ศบค.สั่งห้ามเข้าปท.เด็ดขาด 1 ธค.
ป่วยลดเหลือ4,753-เสียชีวิต27
กทม.ให้นั่งดื่มถึง5ทุ่ม-เริ่ม1ธันวา
ชงปลดล็อกขายเหล้า26จว.สีฟ้า
‘บิ๊กตู่’ แนะอย่าวิตกเชื้อ ‘โอไมครอน’ จนเกินไป เพราะไทยเพิ่มมาตรการคุมเข้ม ห้ามคนจากประเทศต้นทางในแอฟริกา เข้าไทยแล้ววอนคนไทยเร่งฉีดวัคซีน ศบค.เผยกว่าพันคนบินจากแอฟริกาเข้ามาไทยช่วงเดือนพ.ย. ผลตรวจอาร์ที-พีซีอาร์ไม่พบเชื้อโอไมครอน สั่งติดตามอีก 200 มากักตัว 14 วัน ตรวจอาร์ทีพีซีอาร์ ผลเป็นลบ ขณะที่ยอดติดเชื้อรายวันลดเหลือต่ำกว่า 5 พัน เสียชีวิต 27 ราย แม่ฮ่องสอนมากสุด วันเดียว 3 ราย นักแสดงดัง ‘ติช่า เดอะเฟซ’ โพสต์ไอจีแจ้งข่าวติด โควิด พร้อมเปิดไทม์ไลน์ ผู้ว่าฯกทม.ปลดล็อกให้นั่งดื่มได้ถึง 5 ทุ่ม เริ่ม 1 ธ.ค. ‘รมต.สุชาติ’ เร่งเยียวยาคนกลางคืน ผับบาร์
ติดเชื้อลดต่ำ 5 พัน-ตาย 27
เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 29 พ.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์ ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค.แถลงว่า พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 4,753 ราย เป็นการติดเชื้อในประเทศ 4,684 ราย มาจากระบบเฝ้าระวังและระบบบริการ 4,486 ราย มาจากการค้นหาเชิงรุก 198 ราย มาจากเรือนจำ 57 ราย เป็นผู้เดินทางมาจาก ต่างประเทศ 12 ราย ยอดผู้ติดเชื้อสะสมยืนยันตั้งแต่ปี 2563 จำนวน 2,111,566 ราย หายป่วยเพิ่มขึ้น 6,165 ราย ยอดหายป่วยสะสมตั้งแต่ปี 2563 จำนวน 2,013,021 ราย อยู่ระหว่างรักษา 77,811 ราย อาการหนัก 1,369 ราย ใส่ท่อช่วยหายใจ 330 ราย เสียชีวิตเพิ่มขึ้น 27 ราย เป็นชาย 14 ราย หญิง 13 ราย เป็นผู้เสียชีวิตที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป 22 ราย มีโรคเรื้อรัง 5 ราย พบผู้เสียชีวิตมากสุดอยู่ในจ.แม่ฮ่องสอน 3 ราย ยอดผู้เสียชีวิตสะสมตั้งแต่ปี 2563 จำนวน 20,734 ราย
อย่างไรก็ตาม แม้ตัวเลขผู้ติดเชื้อในประเทศ ไทยจะลดลง แต่การเตรียมความพร้อมรองรับผู้ติดเชื้อรายใหม่ยังคงมีอยู่ โดยในกทม.ศูนย์ คัดแยกชุมชน ยังมีอยู่ 54 แห่ง รวมถึงมีโรงพยาบาลสนามอีก 8 แห่ง เพื่อรองรับกรณีพบผู้ติดเชื้อเพิ่ม ขณะที่สถานการณ์โลก มียอด ผู้ติดเชื้อสะสม 261,756,353 ราย เสียชีวิตสะสม 5,216,989 ราย
ฉีดวัคซีนแล้ว 92 ล้านโดส
พญ.อภิสมัยกล่าวต่อว่า สำหรับยอดผู้ได้รับวัคซีนของประเทศไทยเมื่อวันที่ 28 พ.ย. มีการฉีดวัคซีนเพิ่มเติม 235,121 โดส รวมยอดฉีดวัคซีนสะสมตั้งแต่วันที่ 28 ก.พ.ทั้งสิ้น 92,360,417 โดส โดยวันที่ 5 ธ.ค. กระทรวงสาธารณสุขตั้งเป้าฉีดวัคซีนให้ได้ 100 ล้านโดส ย้ำว่าวันนี้วัคซีนเพียงพอ ขออย่าลังเล ให้เข้าไปฉีดวัคซีน แม้แต่ในกลุ่มแรงงานต่างด้าวที่ผิดกฎหมายก็ขอให้ผู้ประกอบการพาไปฉีดวัคซีน
“สำหรับ 10 จังหวัดที่มีผู้ติดเชื้อสูงสุด วันที่ 29 พ.ย. ได้แก่กทม. 605 ราย นครศรีธรรมราช 381 ราย สงขลา 354 ราย สุราษฎร์ธานี 254 ราย เชียงใหม่ 186 ราย สมุทรปราการ 149 ราย ชลบุรี 147 ราย ภูเก็ต 133 ราย ปัตตานี 121 ราย นครราชสีมา 110 ราย อย่างไรก็ตามการติดเชื้อวันนี้ทิศทางค่อนข้างลดลง จ.สมุทรสาคร ไม่มีรายงานผู้ติดเชื้อเลย ส่วนจ.ลำปาง อำนาจเจริญ ตัวเลขผู้ติดเชื้อเล็กมาก แต่ยังมีจังหวัดที่ต้องติดตามใกล้ชิด ซึ่งนอกจาก กทม.และปริมณฑล ยังมีจังหวัดที่พบผู้ติดเชื้อและต้องเฝ้าติดตามใกล้ชิด แบ่งเป็นจังหวัดที่พบผู้ติดเชื้อเฉลี่ยเกิน 100 รายต่อวัน 4 จังหวัด คือ สงขลา นครศรีธรรมราช นครราชสีมา ขอนแก่น และจังหวัดที่พบผู้ติดเชื้อเฉลี่ย 50-100 รายต่อวัน 6 จังหวัด คือ จ.กระบี่ ชุมพร พัทลุง ราชบุรี สระบุรี สตูล ส่วน 5 จังหวัดที่มีแนวโน้ม ผู้ติดเชื้อสูงขึ้น แบ่งเป็นจังหวัดที่มีผู้ติดเชื้อเกิน 100 รายต่อวัน 2 จังหวัด คือสุราษฎร์ธานี และภูเก็ต และติดเชื้อน้อยกว่า 100 รายต่อวัน 3 จังหวัดคือ เชียงราย ลำพูน และสิงห์บุรี”
ห่วงคลัสเตอร์ร้านอาหาร
พญ.อภิสมัยกล่าวว่า ที่ประชุม ศบค.ชุดเล็กวันเดียวกัน มีความเป็นห่วงคลัสเตอร์ร้านอาหาร จากก่อนหน้านี้มีรายงานคลัสเตอร์งานประเพณี แคมป์คนงาน ตลาด ชุมชน โรงงาน แต่ตอนนี้มีรายงานคลัสเตอร์ร้านอาหารเริ่มเข้ามาทั้งในและนอกห้างสรรพสินค้า ตรงนี้สืบเนื่องไปถึงสถานบันเทิงด้วยเช่นกัน เนื่องจากมีรายงานว่าร้านอาหารบางแห่งแอบจำหน่ายแอลกอฮอล์ แอบเปิดให้บริการ คล้ายผับ บาร์ ขอย้ำว่าข้อกำหนดที่ออกตามพ.ร.ก.ฉุกเฉิน ฉบับที่ 37 ยังวางแผนให้เปิดสถานบริการได้วันที่ 16 ม.ค.65 ขณะนี้ยังไม่เปิดบริการ อยู่ระหว่างเตรียมความพร้อม และหากเปิดบริการแล้ว ถ้ามีความหละหลวมอาจต้องปิดอีกรอบ จึงอยากเน้นย้ำสถานบันเทิงให้ทำความเข้าใจว่าการเปิดบริการในยุคใหม่หลังมีโควิด-19 จะเปิดแบบเดิมคงไม่ได้ เราเคยเห็นการจัดงานอย่างวันลอยกระทงที่หลายคนทำได้ดี
สธ.ปรับแผนรับมือ‘โอไมครอน’
พญ.อภิสมัยกล่าวด้วยว่า การติดตามการแพร่ระบาดของเชื้อกลายพันธุ์ โอไมครอน ซึ่งทางองค์การอนามัยโลกประกาศชัดเจนว่านับเป็นสายพันธุ์ที่มีความน่ากังวลสูง ทำให้กระทรวงสาธารณสุขต้องปรับมาตรการอย่างเร่งด่วน สำหรับการติดเชื้อของต่างประเทศจากทั่วโลกหลายประเทศมีตัวเลขขยับขึ้นสูง เช่น สหราชอาณาจักร ตุรกี เยอรมนี ฝรั่งเศส อิตาลี ซึ่งประเทศเหล่านี้ขอเน้นย้ำว่ามีตัวเลขประชากรฉีดวัคซีนแล้วค่อนข้างสูง และก่อนหน้านี้หลายประเทศประกาศผ่อนคลายมาตรการ อนุญาตให้ประชาชนเลิกสวมหน้ากากผ้า หน้ากากอนามัย เปิดร้านอาหารได้อิสระ แต่ขณะนี้จะเห็นได้ว่าหลายประเทศกลับมาคุมเข้มมาตรการอย่างเข้มงวดใหม่ ซึ่งทำให้เกิดการประท้วงในหลายพื้นที่ ในส่วนเอเชีย ทิศทางตัวเลขยังทรงๆ อยู่ มาเลเซียมีตัวเลขลดลงอย่างต่อเนื่อง มีประเทศที่น่าจับตามองขณะนี้คือเวียดนามที่ตัวเลขกระโดดขึ้น สปป.ลาว มีตัวเลขเกินพันมากว่า 2 สัปดาห์แล้ว
“การแพร่ระบาดของสายพันธุ์โอไมครอน ล่าสุดนอกจากทวีปแอฟริกาที่มีรายงานการพบเชื้อยืนยัน หลายประเทศในยุโรปตอนนี้มีรายงานแล้ว ทั้งอิตาลี เยอรมนี เนเธอร์แลนด์ อังกฤษ เบลเยียม สาธารณรัฐเช็ก และล่าสุดมีรายงานยืนยันคือประเทศเดนมาร์ก ซึ่งพบเชื้อจากประชาชนที่เดินทางมาจากประเทศกลุ่มแอฟริกา ซึ่งในส่วนของเอเชีย ก็มีอยู่ที่ฮ่องกง และอิสราเอล ขณะนี้อิสราเอลประกาศปิดประเทศแล้วและออสเตรเลียก็มีรายงานยืนยันพบโอไมครอนแล้วเช่นกัน”
แค่พย.แอฟริกามาไทยแล้วพันคน
ที่ประชุมอีโอซีกระทรวงสาธารณสุขเรียกประชุมวาระฉุกเฉินเมื่อวันที่ 28 พ.ย.ที่ผ่านมาเร่งด่วน เพื่อพิจารณาปรับมาตรการป้องกันควบคุมโรคโควิด-19 สำหรับผู้เดินทางเข้าราชอาณาจักรเป็นการปรับมาตรการให้สอดคล้องกับการปรับมาตรการก่อนหน้านี้ของหลายประเทศทั่วโลกไม่ว่าจะเป็นอังกฤษ สหภาพยุโรป อียู สหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น บราซิล อิหร่านและสิงคโปร์ จากการที่องค์การอนามัยโลกเป็นห่วงสายพันธุ์กลายพันธุ์โอไมครอนที่มีรายงานว่ามีการแพร่กระจายได้เร็วยิ่งกว่าสายพันธุ์เดลตา ถึงแม้ว่าจะยังไม่มีการรายงานด้วยความรุนแรง แต่องค์การอนามัยโลกได้ย้ำว่าในกลุ่มผู้ป่วยสูงอายุ และมีโรคประจำตัวถือว่ามีความเสี่ยงที่น่าเป็นห่วง และเน้นย้ำว่าปัจจัยสำคัญในการเกิดเชื้อกลายพันธุ์มักจะเป็นประเทศที่มีประชากรที่ได้รับวัคซีนค่อนข้างต่ำ มีการกระจายวัคซีนไปยังประชาชนน้อยมาก ทำให้ภูมิคุ้มกันน้อยนั้นเป็นเหตุให้เกิดเชื้อกลายพันธุ์อย่างต่อเนื่อง ดังนั้นทางกระทรวงสาธารณสุขจึงย้ำว่าหากใครไม่รีบรณรงค์ให้ประชาชนฉีดวัคซีนให้ครอบคลุมประชากรได้มากที่สุดเราอาจจะเป็นที่หนึ่งที่เกิดการกลายพันธุ์ของเชื้อได้
สำหรับผู้เดินทางจากประเทศแถบแอฟริกาหลายประเทศตัวเลขที่รายงานระหว่างวันที่ 1-27 พ.ย. 64 สะสม 1,007 รายที่เดินทางเข้าประเทศไทย และทั้งหมดนี้มีผลตรวจ RT-PCR เมื่อเดินทางถึงประเทศไทยเป็นลบ
สั่งคุมเข้ม 2 กลุ่มเข้าไทย
สำหรับการปรับมาตรการเข้ารัฐอาณาจักรไทยของทวีปแอฟริกาที่ประกาศเมื่อวันที่ 28 พ.ย. แบ่งกลุ่มประเทศแอฟริกาเป็นสองกลุ่ม กลุ่มแรกเป็นกลุ่มประเทศที่มีรายงานเชื้อชัดเจนแล้ว ได้แก่บอตสวานา เอสวาตีนี เลโซโท มาลาวี โมซัมบิก นามิเบีย แอฟริกาใต้ และซิมบับเว หากประชาชนที่มีถิ่นพำนักจากประเทศเหล่านี้เกิน 21 วันจะเดินทางเข้ามาได้ในกรณีกักตัว, แซนด์บ็อกซ์ เท่านั้น และหลังวันที่ 27 พ.ย.เป็นต้นมามีประกาศชัดเจนว่าจะไม่อนุญาตจากประชาชนจาก 8 ประเทศเหล่านี้ลงทะเบียนเพื่อขอเข้าราชอาณาจักรไทย แต่จะมีคนกลุ่มหนึ่งที่ลงทะเบียนมาก่อนล่วงหน้านี้แล้ว ก็ต้องเข้าสู่กระบวนการกักตัว 14 วัน ตรวจ RT-PCR 3 ครั้ง และมีการประกาศเพิ่มว่า 8 ประเทศนี้ หลังวันที่ 1 ธ.ค. 64 คือตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ห้ามเดินทางเข้าประเทศไทย ยกเว้นเฉพาะคนไทย
กลุ่มที่สอง คือผู้ที่เดินทางจากทวีปแอฟริกา นอกเหนือจากประเทศที่มีรายงานพบเชื้อ 8 ประเทศ มีเงื่อนไขว่าเดินทางเข้าประเทศไทยได้โดยแซนด์บ็อกซ์ ต้องกักตัวเท่านั้น ไม่อนุญาตให้ลงทะเบียนขอเข้าราชอาณาจักรไทย ตั้งแต่ 27 พ.ย.64 เป็นต้นไป หากลงทะเบียนมาก่อนหน้านี้แล้วจะต้องกักตัว 14 วัน ตรวจ RT-PCR 3 ครั้ง อย่างไรก็ตามกรณีเดินทางมาถึงเมืองไทยก่อนหน้านี้ เช่นที่มีจำนวนหนึ่งเดินทางมาถึงเมื่อวันที่ 15 พ.ย. นับถึง 5 ธ.ย. 64 ขอให้เจ้าหน้าที่ เจ้าพนักงานโรคติดต่อ เฝ้าระวังและติดตามอาการคนกลุ่มนี้ให้ครบ 14 วัน ขณะนี้ประสานงานทั้งกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงสาธารณสุข พบว่ามีนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้เกือบ 200 ราย ซึ่งสามารถติดตามได้ทั้งหมด ส่วนประชาชนในกลุ่มที่สองนี้ที่เดินทางถึงประเทศไทย 6 ธ.ค.เป็นต้นไป จะต้องเข้าสู่กระบวนการกักตัว 14 วัน ให้ครบตามกำหนด
ที่ประชุมศบค. เมื่อวันที่ 26 พ.ย.ที่ผ่านมา มีการพูดถึงการทบทวนการประเมินนักท่องเที่ยวเมื่อเดินทางมาถึงประเทศไทย และได้ประกาศ 16 ธ.ค. 64 จะมีการตรวจ โดยใช้ ATK แทนเทสแอนด์โก ด้วยเหตุผลที่ทางกระทรวงสาธารณสุขมีการประเมินสถาน การณ์และมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา จึงต้องขอให้ทุกคนติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดว่าจะคงตรวจ RT-PCR ไว้จนถึง 16 ธ.ค. 64 แต่จะเปลี่ยนเป็น ATK ตามมติศบค.หรือไม่นั้น ยังคงต้องติดตาม เพราะอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้
“วันเดียวกันนี้ ที่ประชุมศปก.ศบค.หารือเรื่องการดูแลนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้าประเทศไทยมาแล้ว โดยประชุมร่วมกับ 5 จังหวัดนำร่องท่องเที่ยว กทม. ระนอง สุราษฎร์ธานี กระบี่และภูเก็ต ร่วมประชุมออนไลน์ โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรายงานว่าโรงแรมหลายแห่งที่พบว่านักท่องเที่ยวเข้ามาแล้วยังไม่ทราบมาตรการป้องกัน โควิด-19 ของประเทศไทย บางส่วนทางโรงแรมพยายามชี้แจง และให้ความช่วยเหลือ เช่นขณะที่เข้าเช็กอิน ได้มอบหน้ากากอนามัยให้กับนักท่องเที่ยวไปด้วย ถือว่าโรงแรม SHA เป็นตัวแทนของประเทศไทยในการต้อนรับนักท่องเที่ยวที่ดี ที่ประชุมขอความร่วมมือเน้นย้ำไปยังหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง สถานประกอบการ ร้านอาหาร ร้านที่ให้บริการต่างๆ หากพบเห็นขอให้ช่วยแนะนำนักท่องเที่ยวเหล่านี้ และขอความร่วมมือจากนักท่องเที่ยว นอกจากนี้มีการเน้นย้ำไปยังกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงการต่างประเทศ ให้ประชาสัมพันธ์รายละเอียดมาตรการสาธารณสุขอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะจากประเทศต้นทาง ที่นักท่องเที่ยว ดำเนินการขอไทยแลนด์พลัส”
‘บิ๊กตู่’แนะอย่าวิตก‘โอไมครอน’
ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์กรณีการแพร่ระบาดโควิด-19 สายพันธุ์โอไมครอนว่า ได้เน้นย้ำไปแล้วว่าอย่าให้กลายเป็นเรื่องความวิตกจนเกินไป วันนี้เราเพิ่มมาตรการและมาตรฐาน ห้ามคนเข้า-ออกประเทศต้นทางที่มีการแพร่ระบาดอยู่แล้ว และเมื่อวันที่ 28 พ.ย. ได้สั่งการไป ซึ่งก็ได้ประกาศออกมาแล้ว อย่าไปกังวล
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวต่อว่า ขออย่างเดียวให้ฉีดวัคซีนให้ครบเร็วๆ ตอนนี้เรามีวัคซีนเพียงพอ รวมถึงวัคซีนทางเลือกที่ยังไม่ได้ฉีดกัน ก็ขอให้มาฉีดกับเรา ฉีดฟรีอยู่แล้ว ดีกว่าไปรอ ขอให้ไว้ใจก็แล้วกัน
ระงับไทยแลนด์พาส8ปท.แอฟริกา
ด้านนายธานี แสงรัตน์ อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์กรณีที่องค์การอนามัยโลกออกแถลงการณ์พบการระบาดของ โควิด-19 สายพันธุ์ใหม่ B.1.1.529 ในประเทศในแอฟริกา ว่า ศบค.กำหนดมาตรการในการเดินทางเข้าราชอาณาจักร สำหรับผู้ที่เดินทางมาจากประเทศในภูมิภาคดังกล่าวว่า ระบบ Thailand Pass จะระงับการลงทะเบียนชั่วคราวสำหรับผู้ที่เดินทางมาจาก 8 ประเทศ ได้แก่ 1.บอตสวานา 2.เอสวาตินี 3.เลโซโท 4.มาลาวี 5.โมซัมบิก 6.นามิเบีย 7.แอฟริกาใต้ และ 8.ซิมบับเว สําหรับบุคคลจาก 8 ประเทศ ที่ได้รับ QR code ของ Thailand Pass ไปแล้ว หากเดินทางถึงประเทศไทยก่อนวันที่ 1 ธ.ค.2564 จะต้องกักตัว 14 วัน โดยรับผิดชอบค่าใช้จ่ายเอง แต่หากมีกําหนดเดินทางถึงประเทศไทยตั้งแต่วันที่ 1 ธ.ค.2564 เป็นต้นไป จะไม่อนุญาตให้เดินทางเข้าประเทศไทย
ติดตามคน 8 ชาติข้ากักตัว
นพ.เฉวตสรร นามวาท ผอ.กองควบคุมโรค และภัยสุขภาพ ในภาวะฉุกเฉิน กรมควบคุมโรค กล่าวว่า ขณะนี้ได้ส่งรายชื่อนักท่องเที่ยว/ผู้เดินทางจาก 8 ประเทศในแอฟริกาใต้แจ้งไปยังเครือข่ายการควบคุมโรคระดับเขต เพื่อประสานว่ามีนักท่องเที่ยวที่อาจจะตรวจโรคในวันแรกที่มาถึง แล้วผลเป็นลบเดินทางไปสู่พื้นที่ใดหรือไม่ที่จะต้องติดตามให้กักตัว หรือหากมีการติดเชื้อเจอในผู้เดินทางก็ย้ำส่งตรวจแยกสายพันธุ์เพื่อให้รู้สถานการณ์ทันท่วงที
“แม้ปัจจุบันคลัสเตอร์ต่างๆ ที่เจออยู่บ้าง ภาพรวมจะมีแนวโน้มลดลง เช่น รวมกลุ่มงานบุญ งานศพ รับประทานอาหารด้วยกัน มีความเสี่ยงติดเชื้อได้ ขอให้การ์ดสูงไว้ก่อน เพื่อป้องกันสายพันธุ์เดลตาที่ระบาดในปัจจุบัน หรือวันใดที่โอไมครอนอาจกระจายไปหลายประเทศหรือมาถึงประเทศไทย มาตรการเหล่านี้จะเป็นความอุ่นใจที่เราใช้ได้ตลอดเวลา ข้อมูลการเฝ้าระวังเชื้อสายพันธุ์ใหม่ ประเทศไทยเรามีระบบที่เป็นมาตรฐานโลก มีการตรวจในจำนวนที่เพียงพอ และส่งไปสู่ศูนย์ข้อมูลสากลต่อเนื่อง ขอให้มั่นใจเรื่องระบบเฝ้าระวัง และขอให้ร่วมกันทั้งฉีดวัคซีนและมาตรการส่วนบุคคลจะทำให้พวกเราปลอดภัยไปด้วยกัน”
ยังไม่พบ‘โอไมครอน’ลามไทย
ที่กระทรวงสาธารณสุข นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ แถลงความคืบหน้าการติดตามเชื้อโควิด-19 กลายพันธุ์ว่าสายพันธุ์ที่น่าห่วงกังวลที่องค์การอนามัยโลกจัดชั้นไว้ เดิมมี 4 ตัวคือ อัลฟา เบตา แกมมา และเดลตา ซึ่งขณะนี้ทั่วโลกส่วนใหญ่เป็นเดลตา อย่างไรก็ตามสายพันธุ์โอไมครอนถูกจัดชั้นอย่างรวดเร็ว ขณะที่ระบบเฝ้าระวังสายพันธุ์ในประเทศไทย โดยกรมวิทยาศาสตร์ฯ ร่วมกับเครือข่ายทั่วประเทศ ตรวจรหัสพันธุกรรมมาตลอดแม้จะไม่มีการระบาด ซึ่งข้อมูลตั้งแต่เปิดประเทศวันที่ 1 พ.ย.64 เป็นต้นมา ตรวจ 75 ตัวอย่าง จากผู้ที่เดินทางเข้าประเทศ ทั้งที่มาจากสหรัฐอเมริกา จีน ฝรั่งเศส รัสเซีย กาตาร์ อังกฤษ รวมถึงเกาะมอริเชียส ในทวีปแอฟริกาด้านตะวันออก ตรวจเสร็จแล้ว 45 ตัวอย่าง ยังไม่พบสายพันธุ์โอไมครอน ยังพบเป็นสายพันธุ์เดลตา และเดลตาสายพันธุ์ย่อย ส่วนอีก 30 ตัวอย่าง อยู่ระหว่างรอผลตรวจวิเคราะห์อีก 1-2 วันนี้
นพ.ศุภกิจกล่าวต่อว่า ขณะที่ข้อมูลการตรวจหาสายพันธุกรรมไวรัสผู้เดินทางเข้าประเทศระบบไม่กักตัว (Test and go) ที่ให้ผลบวกในวันที่ 27 พ.ย.64 จำนวน 8 ราย จากโปแลนด์ รัสเซีย เนเธอร์แลนด์ เบลเยียม มองโกเลีย ไอร์แลนด์ และ สปป.ลาว ทั้งหมดยังเป็นสายพันธุ์เดลตาและสายพันธุ์ย่อย ยังไม่พบสายพันธุ์โอไมครอนเช่นกัน
“วันนี้ยังไม่พบสายพันธุ์โอไมครอนในประเทศไทย” นพ.ศุภกิจกล่าว
ยันพีซีอาร์ตรวจโอไมครอนได้
นพ.ศุภกิจกล่าวว่า ช่วง 2-3 วันที่ผ่านมามีข้อสงสัยเกี่ยวกับการตรวจอาร์ที-พีซีอาร์ (RT-PCR) ว่าไม่สามารถหาเชื้อโควิดสายพันธุ์โอไมครอนได้จริงหรือไม่ เนื่องจากสถาบันแห่งหนึ่งรายงานเกี่ยวกับเรื่องนี้ แต่ถ้าอ่านละเอียดก็พบว่าเขาไม่ได้บอกอย่างนั้น ต้องเรียนว่ากรมวิทยาศาสตร์ฯ พูดชัดมาตั้งแต่วันที่ 28 พ.ค.64 ว่าห้องปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์ (แล็บ) ที่ได้รับรองจากกรมวิทยาศาสตร์ฯ ถ้าจะยืนยันว่าตรวจหาเชื้อเป็นผลลบ ต้องตรวจมากกว่า 1 ยีน หรือถ้าตรวจ 1 ยีน แต่ต้องมากกว่า 1 ตำแหน่ง โดยจะต้องเป็นผลลบทั้งหมด ถึงจะยืนยันว่าไม่ติดเชื้อ
“ติช่า เดอะเฟซ”ติดโควิด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ติช่า กันติชา ชุมมะ หรือ ติช่า เดอะเฟซ นักแสดงและนางแบบชื่อดัง โพสต์อินสตาแกรม แจ้งข่าวว่า ตนเองติดเชื้อโควิด-19 พร้อมแจ้งไทม์ไลน์ โดยระบุว่า “I just want inform all of you that today just received pcr test result and I’m positive meaning I have Covid 19. I am at a hospitel and in good hands. Stay well stay safe
เนื่องจากวันที่ 25 พ.ย.ที่ผ่านมา ติช่า ไม่สบายจากอาการอาหารเป็นพิษ และ มีไข้ต่อเนื่อง เลยทำให้ ติช่าได้ตรวจ ATK วันที่ 27 พ.ย. ผลออกมา เป็นบวก พบว่ามีการติดเชื้อโควิด ทำให้ติช่าต้องเดินทางไปตรวจหาเชื้อ ด้วยวิธีการ PCR มาเมื่อเช้านี้ เพื่อยืนยันผลอีกครั้งและผลออกมาว่า ติช่าติดเชื้อโควิคและตอนนี้เข้ารักษาตัวใน hospitel เรียบร้อยแล้ว ค่ะ…
ชงปลดล็อกขายเหล้า26จว.สีฟ้า
ด้านนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวภายหลังการประชุมกับภาคเอกชนด้านการท่องเที่ยว และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ว่าการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)วันที่ 30 พ.ย.นี้ จะหารือกับ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย และนายสาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข เพื่อสอบถามถึงแนวทางการปลดล็อกการขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในพื้นที่ท่องเที่ยว โดยเฉพาะพื้นที่ที่ประกาศเป็นโซนสีฟ้าทั้ง 7 จังหวัด รวมทั้งในพื้นที่สีฟ้าในบางส่วนของ 19 จังหวัดทั่วประเทศ
“จากเดิมที่มีการกำหนดช่วงเวลาเอาไว้ว่า ห้ามขายตั้งแต่เวลาเวลา 14.00 – 17.00 น. เพื่อให้สามารถขายได้ตั้งแต่เวลา 11.00 – 24.00 น.ได้หรือไม่ เพราะไม่เข้าใจว่าการกำหนดเวลาขาย โดยมีช่วงห้ามขายเพื่ออะไร เหมือนกับโกหกตัวเอง เพราะคนที่ดื่มอยู่แล้วก็ซื้อตุนไว้ได้ เรื่องนี้จะไปคุยกับทางสาธารณสุขให้แน่ใจว่าจะปลดล็อกได้หรือไม่ และคุยกับมหาดไทยด้วย”
นายพิพัฒน์ กล่าวต่อว่า ส่วนเรื่องการปรับเปลี่ยนการตรวจหาเชื้อสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติตามมติของศบค. เดิมจะผ่อนปรนจากการตรวจแบบ RT-PCR เป็นตรวจแบบ ATK นั้น ตอนนี้คงต้องรอความชัดเจนของสาธารณสุขก่อนว่าจะทำอย่างไร หลังจากเกิดการระบาดของโควิด-19 สายพันธุ์ใหม่ขึ้น ขณะที่การจัดหาวัคซีนมาให้กับภาคการท่องเที่ยว ล่าสุดขอให้ภาคเอกชนจากสมาคมต่างๆ รวบรวมรายชื่อพนักงานที่ต้องการฉีดวัคซีนมาให้กระทรวงการท่องเที่ยวฯ หรือให้ทางสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดแต่ละจังหวัด โดยกระทรวงการท่องเที่ยวฯ จะประสานกระทรวงสาธารณสุขจัดวัคซีนลงไปฉีดให้
กทม.ขยายดื่มได้ถึง 5 ทุ่ม
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯ กทม. ลงนามในประกาศกรุงเทพมหานคร เรื่องสั่งปิดสถานที่เป็นการชั่วคราว ฉบับที่ 47 ภายหลังจากประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อ กทม. เมื่อวันที่ 26 พ.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งที่ประชุมมีมติผ่อนคลายมาตรการ ดังนี้ 1.ร้านอาหารสามารถให้บริการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในร้านได้ถึง 23.00 น. ตั้งแต่วันที่ 1 ธ.ค.64 2.สถานที่ตามประกาศก่อนหน้านี้ยังคงปิดตามเดิม จนถึง 31 ธ.ค.64 และ 3.สำหรับกิจกรรมการเล่นหรือแข่งขันที่ได้รับการผ่อนปรนตามประกาศของกระทรวงมหาดไทย สามารถผ่อนปรนได้ แต่ต้องขออนุญาตจากกระทรวงมหาดไทยและกระทรวงสาธารณสุขที่จะต้องมีการปฏิบัติตามมาตรการป้องกันควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019
อย่างไรก็ตาม ขอความร่วมมือประชาชนปฏิบัติตามมาตรการอย่างเคร่งครัด เพื่อให้ประชาชนปลอดภัย และป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่จะทำให้เศรษฐกิจเดินหน้าต่อไปได้
‘ผับ-บาร์’ลุ้นเยียวยา
วันเดียวกัน ที่กระทรวงแรงงาน นาย สุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน หารือร่วมกับตัวแทนสมาคม ชมรม เครือข่ายนักร้อง นักแสดง นักดนตรี และผู้ประกอบการสถานบันเทิง คลับ ผับ บาร์ที่ได้รับผลกระทบจากโควิดตามคำสั่งศบค.ว่า การเยียวยาแรงงานกลุ่มนี้มีแน่ โดยการเยียวยาอาจจะมีการนำเข้าสู่ระบบประกันสังคมตามมาตรา 40
ส่วนอัตราที่จะเยียวยานั้นยังไม่ได้พิจารณาตกผลึก ต้องรอดูจำนวนผู้ที่เข่าข่ายได้รับการเยียวยา ดังนั้นจึงมอบหมายให้ผู้แทนสถานประกอบกิจการสถานบันเทิงสรุปตัวเลขแรงงานกลุ่มนี้เพื่อนำเข้าประชุมกันอีกครั้งในวันที่ 3 ธ.ค.นี้ จากนั้นจึงจะนำเข้าหารือร่วมกับสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เพื่อขอจากงบประมาณเงินกู้ต่อไป เบื้องต้นคาดว่าแรงงานกลุ่มนี้มีประมาณหลักแสนคน
ขณะที่การเยียวยานายจ้างนั้นไม่มีปัญหาเนื่องจากก่อนหน้านี้กระทรวงแรงงานมีโครงการช่วยเหลือ SME โดยช่วยจ่ายค่าจ้างหัวละ 3,000 บาทอยู่แล้ว ส่วนเรื่องการพิจารณาให้เปิดดำเนินกิจการนั้น คาดว่าบางธุรกิจกลางคืนน่าจะมีบางประเภทคุยได้ มีทางออกได้ แต่ต้องไปชี้แจงเหตุผล