บินมาจากสเปน-ป่วยหนัก
ลุยเช็กแอฟริกันค้าพลอย
ทั่วเมืองจันท์แต่ไม่พบโควิด
สธ.ยัน ไม่ปกปิดผลตรวจชาวอเมริกัน ติดโอไมครอนหรือไม่ เตรียมแถลงผลตรวจวันนี้ ส่วนชาวแอฟริกัน เป็นเชื้อเดลตา ศบค.ชงเปิดด่าน ชายแดนไทย-มาเลย์ หลังไม่พบเชื้อโอไมครอน ส่วนรายที่พบในมาเลย์ยังไม่พบการแพร่เชื้อ ยอดโควิดใหม่ 4.7 พันราย ดับ 27 ราย เป็นผู้สูงอายุ มีโรคประจำตัวทั้งหมด ฉีดวัคซีนแล้ว 95.2 ล้านโดส คิดเป็น 68.2% เผย ‘บิ๊กตู่’ พอใจสถานการณ์ดีขึ้น วางเป้าไทยเป็น BioHub ของอาเซียน ตม.จันทบุรีระดมตรวจพ่อค้าพลอยจากแอฟริกา ยังไม่พบติดเชื้อ
ติดโควิดใหม่ 4.7 พันราย
เมื่อวันที่ 5 ธ.ค. ศูนย์บริหารสถานการณ์ โควิด-19 (ศบค.) รายงานสถานการณ์ โควิด-19 ประจำวันว่า วันนี้ประเทศไทยมี ผู้ติดเชื้อใหม่ 4,704 ราย สะสม 2,141,241 ราย หายป่วย 6,149 ราย สะสม 2,048,815 ราย เสียชีวิต 27 ราย สะสม 20,944 ราย อยู่ระหว่างการรักษา 71,482 ราย อยู่ในร.พ. 35,966 ราย ร.พ.สนามและอื่นๆ 35,516 ราย มีอาการหนัก 1,263 ราย และใส่เครื่องช่วยหายใจ 328 ราย ทั้งนี้ ผู้ติดเชื้อมาจากการติดเชื้อในประเทศ 4,649 ราย เรือนจำ 47 ราย และเดินทางมาจากต่างประเทศมี 8 ราย ได้แก่ สเปน อังกฤษ สหรัฐอเมริกา กาตาร์ สวิตเซอร์แลนด์ เมียนมา ประเทศละ 1 ราย และกัมพูชา 2 ราย โดยเข้าระบบ Test&Go 3 ราย ระบบกักตัว 4 ราย และเข้าด่านบก 1 ราย
ผู้เสียชีวิต 27 ราย มาจาก 20 จังหวัดได้แก่ ชลบุรี พระนครศรีอยุธยา จังหวัดละ 3 ราย, สุพรรณบุรี ชุมพร เชียงใหม่ จังหวัดละ 2 ราย และกทม. เพชรบุรี จันทบุรี กระบี่ ตรัง นครศรีธรรมราช ปัตตานี ภูเก็ต สงขลา แม่ฮ่องสอน กำแพงเพชร อุทัยธานี นครราชสีมา อุดรธานี และอุบลราชธานี จังหวัดละ 1 ราย โดยรวมภาคกลางและตะวันออกสูงสุด 10 ราย ผู้เสียชีวิตเป็นชาย 15 ราย หญิง 12 ราย อายุ 25-97 ปี ค่ากลางอายุ 77 ปี โดยเป็นผู้สูงอายุ 60 ปีและมีโรคประจำตัวรวมกัน 100%
สำหรับการฉีดวัคซีนวันที่ 4 ธ.ค. ฉีดเพิ่มขึ้น 730,201 โดส สะสม 95,261,358 โดส แบ่งเป็นเข็มแรก 49,129,722 ราย คิดเป็น 68.2% ของประชากร เข็มสอง 42,419,455 ราย คิดเป็น 58.9% ของประชากร และ เข็มสาม 3,712,181 ราย คิดเป็น 5.1% ของประชากร
9 จว.ติดเกิน 100 ราย
จังหวัดที่ติดเชื้อเกิน 100 รายมี 9 จังหวัด โดย 10 อันดับที่ติดเชื้อสูงสุดได้แก่ 1.กทม. 781 ราย สะสม 426,004 ราย 2.นครศรีธรรมราช 418 ราย สะสม 42,430 ราย 3.สงขลา 311 ราย สะสม 62,490 ราย 4.ปัตตานี 181 ราย สะสม 46,587 ราย 5.ชลบุรี 174 ราย สะสม 108,493 ราย 6.สมุทรปราการ 142 ราย สะสม 129,273 ราย 7.สุราษฎร์ธานี 136 ราย สะสม 26,371 ราย 8.เชียงใหม่ 134 ราย สะสม 27,041 ราย 9.ขอนแก่น 118 ราย สะสม 22,794 ราย และ 10.ยะลา 97 ราย สะสม 47,340 ราย
ขณะที่ติดเชื้อต่ำกว่า 20 ราย มี 27 จังหวัดได้แก่ ร้อยเอ็ด 17 ราย, หนองคาย 17 ราย, เชียงราย 16 ราย, เพชรบูรณ์ 16 ราย, นครนายก 15 ราย, ชัยนาท 12 ราย, สุรินทร์ 11 ราย, กำแพงเพชร 9 ราย, กาฬสินธุ์ 8 ราย, มุกดาหาร 8 ราย, ระนอง 8 ราย, อำนาจเจริญ 8 ราย, ชัยภูมิ 7 ราย, นครพนม 7 ราย, หนองบัวลำภู 7 ราย, พิจิตร 6 ราย, สกลนคร 6 ราย, พะเยา 5 ราย, อ่างทอง 5 ราย, มหาสารคาม 4 ราย, แพร่ 3 ราย, สมุทรสงคราม 3 ราย, สิงห์บุรี 2 ราย, อุตรดิตถ์ 2 ราย, ยโสธร 1 ราย, อุทัยธานี 1 ราย และสุโขทัย 0 ราย
ส่วนผู้เดินทางเข้าประเทศ วันที่ 1-4 ธ.ค. สะสม 26,689 คน ติดเชื้อ 32 คน คิดเป็น 0.12% ได้แก่ ระบบ Test&Go 23,181 คน ติดเชื้อ 16 คน คิดเป็น 0.07% แซนด์บ็อกซ์ 2,670 คน ติดเชื้อ 5 คน คิดเป็น 0.19% และกักตัว 838 คน ติดเชื้อ 11 คน คิดเป็น 1.31% (กักตัว 7 วัน 171 คน กักตัว 10 วัน 625 คน และกักตัว 14 วัน 42 คน) โดยเข้ามาผ่านท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ 19,515 คน ท่าอากาศยานดอนเมือง 182 คน ท่าอากาศยานภูเก็ต 6,529 คน ท่าอากาศยานสมุย 350 คน และท่าอากาศยานอื่นๆ 113 คน
‘บิ๊กตู่’ พอใจสถานการณ์ดีขึ้น
นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม พอใจที่ไทยควบคุมสถานการณ์โควิด-19 ในประเทศได้เป็นอย่างดี และกระทรวงสาธารณสุขยืนยันว่าการตรวจคัดกรองด้วย RT-PCR และติดตามผู้ที่เดินทางมาจากประเทศกลุ่มเสี่ยงสูง ยังไม่พบเชื้อโควิด-19 และสายพันธุ์โอไมครอน ถือว่าไทยยังคงมีความปลอดภัยจากโควิด-19 สายพันธุ์ โอไมครอน
นายธนกรกล่าวว่า สำหรับผู้ติดเชื้อใน วันนี้ 4,704 ราย เสียชีวิต 27 ราย รักษาตัวอยู่ 71,482 ราย แสดงให้เห็นถึงมาตรการการป้องกันโรคภายหลังการเปิดประเทศที่ดำเนินการในช่วงที่ผ่านมามีประสิทธิภาพและได้ผลเป็นอย่างดี ขณะที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ประเมินการแพร่ระบาดโควิด-19 สายพันธุ์โอไมครอนว่า ไม่กระทบต่อการท่องเที่ยวไทย นอกจากนั้น สถานเอกอัครราชทูตไทย กรุงเบอร์ลิน รายงานว่า เยอรมนีถอดไทยออกจากประเทศเสี่ยงสูงแล้ว ส่งผลให้ผู้เดินทางจากประเทศไทยไม่ต้องลงทะเบียนการเดินทางเข้าและไม่ต้องกักตัว โดยนายกฯ เน้นแนวทางบริหารสถานการณ์ให้เดินหน้าเศรษฐกิจ ควบคู่กับการป้องกันโควิด-19 อย่างเข้มงวด
นายกฯช่วยทุกอาชีพ
นายธนกรกล่าวว่า รัฐบาลและศบศ. มีมาตรการช่วยเหลือทุกอาชีพ โดยนายกฯ ย้ำว่าทุกอาชีพมีความสำคัญเท่ากัน เพราะมีส่วนช่วยขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจของประเทศ
“นายกฯ ย้ำว่าแม้สถานการณ์โควิด-19 ในไทยจะดีขึ้น ขอให้ประชาชนการ์ดอย่าตก ทุกคน ทุกสาขาอาชีพ ต้องร่วมใจสามัคคีช่วยกันรักษามาตรการป้องกันโรคตามมาตรการที่รัฐบาล ศบค. และสาธารณสุขได้กำหนดไว้อย่างเคร่งครัดทั้ง 4 แนวทาง คือ V-U-C-A ได้แก่ V-Vaccine การเร่งรัดฉีดวัคซีนให้ครอบคลุมอย่างน้อย 100 ล้านโดสในปีนี้ U-Universal Prevention ขอให้ประชาชนใช้มาตรการป้องกันตนเองสูงสุด ร้านค้าและสถานประกอบการ ยึดมาตรการ C-COVID Free Setting และ A-ATK ใช้ชุดตรวจคัดกรองเมื่อมีความเสี่ยง เชื่อว่าไทยจะสามารถสร้างพื้นที่ปลอดโควิด-19 ชะลอการแพร่ระบาดของไวรัสได้ทุกสายพันธุ์ เพื่อทุกคนกลับมาสามารถประกอบอาชีพของตนเองได้อีกครั้งด้วยความปลอดภัย” นายธนกรกล่าว
วางเป้าเป็น BioHub อาเซียน
นายธนกรกล่าวอีกว่า พล.อ.ประยุทธ์ สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งผลักดันให้เกิดการเชื่อมโยงระบบสาธารณสุขไทยกับประเทศต่างๆ และองค์การอนามัยโลกอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันโรคอุบัติใหม่ ที่อาจจะเกิดขึ้นได้อีกในอนาคต รวมถึงวางเป้าหมายและผลักดันไทยเป็น BioHub ของอาเซียน ตลอดจนร่วมแบ่งปันความรู้ และเทคโนโลยีที่เป็นประโยชน์กับนานาประเทศ
นายธนกรกล่าวว่า นายกฯ ประสงค์ที่จะต่อยอดความร่วมมือทางด้านสาธารณสุขจากบทบาทไทยในการเข้าร่วมประชุมสมัชชาอนามัยโลก สมัยพิเศษ เพื่อเดินหน้าผลักดันข้อตกลงระหว่างประเทศ ว่าด้วยการควบคุมโรคระบาด ณ นครเจนีวา สมาพันธรัฐสวิส ตลอดจนนายเทดรอส อัดฮานอม เกเบรเยซุส ผู้อำนวยการใหญ่องค์การอนามัยโลก (WHO) กล่าวสนับสนุนไทยในการเข้าเป็นสมาชิก WHO BioHub system ซึ่งเป็นเครือข่ายเชื่อมโยงความรู้ ข้อมูล เทคโนโลยี และผู้เชี่ยวชาญ ในการประเมินสถานการณ์อย่างทันท่วงทีต่อการจัดการโรคระบาด รวมถึงโรคโควิด-19
ใต้ยังไม่พบโอไมครอน
น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า จากกรณีมาเลเซียพบนักศึกษาที่เดินทางกลับจากแอฟริกาใต้ติดเชื้อโควิด-19 สายพันธุ์ โอไมครอน ทางการมาเลเซียแจ้งว่ายังไม่มีเหตุที่น่ากังวล เนื่องจากบุคคลดังกล่าวได้รับการกักตัวทันทีที่เดินทางถึงมาเลเซีย และได้ติดตามผู้สัมผัสใกล้ชิด และทำการตรวจหาเชื้อกับบุคคลที่มีความเสี่ยงแล้ว
น.ส.รัชดากล่าวว่า สถานการณ์ในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ ทางผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข เขตสุขภาพที่ 12 (สงขลา สตูล ตรัง พัทลุง ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส) รายงานว่า ขณะนี้ยังไม่พบสายพันธุ์โอไมครอน ขอให้ประชาชนอย่าตระหนก และกระทรวงสาธารณสุขมีระบบการตรวจหาเชื้อและส่งไปถอดรหัสพันธุกรรมหาสายพันธุ์ที่ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 12 สงขลา
โดยจะดำเนินการสุ่มตรวจใน 4 กรณีคือ 1.หากพบการลักลอบเข้ามาแล้วติดเชื้อ 2.สุ่มจากการติดเชื้อในคลัสเตอร์ชุมชน 3.กลุ่มบุคลากรทางการแพทย์ และ 4.ตรวจหาสายพันธุ์จากผู้ติดเชื้อที่เสียชีวิต โดยที่ผ่านมาได้มีการส่งตรวจหาสายพันธุ์ประมาณ 1,000 ตัวอย่างต่อเดือน
ชงเปิดด่านไทย-มาเลเซีย
น.ส.รัชดากล่าวว่า ส่วนข้อเรียกร้องของส.ส.จังหวัดชายแดนภาคใต้ ให้เปิดด่านชายแดนไทย-มาเลเซีย เบื้องต้น ศบค.ส่วนหน้าขอรับข้อเสนอดังกล่าวมาพิจารณา และในที่ประชุมศบค.ครั้งที่ผ่านมา ได้เห็นชอบหลักการในเบื้องต้นแล้ว โดยให้ศบค.ส่วนหน้าพิจารณาในรายละเอียดเพิ่มเติม ทั้งนี้ ศบค.ส่วนหน้าได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และจะหารือกันในสัปดาห์หน้านี้ เพื่อเสนอให้ศบค.ชุดใหญ่พิจารณาในการประชุมครั้งหน้า คาดว่าจะมีขึ้นใน 13 ธ.ค.นี้
จุรินทร์ชี้ไม่จำเป็นต้องปิดด่าน
นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ กล่าวถึงการพิจารณาปิดด่านการค้าตามแนวชายแดนไทย-มาเลเซีย หลังมาเลเซียพบการติดเชื้อโควิด-19 สายพันธุ์โอไมครอนว่า ปัจจุบันด่านการค้าระหว่างไทย-มาเลเซีย ทั้ง 9 ด่านได้เปิดทำการปกติแล้ว ซึ่งการเดินทางของบุคคลที่จะข้ามแดนยังคงต้องเป็นไปตามมาตรการกระทรวงสาธารณสุข และเชื่อว่าการเปิดด่านการค้าชายแดนไทย-มาเลเซียจะไม่กระทบต่อการแพร่ระบาด จึงไม่มีความจำเป็นต้องปิดด่าน เพราะมาตรการข้ามด่านมีความรัดกุมอยู่แล้ว เช่น การตรวจเชื้อผู้ขับขี่ เป็นต้น

ตรวจเข้ม – ตำรวจ ตม.จันทบุรีและเจ้าหน้าที่ สธ. ตรวจคัดกรองพ่อค้าอัญมณีจาก ทวีปแอฟริกาที่มีการแพร่ระบาดเชื้อโควิดสายพันธุ์ใหม่ ‘โอไมครอน’ แต่เบื้องต้นผลตรวจเป็นลบ ยังไม่พบการติดเชื้อ เมื่อวันที่ 5 ธ.ค.
จันท์ไม่พบต่างชาติติด
พ.ต.อ.เฉลิมชนม์ แหลมทอง ผกก.ตม.จว.จันทบุรี เปิดเผยว่าพล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. และผบช.สตม. ได้สั่งการให้ร่วมกับหน่วยงานอื่น เช่น กระทรวงการต่างประเทศ ศูนย์ปฏิบัติการของ ศบค. เฝ้าระวังเชื้อโควิดสายพันธุ์โอไมครอนอย่างใกล้ชิด ตนได้สั่งการให้ชุดปฏิบัติการสืบสวนสอบสวนคนต่างด้าวกลุ่มเสี่ยง โอไมครอนที่เข้ามาค้าขายพลอยอยู่ในเขตพื้นที่ของจ.จันทบุรี รวมทั้งติดตามตัวชาวต่างด้าวสัญชาติคองโกที่เดินทางมาจากแอฟริกาตามรายชื่อที่ได้รับมอบหมาย
ผลการตรวจสอบพบว่ามี 2 รายไม่ได้ พักที่จ.จันทบุรีแล้ว ปัจจุบันพักอาศัยที่ วิลลองเพลส ซอยเจริญกรุง 47 สี่พระยา บางรัก กรุงเทพฯ จากนั้นจึงเชิญตัวทั้ง 2 รายมาที่ร.พ.เทพธานินทร์ เพื่อตรวจหา เชื้อโควิด-19 ด้วยวิธี RT-PCR โดยผลเป็นลบทั้งหมด
ลุ้นผลตรวจชาวอเมริกัน
นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีพบชาวอเมริกันที่เดินทางมาจากประเทศ สเปน ป่วยด้วยโรคโควิด-19 และขณะนี้รักษาตัวที่สถาบันบำราศนราดูร โดยมีกระแสข่าวว่าติดเชื้อโควิด-19 สายพันธุ์ โอไมครอน ว่า ขณะนี้ยังรอผลการตรวจยืนยันว่าติดเชื้อสายพันธุ์ใด ยังไม่มีการยืนยันว่านักท่องเที่ยวรายนี้ติดโควิด-19 สายพันธุ์โอไมครอน และยังอยู่ในกระบวนการของการตรวจหาเชื้อ หากเจอว่าเป็นสายพันธุ์ใด จะรีบแจ้งให้ทราบในทันที ซึ่งจะมีการแถลงผลการตรวจเชื้ออย่างเป็นทางการในวันที่ 6 ธ.ค.นี้ เวลา 11.00 น. อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ผู้ป่วยรายดังกล่าวอยู่ในการดูแลของแพทย์แล้ว โดยหากพบว่าเป็นเชื้อสายพันธุ์โอไมครอน ก็จะทำการรักษาตามปกติ และในส่วนของแผนการรักษา ไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลง
นพ.ศุภกิจ กล่าวเพิ่มเติมว่า กระบวนการตรวจหาเชื้อโควิด-19 สายพันธุ์ โอไมครอน นั้น ต้องใช้เวลาการตรวจ เนื่องจากยัง ไม่มีน้ำยาตรวจเฉพาะเหมือนสายพันธุ์อื่น โดยจะใช้เทคนิคการตรวจหาตำแหน่งพันธุกรรมจากน้ำยาตรวจของอัลฟา และเบตาแทน หากให้ผลเป็นบวก สันนิษฐานว่าติดเชื้อโอไมครอน เนื่องจากตำแหน่งของรหัสพันธุกรรมบางตัวของอัลฟา และเบตามีตรงกับโอไมครอน จากนั้น จึงจะนำมาสู่กระบวนการด้วยหาพันธุกรรมทั้งตัวด้วย จีโมน ซึ่งต้องใช้เวลาในการตรวจยืนยัน และเมื่อพบก็จะรายงานผลให้ GISAID ด้วย ทุกขั้นตอนต้องใช้เวลา หากพบคนติดเชื้อ โอไมครอน กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ไม่ปกปิดแน่นอน ส่วนกรณีเคสพบชาว แอฟริกันป่วยและรักษาที่สถาบันบำราศนราดูรนั้น ผลการตรวจยืนยันว่า ติดเชื้อเดลตา
ขณะนี้ทั่วโลกเริ่มพบเชื้อโอไมครอน ก็มีความเป็นไปได้หากจะมีการพบเชื้อมากับ ผู้เดินทางเข้ามา แต่ทุกอย่างต้องมีการตรวจยืนยันให้แน่ใจก่อน และไม่อยากให้ประชาชนตื่นตระหนก เพราะกระบวนการป้องกันยังเหมือนกัน ทั้งสวมหน้ากากและรักษาระยะห่าง การล้างมือ และกระบวนการรักษาก็ยังเหมือนเดิม โดยวัคซีนยังเป็นกลไกสำคัญช่วยลดความรุนแรง
พิจิตรผ่อนคลายมาตรการ
นายชนก มากพันธุ์ พร้อมด้วยนายพยนต์ อัศวพิชยนต์ รองผวจ.พิจิตรเปิดเผยว่า ได้ร่วมประชุมกับคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดพิจิตร เพื่อกำหนดมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 โดยที่ประชุมมีมติผ่อนคลายมาตรการในพื้นที่ ดังนี้ สามารถจัดกิจกรรมที่มีการรวมกลุ่มของบุคคลที่มีจำนวนรวมกันได้ไม่เกิน 1,000 คน เว้นแต่การจัดงานตามประเพณีนิยมสามารถจัดกิจกรรมได้และต้องได้รับอนุญาตจากนายอำเภอ การจัดการแข่งขันกีฬาทุกประเภทสามารถจัดกิจกรรมได้ ร้านอาหารสามารถเปิดให้บริการได้ตามปกติ
นายชนกกล่าวอีกว่า นอกจากนี้ สถานที่เล่นสนุ้กเกอร์ สนามชนไก่ ที่ถูกต้องตามกฎหมาย ต้องยื่นคำขออนุญาตจากอำเภอก่อนเปิดดำเนินการและต้องปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโควิด-19 อย่างเคร่งครัด ในส่วนการเดินทางเข้าจังหวัดพิจิตรสามารถเดินทางเข้ามาได้โดยไม่ต้องกักตัว
นายชนกกล่าวอีกว่า สำหรับผู้ที่ยังไม่ได้รับวัคซีนป้องกันโควิด-19 ต้องรายงานตัวต่อกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ประธานชุมชน หรือ อสม. เพื่อจัดทำฐานข้อมูลของผู้เดินทางเข้าพื้นที่ ทั้งนี้ คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดพิจิตรเน้นย้ำให้ประชาชนปฏิบัติตนเองเพื่อป้องกันโควิด-19 สวมใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลา เว้นระยะห่าง ล้างมือบ่อยๆ ตามหลักการป้องกันโควิด-19 แบบครอบจักรวาล
ป่วยติดเตียงเดินได้หลังฉีดวัคซีน
ว่าที่ร.ท.บำรุง คำไว นายอำเภอเชียงม่วน จังหวัดพะเยา นายภูวนารถ ลิ้มประเสริฐ สาธารณสุขอำเภอเชียงม่วน และนายสุเมธี คำลือ นายกเทศมนตรีตำบลเชียงม่วน นายสกุลศักดิ์ บัวชุม กำนันตำบลบ้านมาง พร้อมด้วยหน่วยงานทุกภาคส่วน ได้เข้าเยี่ยมนายจันทร์ พูดดี อายุ 81 ปี ที่บ้านเลขที่ 183 หมู่ 2 ตำบลบ้านมาง อำเภอเชียงม่วน หลังทราบข่าวว่าเป็นผู้สูงอายุติดเตียง มีโรคประจำตัวเบาหวาน ความดันและโรครูมาตอยด์ หลังได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 เข็ม 1 วัคซีนซิโนแวค และเข็ม 2 แอสตร้าเซนเนก้า และสามารถที่จะเดินเองได้และช่วยเหลือตนเองได้ จนเป็นที่ประหลาดใจของคนในครอบครัวและเพื่อนบ้าน
นางจันทนา ทรายคำ ลูกสาวเล่าว่า เมื่อวันที่ 4 พ.ย.ที่ผ่านมาพ่อได้เข้าฉีดวัคซีนเข็ม 1 คือวัคซีนซิโนแวค ที่โรงพยาบาลเชียงม่วน โดยมีรถกู้ภัยใช้อุปกรณ์เปลนอนไปรับที่บ้าน ผ่านไป 10 วันรู้สึกว่าแขน ขา เริ่มมีแรงสามารถลุกจากเตียงนอนด้วยตนเองได้ รับประทานข้าวเองได้ เดินได้โดยใช้อุปกรณ์ช่วยเดิน 4 ขา และหลังจากนั้นได้มารับบริการฉีดวัคซีนป้องกันโรค โควิด-19 เข็ม 2 วันที่ 25 พ.ย. โดยเป็น วัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า ซึ่งพบว่าหลังจากฉีดสามารถเดินเองได้ ขึ้นลงบันได รับประทานข้าว เข้าห้องน้ำเองได้โดยใช้ไม้เท้าช่วยพยุง 3 ขา ปัจจุบันช่วยเหลือตนเองได้ สุขภาพจิตดีขึ้น ครอบครัวมีความสุข
ขณะที่ทางฝ่ายปกครองและเจ้าหน้าที่เข้าตรวจเยี่ยมพบว่านายจันทร์ พูดดี สามารถที่จะพูดคุยตอบโต้กับเจ้าหน้าที่อย่างมีความสุข และให้นายจันทร์ลุกเดินโชว์ จนเป็นที่แปลกใจของเจ้าหน้าที่และคนในครอบครัว ทั้งที่ที่ผ่านมานายจันทร์แทบที่จะไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้
หมอธีฯชี้ควรจับตา3ประเด็น
นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา ผู้อำนวยการศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว วิเคราะห์เกี่ยวกับเชื้อโควิด-19 สายพันธุ์โอไมครอน ระบุว่า โอไมครอน ชัดเจนว่า ติดง่ายติดเร็วกว่าทุกสายพันธุ์ คนที่ฉีดวัคซีนแม้ว่าจะเป็น pfizer moderna JJ ครบสูตร ติดเชื้อได้ใหม่ ประเด็นสำคัญที่ต้องจับตา
ก.คนที่ฉีดวัคซีนแล้วกลับติดได้ง่ายกว่าคนไม่ฉีดหรือไม่ เนื่องจากภูมิจากวัคซีน มีการพิสูจน์แล้วว่า มีภูมิชั่วร้ายที่ส่งเสริมให้มีการติดง่ายกว่าธรรมดา (antibody enhanced infectivity) จากการถ่างส่วนไวรัส ให้จับกระชับแนบแน่นกับตัวรับของมนุษย์ และจะเกิดในโอไมครอน เหมือนที่มีใน เดลตาหรือไม่ ? แต่ไม่ใช่ทุกคน ขึ้นกับใครมีภูมิชั่วร้ายนี้
ข.คนที่ฉีดวัคซีนไปแล้ว จะเกิดภูมิ เลวร้ายที่กระพือให้เกิดการอักเสบมากกว่าธรรมดาหรือไม่ antibody dependent enhancement แต่ไม่ใช่ทุกคน ขึ้นกับใครมีภูมิชั่วร้ายนี้ ค.และถ้าเกิดโอไมครอน ติดง่ายแพร่ง่าย แต่กระจอก ไม่รุนแรง
ดังนั้น จะกลายเป็นว่าฉีดวัคซีนบางคนได้รับ ผลกระทบไม่พึงประสงค์มากกว่าหรือไม่ และเป็นที่มาว่า ทำไมไม่ฉีดวัคซีนเข้าชั้นผิวหนังทั้งหมดทุกคน เพื่อความปลอดภัยสูงสุด และไม่ว่าจะเป็นโอ หรืออัลฟา เดลตา แกมมา จะฉีดวัคซีนก็ปลอดภัย ถ้าไม่มี 3 ก 3 ข และเรามีฟ้าทะลายโจร ไอเวอร์เมคติน ฟลูออกซิทีน ที่ยับยั้งอาการหนักได้ ถ้าติดและกินตั้งแต่ตอนแรก เท่านั้นก็จบ