โฆษกโต้แบ่งชนชั้น
‘นิพิฏฐ์’บุกยื่นลาปชป.
ผู้การ-ผู้กำกับแจงวุ่น
เรียก‘สาวอุดร’กดดัน

‘บิ๊กตู่’ฉุนโซเชี่ยลรุมอัด อ้างตีความผิด ปมแบ่งชนชั้นใช้ทางด่วน โวยลั่นถูกหาเรื่องทุกครั้ง ขณะที่โฆษกรัฐบาลซัดคนไม่หวังดีตัดตอนคลิปทำเข้าใจผิด ด้านเพื่อไทยซัด ‘บิ๊กตู่’ ไม่เคยคิดแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำ จี้ ‘อัศวิน’ลาออก เปิดทางเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. โพลชี้ชัชชาติยังนำโด่ง ‘บิ๊กป้อม’ ปัดตอบดันผู้ว่าฯ หมูป่าชิงสนามกทม. ปชป.นัดเคาะตัวคนลงชิงวันที่ 13 ธ.ค.นี้ ‘นิพิฏฐ์’บุกพรรคยื่นลาออกปชป.วันนี้ ลั่นรักพรรค แต่มีความอดทนต่ำ ด้านผู้การ-2 ผกก.แจงวุ่น ไม่มีตำรวจคุกคามสาวอุดรฯ ไล่นายกฯ ย้ำทำ ทุกอย่างภายใต้กฎหมาย แต่‘น้องหญิง’ ยันมีหลักฐาน ส.ส.เพื่อไทยออกโรงป้อง ลั่นพร้อมช่วยเหลือ

‘บิ๊กตู่’ ฉุนคนตีความคำพูดผิด

เมื่อเวลา 08.40 น. วันที่ 5 ธ.ค. ที่สนามหลวง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม เดินไปขึ้นรถ หลังเสร็จพิธีวางพานพุ่มและถวายบังคม เนื่องใน วันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตรวันชาติ และวันพ่อแห่งชาติ 5 ธันวาคม ผู้สื่อข่าวถามถึงกระแสโซเชี่ยลมีเดียวิจารณ์คำพูดของนายกฯ ในพิธีมอบโครงการบ้านเคหะสุขประชา ร่มเกล้า ที่ระบุถึงค่าทางด่วนว่า ให้ผู้มีรายได้ขึ้นทางด่วนส่วนผู้มีรายได้น้อยใช้ถนนด้านล่าง โดยมองเป็นการแบ่งแยกและตอกย้ำเรื่องความเหลื่อมล้ำระหว่างคนจนและคนรวย

โดยนายกฯ หันมาตอบด้วยน้ำเสียงเข้มว่า “คุณตีความอย่างนั้นได้อย่างไร เส้นทางถนนเส้นทางข้างล่าง ข้างเดียว การจราจรติดขัดไหม เขาก็มีการแยก นี่เขาเรียกว่าการเข้าถึงโอกาส คุณก็หาเรื่องทุกครั้ง ขี้เกียจพูด” ก่อนเดินทางกลับทันที

ยันคลิปนายกฯ ถูกตัดตอน

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวถึงคลิปคำกล่าว ของพล.อ.ประยุทธ์ ในพิธีส่งมอบสิทธิโครงการบ้านเคหะสุขประชาร่มเกล้า เผยแพร่ในสื่อต่างๆ และวิจารณ์ให้เกิดความเสียหายว่า คลิปดังกล่าวตัดบางช่วงบางตอนของคำกล่าวทั้งหมดที่มีความยาว 12 นาที ซึ่งในข้อเท็จจริง นายกฯ ต้องการยกตัวอย่างให้เห็นถึงความเท่าเทียม เข้าถึงโอกาสอย่างเสมอภาคในบริการ ของภาครัฐและสาธารณูปโภคพื้นฐาน ซึ่งเป็นเป้าหมายของรัฐบาลนี้ ไม่ได้หมายความว่า คนมี รายได้น้อยกว่าจะขึ้นทางด่วนไม่ได้ แต่ต้องการสื่อสารว่า ทุกคนมีทางเลือกในการเดินทางทั้งทางด่วนและทางปกติ

นายธนกร กล่าวว่า คลิปที่มีการเผยแพร่ในสื่อออนไลน์ มีข้อสังเกตว่าเกิดจาก ผู้ไม่หวังดีเลือกตัดมาและเขียนข้อความวิพากษ์วิจารณ์ ทำให้ผู้ที่ไม่ได้ติดตามข่าวหรือคำกล่าวทั้งหมดเข้าใจผิด ยืนยันว่า นายกฯ ไม่ได้มีเจตนาที่จะสื่อสารแบบที่นำเสนอ และพร้อมรับฟังความคิดเห็นของทุกฝ่ายเสมอ จึงอยากให้สังคมใช้วิจารณญาณในการเสพข่าวหรือข้อมูลในโลกออนไลน์ หากตีความหรือตัดสินใจอย่างรวดเร็ว โดยไม่ทราบถึงรายละเอียดทั้งหมด อาจเกิดความสับสนและไม่เป็นผลดี ขอให้เข้าใจความ มุ่งมั่นและตั้งใจของนายกฯ ทำงานเพื่อประเทศชาติและประชาชน

ปชป.แนะต้องคิดก่อนพูด

นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต ส.ส.นครศรี ธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า ได้ติดตามการให้สัมภาษณ์และการปาฐกถาของพล.อ. ประยุทธ์ มาตลอด พบว่ามีปัญหาเรื่องการสื่อสารและการใช้คำพูด ซึ่งคิดเร็วกว่าพูด ทำให้พูดไม่ทันสิ่งที่ตัวเองคิด บางครั้งพูดโดยไม่ได้คิด ทำให้ตีความคำพูดของท่านไปต่างๆ นานา ตนเคยเสนอแนะและติติงหลายครั้งแล้ว เพราะกลัวว่าพล.อ.ประยุทธ์ จะถูกข้อครหา ทำให้ขาดความเชื่อถือเรื่องคำพูด ซึ่งส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศ

นายเทพไท ระบุด้วยว่า การพูดถึงความเหลื่อมล้ำ ความเท่าเทียมกันของคนในชาติ พล.อ.ประยุทธ์สื่อสารจนสังคมตีความในทางลบหลายครั้ง ทำให้หลายคนสงสัยในทัศนคติ พื้นฐานความคิดหรือความเข้าใจถึงหลักความเท่าเทียม และความเป็นธรรม ต่อคนในชาติ คนระดับนายกฯ ต้องใช้ความระมัดระวังขั้นสูงสุด ต้องคิดทุกคำพูด ไม่ใช่พูดทุกคำคิด อยากให้พล.อ.ประยุทธ์ ไปศึกษาวิธีการให้สัมภาษณ์ของอดีตนายกฯ ที่มีความรอบคอบในการใช้คำพูด เช่น พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ นายชวน หลีกภัย หรือนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จะเห็นได้ชัดว่าบุคคลเหล่านี้ใช้คำพูดแบบระมัดระวัง สุขุมรอบคอบ ไม่มีช่องว่างให้ถูกวิจารณ์ หรือตีความไปในทางลบได้เลย

อัด‘ตู่’ – นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม และรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย แถลงความผิดพลาดของรัฐบาลในการจัดการโควิด และใช้เงินโครงการประกันราคาข้าวจำนวนมหาศาล รวมถึงปมนายกฯ พูดเรื่องใช้ทางด่วน ที่พรรคเพื่อไทย เมื่อวันที่ 5 ธ.ค.

พท.ขยี้‘บิ๊กตู่’ไม่คิดแก้เหลื่อมล้ำ

ที่พรรคเพื่อไทย นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม และรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงพล.อ.ประยุทธ์ ระบุให้คนรวยขึ้นทางด่วน ส่วนคนมี รายได้น้อยให้ใช้ทางธรรมดาว่า เป็นสไตล์การบริหารของนายกฯ ที่ไม่ได้แก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำในสังคม พูดแบบนี้ใครก็เป็นนายกฯ ได้ยิ่งตอกย้ำปัญหาความเหลื่อมล้ำ คนรวยในสมัยรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ ก็ยิ่งรวย ขณะที่คนต่างจังหวัดทุกวันนี้หมดศรัทธารัฐบาลชุดนี้แล้ว

นายยุทธพงศ์ กล่าวถึงนายเสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนัก นายกฯ กล่าวหานายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ เรื่องความจงรักภักดี สืบเนื่องจากนายทักษิณ ท้าให้เอาหลักฐานมากางว่า ตัวเองโอนเงินให้เครือข่ายล้มเจ้า โดยนายเสกสกล บอกอมพระมาพูดก็ไม่เชื่อว่า ขอเรียกร้องให้นายเสกสกล หยุดพูดใส่ร้ายคนอื่น ขอให้นึกถึงบุญคุณข้าวแดงแกงร้อนของนายทักษิณ และของพรรคเพื่อไทย แต่คนอย่างนายเสกสกล เป็นคนกลับไปกลับมา เมื่อก่อนอยู่ฝั่งเพื่อไทย วันนี้ไปอยู่ฝั่งพล.อ.ประยุทธ์ ต่อไปใครมาเป็นรัฐบาลก็ย้ายไปอีก เมื่อก่อนขึ้นเวทีคนเสื้อแดง วันนี้ไปอยู่ฝั่งทหาร คนแบบนี้ไม่มีจุดยืนทางการเมือง การพูดจาไม่น่าเชื่อถือ ขอให้ตักน้ำใส่กะโหลกดูตัวเองก่อนว่าพฤติกรรมเป็นอย่างไรก่อนกล่าวหาคนอื่น

จี้‘อัศวิน’ลาออกเปิดทางเลือกผู้ว่าฯ

นายยุทธพงศ์ กล่าวถึงการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ว่า หลังจากเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) และสมาชิกสภา อบต. ไปเมื่อวันที่ 28 พ.ย.ที่ผ่านมา ก็มีเสียงเรียกร้องให้เลือกตั้งผู้ว่า กทม. เพราะพล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯ กทม. มาจากคำสั่งมาตรา 44 และถึงขณะนี้อยู่ในตำแหน่งเกิน 5 ปีแล้ว ส่วนที่นายกฯ ระบุรอให้บ้านเมืองสงบก่อนถึงเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.นั้น ขอถามว่า ขณะนี้บ้านเมืองไม่สงบหรืออย่างไร เหตุใดจึงไม่ปล่อยให้มีการเลือกตั้ง

“ถ้านายกฯ จะเตะถ่วงก็เป็นเรื่องของท่าน แต่เพื่อความสง่างามและให้มีการเลือกตั้ง ผู้ว่าฯ กทม.โดยเร็ว ผมเรียกร้องให้ พล.ต.อ.อัศวิน ลาออกจากผู้ว่าฯ กทม. เลย เพื่อให้ตำแหน่งนี้ว่าง แล้วเกิดการเลือกตั้งใหม่ เพราะอยู่มาเกิน 5 ปีแล้ว และไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง กทม.มีปัญหาทั้งรถติดและน้ำท่วม กลับไม่มีผู้ว่าฯ ตัวจริงมาแก้ปัญหา หากพล.อ.อัศวิน ลาออก จะเป็นการเปิดโอกาสให้มีการเลือกตั้ง” นายยุทธพงศ์ กล่าว

บิ๊กป้อมปัดตอบดันผู้ว่าฯหมูป่า

ที่สนามหลวง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ปฏิเสธตอบคำถามกรณีมีกระแสข่าวนายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าฯ ปทุมธานี เตรียมจะลงสมัครผู้ว่าฯ กทม. ในนามพปชร. โดยรีบเดินไปขึ้นรถเดินทางกลับทันที

เสี่ยเฮ้งยังกั๊กส่ง ‘ณรงค์ศักดิ์’

