ฟันวินัยถึงขั้นไล่ออก
โชเฟอร์ผวา-ย้ายสาย

ส.ต.ต.ยิงรถเมล์โดนข้อหาหนัก พยายามฆ่า ผบก.น.4 สั่งลงโทษทางวินัยซ้ำถึงขั้นไล่ออก ขณะที่โชเฟอร์พร้อมกระเป๋ารถเมล์แฟนสาว รุดให้การวินาทีถูกยิงปืนใส่ ส.ต.ต.ขี่รถจจย.ปาดหน้า อ้างตรวจควันดำ ยันเดินหน้าเอาเรื่องให้ถึงที่สุด ผวาขอเปลี่ยนเส้นทางเดินรถแล้ว โฆษกบช.น.โต้ตำรวจนัดคู่กรณีมาไกล่เกลี่ยคดี จ่ายสินไหม ระบุผบช.น. สั่งการให้สน.บางชัน ทำคดีไปตามข้อเท็จจริง ให้ความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย ส.ต.ต.มือปืนอ้างทะเลาะกับแฟนเลยเครียด

จากกรณีตำรวจขี่รถจักรยานยนต์ ไล่ยิงรถเมล์ สาย 71 ในพื้นที่สน.บางชัน เหตุเกิดเมื่อวันที่ 30 พ.ย.ที่ผ่านมา เป็นข่าวฮือฮาในโลกออนไลน์

เมื่อวันที่ 2 ธ.ค. พล.ต.ต.พรชัย ขจรกลิ่น ผบก.น.4 กล่าวว่า หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบทะเบียนรถพบว่า ผู้ก่อเหตุคือ ส.ต.ต.กัมปนาท (สงวนนามสกุล) อายุ 28 ปี สังกัดกองบินตำรวจ โดยหลังก่อเหตุได้ 3 ชั่วโมง เจ้าตัวได้นำปืนแม็กกาซีนขนาด .22 มามอบให้ โดยเจ้าตัวยอมรับสารภาพ อ้างว่าเครียดทะเลาะกับแฟนมา แล้วมาเจอปัญหาบนท้องถนน จึงก่อเหตุขึ้น

เบื้องต้นตำรวจแจ้ง 3 ข้อหาคือ พยายามฆ่า พกพาปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต และยิงปืนในที่สาธารณะ ได้รายงานไปยังต้นสังกัดแล้วให้พิจารณาลงโทษทางวินัย ซึ่งโทษสูงสุดคือไล่ออก โดยพนักงานสอบสวนถือว่าผู้ต้องหามามอบตัวเอง ไม่มีพฤติการณ์หลบหนี จึงอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวไป

ขณะที่ทางนายกรวิชญ์ (ขอสงวนนามสกุล) ซึ่งเป็นพนักงานขับรถโดยสารประจำทาง สาย 71 และกระเป๋ารถเมล์สาย 71 ผู้เสียหาย ได้เดินทางมาให้การกับตำรวจสน.บางชัน โดยบอกว่าวันเกิดเหตุ พวกตนขับรถออกจากอู่ปกติ แล้วผู้ก่อเหตุขี่รถจักรยานยนต์มาปาดหน้า ถามว่ารถควันถูกกฎหมายไหม จึงให้ถามหัวหน้างาน มีการโต้เถียงกัน อีกฝ่ายก็ยิ้มแล้วพูดว่า ขับรถดีๆ นะ ก่อนหยิบปืนออกจากเบาะใต้รถ ทำท่าจะเดินขึ้นบนรถเมล์ ตนเห็นท่าไม่ดี จึงให้ ผู้โดยสารลงจากรถแล้วขับหนี อีกฝ่ายก็ขี่รถจักรยานยนต์ตาม จนมาถึงจุดเกิดเหตุ ก็ยิงปืนใส่ จนกระสุนไปโดนกระจกมองข้าง ก่อนแยกย้ายหลบหนี

ทางกระเป๋ารถเมล์เผยว่า เป็นห่วงโชเฟอร์ซึ่งเป็นแฟน จึงถ่ายคลิปเหตุการณ์และทะเบียนรถผู้ก่อเหตุไว้ เราพยายามหนีแล้ว แต่เขาก็ยังยิงใส่มา 1 นัด ส่วนเรื่องรถควันดำนั้น ต้องแจ้งว่าก่อนออกจากอู่ก็มีการตรวจสภาพรถเสมอ ความดำไม่เคยเกิน 4.0 ตามที่กฎหมายระบุ หลังเกิดเหตุก็มีคนโทร.มาขอเคลียร์จริง แต่พวกตนไม่ยอม ขอเดินหน้าเอาเรื่องถึงที่สุด ตอนนี้ได้เปลี่ยนเส้นทางเดินรถแล้ว เพราะกลัวไม่ปลอดภัย ยืนยันว่าอีกฝ่ายคือภัยสังคม

ขณะที่ พ.ต.อ.วสุ เชื่อพุทธ ผกก.สน.บางชัน กล่าวว่า จากการตรวจสอบเรื่องการไกล่เกลี่ยชดใช้เงินนั้น ไม่พบว่ามีการโทร.ไป อาจเป็นความเข้าใจผิด เป็นเรื่องการชดเชยค่าเสียหาย แต่ไม่ใช่การล้มคดี ตนยืนยันพร้อมให้ความเป็นธรรม และไม่มีการช่วยเหลือผู้ก่อเหตุที่เป็นตำรวจอย่างแน่นอน ทางเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานได้เข้าเก็บพยานหลักฐานรถเมล์ที่ถูกยิง โดยได้หาร่องรอยรูวิถีกระสุนที่ถูกยิงเข้าบริเวณกระจกมองข้างขวา ด้านคนขับจนกระจกแตก โดย เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานให้ข้อมูลว่าจุดที่โดนเป็นวัสดุชนิดไฟเบอร์ เมื่อโดนความร้อนแล้วหดได้ ซึ่งรูที่เกิดขึ้นจริงอาจใหญ่กว่าที่ปรากฏอยู่ แต่ที่แน่ชัดคือเป็นวัตถุที่มีความเร็ว ทะลุเข้าตัวกระจก ผ่านกระจกแตก แล้วไปโดนตัวรถ โดยจากร่องรอยยืนยันได้ว่าเป็นอาวุธปืนแน่นอน แต่ยังไม่ทราบชนิด

ด้านพล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก รองผบช.น. และโฆษกบช.น. กล่าวว่า เหตุเกิดที่ทางเบี่ยงหน้าห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง ขาเข้า โดยในชั้นสอบสวน ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา สำหรับความคืบหน้าทางคดีนั้น อยู่ระหว่างนัดหมายผู้เสียหายมาให้ปากคำ

ส่วนกรณีที่มีข่าวว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นัดคู่กรณีมาไกล่เกลี่ยและมีการจ่ายเงินสินไหมทดแทนให้กับผู้เสียหายไปแล้วนั้น พล.ต.ต. จิรสันต์กล่าวว่า บช.น. ได้ตรวจสอบแล้วไม่เป็นความจริง เนื่องจากทางพนักงานสอบสวนอยู่ในระหว่างการนัดหมายผู้เสียหาย มาสอบสวนปากคำเพิ่มเติมเพื่อยืนยันข้อเท็จจริงทางคดี คู่กรณีทั้งสองฝ่ายยังไม่ได้มาพบกันต่อหน้าพนักงานสอบสวน ทั้งนี้ พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผบช.น. ได้สั่งการให้ ผกก.สน.บางชัน กำชับให้พนักงานสอบสวนให้ดำเนินการเป็นไปอย่างยุติธรรมตามความจริงที่ปรากฏ และต้องให้ความเป็นธรรมกับคู่กรณีทั้งสองฝ่าย โดยให้รวบรวมพยานหลักฐานและดำเนินการไปตามอำนาจหน้าที่ต่อไป

ยิงรถเมล์ – จนท.ตรวจร่องรอยรถเมล์สาย 71 ถูกชายขี่จยย.ไล่ยิง ต่อมาส.ต.ต.กัมปนาท สังกัดกองบินตำรวจเข้ามอบตัว อ้างเครียดทะเลาะกับแฟน ถูกแจ้งข้อหาพยายามฆ่า ขณะที่โชเฟอร์และกระเป๋า (รูปเล็ก) เข้าให้การที่สน.บางชัน เมื่อวันที่ 2 ธ.ค.

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน