บอกปัด-อย่ามาช่วยขน
พท.โวยด้อยค่ากองทัพ
ไร้สามารถแก้ปัญหาศก.

สมาคมโรงงานน้ำตาลออกโรงชี้ ไม่เหมาะหากนำรถทหารมาขนอ้อย เพราะต้องใช้รถจำนวนมากและ เสียเวลานานในแต่ละเที่ยว โดยเฉพาะการรอขึ้นชั่งน้ำหนักอาจใช้เวลาทั้งวัน ย้ำตอนนี้ยังไม่มีปัญหารถขาดแคลน ด้านเพื่อไทยระบุไร้ความสามารถแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ย้ำรถทหารมีแค่ 3,700 คัน แต่รถบรรทุกขู่หยุดวิ่ง 80,000 คัน ไม่มีทางเพียงพอ ทั้งยังด้อยค่ากองทัพให้ทำโน่นทำนี่ ทั้งปลูกผัก ขนสินค้า และตอนนี้กำลังจะมีปัญหาหมูขาดตลาด หวังว่าคงไม่มีแนวคิดให้ทหารเลี้ยงหมูอีก ฝากถึงคลังดูแลงบกลาโหมปีหน้าหวังว่าคงไม่ขอซื้อรถใหม่ หรือซ่อมแซมรถหากต้องนำมาใช้ขนของจริงๆ

เมื่อวันที่ 20 พ.ย. นายสิริวุทธิ์ เสียมภักดี รองประธานกรรมการบริหารบริษัท ไทย ชูการ์ มิลเลอร์ จำกัด (TSMC) และประธานคณะทำงานด้านประชาสัมพันธ์ สมาคมโรงงานน้ำตาล กล่าวถึงแนวคิดนำรถทหารมาวิ่งรับ-ส่งสินค้า ซึ่งต่อมากลุ่มรถบรรทุกแนะให้เริ่มจากการขนอ้อย ว่าส่วนตัวเข้าใจดีว่ารัฐบาลพยายามแก้ปัญหารถบรรทุกอาจจะหยุดวิ่ง จากผลพวงของปัญหาราคาน้ำมันแพง หลังผู้ประกอบการรถบรรทุกเรียกร้องให้รัฐบาลลดราคาน้ำมันดีเซลลงเหลือลิตรละ 25 บาทไม่เป็นผล

ซึ่งการเตรียมนำรถทหารออกวิ่งให้บริการแทนรถบรรทุกนั้นอาจทำได้ในบางกรณี เช่นการขนส่งสินค้าจากโรงงานไปยังจุดกระจายสินค้า แต่ไม่เหมาะที่จะนำมาบรรทุกอ้อยส่งโรงงานในฤดูการผลิต 2564/65 ที่กำลังจะเปิดหีบช่วงต้นเดือนธ.ค.นี้

“แนวทางการแก้ปัญหารถบรรทุกหยุดวิ่งของรัฐบาลเป็นความพยายามหนึ่งที่รัฐบาลต้องเตรียมรถเสริมไว้รองรับ ขณะที่รถบรรทุกก็มีเป้าประสงค์ แต่คงไม่สามารถนำรถทหารมาวิ่งรับอ้อยที่ตัดจากไร่เข้าไปส่งที่โรงงานได้ เพราะต้องใช้รถบรรทุกหมุนเวียนจำนวนมาก เนื่องจากแต่ละคันต้องจอดเข้าคิวขึ้นชั่ง บางคันวิ่งระยะใกล้อาจต่อคิวได้วันละหลายรอบ แต่หากไร่อ้อยอยู่ห่างจากโรงงาน 30-40 กิโลเมตร กว่าจะวิ่งไปวิ่งกลับ กว่าจะขึ้นอ้อยเสร็จ และต้องเสียเวลาเข้าคิวขึ้นชั่งส่งเข้าหีบในโรงงานต้องรอข้ามวันข้ามคืน คิดเป็นเที่ยวรถวิ่งเป็นหมื่นเที่ยว”

นายสิริวุทธิ์กล่าวและว่าขณะนี้อาจยังเร็วเกินไปที่จะประเมินสถานการณ์ เพราะยังมีเวลาให้ทั้งสองฝ่ายร่วมกันหารือให้ได้ข้อยุติ อีกทั้งรูปแบบการนำรถทหารออกวิ่งแทนรถบรรทุกนั้นยังไม่มีความชัดเจน และเบื้องต้นยังไม่เกิดปัญหารถบรรทุกขาดแคลน ทั้งนี้ต้องติดตามผลการหารือและแนวทางแก้ปัญหาในระยะต่อไป

ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) น.ส.ตรีชฎา ศรีธาดา รองโฆษกพรรค พท. กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ เป็นทั้งรมว.กลาโหม และหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ แต่ไม่สามารถแก้ปัญหาเศรษฐกิจ เมื่อผักชีราคาแพงก็สั่งให้ใช้พื้นที่ค่ายทหารปลูกผักชี พอมีปัญหารถบรรทุกที่ขอตรึงราคาน้ำมันดีเซลอยู่ที่ 25 บาท และขอลดภาษีสรรพสามิตลงอีก 5 บาท ก็เสนอแนวคิดนำรถทหารมาช่วยการขนส่ง ทั้งที่เป็นการแย่งงานของพี่น้องชาวรถบรรทุก

น.ส.ตรีชฎากล่าวอีกว่าสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย มีรถบรรทุกอยู่ 400,000 คัน หากหยุดวิ่ง 20% คือ 80,000 คัน แต่รถทหารที่เตรียมสำรองมี 3,700 คัน ถือว่าเพียงพอหรือไม่ รถทหารสามารถรับน้ำหนักได้ 1 ตัน 4 ตัน และ 10 ตัน ขณะที่รถบรรทุกสามารถรับน้ำหนักได้ 25 ตันเป็นต้นไป แบบนี้ต้องใช้จำนวนรถทหารเท่าไหร่ถึงจะเพียงพอเท่ากับจำนวนรถบรรทุกที่ได้รับความเดือดร้อน

การที่พล.อ.ประยุทธ์ เสนอแนวคิดใช้รถบรรทุกทหารมาขนส่ง ถูกตั้งข้อสังเกตว่าจะต้องใช้งบประมาณไปถึงปีหน้า และรถทหารต้องเสื่อมประสิทธิภาพด้วย หวังว่าทางกระทรวงกลาโหม จะไม่ของบประมาณเพิ่มในปี 2565 เพื่อซื้อรถทหารมาทดแทน 3,700 คัน ที่นำออกมาช่วยการขนส่ง

รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวต่อว่าส่วนแนวคิดใช้พื้นที่ค่ายทหารในการปลูกผักชีเพื่อแก้ปัญหาราคาแพง จากข้อมูลพบว่าพื้นที่ 1 ไร่สามารถปลูกผักชีได้ 1,300-1,500 กิโลกรัม รายได้อยู่ที่ประมาณ 5,000 บาท แต่พล.อ.ประยุทธ์ ลืมกลับไปมองว่าการลงทุนลงแรงของทหารที่จะมาปลูกผักชี ต้องใช้เงินเท่าไหร่ ระยะเวลากว่าที่ผักชีจะเติบโตและเก็บเกี่ยวได้ ใช้เวลา 45 วัน เรียกว่ากว่าถั่วจะสุกงาก็ไหม้ ไม่ทันความเดือดร้อน

นอกจากนี้เกษตรกรที่เลี้ยงหมูก็ได้รับความเดือดร้อน โดยสิ้นเดือนธ.ค.นี้จะไม่มีหมูมาสู่ตลาดแล้ว พรรคเพื่อไทย หวังว่าพล.อ.ประยุทธ์ จะไม่สั่งทหารให้ไปเลี้ยงหมูอีก ถ้าให้ทหารไปเลี้ยงหมู อีก ทหารคงไม่ต้องขึ้นตรงกับกระทรวงกลาโหมอีก แต่ควรจะไปอยู่กับกระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์แทน พล.อ.ประยุทธ์อย่าออกคำสั่งที่ด้อยค่าทหารอีก

น.ส.ตรีชฎา กล่าวอีกว่า ราคาข้าวตกต่ำ แต่ราคาค่าไฟ ค่าผักและค่าหมูกลับขึ้น จึงควรเรียกว่ารัฐบาลแจกของขวัญปีใหม่โดยขึ้นค่าไฟ รัฐบาลต้องแก้ปัญหาอย่างไม่ไร้น้ำยา ต้องคำนึงถึงหัวจิตหัวใจของพี่น้องประชาชน ใช้หลักรัฐศาสตร์ นิติศาสตร์ และเศรษฐศาสตร์ในการบริหารประเทศ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน