ยกระดับตรวจเข้ม ต่างชาติ ป้องกันโอไมครอน

29 พ.ย. 2564 - 07:49 น.

ย้ำทุกช่องทางเข้าประเทศ
คัดกรองมาตรการสูงสุด
สั่งผวจ.กล่อมชาวบ้านมาฉีด
ปูพรมเร่งวัคซีนครอบคลุม

เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด

‘บิ๊กตู่’ สั่งย้ำตรวจเข้มจุดคัดกรองนักท่องเที่ยวต่างชาติ ป้องกัน ‘โอไมครอน’ โควิดสายพันธุ์ใหม่ ที่ระบาดในแอฟริกาและยุโรป ปลื้มต่างชาติแห่เที่ยวไทยกว่า 1.16 แสนคน พบติดเชื้อ 0.13% เท่าเดิม ปลัดมหาดไทยสั่งผู้ว่าฯ ปูพรมฉีดวัคซีนกลุ่มสูงวัยและ 8 โรคเสี่ยง ป่วยโควิดลดเหลือ 5,854 ราย เสียชีวิต 30 ราย เศร้ามีเด็กปัตตานีวัย 9 เดือนด้วย ยอดรักษาอยู่ในโรงพยาบาลไม่ถึง 4 หมื่นราย อาการโคม่า 1,395 ราย ต้องใส่เครื่องช่วยหายใจ 330 ราย ป่วยเกิน 100 ราย เหลือ 15 จังหวัด ยอดฉีดวัคซีน 92 ล้านโดส

ป่วยลด 5,854-ตาย 30

เมื่อวันที่ 28 พ.ย. ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด 19 (ศบค.) รายงานสถานการณ์โควิด 19 ประจำวันว่า พบ ผู้ติดเชื้อใหม่ 5,854 ราย สะสม 2,106,813 ราย หายป่วย 6,354 ราย สะสม 2,006,856 ราย เสียชีวิต 30 ราย สะสม 20,707 ราย อยู่ระหว่างการรักษา 79,250 ราย อยู่ใน ร.พ. 39,911 ราย ร.พ.สนามและอื่นๆ 39,339 ราย มีอาการหนัก 1,395 ราย และใส่เครื่องช่วยหายใจ 330 ราย

ทั้งนี้ ผู้ติดเชื้อจากในประเทศ 5,390 ราย เรือนจำ 457 ราย และเดินทางมาจากต่างประเทศ 7 ราย ได้แก่ คาซัคสถาน รัสเซีย เนเธอร์แลนด์ มาเลเซีย และกัมพูชา ประเทศละ 1 ราย และสหรัฐอเมริกา 2 ราย

ผู้เสียชีวิต 30 ราย มาจาก 21 จังหวัด ได้แก่ นครศรีธรรมราช ปัตตานี สงขลา และจันทบุรี จังหวัดละ 3 ราย ยะลา 2 ราย กทม. ปทุมธานี ชัยภูมิ มุกดาหาร ศรีสะเกษ เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน ตาก นครสวรรค์ อุทัยธานี กระบี่ ตรัง สตูล สุราษฎร์ธานี ระยอง และสระบุรี จังหวัดละ 1 ราย โดยรวมภาคใต้สูงสุด 15 ราย

สลดคร่าเด็ก 9 เดือน

ผู้เสียชีวิตเป็นชาย 16 ราย หญิง 14 ราย อายุ 9 เดือน – 95 ปี ค่ากลางอายุ 71 ปี เป็นผู้สูงอายุ 60 ปีและมีโรคประจำตัวรวมกัน 94% ไม่มีโรคเรื้อรัง 6% เป็นหญิงตั้งครรภ์ 1 ราย อายุ 16 ปี จ.แม่ฮ่องสอน ไม่มีโรคประจำตัวและไม่ได้ฉีดวัคซีน และเด็ก 9 เดือน 1 ราย จ.ปัตตานี ไม่มีโรคประจำตัว

จังหวัดที่ติดเชื้อเกิน 100 รายมี 15 จังหวัด โดย 10 อันดับที่ติดเชื้อสูงสุด ได้แก่ 1.กทม. 664 ราย สะสม 420,729 ราย 2.สงขลา 377 ราย สะสม 60,369 ราย 3.นครศรีธรรมราช 355 ราย สะสม 39,981 ราย 4.สุราษฎร์ธานี 277 ราย สะสม 24,948 ราย 5.เชียงใหม่ 226 ราย สะสม 25,846 ราย

6.ชลบุรี 205 ราย สะสม 107,320 ราย 7.ปัตตานี 162 ราย สะสม 45,564 ราย 8.สมุทรปราการ 156 ราย สะสม 128,351 ราย 9.ภูเก็ต 122 ราย สะสม 16,803 ราย และ10.ระยอง 121 ราย สะสม 44,615 ราย ส่วนอีก 5 จังหวัด ได้แก่ ตรัง 109 ราย, ชุมพร 106 ราย, ยะลา 103 ราย, นครราชสีมา 101 ราย และขอนแก่น 100 ราย

ขณะที่ติดเชื้อต่ำกว่า 20 ราย มี 26 จังหวัด ได้แก่ นครนายก 16 ราย, สมุทรสงคราม 16 ราย, มหาสารคาม 15 ราย, บึงกาฬ 13 ราย, สุรินทร์ 13 ราย, อุทัยธานี 12 ราย, พะเยา 11 ราย, สิงห์บุรี 11 ราย, พิจิตร 10 ราย, ระนอง 10 ราย, ชัยภูมิ 9 ราย, น่าน 9 ราย, แพร่ 7 ราย, ชัยนาท 6 ราย, อุตรดิตถ์ 6 ราย, อำนาจเจริญ 6 ราย, สุโขทัย 5 ราย, ลำปาง 3 ราย, สกลนคร 2 ราย, หนองคาย 2 ราย, อ่างทอง 2 ราย, นครพนม 1 ราย, มุกดาหาร 1 ราย, เลย 1 ราย, หนองบัวลำภู 1 ราย และยโสธร 0 ราย

ฉีดวัคซีนแล้ว 92.1 ล้านโดส

สำหรับการฉีดวัคซีนโควิด-19 วันที่ 27 พ.ย. ฉีดเพิ่ม 467,240 โดส สะสม 92,125,296 โดส แบ่งเป็นเข็มแรก 47,847,646 ราย คิดเป็น 66.4% ของประชากร เข็มสอง 40,963,885 ราย คิดเป็น 56.9% ของประชากร และเข็มสาม 3,313,765 ราย คิดเป็น 4.6% ของประชากร

ส่วนผู้เดินทางเข้าประเทศ วันที่ 1-27 พ.ย. สะสม 116,323 คน ได้แก่ ระบบ Test&Go 91,673 คน แซนด์บ็อกซ์ 19,736 คน กักตัว 7 วัน 1,640 คน และกักตัว 10 วัน 3,274 คน โดยเข้ามาผ่านท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ 80,059 คน ท่าอากาศยานดอนเมือง 885 คน ท่าอากาศยานเชียงใหม่ 456 คน ท่าอากาศยานหัวหิน 7 คน ท่าอากาศยานภูเก็ต 32,792 คน และ ท่าอากาศยานสมุย 2,124 คน ภาพรวมพบผู้ติดเชื้อ 149 คน คิดเป็น 0.13%

เล็งเพิ่มโดสสกัดกลายพันธุ์

ด้านเว็บไซต์ข่าวเอ็นพีอาร์ระบุ จากแถลงการณ์ของบริษัท โมเดอร์นา บริษัทผลิตยาและวัคซีนของสหรัฐอเมริกาว่า ผู้เชี่ยวชาญของบริษัทกำลังดำเนินการในด้านกลยุทธ์เพื่อคาดการณ์ถึงการกลายพันธุ์ของโควิด-19 ที่น่ากังวลตั้งแต่ต้นปี 2564 หนึ่งในวิธีการรับมือที่อาจได้ผลคือการเพิ่มโดสกระตุ้นภูมิคุ้มกันในปัจจุบันเป็นสองเท่า จาก 50 ไมโครกรัมเป็น 100 ไมโครกรัม วิธีที่สองคือผู้ผลิตวัคซีนได้ศึกษาวัคซีนเข็มกระตุ้น 2 ชนิด ที่ออกแบบมาเพื่อตอบสนองกับเชื้อกลายพันธุ์ที่ คาดการณ์ไว้ และบริษัทจะเพิ่มความพยายามในการพัฒนาวัคซีนกระตุ้นภูมิโดยเฉพาะเพื่อป้องกันโควิดสายพันธุ์โอไมครอน

นายสเตฟาน บ็องเซล ประธานบริหารบริษัทโมเดอร์นา กล่าวว่า ตั้งแต่เริ่มต้นเราเคยกล่าวว่าในขณะที่พยายามเอาชนะการระบาดใหญ่ของโรคนี้ มีความจำเป็นที่เราต้องดำเนินการเชิงรุกด้วย เพราะไวรัสมีวิวัฒนาการ การกลายพันธุ์ของสายพันธุ์ โอไมครอนเป็นเรื่องที่น่ากังวล และหลายวันที่ผ่านมาพยายามดำเนินการอย่างเร็วที่สุดเพื่อให้บรรลุตามกลยุทธ์ในการจัดการกับการกลายพันธุ์นี้

2 บริษัทเร่งวิจัย-พัฒนาวัคซีน

ขณะที่บริษัท ไฟเซอร์ ในสหรัฐ และบริษัท บิออนเทค ของเยอรมนี ระบุกับรอยเตอร์ว่า จะเร่งรวบรวมข้อมูลของสายพันธุ์โอไมครอนภายใน 2 สัปดาห์ และเชื่อว่าข้อมูลเหล่านี้จะช่วยตัดสินใจว่าบริษัทจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนวัคซีนที่ผลิตในปัจจุบันหรือไม่ หากจำเป็นต้องปรับ บริษัทคาดว่าจะพัฒนาวัคซีนที่ครอบคลุมการป้องกันสายพันธุ์โอไมครอน และจะพร้อมส่งในระยะเวลาประมาณ 100 วัน ส่วนบริษัท จอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน ในอังกฤษ ระบุในแถลงที่ส่งมายัง เอ็นพีอาร์ว่า บริษัทเริ่มการทดสอบประสิทธิภาพของวัคซีนว่ามีศักยภาพในการป้องกันเชื้อโอไมครอนหรือไม่

นายกฯ จี้เข้มสกัด‘โอไมครอน’

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ชื่นชมผลสำเร็จจากการเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ เมื่อวันที่ 1 พ.ย.ที่ผ่านมา พบว่ามีนักท่องเที่ยว เดินทางเข้าประเทศไทยทั้งแบบการยกเว้นการกักตัว (Test and Go) พื้นที่นำร่องท่องเที่ยว (Sandbox Programme) และการกักตัว ณ สถานกักกัน (Alternative Quarantine) ปรับขึ้นมาอยู่ที่ประมาณ 4,000 คนต่อวัน ทำให้มีจำนวนนักท่องเที่ยวสะสมตั้งแต่ วันที่ 1-25 พ.ย.2564 อยู่ที่กว่า 1 แสนคน ส่วนใหญ่มาจากเยอรมนี สหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร รัสเซีย และฝรั่งเศส

นอกจากนี้ ในส่วนของความคืบหน้าการเปิดประเทศด้วยระบบ Thailand Pass สถิติผู้ลงทะเบียนขอเดินทางเข้าประเทศ ไทยผ่านระบบ Thailand Pass ทางเว็บไซต์ https://tp.consular.go.th ถึงเดือนม.ค.2565 แล้วจำนวนกว่า 3 แสนคน เพียงเปิดประเทศไม่ถึงเดือน ซึ่งถือว่าได้รับการตอบรับค่อนข้างดี โดยเฉพาะมาตรการเทสต์ แอนด์ โก ที่สร้างความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยวต่างชาติได้ เที่ยวบินเพิ่มมากขึ้นแนวโน้มฟื้นตัวได้ค่อนข้างดี

โดยล่าสุดที่ประชุม ศบค.ได้เห็นชอบมาตรการผ่อนคลายการเดินทางเข้าประเทศเพิ่มเติมเพื่อให้การเดินทางเข้ามาในประเทศสะดวกมากยิ่งขึ้นคือ ผู้เดินทางที่มีผลตรวจอาร์ที-พีซีอาร์ เป็นลบภายใน 72 ชั่วโมง เมื่อเดินทางถึงไทยให้ตรวจด้วยชุดตรวจแอนติเจน เทสต์ คิต (เอทีเค) เท่านั้น หากผลเป็นลบก็เข้าประเทศได้เลย ต่างจากเดิมที่ต้องรอ ผลตรวจ RT-PCR ก่อน

“แม้จะมีการผ่อนคลายมาตรการสำหรับผู้เดินทางเข้าประเทศ แต่นายกรัฐมนตรีได้กำชับให้หน่วยงานทั้งด้านสาธารณสุข ความมั่นคง คมนาคม และการท่องเที่ยว เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อ โควิด-19 สายพันธุ์โอไมครอน (Omicron) ที่พบในแอฟริกาใต้ในต่างประเทศอย่างใกล้ชิด สั่งการให้ผู้ปฏิบัติงานด่านหน้าปฏิบัติตามมาตรการการคัดกรองที่เข้มงวด เพื่อความปลอดภัยของประชาชนในประเทศและสร้างความเชื่อมั่นให้กับภาคการท่องเที่ยวของไทย” นายธนกรกล่าว


นายธนกรกล่าวต่อว่า รัฐบาลได้ คาดการณ์เป้าหมายรายได้รวมการท่องเที่ยวในปี 2565 อยู่ที่ 1.5 ล้านล้านบาท หรือประมาณ 50% ของปี 2562 และในปี 2566 เพิ่มเป็น 2.4 ล้านล้านบาท หรือ 80% ของปี 2562 ส่วนปี 2567 คาดว่าจะมีรายได้กลับไปเท่ากับรายได้ของปี 2562 ซึ่งเป็นปีก่อนวิกฤตโควิด อยู่ที่ประมาณ 3 ล้านล้านบาท

มท.เร่งผู้ว่าฯ ฉีดกลุ่ม 608

ด้านนายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย หัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินในส่วนที่เกี่ยวกับการสั่งการและประสานกับผวจ.และผู้ว่าฯ กทม.ว่า ในการประชุมศบค.เมื่อวันที่ 26 พ.ย.ซึ่งมีนายกฯ เป็นประธานการประชุม ได้มีมติมอบหมายให้กระทรวงมหาดไทย (มท.) ประสานการปฏิบัติงานกับทุกจังหวัดและกรุงเทพฯ เกี่ยวกับมาตรการในการสกัดกั้นการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19

โดยตนได้สั่งการไปยังผวจ.ทุกจังหวัดและกรุงเทพฯ ดำเนินการตามมติที่ประชุม ศบค.โดยเร่งรัดการฉีดวัคซีนให้ครอบคลุมในพื้นที่ทั้งกลุ่ม 608 รวมทั้งทุกกลุ่มประชากร โดยจัดจุดฉีดวัคซีนทั้ง ณ สถานที่ที่กำหนด (ออนไซต์) และรูปแบบหน่วยเคลื่อนที่ (โมบาย ยูนิต) เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชน และให้มอบหมายกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำชุมชน เร่งทำความเข้าใจกับผู้ที่ไม่ประสงค์จะฉีดวัคซีนด้วย และต้องตรวจหาเชื้อเชิงรุกอย่างสม่ำเสมอในพื้นที่เสี่ยง อาทิ ตลาด โรงงาน สถานที่ประกอบกิจกรรมทางศาสนา เป็นต้น

นอกจากนี้ ให้ทุกจังหวัดและกรุงเทพฯ เร่งประชาสัมพันธ์ไปยังผู้ประกอบการโรงงาน โรงแรม ร้านอาหาร รวมทั้งกิจกรรมทางเศรษฐกิจอื่นๆ ให้ใช้ผลการฉีดวัคซีนประกอบการพิจารณาการจ้างงาน เพื่อป้องกันและคัดกรองโรคของพนักงาน และให้เตรียมความพร้อมในการเปิดกิจการสถานบันเทิง ผับ บาร์ คาราโอเกะ ด้วยการประชาสัมพันธ์และทำความเข้าใจกับภาคเอกชน/ผู้ประกอบการ เตรียมการตามแนวปฏิบัติด้านสาธารณสุขและมาตรการความปลอดภัยสำหรับองค์กร (Covid Free Setting) อย่างเคร่งครัด ยืนยันว่าพวกเราอยู่รอดปลอดภัยได้ถ้าไม่ประมาท การ์ดไม่ตก

ส่วนสถานการณ์โรคโควิด-19 ในพื้นที่ต่างๆ ที่จ.เชียงใหม่ รายงานว่า พบผู้ติดเชื้อใหม่เพิ่ม 177 ราย จากในจังหวัด 171 ราย ส่วนอีก 6 ราย จากต่างจังหวัด และ พบผู้เสียชีวิตเพิ่มอีก 2 ราย ทำให้ยอด ผู้เสียชีวิตสะสมอยู่ที่ 123 ราย ส่วนการบริหารจัดการวัคซีน มีผู้ได้ฉีดวัคซีนแล้ว 1,412,117 คน หรือร้อยละ 81.66 ของประชากรจังหวัด

ภูเก็ตผ่อนให้ดื่ม-เล่นดนตรี

ด้านนายณรงค์ วุ่นซิ้ว ผวจ.ภูเก็ต ลงนามคำสั่ง ผ่อนคลายมาตรการในส่วนของร้านอาหารให้จำหน่ายอาหารและเครื่องดื่มได้เป็นปกติ แต่ห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ในระหว่างเวลา 23.00 – 06.00 น. ของ วันรุ่งขึ้น โดยมีข้อยกเว้นให้คืนวันที่ 31 ธ.ค. ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้ในระหว่างเวลา 23.00 – 06.00 น. ของวันที่ 1 ม.ค.2565 อนุญาตให้เล่นดนตรีสดได้ โดยจำกัดจำนวนนักร้องไม่เกิน 5 คน แต่ยังคงห้ามการสัมผัสคลุกคลีกันระหว่างนักร้องกับลูกค้า และห้ามเต้น นอกจากนี้ ยังอนุญาตให้สนามชนไก่ กัดปลา ชนโค ชกมวย และแข่งนก เปิดดำเนินการได้ ตามที่กฎหมายกำหนด ภายใต้มาตรการโควิด ฟรี เซ็ตติ้ง

ส่วนสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) ภูเก็ต ระบุว่า พบผู้ติดเชื้อใหม่ 122 ราย จากแซนด์บ็อกซ์ 1 ราย

ที่จ.สตูล นพ.สมบัติ ผดุงวิทย์วัฒนา สสจ.สตูล กล่าวว่า พบผู้ป่วยใหม่ทั้งหมด 72 ราย และเสียชีวิต 1 ราย เป็นชายวัย 70 ปี อยู่ต.พิมาน อ.เมือง ไม่มีโรคประจำตัว และไม่มีประวัติการฉีดวัคซีนโควิด

จึงขอเชิญชวนให้กลุ่มเปราะบาง รับการฉีดวัคซีนเพื่อป้องกันการป่วยหนักและเสียชีวิต ส่วนผู้ป่วยใหม่ จากการติดตามสืบสวนสอบสวนค้นหาผู้สัมผัสใกล้ชิด และ ผู้สัมผัสร่วมบ้าน มีผู้สัมผัสเสี่ยงสูง จำนวน 69 ราย กักตัวที่เฮชคิว 69 ราย พร้อม คำแนะนำให้ปฏิบัติตามมาตรการ มีสุขอนามัยที่ดี อยู่ในความดูแลเฝ้าสังเกตอาการโดยหมอครอบครัว

สงขลาป่วยลด 377 ราย-ดับ 3

ด้านสสจ.สงขลา รายงานผลตรวจเชิงรุก พบผู้ป่วยใหม่ 377 ราย เป็นวันแรกในรอบ 1 เดือน ที่ผู้ติดเชื้อไม่ถึง 400 ราย ส่วน ผู้เสียชีวิตมี 3 ราย ทั้งนี้ พื้นที่ที่ตรวจเชิงรุกด้วยชุดตรวจเอทีเค พบผู้ติดเชื้อ 3 อันดับแรก อ.หาดใหญ่ ยังมากที่สุด รองลงมา อ.จะนะ อ.เมือง อ.สิงหนคร และ อ.สะเดา และในกลุ่มเดิมคือกลุ่ม ผู้สัมผัสผู้ป่วยยืนยันพื้นที่พบมากที่สุด รองลงมาคือกลุ่มคัดกรองโรคติดเชื้อระบบทางเดินหายใจ ส่วนกลุ่มสัมผัสผู้ติดเชื้อเสี่ยงสูงในโรงงาน ตลาด ร้านค้า ชุมชน บริษัท หน่วยงาน และบุคลากรสาธารณสุขที่พบเพิ่มขึ้น

นพ.สงกรานต์ ไหมชุม นายแพทย์สาธารณสุข จ.สงขลา กล่าวว่าสาเหตุที่พบผู้ติดเชื้อจำนวนสูงมาจากการลงตรวจ คัดกรองเชิงรุกในชุมชน เพื่อต้องการแยกผู้ติดเชื้อที่ยังไม่แสดงอาการเข้ากระบวนการรักษาให้มากที่สุด ควบคู่กับการรณรงค์การฉีดวัคซีนโควิดให้ครอบคลุมทุกกลุ่มให้มากที่สุดเพื่อลดอาการรุนแรง ลดเสียชีวิต และลดติดเชื้อ เพื่อให้ได้อย่างน้อยร้อยละ 75 ภายในเดือน พ.ย.

ส่วนข้อมูลการฉีดวัคซีน ข้อมูล ณ วันที่ 26 พ.ย. มีผู้รับวัคซีนเข็มที่ 1 จำนวน 1,095,882 ราย หรือร้อยละ 73.68 ของจำนวนประชากร เข็มที่ 2 จำนวน 899,943 ราย หรือร้อยละ 60.15 และเข็มที่ 3 จำนวน 86,227 ราย หรือร้อยละ 5.80

โคราชก็ขาลง-ป่วย 50 ราย

ด้านจ.นครราชสีมา ระบุว่า พบผู้ป่วยใหม่ลดลงเหลือ 50 ราย แบ่งเป็นจากในจังหวัด 45 ราย และนอกจังหวัด 5 ราย ส่วนในเรือนจำสถานการณ์เริ่มดีขึ้นเรื่อยๆ โดยไม่พบผู้ป่วยเพิ่ม

ที่ศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาจากโรคโควิด จ.กาญจนบุรี รายงานว่า พบผู้ติดเชื้อใหม่ 46 ราย จากในจังหวัด 45 ราย และจากอ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี 1 ราย

ตลาดสามย่านลดกระหน่ำ 50%

ด้านนายวรพงศ์ สุขธีรอนันตชัย ผอ.สำนักงานจัดการทรัพย์สิน จุฬาฯ หรือ PMCU กล่าวว่า ตั้งแต่วันนี้ ถึงวันที่ 3 ธ.ค. ตลาดสามย่าน ร่วมมือกับผู้ประกอบการร้านค้าในตลาด จัดบิ๊กเซอร์ไพรส์พร้อมใจลดราคากว่า 50% เพื่อช่วยเหลือผู้บริโภคลดภาระค่าใช้จ่ายหลังเริ่มฟื้นตัวจากสถานการณ์โควิด-19

โดยผู้ประกอบการร้านค้าเจ้าอร่อยร้านดังทั้งสินค้าอุปโภค บริโภค ของสด ของแห้ง อาหารปรุงสำเร็จสดใหม่ คุณภาพคุ้มค่า คุ้มราคา ที่ร่วมใจกันลดราคา อาทิ ข้าวกล่อง ร้านครัวสีขาว จากปกติ 35 บาท/กล่อง เหลือเพียงกล่องละ 25 บาท ทุกเมนู ไข่ไก่เบอร์หนึ่ง จากปกติ 120 บาท/แผง เหลือเพียงแผงละ 105 บาท/แผง, ร้านพรบรรจุภัณฑ์ จำหน่ายข้าวหอมมะลิตราฉัตร ถุง 5 ก.ก. จากปกติถุงละ 350 บาท เหลือเพียงถุงละ 150 บาท กุยช่ายเจ้าดัง กุยช่ายเจ๊นาและกุยช่าย อาม่า จากปกติลูกละ 15 บาท เหลือเพียงลูกละ 10 บาท

นอกจากนี้ยังมีแผงค้าอื่นๆ ที่ร่วมรายการอีกมากมาย อาทิ ส้มสายน้ำผึ้งเบอร์ใหญ่ (ไม้ทอง) จากปกติ กิโลกรัมละ 100 บาท เหลือเพียงกิโลกรัมละ 50 บาท, ร้านเจี๊ยบ (K1) มาม่าเกาหลี จากปกติ 40 บาท/ถ้วย เหลือเพียง 2 ถ้วย 60 บาท, ยาสีฟันเกาหลีแท้ จากปกติ 250 บาท/กล่อง เหลือเพียง 100 บาท/กล่อง, หน้ากากอนามัยเกาหลีแท้ จากปกติ 250 บาท/กล่อง เหลือเพียง 100 บาท/กล่อง และอีกหลายรายการที่หมุนเวียนมาลดราคา

โดยสินค้าบางประเภทมีจำนวนจำกัดในแต่ละวัน ซึ่งร้านค้าจะลงสินค้าเพิ่มเติมในวันถัดไป ขอเชิญประชาชนมาจับจ่ายใช้สอยและรับประทานอาหารเจ้าดังในราคาถูก ที่ตลาดสามย่าน จุฬาฯ ซอย 9 จอดรถด้านข้างตลาดติดโครงการ บล็อก 28

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน












ภาพที่



อัลบั้มภาพ ยกระดับตรวจเข้ม ต่างชาติ ป้องกันโอไมครอน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง