แฟนๆแห่บนลิซ่าหายป่วย
ยกฟ้องโพสต์แฉสนามบิน
‘บิ๊กตู่’ ถกศบค.ชุดใหญ่วันนี้ ลุ้นปลดล็อกผับ บาร์ คาราโอเกะเปิดได้รับปีใหม่ เผยจ่อปรับพื้นที่ 6 จว.สีแดงเข้มเป็นสีอื่น เล็งขยาย ‘ฉุกเฉิน’ อีก 2 เดือน คร่อมช่วงปีใหม่ คณะกก.โรคไฟเขียวเปิดประเทศระยะ 2 เริ่ม 1 ธ.ค. ไทยติดเชื้อเพิ่มกว่า 6 พัน ตายอีก 37 ด้านแม่ค้าลูกชิ้นยืนกินบุรีรัมย์เตรียมบนบานศาลหลักเมืองขอให้ ‘ลิซ่า แบล็กพิงก์’ หายป่วยโควิดเร็ววัน ส่วนสมาชิกในวงอีก 3 คนผลยืนยันไม่ติดเชื้อ สธ.เซ็นซื้อยาโมลนูพิราเวียร์อีก 5 หมื่นคอร์ส คาดมาถึงไทยม.ค.ปีหน้า พร้อมซื้อไฟเซอร์อีก 30 ล้านโดส แบ่ง 10 ล้านโดสฉีดเด็ก 5-11 ขวบ ศาลยกฟ้องศิลปินอิสระโพสต์สนามบินสุวรรณภูมิไร้จนท.คัดกรองโควิด ชี้ขาดเจตนา เข้าใจตามความจริง เจ้าตัวเซ็งถูกฟ้อง ต้องสู้คดีนาน 2 ปี
ติดเชื้อเพิ่ม 6,335-เสียชีวิตอีก 37
เมื่อวันที่ 25 พ.ย. ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) สรุปภาพรวมสถานการณ์โควิดประเทศไทยว่า พบผู้ป่วยรายใหม่ 6,335 ราย เป็นผู้ป่วยจากระบบเฝ้าระวังฯ 6,092 ราย จากการค้นหาเชิงรุก 206 ราย ผู้ป่วยภายในเรือนจำ/ที่ต้องขัง 30 ราย มาจากต่างประเทศ 7 ราย ผู้ป่วยสะสม 2,088,327 ราย รักษาหายเพิ่ม 7,218 ราย รักษาหายสะสม 1,987,089 ราย อยู่ระหว่างรักษา 80,657 ราย ติดเชื้อเข้าข่าย ATK 2,391 ราย อาการหนัก 1,508 ราย ใส่เครื่องช่วยหายใจ 363 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 37 ราย เสียชีวิตสะสม 20,581 ราย
สำหรับยอดสะสมผู้ที่ได้รับวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ในประเทศไทย ตั้งแต่วันที่ 28 ก.พ.-24 พ.ย.2564 มี 90,468,955 โดส แบ่งเป็นผู้ที่ได้รับวัคซีน เข็มที่ 1 จำนวน 47,233,526 ราย เข็มที่ 2 จำนวน 40,056,072 ราย เข็มที่ 3 จำนวน 3,179,357 ราย
ส่วนจังหวัดที่พบผู้ติดเชื้อรายใหม่จำนวนมาก 10 อันดับแรก ได้แก่ 1.กรุงเทพฯ 672 ราย 2.สงขลา 455 ราย 3.นครศรีธรรมราช 429 ราย 4.สุราษฎร์ธานี 263 ราย 5.เชียงใหม่ 258 ราย 6.สมุทรปราการ 206 ราย 7.ชลบุรี 204 ราย 8.ปัตตานี 178 ราย 9.ยะลา 171 ราย 10.ประจวบคีรีขันธ์ 154 ราย
สำหรับจำนวนผู้เดินทางโดยเครื่องบินเข้าประเทศไทย ช่วงวันที่ 1-24 พ.ย.2564 รวม 98,900 คน แบ่งเป็นเข้าระบบ Test&Go (กลุ่มประเทศที่ไม่ต้องกักตัว) 77,026 คน, ระบบแซนด์บ็อกซ์ 17,599 คน, เข้าระบบกักกัน 4,275 คน ทั้งนี้ มีผู้ติดเชื้อทั้งหมด 131 คน คิดเป็น 0.13% ของจำนวนผู้เดินทางทั้งหมด
ยัน 3 สาวแบล็กพิงก์ไม่ติดเชื้อ
จากกรณี YG Entertainment ต้นสังกัดของ “แบล็กพิงก์” (BLACKPINK) วงดนตรีชื่อดังจากเกาหลีใต้ออกแถลงการณ์ยืนยันว่า “ลิซ่า” น.ส.ลลิษา มโนบาล นักร้องสาวชาวไทย สมาชิกวงแบล็กพิงก์ติดเชื้อโควิด-19 ขณะที่สามสาวสมาชิกร่วมวง อย่าง จีซู, โรเซ่ และเจนนี่ เข้ารับการตรวจหาเชื้อ และต้องกักตัว พร้อมรอผลตรวจอย่างเป็นทางการอีกครั้งนั้น
วันเดียวกันนี้ เว็บไซต์ soompi สื่อเกาหลีรายงานว่า “YG entertainment ได้อัพเดตผลการตรวจหาเชื้อด้วย RT-PCR ของจีซู โรเซ่ และเจนนี่ 3 สมาชิกวงแบล็กพิงก์ว่า ได้รับการยืนยัน ผลตรวจเป็นลบ ไม่ติดเชื้อ ส่วนลิซ่าได้รับการวินิจฉัยว่าติดโควิดเมื่อวันที่ 24 พ.ย. ก่อนแผนการถ่ายทำวิดีโอ ขณะที่สุขภาพของลิซ่าอยู่ในเกณฑ์ดีและไม่แสดงอาการใดๆ
สำหรับสมาชิกทั้งสี่ของแบล็กพิงก์ได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 เรียบร้อยแล้ว ทางบริษัทและศิลปินของเราให้ความสนใจเป็นพิเศษต่อสุขภาพและความปลอดภัยผ่านการทดสอบเป็นประจำ ทางเราหวังว่าลิซ่าจะหายดีโดยเร็ว และเราจะยังคงให้ความร่วมมืออย่างเข้มงวดต่อหน่วยงานสาธารณสุข และใช้มาตรการที่เป็นไปได้ทั้งหมดเพื่อป้องกันการแพร่กระจายของโควิด-19”
แม่ค้าลูกชิ้นบุรีรัมย์ส่งกำลังใจ‘ลิซ่า’
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังทราบข่าวว่าลิซ่า ขวัญใจของชาวบุรีรัมย์และคนไทยติดเชื้อ โควิด-19 ทำให้ชาวบุรีรัมย์ทุกคนต่างเป็นห่วง โดยเฉพาะกลุ่มแม่ค้าลูกชิ้นยืนกินที่สถานีรถไฟบุรีรัมย์ต่างตกใจเมื่อทราบข่าว แต่เชื่อว่าลิซ่าจะต้องหายจากการติดเชื้อในเร็วๆ นี้ เพราะเป็นคนมีร่างกายแข็งแรง
น.ส.รุ่งอรุณ ชนะทะเล อายุ 44 ปี แม่ค้าเจ้าของต้นตำรับลูกชิ้นยืนกินชื่อ “ป้านก” กล่าวว่า หลังทราบข่าวรู้สึกตกใจ และเป็นห่วงมาก เพราะน้องลิซ่าถือเป็นบุคคลสำคัญของบรรดาแม่ค้าลูกชิ้นยืนกิน เป็นคนสร้างกระแสให้ยอดขายพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ และยังทำให้ลูกชิ้นบุรีรัมย์เป็นที่รู้จักของคนไทยทั่วประเทศ รวมถึงชาวต่างประเทศรู้จักลูกชิ้นยืนกินบุรีรัมย์ อยากฝากถึงน้องลิซ่าว่าชาวบุรีรัมย์คิดถึง ขอให้หายไวๆ และอยากให้มาชิมลูกชิ้นยืนกินโฉมใหม่ หลังจากน้องลิซ่าสร้างชื่อให้
น.ส.จันจิรา เจริญรัมย์ อายุ 29 ปี บ้านเลขที่ 21 ม.1 บ้านตามา ต.ชุมแสง อ.สตึก จ.บุรีรัมย์ เพื่อนบ้านเกิดของน้องลิซ่า กล่าวว่า ทราบข่าวจากทีวีว่าน้องลิซ่าติดโควิด-19 รู้สึกตกใจ แต่โรคโควิดไม่ใช่โรคอุบัติใหม่แล้ว น่าจะหายป่วยในเร็วๆ นี้ แค่ฝากความคิดถึงและให้หายป่วยเร็วๆ
แห่บนศาลหลักเมืองให้‘ลิซ่า’หาย
ด้านน.ส.อรุณศรี กำเนิดกลาง เจ้าของร้านลูกชิ้น “ยายภา” กล่าวว่า หลังทราบข่าวน้อง “ลิซ่า” ก็รู้สึกเป็นห่วงน้อง ในนามของแม่ค้าลูกชิ้นยืนกินที่ได้รับอานิสงส์จากกระแสของน้องลิซ่า จนผ่านพ้นวิกฤตขายของได้จนสามารถฟื้นตัวและยังขายดีจนถึงทุกวันนี้ ก็ขอส่งกำลังใจให้น้องลิซ่าหายป่วยจากโควิดและกลับมาแข็งแรงโดยเร็ว รวมถึงสมาชิกวงแบล็กพิงก์ด้วย ตนเตรียมจะไปไหว้ขอพรศาลหลักเมือง และพระบรมราชานุสาวรีย์รัชกาลที่ 1 สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของชาวบุรีรัมย์ เพื่อให้น้องหายเร็วๆ ด้วย
ส่วนน.ส.รักชนก มณีวรรณ เจ้าของร้านลูกชิ้น “เจ้นกกอก” ก็แสดงความห่วงใยและเป็นกำลังใจให้กับน้อง “ลิซ่า” หายป่วยจากโควิดโดยเร็วด้วย และขอบคุณน้องที่ทำให้แม่ค้าลูกชิ้นยืนกินกลับมาลืมตาอ้าปากได้อีกครั้ง
ไฟเขียวเปิดปท.ระยะสอง 1 ธ.ค.
วันเดียวกัน นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข แถลงข่าวภายหลังการประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ ครั้งที่ 11/2564ว่า ที่ประชุมมีมติเห็นชอบ 3 เรื่อง คือ 1.แนวทางปฏิบัติสำหรับผู้เดินทางเข้าราชอาณาจักรตามแผนการเปิดประเทศระยะที่ 2 เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ธ.ค.2564 เป็นต้นไป จะเริ่มรับนักท่องเที่ยวโดยไม่ต้องกักตัว หากมีเอกสารรับรองการฉีดวัคซีนครบโดส มีการตรวจหาเชื้อโควิด 19 ตามเงื่อนไข ซึ่งปัจจุบันมี 63 ประเทศในระบบ Test&Go ซึ่งสธ.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะติดตามสถานการณ์และปรับมาตรการเป็นระยะ ตรงไหนที่ผ่อนคลายก็จะผ่อนคลาย ตรงไหนที่ขันให้แน่นขึ้นก็จะขัน เพื่อความปลอดภัยของคนในประเทศ ประกอบธุรกรรมต่างๆ ได้
2.ยกเว้นการเก็บค่าธรรมเนียมการออกหนังสือรับรองการฉีดวัคซีนโควิด แบบอิเล็กทรอนิกส์ หรืออี-วัคซีนพาสปอร์ต ซึ่งเก็บอัตรา 50 บาทก็ยกเว้นให้ โดยให้บริการออกอี-วัคซีนพาสปอร์ตโควิด มีหน่วยบริการรวม 120 แห่งทั่วประเทศ และ3.แผนการจัดหายารักษาโควิด-19 ซึ่งวันนี้ลงนามจัดซื้อยาโมลนูพิราเวียร์แล้ว 5 หมื่นคอร์ส และ ขอความเห็นชอบจัดซื้อยาแพกซ์โลวิดของ ไฟเซอร์จำนวนเท่ากันคือ 5 หมื่นคอร์ส จำนวน 2 ล้านเม็ด ช่วยขยายฐานการเข้าถึงยา และศึกษาวิจัยทางคลินิกโดยเฉพาะผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัวร่วมกลุ่ม 607
เล็งเปิดทางบก-ทางเรือมากขึ้น
ด้านนพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า เรื่องการเปิดประเทศระยะที่ 2 จะเสนอเข้าศบค.วันที่ 26 พ.ย. โดยหลักๆ คือจะเปิดช่องทางเข้าประเทศมากขึ้น สะดวกมากขึ้น เพราะดูข้อมูลแล้วว่า อัตราการติดเชื้อในคนที่เข้ามาในประเทศระยะแรกค่อนข้างน้อย อย่างระบบ Test & Go เข้ามาติดเชื้อ 0.08% เป็นไปตามแผนที่นายกฯ กำหนดไว้ ดังนั้น 1.จะเสนอเปิดช่องทางเข้าประเทศมากขึ้น จากเดิมเฉพาะทางอากาศ จะเปิดเพิ่มทางเรือและทางบก ซึ่งไม่ใช่ด่านบกทั้งหมดทั่วประเทศ แต่จะเลือกเฉพาะด่านที่มีความปลอดภัย เพื่อเป็นการนำร่องก่อน และ 2.มีข้อจำกัดน้อยลง แต่ต้องเข้มข้นเรื่องการฉีดวัคซีน และการตรวจแล็บก่อนเข้าประเทศ
เมื่อถามว่าจะเพิ่มหรือลดรายชื่อประเทศหรือไม่ เพราะยุโรปมีการติดเชื้อมาก นพ.โอภาสกล่าวว่า ส่วนรายชื่อประเทศที่จะเข้ามานั้น ที่ประชุมศบค.มอบอำนาจให้กระทรวงการต่างประเทศเป็นผู้ประกาศ ถ้าต้องประกาศเพิ่มกระทรวงการต่างประเทศก็จะประกาศ ไม่ต้องเข้าศบค.ใหม่ แนวโน้มไม่น่าจะมีการลดประเทศที่ประกาศไปก่อนหน้านี้ เพราะประเทศเป็นเพียงต้นทาง ไม่สำคัญเท่าคนที่เข้ามา คือต้องฉีดวัคซีนครบทุกคน ยกเว้นเด็กที่ฉีดไม่ได้ ต้องตรวจ RT-PCR 72 ชั่วโมงก่อนเดินทาง และเข้ามาแล้วก็ตรวจ RT-PCR ซ้ำ แต่อาจจะปรับเป็นการตรวจ ATK ถ้าศบค.เห็นชอบ แต่การเปลี่ยนวิธีตรวจต้องใช้เวลา ไม่ใช่ว่าประกาศวันนี้แล้วพรุ่งนี้เปลี่ยนเลย เชื่อว่าถ้าเราเปิดมากกว่านี้จะมีคนเข้ามามากกว่านี้หลายหมื่น
ชงศบค.ผ่อนปรนรับคนเข้าปท.
นายอนุทินให้สัมภาษณ์ถึงการประชุมศบค.ชุดใหญ่วันที่ 26 พ.ย.ว่า กระทรวงสาธารณสุขจะเสนอมาตรการเปิดประเทศระยะที่ 2 หลังจากเดือนธ.ค. น่าจะมีมาตรการผ่อนคลายประเทศให้มีความสะดวกมากกว่าขึ้น เช่นการใช้ ATK มากขึ้น เมื่อเดินทางมาที่ประเทศไทยไม่ต้องตรวจแบบ RT-PCR แต่ทั้งหมดขึ้นอยู่กับการพิจารณาของศบค. ซึ่งคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ มีมติเห็นชอบในเรื่องดังกล่าวไปก่อนหน้านี้
เมื่อถามว่ากรณียุโรปล็อกดาวน์กันหลายประเทศ กระทรวงสาธารณสุขต้องเตรียมพร้อมอะไรเป็นพิเศษหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า มาตรการของยุโรปไม่เหมือนของไทย เช่นเรายังไม่เปิดดูฟุตบอลในสนาม 5-6 หมื่นคน อัตราการฉีดวัคซีนของเราก็สูงกว่า ดังนั้นจึงนำมาเทียบกันไม่ได้ อย่างการเข้าประเทศของเราก็เข้มข้น ทำให้มั่นใจว่าหากไม่ใช่ลักลอบเข้าเมืองอย่างไรก็ตรวจสอบเจอเพื่อเข้าสู่การรักษา
ผู้สื่อข่าวถามว่าสถานการณ์ยุโรปจะกระทบตัวเลขนักท่องเที่ยวจะเดินทางมาในประเทศไทยหรือไม่นั้น นายอนุทินกล่าวว่า การที่เขาปิดประเทศ ก็ต้องมีผลระดับหนึ่ง เนื่องจากเขาไม่ให้คนของเขาเข้าออก แต่ของเราเปิดให้คนเข้ามาประเทศเรา ภายใต้กฎเกณฑ์ที่เราวางไว้ ก็สามารถเข้ามาได้
ห่วงผับบาร์แอบเปิด
เมื่อถามว่าผับบาร์ คาราโอเกะ จะผ่อนคลายอย่างไร หลังผู้ประกอบการเรียกร้องให้เปิดวันที่ 1 ธ.ค. นายอนุทินกล่าวว่า เราขอให้ดำเนินการมาตรการโควิดฟรีเซ็ตติ้ง ให้ ผู้ประกอบการฉีดวัคซีนให้พนักงาน ตรวจสอบลูกค้าต้องฉีดวัคซีนให้ครบโดสก่อนเข้าร้าน หากทำกันได้ แสดงให้เห็นว่าทำได้ เราก็พร้อมผ่อนคลาย แต่ตอนนี้ยังไม่ใช่ ไปร้านที่ไหนยังเห็นคนไม่ฉีดวัคซีน หากพนักงานไม่ฉีดวัคซีนถือว่าน่ากลัวมาก เป็นสิ่งที่ตนขอให้กรมควบคุมโรค กรมอนามัย เร่งทำความเข้าใจให้มีมาตรการตรงนี้ให้เข้มข้นที่สุด มิฉะนั้นจะขยับลำบาก
ผู้สื่อข่าวถามถึงพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ แสดงความกังวลสถานบันเทิงที่แอบเปิด จนทำให้มีคลัสเตอร์สถานบันเทิงเกิดขึ้น นายอนุทิน กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีกังวลมาก ทั้งเรื่องความเสี่ยงติดเชื้อ เรื่องทำมาหากิน ท่านสั่งการมาตลอด ให้ทำนู้นทำนี้ มียาอะไรดีๆ ก็บอกให้เร่งจัดหาให้ได้ และวันนี้เพิ่งมีการเซ็นสัญญาซื้อวัคซีน และยา เพิ่มเข้ามา ทำให้เกิดความมั่นใจแก่ผู้มีอำนาจในรัฐบาลในการตัดสินใจผ่อนคลายมาตรการต่างๆ และ ประชาชน จะได้เร่งกลับมาทำมาหากินในทุกมิติ
เมื่อถามว่าถึงสถานบันเทิงแอบเปิดใจกลางเมืองกรุง กระทรวงสาธารณสุขมีความเป็นห่วงหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่าทุกครั้งที่มีคลัสเตอร์ ทุกครั้งที่มีการระบาดใหญ่ ทุกครั้งที่มีความสูญเสีย มันไม่ได้มาจากการทำกระทำที่ถูกกฎหมาย ส่วนใหญ่มาจากการกระทำที่ผิดกฎหมาย ลับลอบกระทำในสิ่งที่รัฐได้พยายามขอร้องให้ปฏิบัติตาม ตรงนี้เป็นเรื่องสำนึก และสุ่มเสี่ยงต่อการกระทำที่ผิดกฎหมาย เจ้าหน้าที่บ้านเมืองต้องเร่งไปจัดการให้เรียบร้อย
เมื่อถามว่าเป็นเช่นนี้ต้องขยายเวลาประกาศใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉินต่อไปหรือไม่ รองนายกฯ กล่าวว่า กรณีโควิดการมีพ.ร.ก.ฉุกเฉินไม่ทำให้การใช้ชีวิตเปลี่ยนไป แต่เป็นการบูรณาการ การทำงานของหน่วยงานต่างๆ
ศบค.ถกวันนี้-ลุ้นปลดล็อกผับบาร์
รายงานข่าวเปิดเผยว่า ในเวลา 09.30 น. วันศุกร์ที่ 26 พ.ย. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ในฐานะผอ.ศบค.จะเป็นประธานการประชุมศบค. ชุดใหญ่ โดยมีวาระรายงานเพื่อทราบ ตามที่ศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุข กรณีโรคติดเชื้อโควิด-19 (ศปก.สธ.) จะรายงานสถานการณ์และแนวโน้มการแพร่ระบาดและผู้ติดเชื้อ พร้อมแผนการให้บริการฉีดวัคซีนและยา
ศูนย์บูรณาการแก้ไขสถานการโควิด-19 ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศบค.ส่วนหน้า) จะรายงานผลการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของโควิด ในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ ศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านการท่องเที่ยวและกีฬา (ศปก.ด้านการท่องเที่ยว) จะรายงานผลการดำเนินงานและแผนการเปิดประเทศ นอกจากนี้กระทรวงแรงงาน จะรายงานสถานการณ์แรงงานในประเทศ และความก้าวหน้า ในการนำแรงงานเข้าประเทศ
สำหรับวาระเพื่อพิจารณานั้น ทางศปก.สธ.จะเสนอให้ที่ประชุมศบค.ชุดใหญ่ พิจารณาปรับมาตรการป้องกันควบคุมโรค โควิด-19 สำหรับการเดินทางเข้าราชอาณาจักรไทย และเสนอให้พิจารณาปรับระดับพื้นที่สถานการณ์ทั่วราชอาณาจักร และมาตรการป้องกันควบคุมโรคโควิด-19 ในส่วนของกิจการ และสถานบันเทิง อย่างไรก็ตามทางศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคง (ศปม.) และสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) จะเสนอให้ที่ประชุมศบค.ชุดใหญ่พิจารณาเรื่องการขยายระยะเวลาการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักร ซึ่งเป็นคราวที่ 15 ทั้งนี้ คราวที่ 14 ระยะเวลาตั้งแต่ 1 ต.ค. ถึง 30 พ.ย. 2564
เสนอปรับลดสี 6 จว.แดงเข้ม
แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาลระบุว่า ที่ประชุมศบค.ชุดใหญ่จะพิจารณาปรับลดพื้นที่โซนสี ขอให้ไม่มีพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด หรือพื้นที่สีแดงเข้ม จากเดิมคงเหลืออยู่ 6 จังหวัด ได้แก่ตาก นครศรีธรรมราช สงขลา นราธิวาส ปัตตานี และยะลา โดยจะปรับทั้ง 6 จังหวัดดังกล่าวไปอยู่โซนสีอื่น
ส่วนการพิจารณาต่อพ.ร.ก.ฉุกเฉินนั้น ศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคง (ศปม.) จะเสนอขอให้ขยายเวลาการประกาศพ.ร.ก.ฉุกเฉิน ออกไปอีกประมาณ 2 เดือนเพื่อให้คร่อมช่วงเทศกาลปีใหม่
ชง17จว.นำร่องเปิดผับบาร์16ธ.ค.
รายงานข่าวแจ้งว่า ในการประชุมศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุข ประจำวันที่ 24 พ.ย. ที่มีนพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธาน ที่ประชุมเห็นชอบร่างมาตรการป้องกันควบคุมโรคโควิด ในสถานบันเทิง ผับ บาร์ คาราโอเกะ โดยสาระสำคัญตอนหนึ่งระบุว่า ระหว่างวันที่ 16 ธ.ค.2564-16 ม.ค.2565 เปิดดำเนินการเฉพาะพื้นที่นำร่องการท่องเที่ยว 17 จังหวัดให้เปิดแบบกำหนดเวลา และงดกิจกรรม ดังนี้ 1.งดให้บริการคาราโอเกะ 2.งดจัดพื้นที่เต้นรำส่วนกลาง 3.งดบริการเครื่องดื่มที่มีการใช้แก้วเดียวกัน และ4.งดกิจกรรมส่งเสริมการขาย และการให้บริการที่คลุกคลี และใกล้ชิดกับลูกค้า
สำหรับมาตรการป้องกันควบคุมโรค 1.สถานประกอบการต้องลงทะเบียนและทำการประเมินตนเองผ่านแพลตฟอร์ม Thai Stop Covid 2 Plus 2.ยกระดับมาตรการ Covid Free Personal 3.ยกระดับ Covid Free Customer และ 4.ยกระดับ Covid Free Environment โดยที่ประชุมยังกำหนดให้ลูกค้าและผู้ใช้บริการดำเนินการตามมาตรการป้องกันควบคุมโรคอย่างเคร่งครัด ต้องแสดงหลักฐานการได้รับวัคซีนครบตามเกณฑ์ และ ผลตรวจ ATK ก่อนเข้าใช้บริการทุกครั้ง รวมถึงการกำกับติดตามการเปิดดำเนินการอย่างใกล้ชิด และพิจารณากำหนดบทลงโทษหากไม่ปฏิบัติตามมาตรการที่กำหนด ทั้งนี้ต้องจับตาว่าจะนำเสนอวาระดังกล่าวเข้าสู่ที่ประชุมศบค.ชุดใหญ่ในวันที่ 26 พ.ย.นี้หรือไม่
สธ.เซ็นซื้อไฟเซอร์อีก 30 ล.โดส
วันเดียวกัน นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.สาธารณสุข เป็นประธานพิธีลงนามสัญญาจัดซื้อวัคซีนโควิด-19 ของไฟเซอร์ จำนวน 30 ล้านโดส สำหรับปี 2565 ระหว่างนพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค และน.ส.เด็บบราห์ ไซเฟิร์ท ผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไฟเซอร์ประเทศไทย และอินโดไชน่า
นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า เบื้องต้นวัคซีนไฟเซอร์ 30 ล้านโดสสำหรับปี 2565 จะนำฉีดให้เด็กอายุ 5-11 ขวบ จำนวน 10 ล้านโดส ภายหลังจากการขึ้นทะเบียนขยายอายุการฉีดกับอย.แล้ว ส่วนที่เหลือคาดว่าจะเป็นวัคซีนสูตรใหม่ที่นำมาใช้โดยไม่ต้องผสมน้ำเกลือ
ซื้อยาโมลนูพิราเวียร์ 5 หมื่นคอร์ส
นอกจากนี้นายอนุทิน พร้อมด้วย นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัด สธ.ร่วมพิธีลงนามสัญญาการจัดซื้อยาโมลนูพิราเวียร์ สำหรับผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในประเทศไทย ระหว่างรัฐบาลไทย โดยนพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ และ ดร.แมรี เสรฐภักดี กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เอ็มเอสดี (ประเทศไทย) จำกัด
นายอนุทินกล่าวว่า นายกฯ ห่วงการเจ็บป่วยจึงแนะนำให้ข้อสั่งการสธ.อยากเห็นประเทศไทยเป็นประเทศแรกๆ เข้าถึงยา โมลนูพิราเวียร์เพื่อประชาชนจะได้มียาที่ดีที่สุดชนิดหนึ่งในการดูแลรักษาอาการป่วย ซึ่งยาโมลนูพิราเวียร์มีประสิทธิผลในผู้ป่วยอาการปานกลางหรือเสี่ยงเกิดอาการรุนแรงในกลุ่ม 607 คาดว่าจะมีประสิทธิผลลดผู้ป่วยอาการหนักและเสียชีวิต
นพ.เกียรติภูมิกล่าวว่า ปัจจุบันประเทศไทยใช้ยาฟาวิพิราเวียร์ ยาเรมเดซิเวียร์ และโมโลโคลนอล แอนติบอดี ส่วนยาโมลนูพิราเวียร์ที่จะจัดหาเข้ามานั้นมีผลการศึกษาระยะที่ 3 จากอาสาสมัครที่เข้าร่วมในโครงการจำนวน 762 รายที่สหรัฐอเมริกา โดยติดตามหลังให้ยาเป็นเวลา 29 วัน ผลการศึกษาทางคลินิกในเบื้องต้น พบว่ากลุ่มที่ได้รับยาโมลนูพิราเวียร์เข้ารักษาที่โรงพยาบาล 28 ราย คิดเป็นร้อยละ 7 ไม่มีผู้เสียชีวิต ส่วนกลุ่มที่ได้รับยาหลอกเข้ารักษาที่โรงพยาบาล 53 ราย คิดเป็นร้อยละ 14 มีผู้เสียชีวิต 8 ราย ถือว่าช่วยลดความเสี่ยงเสียชีวิตหรือรักษาตัวในร.พ.ในกลุ่มผู้ป่วยที่มีความรุนแรงของโรคน้อยถึงปานกลางได้ร้อยละ 50 ดังนั้น เพื่อให้ผู้ป่วยโควิด-19 ในประเทศไทยเข้าถึงยาชนิดใหม่ เป็นอีกทางเลือกให้มีอาวุธหลายแบบ เพราะบางคนแพ้ยา สธ.โดยกรมการแพทย์พิจารณาแล้วว่าจำเป็นต้องจัดหาและจัดซื้อยาโมลนูพิราเวียร์ โดยกรมการแพทย์รับผิดชอบสัญญาการจัดหาและจัดซื้อจำนวน 5 หมื่นคอร์สการรักษา เพื่อช่วยลดความเสี่ยงการเสียชีวิตหรือการรักษาตัวในโรงพยาบาลต่อไป
คาดนำเข้าไตรมาสแรกปี 65
นพ.สมศักดิ์กล่าวว่า ยาโมลนูพิราเวียร์คาดว่าสัปดาห์หน้าจะผ่านการอนุมัติจากอย.สหรัฐอเมริกา และเข้าอย.ไทย กว่าจะเข้ามาน่าจะเป็นไตรมาสแรกปี 2565 ได้เร่งรัดบริษัทนำเข้าให้ได้ใน ม.ค.2565 ส่วนแพกซ์โลวิดมีการเจรจาด้วยวาจาแล้ว อยู่ระหว่างทำสัญญา เพื่อส่งให้อัยการสูงสุดพิจารณา ก่อนเสนอ ครม.ขออนุมัติวงเงินและเข้ากรมบัญชีกลาง ทั้งหมดได้เจรจาขอให้ได้ยาภายในไตรมาสแรก โดยทยอยเข้ามาให้เร็วที่สุด

ยกฟ้อง – นายดนัย อุศมา ศิลปินอิสระ จ.ภูเก็ต ให้สัมภาษณ์หลังศาลพิพากษายกฟ้อง คดีพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ จากกรณีโพสต์สนามบินสุวรรณภูมิไม่มีเจ้าหน้าที่คัดกรองโควิด ศาลชี้เป็นการลงข้อความไปตามความจริง และเข้าใจโดยสุจริต ที่ศาลอาญา เมื่อวันที่ 25 พ.ย.
ยกฟ้องศิลปินอิสระโพสต์โควิด
เมื่อเวลา 09.30 น. วันเดียวกัน ที่ห้องพิจารณาคดี 808 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลอ่านคำพิพากษาคดีที่พนักงานอัยการคดีอาญา 9 เป็นโจทก์ฟ้องนายดนัย อุศมา อายุ 42 ปี ศิลปินอิสระชาวจ.ภูเก็ต เป็นจำเลยในความผิดฐาน นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการน่าจะก่อให้เกิดความตื่นตระหนกแก่ประชาชน ตามพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ พ.ศ.2560 มาตรา 14 (2) กรณีเมื่อระหว่างวันที่ 17-18 มี.ค.63 จำเลยใช้เฟซบุ๊ก ชื่อ Zen Wide โพสต์ข้อความทำนองว่า ก่อนบินกลับจากบาร์เซโลนา ประเทศสเปนได้รับข้อมูลมากมายจากหลายคนว่าต้องโดนตรวจร่างกายอย่างเข้มงวดตอนมาถึงเมืองไทย หรืออาจต้องโดนกักตัวถ้าเกิดตรวจเจอเชื้ออะไรบางอย่างในร่างกาย และก็เตรียมใจไว้แล้วด้วยถ้าจะต้องโดนกักตัว จนมาถึงสนามบินสุวรรณภูมิ เดินลงจากเครื่องตอน 6 โมงเช้า เดินผ่านตม. ไปยืนรอรับกระเป๋าพร้อมกับนักเดินทาง 500-600 คนที่บินมากับสายการบินอื่นๆ 2-3 ลำ เมื่อได้กระเป๋าและอีก 500-600 คนในตอนนั้น ก็เดินออกไปนอกสนามบิน โดยที่ไม่ได้เจอะเจอกับเจ้าหน้าที่แมวน้ำอะไรใดๆ ที่จะมาตรวจสุขภาพเลยแม้แต่นิดเดียว…?????”
พร้อมภาพถ่ายบริเวณหนึ่งของอาคารผู้โดยสารของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิที่ไม่ปรากฏภาพการตั้งจุดคัดกรองผู้โดยสาร
ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานโจทก์และจำเลยที่นำสืบหักล้างกันแล้วข้อเท็จจริงฟังได้ว่า จำเลยเดินผ่านเครื่องตรวจวัดอุณหภูมิหรือเทอร์โมสแกน ผ่านกล้องซึ่งจะมีเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังอยู่ในห้องควบคุมโดยไม่เห็นเจ้าหน้าที่ ซึ่งหากผู้โดยสารคนใดมีอุณหภูมิสูงกว่าปกติ เจ้าหน้าที่จะเชิญตัวไปตรวจสอบอย่างละเอียด หากพบว่ามีอาการไข้สูงก็จะถูกนำตัวไปรักษาโรคโควิด พร้อมทั้งกักตัว 14 วัน ที่จำเลยไม่สังเกตว่าเป็นเพราะความเข้าใจโดยสุจริตใจ เพราะความผิดตามพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 59 จะต้องมีเจตนากระทำผิด
ดังนั้นการที่จำเลยเดินทางจากประเทศกลุ่มเสี่ยง แต่ไม่พบเจ้าหน้าที่ตรวจวัดอุณหภูมิ หรือสอบถามสุขภาพ เป็นการลงข้อความไปตามเป็นจริง และเข้าใจโดยสุจริต จำเลยจึงไม่มีเจตนากระทำผิดตามฟ้อง พิพากษายกฟ้อง
นายดนัย ให้สัมภาษณ์ว่า รู้สึกแปลกใจที่ถูกฟ้องดำเนินคดี ปัญหาก็รู้ๆ กันอยู่ เพราะตนโพสต์เรื่องจริง เห็นทุกอย่างอะไรบ้างที่สนามบิน เหมือนกับคนที่เดินทางมาอีกหลายร้อยคน ต้องสู้คดีนาน 2 ปี รู้สึกเซ็งมาก แต่ตนพอมีปัญญาสู้กับได้ เป็นห่วงก็เด็ก น้องๆ อีกหลายคน ตนทำงานด้านอาร์ต ที่ผ่านมามีวิจารณ์รัฐบาลทุกรัฐบาลตามความคิดเห็นไม่เฉพาะรัฐบาลนี้ปะปนกันไป
‘บิ๊กตู่’วอนชาวบ้านอย่าเลือกฉีด
เมื่อเวลา 09.30 น. ที่ตึกสันติไมตรี หลังใน ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เป็นประธานในพิธีมอบโล่รางวัลเชิดชูเกียรติ 10 สุดยอดชุมชนต้นแบบ “เที่ยวชุมชน ยลวิถี” โดย นายกฯ กล่าวตอนหนึ่งว่า วันนี้สถานการณ์ โควิด-19 ค่อยๆ ดีขึ้น แต่สิ่งที่ต้องขอความร่วมมือคือ การฉีดวัคซีนให้ครบ เมื่อเรามีวัคซีนที่เพียงพอแล้วอย่ารอ อย่าเลือก เพราะวัคซีนผ่านการอนุมัติจากองค์การอนามัยโลก (WHO) และองค์การอาหารและยา (อย.) ของไทยแล้ว ตนก็ฉีดครบแล้ว แต่มีบางคนที่ไม่ยอมฉีด จึงต้องบอกพวกเราด้วย เพราะอย่างน้อยอาการจะไม่รุนแรงและไม่เสียชีวิต วันนี้ยังสั่งให้ทุกจังหวัดจัดชุดเคลื่อนที่ไปฉีดวัคซีนบริการถึงจุดที่เป็นคลัสเตอร์ต่างๆ สิ่งสำคัญจะเกิดประโยชน์อะไรขึ้นมาไม่ได้เลยถ้าโควิดระบาดขึ้นมาใหม่ นี่คือประเด็นสำคัญ จึงต้องระวังอย่างที่สุดในการสร้างความเข้าใจต่อประชาชนโดยรวม
เด้งผบ.ศูนย์ฝึกภ.7เซ่นโควิด
ส่วนกรณีศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค 7 (ศฝร.ภ.7) สุ่มตรวจเชื้อนักเรียนนายสิบตำรวจ โดยใช้ ATK ผลตรวจพบติดเชื้อ 39 นาย เมื่อวันที่ 18 พ.ย. เวลา 21.00 น. และวันที่ 19-20 พ.ย.64 ทีมเจ้าหน้าที่ร.พ.ปากท่อ มาตรวจ RT-PCR หาเชื้ออีก 592 นาย ปรากฏว่าติดเชื้อ 179 นาย แม่ครัว 14 คน ติดเชื้อ 3 คน ครูฝึกและตำรวจรักษาการณ์ 17 นาย ไม่พบเชื้อ รวมผู้ติดเชื้อ 182 นาย โดยนักเรียนนายสิบที่ติดเชื้อ 8 ราย เข้ารักษาตัวที่ ร.พ.ปากท่อ จ.ราชบุรี ที่เหลือ 171 ราย รักษาตัวที่ศูนย์พักคอย ศฝร.ภ.7 อ.ปากท่อ จ.ราชบุรี นั้น
พล.ต.ท.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงแค์ ผบช.ภ.7 เปิดเผยว่า จากการที่มีคำสั่งให้ตรวจสอบถึงการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ในศฝร.ภ.7 และได้รับรายงานจากคณะกรรมการตรวจสอบ และแจ้งให้ทราบว่าจากการตรวจสอบพบว่ามีนักเรียนนายสิบตำรวจมีพฤติกรรมแอบหนีออกนอกศูนย์ฝึก ตอนเวลากลางคืน และบางกลุ่มไม่ปฏิบัติตามระเบียบของหน่วยฝึก แอบใช้โทรศัพท์ ติดต่อสื่อสารกับบุคคลภายนอกหรือผู้ปกครอง
ดังนั้นเพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายต่อทางราชการ และการตรวจสอบข้อเท็จจริง ภ.7 เป็นไปด้วยความเรียบร้อย เห็นควรให้พ.ต.ต.บุญส่ง สุขเหมือน ผบ.ร้อย ปค.ศฝร.ภ.7 มาปฏิบัติราชการที่ศปก.ภ.7 จนกว่าการตรวจสอบข้อเท็จจริงจะเสร็จสิ้น นอกจากนี้ ยังให้ตั้งกรรมการสอบสวนผู้ที่ปล่อยปละละเลย ตำรวจที่มีส่วนเกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการทางวินัยด้วย