ตู่ส่ายหน้า-ไม่พูด
พอ.สุชาติซบกล้า
‘บิ๊กตู่’ นำครม.ลอยกระทง อธิษฐานให้บ้านเมืองปลอดภัย มีเสถียรภาพส่ายหน้าไม่ตอบ กระแสข่าวไปอยู่พรรค 6 รัฐมนตรี ‘บิ๊กป้อม’ โต้ลั่น ไม่เชื่อ ‘2ป.’ หนีพลังประชารัฐ ไปตั้งพรรคใหม่ ‘พ.อ.สุชาติ’ เพื่อนร่วมรุ่นนายกฯ ทิ้งพปชร.หันซบพรรคกล้า ฟันธงสมัยหน้า พปชร.ภาคใต้สูญพันธุ์ ‘บิ๊กป้อม’ บอกจะย้ายก็ย้ายไป จับตาประชุมพรรคเพื่อชาติ 21 พ.ย. ดัน ‘ศรัณย์วุฒิ’ นั่งหัวหน้าคนใหม่ ‘ไพบูลย์’ เย้ยเพื่อไทยชูธงแก้รธน.ทั้งฉบับ เชื่อแค่ด่านแรกก็ไม่ผ่านวุฒิสภา
‘บิ๊กตู่’หารือรองผอ.ซีไอเอสหรัฐ
เมื่อวันที่ 19 พ.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เข้าปฏิบัติภารกิจที่ทำเนียบรัฐบาลตั้งแต่ช่วงเช้า โดยไม่มีการบรรจุวาระของนายกฯ ตลอดช่วงเช้า ขณะที่เวลา 09.30 น. สำนักข่าวกรองกลางของสหรัฐ หรือซีไอเอ โดยนายเดวิด เอส โคเฮน รองผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองกลางของสหรัฐ ประสานเป็นการภายในผ่านสำนักข่าวกรองแห่งชาติของไทย ขอเข้าพบ พล.อ.ประยุทธ์
รายงานข่าวเปิดเผยว่า มีการหารือถึงประเด็นเสถียรภาพภายในภูมิภาคในภาพรวม ประเด็นความมั่นคง รวมถึงสถานการณ์ในเมียนมา เรื่องการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมเนื่องจากไทยและเมียนมามีชายแดนติดต่อกัน และหารือถึงความร่วมมือที่ยังเดินหน้าอย่างต่อเนื่อง
สำหรับสถานการณ์ในประเทศไทย เป็นการพูดคุยกันในภาพกว้างเรื่องการเมือง ซึ่งไทยขอให้สหรัฐเข้าใจบริบทของประเทศไทยในการทำหน้าที่ สหรัฐก็เข้าใจดีว่าทุกอย่างต้องเป็นไปตามกฎหมาย นอกจากนี้ยังหารือเรื่องเศรษฐกิจและความร่วมมือต่างๆ การช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและการทหาร ส่วนความร่วมมือระหว่างกันยังดำเนินการต่อไป รวมถึงการสนับสนุนการเป็นเจ้าภาพของไทยในทุกๆ เรื่องในการเป็นเจ้าภาพการประชุมเอเปกของไทยในปี 2565
เวลา 14.00 น. นายเดวิดเข้าพบ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ที่ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล จากนั้นเข้าพบ พล.อ.สุพจน์ มาลานิยม เลขาธิการสภา ความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ที่สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ ทำเนียบรัฐบาล ซึ่งมีรายงานเป็นการเข้าพบหน่วยงานความมั่นคงตามวงรอบ หลังสหรัฐมีประธานาธิบดีคนใหม่
นายกฯนำครม.ลอยกระทง
เมื่อเวลา 16.30 น. ที่คลองผดุงกรุงเกษม ข้างทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ พร้อมนางนราพร จันทร์โอชา ภริยา เป็นประธานในงาน “ลอยกระทงวิถีใหม่ สืบสานประเพณีไทย 1 ครอบครัว 1 กระทง รักษาระยะห่าง สวมหน้ากากอนามัย ปลอดโรค ปลอดภัย” โดยมีคณะรัฐมนตรี (ครม.) และคู่สมรส ร่วมงาน
พล.อ.ประยุทธ์ เปิดเผยว่า ตนได้อธิษฐานให้บ้านเมืองปลอดภัย ขอขมาลาโทษพระพุทธคุณ พระธรรมคุณ พระสังฆคุณ และพระแม่คงคา และแผ่นดิน อิติปิโส ภะคะวา เรื่องขอขมามีคาถาอยู่แล้ว ในเรื่องการลอยกระทง การขอขมาลาโทษสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย เทวดาที่คุ้มครองประเทศชาติ รวมถึงตัวเองด้วย ภัยต่างๆ ให้ผ่านพ้นไปจากประเทศไทย และให้ทุกอย่างมีเสถียรภาพทุกเรื่อง ลดความขัดแย้งให้มากที่สุด
เวลา 17.00 น. ที่บริเวณลานไม้ริมแม่น้ำเจ้าพระยา รัฐสภา ทางรัฐสภาได้จัดงานลอยกระทงครั้งแรกหลังจากมีรัฐสภาแห่งใหม่ที่เกียกกาย ภายใต้ชื่องาน “รัฐสภาร่วมใจ สืบสานวัฒนธรรมไทย ลอยกระทงวิถีใหม่” โดยมีนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา พร้อมด้วยนายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภา คนที่ 1 และนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา พร้อมด้วย น.ส.ปิยกุล บุญเพิ่ม ประธานศาลฎีกา เอกอัครราชทูตจาก 17 ประเทศ และกงศุลกิตติมศักดิ์ 3 ประเทศ ตัวแทนจากพรรคการเมืองต่างๆ เข้าร่วมงาน
ไม่ตอบตั้งพรรคใหม่-‘บิ๊กป้อม’ก็ปัด
พล.อ.ประยุทธ์ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีีมีข่าวว่าตนเองและพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย จะย้ายไปอยู่พรรคใหม่ ที่ 6 รัฐมนตรีตั้งขึ้น โดยส่ายหัวแทนคำตอบ
พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ตอบเสียงดังถึงกระแสข่าว พล.อ.ประยุทธ์ อาจไปอยู่กับพรรคไทยสร้างสรรค์ “พล.อ.ประยุทธ์ มีอยู่พรรคเดียว นายกฯ จะไปตั้งพรรคอะไร ไม่ไปหรอก และจะมาเมื่อไหร่ก็มาเลย เรื่องนี้ให้ไปถามคนออกข่าว” ต่อข้อถามว่าเตรียมใบสมัครไว้ให้ พล.อ.ประยุทธ์ แล้วหรือยัง พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า นายกฯ จะสมัครทำไม เพราะพรรคพลังประชารัฐสนับสนุนอยู่แล้ว นายกฯ ไม่ต้องมาเป็นสมาชิกพรรค จะมาเป็นทำไม เราก็อยู่กับนายกฯ อยู่แล้ว ไปออกข่าวกันเอง ไปพูดกันเอง ให้ไปถามคนปล่อยข่าวแล้วมาบอกตนด้วย
ต่อข้อถามถึงกระแสข่าวมีการตั้งพรรคสำรองเตรียมไว้ให้นายกฯ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ไม่มี มีพรรคเดียวก็จะเอาตัวไม่รอด เมื่อถามว่าพรรคพลังประชารัฐ มีนโยบายสู้ศึกเลือกตั้งครั้งหน้าแล้วใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า นโยบายมีอยู่แล้วไม่ต้องห่วง จะมาห่วงทำไม คุณเป็นสื่อ ไม่น่ามาเป็นห่วงแทนตน เมื่อถามว่าจะมีนโยบายที่เป็นบิ๊กเซอร์ไพรส์หรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ไม่ต้อง
นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน กรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าว 6 รัฐมนตรีพรรคพลังประชารัฐ ร่วมสนับสนุนพรรคการเมืองใหม่ที่เตรียมรองรับพล.อ.ประยุทธ์ หากร่วมงานกับพรรคพลังประชารัฐไม่ได้ โดยนายสุชาติหัวเราะ ก่อนกล่าวว่า ไม่ทราบเรื่องดังกล่าว ไม่มีแนวคิด ยังอยู่กับลุงป้อม
พปชร.ยังหนุนเป็นนายกฯ
ที่โรงแรมลีการ์เด้น หาดใหญ่ จ.สงขลา นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจเเละสังคม คณะกรรมการบริหาร (กก.บห.) พรรคพลังประชารัฐ ให้สัมภาษณ์ถึงกระเเสข่าวพล.อ.ประยุทธ์ และพล.อ.อนุพงษ์ ตั้งพรรคไทยสร้างสรรค์ ว่า ไม่เป็นความจริง เท่าที่ทราบพล.อ.ประยุทธ์ เเละพล.อ.อนุพงษ์ ไม่ได้สังกัดพรรคการเมืองใด เเละไม่มีความจำเป็นจะไปตั้งพรรคใหม่
ที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์เเละพรรคพลังประชารัฐ ก็ทำงานร่วมกันเป็นอย่างดี และทุกคนสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ ให้เป็นนายกฯ ต่อไปอยู่แล้ว และพร้อมทำงานร่วมกันในสภา ในการทำงานการเมืองต่อไป คิดว่าไม่มีความจำเป็นจะต้องไปตั้งพรรคการเมืองใหม่ หรือไปอยู่พรรคใหม่ เพราะเราสนับสนุนพล.อ.ประยุทธ์ อยู่แล้ว
เมื่อถามว่ากระแสข่าวที่เกิดขึ้นจะทำให้ ส.ส.พรรคพลังประชารัฐรู้สึกหวั่นไหวหรือไม่ นายชัยวุฒิกล่าวว่า คิดว่าไม่มีใครหวั่นไหวเพราะพวกเราทุกคนเชื่อมั่นตัวนายกฯ และเชื่อมั่นในตัว พล.อ.ประวิตร เชื่อว่าพวกเราทุกคนจะทำงานร่วมกันขับเคลื่อนงานในสภาและขับเคลื่อนงานรัฐบาลที่กำลังแก้ไขปัญหาของพี่น้องประชาชนต่อไปแน่นอน
‘ไพบูลย์’เย้ยพท.ชูแก้รธน.ทั้งฉบับ
นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ ฝ่ายกฎหมายพรรคพลังประชารัฐ ให้สัมภาษณ์กรณีที่พรรคเพื่อไทย (พท.) มีแนวคิดเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ โดยใช้ประชามติจากประชาชน ว่า สามารถเสนอให้มีกระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญได้ โดยต้องดำเนินการตามพ.ร.บ.ประชามติ 2564 มาตรา 9(4) และมาตรา 11 วรรคหนึ่ง และวรรคสามประกอบคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อเสนอญัตติให้ที่ประชุมรัฐสภาเห็นชอบ โดยต้องได้รับความเห็นชอบจาก 2 สภา ทั้งสภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภา ไม่ใช่สภาใดสภาหนึ่ง
หากผ่านทั้งสองสภาแล้ว ประธานรัฐสภาส่งเรื่องถึงนายกฯ เพื่อให้ครม.เห็นชอบพิจารณาจัดทำประชามติ เพื่อถามประชาชนว่าเห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2560 และให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ ซึ่งเป็นเพียงแค่ขั้นตอนแรกเท่านั้น ยังไม่ต้องพูดถึงขั้นตอนต่อไป เพราะตนมองว่าจะให้ผ่านทั้งสองสภาก็ยากแล้ว
“ผมเชื่อว่าในด่านแรกที่จะเสนอมา คงไม่ผ่านความเห็นชอบของวุฒิสภาแล้ว ส่วนสภาผู้แทนราษฎรอาจจะมีที่ไม่เห็นด้วย จึงมองว่าที่เสนอประเด็นนี้ในช่วงเวลานี้ เพื่อหวังหาเสียงเท่านั้น เพราะเขาคงไม่มีอะไรทำ จึงยกเรื่องนี้ขึ้นมาพูด” นายไพบูลย์กล่าว
ด้านนายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ส.ส.นครศรีธรรมราช ประธานวิปพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวว่า ถ้ามีพรรคการเมืองหรือใครก็ตามอยากจะเสนอกฎหมายให้มีการทำประชามติตามเงื่อนไข ก็สามารถทำได้ เพื่อให้สภาให้ความเห็นชอบ แต่ต้องให้ครม.ให้ความเห็นชอบอีกครั้ง ในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ยังไม่ได้คุยกันในเรื่องนี้ เพราะรอขั้นตอนของร่างรัฐธรรมนูญ ที่รอโปรดเกล้าฯ ซึ่งการทำประชามติต้องคิดอย่างรอบคอบ เพราะแต่ละครั้งต้องใช้งบประมาณถึง 3 พันล้านบาท
ก.ก.ยึดเป็นนโยบายหาเสียง
นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อ โฆษกพรรคก้าวไกล (ก.ก.) ให้สัมภาษณ์ว่า พรรคก้าวไกลจะนำการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาใช้เป็นนโยบายหาเสียงเลือกตั้งอย่างแน่นอน จะเป็นการเข้าไปแก้ไขโครงสร้างและอำนาจการบริหาร การตรวจสอบถ่วงดุลขององค์กรอิสระ ที่ปัจจุบันเป็นองค์กรอิสระที่อิสระจากการตรวจสอบถ่วงดุลด้วย หลักการแบ่งแยกอำนาจนั้นจะต้องเกาะเกี่ยวและถ่วงดุลกันอย่างได้สัดส่วน ไม่เช่นนั้นจะมีบางองค์กรที่เหลิงและลุแก่อำนาจ
ผู้สื่อข่าวถามว่า จะเสนอยกร่างใหม่ทั้งหมดหรือแก้ไขรายประเด็น นายวิโรจน์ กล่าวว่า พรรคก้าวไกลจะขอหารือถึงแนวทางการแก้ไขอีกครั้ง แต่ภายใต้วิธีคิดของ ส.ว. ชุดนี้ เราไม่สามารถเชื่อถือได้ เพราะก่อนหน้านี้เคยเสนอรายประเด็นแต่ส.ว.ก็โหวตรับเพียงร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคประชาธิปัตย์ที่ไม่ได้แตะในเชิงโครงสร้าง
‘จุรินทร์’ยัน‘ลูกหมี’ยังอยู่ปชป.
นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์กรณีนายชุมพล จุลใส ส.ส.ชุมพร พรรคประชาธิปัตย์ ไปต้อนรับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ที่ไปปฏิบัติราชการจ.ชุมพรและสุราษฎร์ธานี จนมีข่าวการย้ายพรรคว่า นายชุมพล ยังอยู่พรรคประชาธิปัตย์ เราคุยกันตลอด เพราะตนเป็นคนมอบแนวทางว่าหากนายกฯ และรอง นายกฯ คนใดลงพื้นที่เขตเลือกตั้งตัวเอง ถ้าไม่ติดภารกิจ ก็ให้ไปต้อนรับ เป็นการให้เกียรติรัฐมนตรี แม้จะอยู่กันคนละพรรคก็ตาม เพราะเป็นพรรคร่วมรัฐบาลด้วยกัน ไม่ได้แปลว่า การไปต้อนรับ พล.อ.ประวิตร แล้วจะย้ายพรรค เป็นคนละกรณีกัน
ผู้สื่อข่าวถามว่า หลังมีข่าวได้คุยกับนายชุมพล แล้วหรือไม่ นายจุรินทร์ กล่าวว่า ไม่ต้องคุย ไม่ได้เป็นปัญหาอะไร เป็นเหตุการณ์ปกติที่ส.ส.ไปให้การต้อนรับรัฐมนตรี
‘สุชาติ’ซบพรรคกล้าเสริมทัพใต้
นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี เลขาธิการพรรคกล้า กล่าวถึงกระแสข่าว พ.อ.สุชาติ จันทรโชติกุล อดีตประธานยุทธศาสตร์ภาคใต้ พรรคพลังประชารัฐ ย้ายเข้าสังกัดพรรคกล้า ว่ามีการพูดคุยกันจริง โดยพ.อ.สุชาติ ได้ลาออกจากสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ และแสดงความจำนงสมัครสมาชิกพรรคกล้าแล้ว ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างขั้นตอนทางกฎหมาย
“ผู้การสุชาติเห็นพ้องว่า ยุคหน้าผู้นำต้องนำด้วยเรื่องเศรษฐกิจ โดยเฉพาะภาคใต้ ที่มีโอกาสหลายอย่าง แต่ขาดการบริหารจัดการและการพัฒนาอย่างจริงจัง จึงอาสามาช่วยงาน ลุยชุมชนในพื้นที่ภาคใต้ ร่วมกับพรรคกล้า เพื่อช่วยนายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคกล้าจัดทัพ สำคัญที่สุดคือ ผู้การพร้อมมาลุยร่วมกันทำงานแบบพรรคกล้า โดยยึดหลักปฏิบัตินิยม และทำงานการเมืองแบบสร้างสรรค์” นายอรรถวิชช์ กล่าว
ส่วนกระแสข่าวว่า พ.อ.สุชาติ จะดำรงตำแหน่งรองหัวหน้าพรรคดูแลภาคใต้นั้น นายอรรถวิชช์ กล่าวว่า การแต่งตั้งรองหัวหน้าพรรคอย่างเป็นทางการ ต้องรอมติที่ประชุมใหญ่สามัญประจำปี ในปลายเดือนม.ค.2565 โดยก่อนถึงวันประชุมใหญ่พรรค จะมีการนัดประชุมยุทธศาสตร์ภาคใต้ เพื่อปรับการทำงานใหม่หลังจากการเข้ามาของ พ.อ.สุชาติ
ฟันธงสมัยหน้าพปชร.ใต้สูญพันธุ์
ด้านพ.อ.สุชาติ กล่าวว่า ยืนยันว่าจะย้ายมาทำงานกับพรรคกล้าแน่นอน รอทำเรื่องธุรการอีก 2-3 วัน ส่วนจะเข้าไปทำงานด้านใด ต้องรอรับนโยบายของพรรคอีกครั้ง เหตุผลที่เลือกไปพรรคกล้าเพราะประเทศไทยกำลังจะเกิดวิกฤตด้านเศรษฐกิจ ต้องการคนเข้ามาแก้ปัญหาเศรษฐกิจ และนายกรณ์ ก็เป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถในเรื่องนี้
ส่วนการทำงานของพรรคพลังประชารัฐในภาคใต้ ถ้าอยู่แบบนี้เลือกตั้งครั้งหน้าจะอยู่ยากมาก พรรคพลังประชารัฐจะไม่ใช่คู่แข่งในภาคใต้ เพราะทิ้งสมาชิกเก่าหมด ทำให้ขาดความน่าเชื่อถือ ที่ผ่านมาก็ไม่มีผลงานการเมือง ส่วนเรื่องราคายาง ราคาปาล์ม ที่ดีขึ้นเพราะเป็นนโยบายในอดีต แต่พรรคพลังประชารัฐแค่มาเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ และโหนกระแสของนายกฯ ที่สำคัญพอได้เป็นส.ส.แล้วทิ้งฐานเสียงเดิม จึงฟันธงว่ายากมาก ที่จะมีที่นั่งในภาคใต้อีก ตนเเคยทำส.ส.มาแล้ว 13 คน และจะทำอีกครั้งในฐานะที่เป็นคนบุกเบิกการเมืองในภาคใต้ และครั้งนี้พรรคกล้าได้อย่างน้อย 8-9 ที่นั่งก็ไม่เป็นเรื่องแปลก
เมื่อถามถึงกระแสข่าวที่ก่อนหน้านี้เตรียมไปสังกัดพรรคการเมืองใหม่ เพื่อร่วมงานกับนายฉัตรชัย พรหมเลิศ อดีตปลัดกระทรวงมหาดไทย พ.อ.สุชาติ กล่าวว่า ความคิดเดิมเป็นแบบนั้น แต่ตอนนี้เป็นไปได้ยาก เมื่อก่อนคิดว่าจะมีพรรคใหม่ แต่พอติดตามไปสักระยะ กลับไม่มี เมื่อไม่มีก็ต้องตัดสินใจ เพราะปัจจัยในการเลือกตั้งคือเวลา
‘บิ๊กป้อม’เมิน-ย้ายก็ย้ายไปสิ
เวลา 17.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงเรื่องนี้ว่าว่า ขอให้ไปถามพ.อ.สุชาติเอง ผู้สื่อข่าวถามว่าจะส่งผลกระทบต่อความสั่นคลอนภายในพรรค พลังประชารัฐหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า “ไม่มีผล ย้ายแล้วทำไมล่ะ ย้ายก็ย้ายไปสิ”
ผู้สื่อข่าวถามว่า พ.อ.สุชาติ งอนหรือไม่ เพราะไม่ได้ตำแหน่งรัฐมนตรีในสัดส่วนของภาคใต้ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า เรื่องอะไรล่ะ ก่อนกล่าวอีกว่า “โห ใครจะไปได้ ไม่มีงอน” เมื่อถามว่าจะมีคนอื่นย้ายเข้ามาเพิ่มในพรรคพลังประชารัฐหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ไม่ขอตอบ
ชี้องค์ประชุมไม่เป็นจุดอ่อนรัฐบาล
พล.อ.ประวิตร กล่าวถึงกรณีพรรคร่วมรัฐบาลยังมีปัญหาเรื่ององค์ประชุมสภา ว่า ได้บอกกับส.ส.ไปแล้ว ต้องช่วยกันทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาล แต่ส.ส.บางคนก็มีธุระ บางคนก็เจ็บป่วย ผู้สื่อข่าวถามถึงงานเลี้ยงพรรคร่วมรัฐบาล ที่สโมสรราชพฤกษ์ นอร์ธ ปาร์ค ในวันที่ 26 พ.ย.จะพูดคุยกำชับเรื่องนี้เพิ่มหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า เขารู้กันอยู่แล้ว พรรคร่วมรัฐบาลและคณธกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎร (วิปรัฐบาล) คุยกันอยู่แล้ว
ผู้สื่อข่าวถามถึงภาพชิงปิดประชุมสภาเนื่องจากองค์ประชุมน้อย จะไม่เกิดขึ้นอีกใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า พยายามจะไม่ให้มี และบอก ส.ส.ไปหมดแล้ว ต่อข้อถามว่ากังวลหรือไม่ว่าฝ่ายค้านจะใช้จุดอ่อนเรื่ององค์ประชุมมาเป็นเกม พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า สื่อเป็นฝ่ายค้านหรือไม่ ก็ไปตอบฝ่ายค้านเอง เมื่อถามว่าจะเป็นจุดอ่อนให้ฝ่ายค้านเล่นงานรัฐบาลหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ไม่มีจุดอ่อน เราทำเต็มที่
‘ชวน’สั่งเพิ่มวันประชุมสภา
ที่รัฐสภา นพ.สุกิจ อัถโถปกรณ์ ที่ปรึกษาประธานสภาผู้แทนราษฎร แถลงถึงระเบียบวาระการประชุมสภาว่า สัปดาห์หน้าจะมีการประชุมสภา 3 วันคือ วันที่ 24-26 พ.ย. เริ่มประชุมตั้งแต่เวลา 09.30 น.เป็นต้นไป โดยระเบียบวาระการประชุมในวันที่ 24 พ.ย. จะมีการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ของครม. 3 เรื่อง คือ ร่าง พ.ร.บ.เครื่องสำอาง ที่ ส.ส.ได้อภิปรายไปบางส่วนแล้ว แต่ยังไม่จบและมีรายชื่อ ส.ส.ที่จะอภิปรายค้างอยู่ 2 คน หลังจากนั้นจะมีการลงมติ ร่าง พ.ร.บ.อาหาร และร่าง พ.ร.บ.บริษัท จำกัด มหาชน หากที่ประชุมพิจารณาผ่านทั้ง 3 ร่างแล้ว จะเป็นเรื่องที่ค้างพิจารณา ซึ่งส่วนมากจะเป็นร่าง พ.ร.บ.ที่เสนอโดย ส.ส.และภาคประชาชนที่ค้างอยู่ 37 ร่าง
ส่วนวันที่ 25 พ.ย. จะเป็นเรื่องกระทู้ถามสด 3 เรื่อง และกระทู้ถามทั่วไป 4 เรื่อง ซึ่งถูกเลื่อนตอบมาจากสัปดาห์ที่แล้ว 1 เรื่อง หลังจากนั้นจะเป็นเรื่องที่ประธานแจ้งให้ที่ประชุมทราบ ซึ่งจะเป็นการรับทราบรายงานของหน่วยราชการต่างๆ ที่ค้างอยู่ 22 เรื่อง โดยตามข้อตกลงของวิป 2 ฝ่ายจะนำมาพิจารณาสัปดาห์ละ 7 เรื่อง และจะต่อด้วยเรื่องที่คณะกรรมาธิการ (กมธ.) พิจารณาเสร็จแล้ว ซึ่งค้างอยู่ 21 เรื่อง
สำหรับวันที่ 26 พ.ย. นายชวน หลีกภัย ประธานสภา ได้ขอให้มีการประชุมเป็นพิเศษ เพื่อพิจารณาเรื่องที่ กมธ.พิจารณาเสร็จแล้ว เนื่องจากสมัยประชุมที่ผ่านมาโควิด-19 กำลังระบาดหนัก ได้มีการพักการประชุมไปประมาณ 1 เดือน ในสมัยประชุมนี้นายชวนจึงอยากให้วันศุกร์เป็นวันที่มีการประชุมเพื่อชดเชยวันที่หยุดไป ทั้งนี้วันที่ 28 พ.ย. จะมีการเลือกตั้งองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) จึงมีความจำเป็นที่ ส.ส.และประชาชนจะต้องไปใช้สิทธิ์เลือกตั้ง นายชวนจึงได้กำหนดว่าจะเริ่มประชุมเวลา 09.30 น. และจะจบการประชุมเวลาประมาณ 14.00-15.00 น. เพื่อให้ส.ส.กลับไปใช้สิทธิ์เลือกตั้ง
จับตาพช.ดัน‘ศรัณย์วุฒิ’นั่งหน.
รายงานข่าวเปิดเผยว่า ในการประชุมใหญ่พรรคเพื่อชาติ (พช.) วันที่ 21 พ.ย. ที่จ.เชียงราย จะมีวาระการเลือกคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ โดยตำแหน่งสำคัญที่จะมีการปรับเปลี่ยน คือ หัวหน้าพรรค ที่วางตัวนายศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ ส.ส.อุตรดิตถ์ ที่เพิ่งมาสมัครเข้าสังกัดพรรคเพื่อชาติ เมื่อช่วงกลางเดือน พ.ย.ที่ผ่านมา หลังจากครบกำหนดที่ถูกขับจากการเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย
นายศรัณย์วุฒิเป็นคนสนิทของนายยงยุทธ ติยะไพรัช หนึ่งในแกนนำก่อตั้งพรรคเพื่อชาติ ทั้งยังเป็นบุคคลสำคัญในการขับเคลื่อนพรรคเพื่อชาติด้วย ส่วนกระแสการผลักดันให้นายศรัณย์วุฒิขึ้นรับตำแหน่งหัวหน้าพรรคเพื่อชาติครั้งนี้ สมาชิกภายในพรรคที่รู้ข่าวต่างตกใจ ทั้งยังมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ และความกังวลใจจากคนในพรรคเป็นอย่างมาก เช่น เรื่องการทำงานร่วมกันในพรรคร่วมฝ่ายค้าน โดยเฉพาะกับพรรคใหญ่อย่างพรรคเพื่อไทย

ประลองกำลัง – กลุ่มผู้ชุมนุมปะทะยื้อยุดกับเจ้าหน้าที่ควบคุมฝูงชน ระหว่างรวมตัวกันแสดงกิจกรรมขับไล่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ออกจากตำแหน่ง บริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เมื่อวันที่ 19 พ.ย.
อัยการฟ้อง7คณะราษฎร2คดี
วันที่ 19 พ.ย. ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก พนักงานอัยการคดีอาญา 7 ได้ยื่นฟ้องนายอานนท์ นำภา, นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือ เพนกวิน ,นายชินวัตร จันทร์กระจ่าง หรือ ไบรท์, นายภาณุพงศ์ จาดนอก หรือไมค์, น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือ รุ้ง, น.ส.จิรฐิตา ธรรมรักษ์, นายคริษฐ์ อร่ามพิบูลกิจ แกนนำม็อบคณะราษฎร เป็นจำเลยที่ 1-7 กรณีจัดการชุมนุมและปราศรัยเกี่ยวกับ “การโอนย้ายทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์” ที่หน้าธนาคารไทยพาณิชย์ สำนักงานใหญ่ ถ.พหลโยธิน เมื่อวันที่ 24-25 พ.ย. 2563 นอกจากนี้ พนักงานอัยการคดีอาญา 7 ยังยื่นฟ้อง ประกอบด้วย นายอานนท์ นำภา ,นายชินวัตร จันทร์กระจ่าง หรือ ไบรท์, นายภาณุพงศ์ จาดนอก หรือไมค์, น.ส.วรรณวลี เอมจิตต์ หรือ ตี้ พะเยา ,นายพงศธรณ์ ตันเจริญ, นายพรหมศร วีระธรรมจารี หรือ ฟ้า และ นายณวรรษ เลี่ยงวัฒนา แกนนำม็อบคณะราษฎร เป็นจำเลยที่ 1-7 กรณีชุมนุมขึ้นปราศรัยหัวข้อ “คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ และ บ้านพักประยุทธ์” บริเวณห้าแยกลาดพร้าว เมื่อวันที่ 1-3 ธ.ค. 2563
คดีที่หน้าธนาคารไทยพาณิชย์ สำนักงานใหญ่ ไม่อนุญาตให้ประกัน นายอานนท์ จำเลยที่ 1 นายพริษฐ์ จำเลยที่ 2 นายภาณุพงศ์ จำเลยที่ 4 น.ส.ปนัสยา จำเลยที่ 5 พิเคราะห์แล้วเห็นว่าร้ายแรง ประกอบกับจำเลยถูกดำเนินคดีที่ศาลนี้หลายคดี หากอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว เชื่อว่าจะก่ออันตรายประการอื่น หรือหลบหนีคดี จึงไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว ให้ยกคำร้อง
ส่วนนายชินวัตรจำเลยที่ 3 อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวตีราคาประกัน 2 แสนบาท น.ส.จิรฐิตา จำเลยที่ 6 นายคริษฐ์ จำเลยที่ 7 ตีราคาประกัน 1 แสนบาท โดยมีเงื่อนไขห้ามมิให้กระทำการในลักษณะเช่นเดียวกับที่ถูกกล่าวหาซ้ำอีก หรือไปร่วมกิจกรรมที่อาจเสื่อมเสียต่อสถาบันฯ ห้ามเดินทางออกประเทศเว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากศาลและให้มาศาลตามกำหนดนัดโดยเคร่งครัด และก่อนปล่อยตัวให้แจ้งสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองทราบ
สำหรับคดีที่ห้าแยกลาดพร้าว ให้ยกคำร้องปล่อยชั่วคราว นายอานนท์ จำเลยที่ 1, นายภาณุพงศ์ จำเลยที่ 3 ส่วนนายชินวัตร จำเลยที่ 2 ตีราคาประกัน 2 แสนบาท ขณะที่น.ส.วรรณวลีจำเลยที่ 4 นายพงศธรณ์ จำเลยที่ 5, นายพรหมศร จำเลยที่ 6 และ นายณวรรษ จำเลยที่ 7 ตีราคาประกัน 1 แสนบาท มีเงื่อนไขเช่นเดียวกับคดีแรก