่ยง พบผู้ติดเชื้อยืนยันแล้ว 50 ราย รวมติดเชื้อสะสม 66 ราย เจ้าหน้าที่เร่งตรวจกลุ่มเสี่ยง ตรวจด้วยชุดตรวจ ATK อีก ขณะนี้แยกกักตัวไว้ที่ศูนย์พักคอยเพื่อรอตรวจยืนยัน นอกจากนี้มีผู้เสี่ยงสูงอีกเกือบ 300 ราย
นร.ติดเชื้อ-อุบลฯปิด 5 โรงเรียน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 10 และเจ้าหน้าที่สาธารณสุขจังหวัดอุบลราชธานี เทศบาลนครอุบลราชธานี ตรวจเชิงรุกด้วย ATK คณะครู บุคลากรและนักเรียน โรงเรียนระดับชั้นประถมศึกษา มัธยมศึกษา อาชีวศึกษา ซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับโรงเรียนที่เกิดการระบาดของเด็กนักเรียนชั้นประถมศึกษาในเขตเทศบาลนครอุบลราชธานี เบื้องต้นพบนักเรียนชั้นประถมต้น และประถมปลายที่ยืนยันติดเชื้อ 2 โรงเรียนรวม 24 คน และมีนักเรียนและครูเป็นกลุ่มเสี่ยงต้องกักตัวรวม 295 คน
นอกจากนี้ ยังมีโรงเรียนกลุ่มเสี่ยงทั้งระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษาในพื้นที่เทศบาลนครอุบลราชธานีอีก 3 แห่ง ทำให้โรงเรียนที่พบ การติดเชื้อต้องปิดการเรียนระบบออนไซต์ ให้ไปเรียนออนไลน์แทนถึงปลายเดือนพ.ย. ส่วนโรงเรียนกลุ่มเสี่ยงสั่งปิดถึงสัปดาห์หน้า เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อโรคเช่นกัน
เป็นคลัสเตอร์รถตู้รับส่งนร.
สำหรับสาเหตุที่เกิดการระบาดข้ามโรงเรียน เพราะมีนักเรียนจากพื้นที่ระบาดใช้บริการ รถตู้รับส่งนักเรียนร่วมกับเด็กคนอื่น ทำให้ติดเชื้อแล้วนำมาแพร่สู่เพื่อนในโรงเรียน จนเกิดนักเรียนกลุ่มเสี่ยงขึ้นในหลายโรงเรียน ส่วนผล การตรวจเชิงรุกจำนวน 367 คน มีผลบวก 19 คน โดยผู้มีผลบวกจะตรวจยืนยันซ้ำด้วยวิธี RT-PCR อีกครั้ง ขณะนี้มีผู้ป่วยสะสม 20,967 คน เสียชีวิต สะสม 168 คน ยังรักษาตัวอยู่ 993 คน
อะคาเดมี่ทีมหนองบัวติดเชื้อ 66
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดคลัสเตอร์โควิด-19 ในสถาบันเอกชนใหญ่ชื่อดัง ตรวจสอบพบว่าภายในสถาบันการศึกษาที่ตั้งอยู่รวมกันคือ โรงเรียนพิชญบัณฑิต เทคโนโลยีพิชญบัณฑิต วิทยาลัยพิชญบัณฑิตเปิดการเรียนการสอนตั้งแต่ชั้นอนุบาลถึงปริญญาเอก นอกจากนี้ ยังมีอะคาเดมี่และนักฟุตบอลสโมสรหนองบัวพิชญ เอฟซี มีนักเรียน นักศึกษา นักกีฬาและบุคลากรภายในรวมอยู่หลายพันคน เหตุเริ่มต้นเมื่อวันที่ 14 พย.64 ทีมสาธารณสุขอำเภอเมืองหนองบัวลำภู ได้รับรายงานว่ามีครูหญิงชั้นอนุบาลของโรงเรียนพิชญบัณฑิตมาตรวจโควิด ผลตรวจพบเชื้อ 1 ราย และวันที่ 15 พ.ย. เทศบาลเมืองหนองบัวลำภูลงพื้นที่สอบสวนโรค และตรวจค้นหาผู้ติดเชื้อเชิงรุกด้วย ATK ในกลุ่ม HR 40 ราย ผลครูพบเป็นบวก 1 ราย รวมทั้งโรงเรียนตรวจในกลุ่มนักกีฬา อะคาเดมี่ และได้ผล ATK บวก 5 ราย รวม 6 ราย ส่งตรวจ PCR ที่โรงพยาบาลหนองบัวลำภู ต่อมาวันที่ 16 พ.ย. กลุ่มงานควบคุมโรคติดต่อตรวจค้นหาผู้ติดเชื้อเชิงรุกกลุ่ม HR เพิ่ม ผลตรวจกลุ่ม HR พบกลุ่มเด็กอะคาเดมี่ติดเชื้อ 12 ราย และครู 1 ราย
ล่าสุดวันที่ 17 พ.ย. ผลการตรวจพบยืนยันติดเชื้อทั้งสิ้น 66 คน เสี่ยงสูงอีก 70 คน โดย 66 คนที่ติดเชื้อเข้ารับการรักษาโรงพยาบาลหนองบัวลำภู ส่วนผู้สัมผัสเสี่ยงสูง 70 คน นำไปไว้ที่โรงพยาบาลสนาม
ขณะเดียวกันสั่งปิดเรียนแบบออนไซต์ หันไปเรียนออนไลน์ตั้งแต่เที่ยงวันที่ 17 พ.ย. ขณะนี้กำลังเร่งสอบสวนโรค
สำหรับครูอนุบาลที่ตรวจพบเชื้อสนิทสนม กับครูมัธยมในโรงเรียนเดียวกันคนหนึ่ง เมื่อไปตรวจเด็กอนุบาลที่สอนก็ไม่พบเชื้อ แต่พบเชื้อที่ครูมัธยมและพบเชื้อในเด็กที่ครูคน ดังกล่าวสอนชั้นมัธยมและเด็กในอะคาเดมี่ ที่ครูสอน

คลัสเตอร์ – เจ้าหน้าที่เข้าตรวจเชื้อ โควิดนักฟุตบอลอะคาเดมี่สโมสรหนองบัวพิชญ เอฟซี รวมทั้งนักเรียนนักศึกษาและบุคลากร วิทยาลัยพิชญบัณฑิต จ.หนองบัวลำภูพบผู้ติดเชื้อถึง 66 คน เมื่อวันที่ 17 พ.ย.
‘อนุทิน’แจงไทยตกขบวนสูตรยา
นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข (สธ.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ประเทศไทยตกขบวน 95 ประเทศที่ได้รับการถ่ายทอดสูตรการผลิตยาแพกซ์โลวิดจากบริษัทไฟเซอร์ว่า การจัดว่าประเทศไหนได้รับสิทธิบัตรผลิตยา ทางบริษัทมีเกณฑ์และมาตรฐานการตัดสินใจ เราไปทำอะไรไม่ได้ แต่ให้ความมั่นใจว่าสธ.วางแผนจัดเตรียมยา เวชภัณฑ์ต่างๆ รองรับ สถานการณ์โควิด และมีการวางแผนล่วงหน้า อย่างวัคซีนก็จัดเตรียมไว้พร้อม ยาที่ใช้อยู่ คือยาฟาวิพิราเวียร์ก็มีสรรพคุณรักษาผู้ติดเชื้อได้ดี เมื่อรับยาแล้วมีอาการดีขึ้น ยิ่งได้รับในช่วงที่ติดเชื้อใหม่ๆ ก็ใช้เวลารักษาน้อยหรือสั้นลง การซื้อยาโมลนูพิราเวียร์ หรือแผนจัดซื้อยาแพกซ์โลวิด เป็นการตอบรับต่อสถานการณ์ ไม่ได้หมายความว่าจะเอามาเป็นยาหลัก แต่เอา มาเสริมความมั่นคงทางยา กรณีคนไข้บางคนอาจจำเป็นต้องใช้ยาที่ต่างออกไปจากที่ใช้ประจำ หรือเป็นทางเลือก
“การเอายาทั้ง 2 ตัวเข้ามา ไม่ได้หมายความ ว่ายาที่ใช้อยู่ไม่ดี จริงๆ สรรพคุณไม่ต่างกัน แต่เป็นยาอีกแนวหนึ่ง อย่างยาแพกซ์โลวิด ก็อย่าเพิ่งไปบอกว่าจะช้าจะเร็ว เพราะยังไม่ขึ้น ทะเบียนในประเทศไทย กำลังยื่นขึ้นทะเบียนที่สหรัฐอเมริกา” นายอนุทินกล่าว
ไม่บังคับฉีดวัคซีน
ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีมาตรการฉีดวัคซีน ถึงเข้าพื้นที่สาธารณะได้และจะมีมาตรการจูงใจอะไรเพิ่มอัตราการฉีดวัคซีนให้ถึง 100 ล้านโดสหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า การฉีดวัคซีนคงไม่ต้องไปบังคับ แต่สังคมจะกำหนดให้เราต้องทำตาม เป็นระเบียบสังคม เป็นสำนึก ที่มีต่อส่วนรวม ให้ไปออกกฎหมายก็ลำบาก กว่าจะออกโรคโควิดอาจหายไปแล้ว แต่ถ้าเราไม่ฉีดตอนนี้อาจไม่สามารถเข้าร้านอาหาร ร้านทำผม หรือสมัครงานได้ วัคซีนวันนี้ มีครบแล้ว มากพอ ฉีดคนไทยทุกคน และไม่ใช่ว่าฉีดได้ครบ 70% แล้วจะหยุด
“เรื่องนี้เป็นเรื่องของจิตสำนึก จึงไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้องในการไปยื่นรางวัลหรือข้อเสนอให้คนมาฉีด เราต้องแคร์ตัวเราเอง และคนรอบข้างของเรา ถ้าคิดอย่างนี้ ไม่ต้องให้รางวัลอะไร แต่ให้รางวัลตัวเองด้วยการฉีดวัคซีน” นายอนุทินกล่าว และว่า ยืนยันว่าการฉีดวัคซีน จะไปถึงเป้าหมาย 100 ล้านโดส 100% ในสิ้นปีนี้
60%ไม่มั่นใจดื่มเหล้าในร้าน
ด้านนพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดี กรมอนามัย สธ. แถลงข่าวเปิดเมืองปลอดภัยคุมเข้มกินดื่มในร้านอาหารด้วยมาตรการ COVID Free Setting ว่า ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย. ที่ผ่านมา มีการประกาศ 17 จังหวัดนำร่อง ท่องเที่ยว (สีฟ้า) สามารถดื่มแอลกอฮอล์ในร้านอาหารได้ ขณะนี้เป็นเวลากว่า 2 สัปดาห์แล้ว กรมอนามัยรวบรวมข้อมูลข้อเท็จจริงในทางปฏิบัติ และข้อสังเกตประเด็น COVID Free Setting ในร้านอาหารที่อนุญาตให้ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ คือการติดเชื้อโควิดในร้านอาหารที่เปิดให้ดื่มแอลกอฮอล์ จะเพิ่มมีโอกาสเสี่ยงการติดเชื้อในสถานประกอบการ เนื่องจากปัจจัยสำคัญคือ 1.มีการรวมกลุ่มมากกว่า 1 คน อาจมีคนติดเชื้อไม่แสดงอาการมาร่วมในสถานที่ 2.Long Stay อยู่ร่วมกันเป็นเวลานาน ถ้ามากกว่า 2 ชั่วโมงขึ้นไป ถือว่ามีความเสี่ยงติดเชื้อมากขึ้น และ 3.Behavior พฤติกรรมพูดคุยสังสรรค์กินดื่มร่วมกัน
นพ.สุวรรณชัยกล่าวต่อว่า สำหรับผลสำรวจ อนามัยโพลกรณีความเห็นประชาชนต่อการปรับมาตรการให้ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในร้านอาหารตั้งแต่วันที่ 1-14 พ.ย.2564 มีผู้ตอบแบบสำรวจ 2,823 ราย เกือบ 60% ยังไม่เห็นด้วยเรื่องการดื่ม เนื่องจากกังวลเกิดคลัสเตอร์ใหม่ 90% ยังไม่มั่นใจมาตรการป้องกัน และเห็นจำนวนผู้ติดเชื้อยังสูงถึง 50% ส่วนเห็นด้วยกับการเปิดมี 43.2% เพราะเห็นว่า กระตุ้นเศรษฐกิจ สร้างรายได้พนักงานและร้านอาหาร จากการสอบถามพบว่า 8.3% เคยไปใช้บริการร้านอาหารที่อนุญาตให้ดื่มแอลกอฮอล์ได้ มาตรการที่ทำได้ดี คือจัดอุปกรณ์สำหรับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แยกแต่ละบุคคลมากกว่า 60% คัดกรองความเสี่ยงพนักงานและลูกค้าก่อนเข้ารับบริการ และมีการระบายอากาศที่ดี ทำได้มากกว่า 50% แต่มาตรการทำได้ต่ำกว่า 50% คืองดกิจกรรมที่มีการสัมผัสใกล้ชิด การเว้นระยะห่าง ไม่รวมกลุ่มกันของพนักงาน การสังเกตป้ายสัญลักษณ์ Thai Stop COVID Plus , COVID Free Setting และ SHA Plus
เมื่อถามถึงความเชื่อมั่นต่อมาตรการป้องกัน โควิด 19 ของร้านอาหารที่ให้ดื่มแอลกอฮอล์ในร้าน พบว่า ไม่เชื่อมั่น 56.6% เชื่อมั่น 43.4% นำมาสู่ข้อคำถามถึงมาตรการของ ร้านอาหารที่จะทำให้ประชาชนมั่นใจมากขึ้น จากผลสำรวจพบว่า ประชาชนจะมั่นใจว่าปลอดภัยในการใช้บริการร้านอาหารที่เปิดให้ดื่มแอลกอฮอล์ในร้าน คือ เมื่อร้านผ่านมาตรฐาน รับรองของกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) โดยแสดงป้ายให้เห็นชัด พนักงานและลูกค้ารับวัคซีนตามเกณฑ์ สุ่มตรวจคัดกรองเชื้อเป็นลบก่อนเข้ารับบริการ และสุ่มตรวจเป็นระยะโดยเจ้าหน้าที่ ซึ่งบางคนแสดงข้อคิดเห็นว่าควรจำกัดเวลาในการดื่มด้วย
“ประชาชนส่วนหนึ่งยังคงไม่มั่นใจมาตรการ ให้ดื่มแอลกอฮอล์ในร้านอาหาร ซึ่งมาตรการส่วนบุคคล ฉีดวัคซีน ตรวจหาเชื้อ ATK ปฏิบัติตาม COVID Free Setting และ SHA Plus เป็นประเด็นสำคัญทำให้ประชาชนมั่นใจมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ ยังพบ 3 กิจกรรมเสี่ยงที่เห็นบ่อยตามสื่อ คือ 1.มีกิจกรรมส่งเสริมการขาย และกิจกรรมคล้ายสถานบันเทิง สถานบริการ ซึ่งยังไม่อนุญาตให้เปิดบริการ 2.มีกิจกรรมงานเลี้ยงสังสรรค์ มีการรวมกลุ่มเกินกว่ากฎหมายกำหนด และ 3.มีกิจกรรมเต้นรำ ตะโกนเสียงดังทั้งพนักงานและผู้รับบริการ”

เข็ม 3 ดับ – นายกีรติ เทียนขาว อายุ 47 ปี ชาวนครราชสีมา ฉีดวัคซีนเข็ม 3 แล้วแน่นหน้าอกก่อนเสียชีวิต แพทย์ระบุเสียชีวิตจากลิ่มเลือดอุดตันเส้นเลือดแดงขั้วปอด แต่น.ส.พันทิภา เทียนขาว ลูกสาว เชื่อว่าเสียชีวิตจากฉีดวัคซีนจึงเข้าร้องเรียนสปสช.ช่วยเหลือ
เยียวยา เมื่อวันที่ 17 พ.ย.
พบ 3 ร้านไม่ทำตามมาตรการ
ด้านนพ.เกษม เวชสุทธานนท์ ผอ.สถาบันพัฒนาสุขภาวะเขตเมือง กรมอนามัย กล่าวว่า จากนโยบายเปิดบ้านเปิดเมือง สธ.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีมาตรการสร้างความมั่นใจ 3 มาตรการ คือ1.การประเมินตนเองของสถานประกอบการ ร้านค้า 2.ประชาชนส่งข้อร้องเรียนและข้อแนะนำผ่านสื่อต่างๆ ได้ และ 3.จัดตั้งคณะทำงานบูรณาการ ทั้งสธ.และท้องถิ่นลงไปตรวจประเมิน ทั้งนี้พื้นที่ท่องเที่ยวทั้งจังหวัด 4 จังหวัด อย่าง กทม.ได้ประกอบทีมลงไปตรวจประเมินสถานประกอบการร้านอาหารที่จำหน่ายสุรา เมื่อวันที่ 5 พ.ย. ใน 3 เขต 25 ร้าน พบว่าร้านค้าให้ความร่วมมือปฏิบัติตามมาตรการได้ดี มีประเด็นเรื่องจำกัดเวลาการบริโภค แนะนำให้กินดื่มไม่เกิน 2 ชั่วโมง ไม่มีกิจกรรมงานเลี้ยงสังสรรค์ที่มีการรวมกลุ่ม และกิจกรรมส่งเสริมการขาย โดยเฉพาะ เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ในร้าน จัดอุปกรณ์บริโภคเครื่องดื่มส่วนบุคคล ไม่ปะปนกัน
“มาตรการทำได้น้อยและต้องปรับปรุง คือเว้นระยะห่างระหว่างบุคคล บางที่เมื่อมีการจำหน่ายและเปิดบริการ มีลูกค้าจำนวนมาก ร้านค้าอาจไม่เข้มงวด รวมทั้งการจัดพื้นที่ไม่แออัดยังจัดการไม่ได้ และการจัดอุปกรณ์ทำความสะอาดฆ่าเชื้อ เจลแอลกอฮอล์อาจทำไม่ได้ทุกโต๊ะ พนักงานประเมินความเสี่ยงผ่านไทยเซฟไทยไม่ครบ 100% ต้องเน้นย้ำ กำกับมาตรการส่วนบุคคล ควบคุมพฤติกรรม ยังปฏิบัติได้น้อย” นพ.เกษมกล่าวและว่า ผลการสุ่มประเมินมีร้านค้าที่เปิดให้บริการเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ไม่ปฏิบัติตาม 3 ร้านจาก 25 ร้าน โดยผู้มาใช้บริการดื่มใกล้ชิด เต้นรำ ตะโกน ร้องเพลงร่วมกับทางนักดนตรี ซึ่งมีการปรับเพราะผิดตามมาตรา 51 ปรับไม่เกิน 2 หมื่นบาท โดยความผิดครั้งแรกจึงปรับไป 6 พันบาท ทั้ง 3 ร้าน และกำชับถ้ามีความผิดอีก จะปรับเพิ่มขึ้นสูงสุด คือ ไม่เกิน 2 หมื่นบาท
ส่วนอีก 3 จังหวัด คือกระบี่ พังงา และภูเก็ต มีการสำรวจร้านค้าประเมินร่วมเจ้าหน้าที่ ท้องถิ่น 3 จังหวัดรวม 604 แห่ง สุ่มตรวจประเมิน 105 แห่ง คิดเป็น 17.5% พบว่า ส่วนใหญ่ปฏิบัติตามมาตรการ COVID Free Setting และมาตรฐาน SHA Plus แต่ยังเป็นช่วงต้นของการเปิด คนมารับบริการยังไม่มากมาย และยังไม่มีนักท่องเที่ยวนอกประเทศจำนวนมาก จึงยังปฏิบัติได้ดี ตามเกณฑ์ต่างๆ
สำหรับพฤติกรรมที่ไม่สมควรทำ เพราะพฤติกรรมเสี่ยงที่เกิดการระบาด คือ 1.ไม่ดื่มร่วมแก้วร่วมจาน 2.ไม่พูดคุยใกล้ชิดกับคนไม่รู้จัก เลี่ยงการสัมผัส เลี่ยงการพบปะสังสรรค์ ข้ามกลุ่ม กลุ่มใครกลุ่มมัน 3.ไม่ดื่มจนเมามาย ขอผู้มารับบริการและเจ้าของร้านสอดส่องและกำชับ 4.ไม่ตะโกน สวมหน้ากากตลอดเวลา ตลอดระยะเวลาการดื่ม เพื่อลดความเสี่ยงลง 5.ไม่ดื่มเกินเวลา และเมื่อกลับที่พักอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า 6.หมั่นล้างมือหลังใช้ห้องน้ำร่วมกันในร้านค้า เพราะมีคนใช้จำนวน มาก 7.ไม่ดื่มในร้านที่ไม่ผ่านมาตรฐาน COVID Free Setting หรือ SHA Plus