ด้านนายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน ในฐานะกรรมการบริหาร พปชร. ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวดังกล่าวว่า เป็นเพียงกระแสข่าว ยังไม่ได้รับการยืนยันจากใครทั้งสิ้น ขณะนี้ในพรรคยังไม่มีการดำเนินการอะไร และต้องติดตามข่าวอย่างใกล้ชิดเพราะเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของการเลือกตั้ง ยังทำเวลาตัดสินใจว่าจะลงเลือกตั้งหรือไม่ลงเลือกตั้งในนามของใคร ของพวกนี้จะรู้อีกทีในวันสมัคร ระบบการเมืองเป็นแบบนี้ เช่น พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา อดีตผบ.ตร.ที่เปิดตัวเป็นตัวเต็งมาตลอด แต่สุดท้ายก็ถอย แม้จะลงพื้นที่ไปแล้ว เมื่อไม่ได้ก็ต้องถอน ไม่พร้อมวันนี้อาจจะพร้อมวันหน้า

เมื่อถามว่าโอกาสที่จะเสนอชื่อนาย ณรงค์ศักดิ์ มีมากน้อยแค่ไหน นายสุชาติ กล่าวว่า การเมืองไม่มีอะไรแน่นอน ต้องดูว่าสถานการณ์การเมืองวันนี้และวันข้างหน้าเป็นอย่างไร

เมื่อถามว่าเรื่องการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.จะนำเข้าพิจารณาในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในสัปดาห์หน้าหรือไม่ นายสุชาติ กล่าวว่า ไม่ทราบ ต้องถามเลขาธิการครม. ส่วนช่วงเวลาจัดเลือกตั้ง อาจเป็นปีหน้า ต้องดูสถานการณ์โควิด-19 สายพันธุ์ โอไมครอนประกอบด้วย และเรื่องนี้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะเสนอความพร้อมไปยังครม.เอง ซึ่งตนไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง

ปชป.นัดเคาะผู้สมัครชิงกทม.

ที่ชุมชนอุทัยรัตน์ เขตพญาไท นาย จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯ และรมว.พาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ในการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) ในวันที่ 13 ธ.ค.นี้ พรรคจะสรุปตัวบุคคลที่จะส่งให้ลงสมัครผู้ว่าฯ กทม. ในนามพรรค และไม่ขอ ก้าวล่วงพรรคอื่นๆ ว่า จะส่งใครเป็น ผู้สมัคร ทั้งในนามพรรค และอิสระ

นายจุรินทร์ยังยืนยันความพร้อมของการส่งผู้สมัครสมาชิกสภากรุงเทพ มหานคร (ส.ก.) ทั้ง 50 เขตว่า พรรคได้กำหนดผู้สมัครไว้ครบเรียบร้อยแล้ว รอเปิดตัวอย่างเป็นทางการ ซึ่งผู้สมัครของพรรคได้ลงพื้นที่ร่วมกับส.ส. และอดีตส.ส.ของพรรค ต่อเนื่องเช่นกัน

นิพิฏฐ์ยื่นลาออกปชป.วันนี้

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ อดีต ส.ส.พัทลุง และอดีตรองหัวหน้าปชป. ส่งข้อความผ่านไลน์กลุ่มส.ส.ภาคใต้ ปชป. ระบุว่า วันที่ 6 ธ.ค. จะไปยื่นใบลาออกจากสมาชิกพรรคแล้ว อยู่ในพรรคมา 29 ปี ไม่คิดว่าจะมีวันนี้ รักพรรคสุดหัวใจ ทุกคนเหมือนครอบครัวเดียวกัน ไม่ขอกล่าวถึงสาเหตุการออกจากพรรค เพราะไม่มีประโยชน์ พูดไปก็จะสร้างความเสียหายให้พรรคมากกว่า ตนมีความอดทนน้อยกว่าทุกท่าน

นายนิพิฏฐ์ ระบุต่อว่า การออกไปครั้งนี้ เป็นการออกไปทำสงครามครั้งสุดท้าย ตนอาจพ่ายแพ้ และจบชีวิตทางการเมืองตลอดกาล ตนไม่เรียกร้อง เชิญชวนพวกเราให้ออกตามไป เพราะรู้ว่าหนทางข้างหน้ามีอุปสรรคอีกเยอะ พวกเราอยู่ในที่ที่ปลอดภัยแล้ว ขอให้รักษาพรรคต่อไป

“หากจะขอพวกเรา ขออย่างเดียวคือ อย่าหาว่าผมไม่รักพรรค ผมอยู่ในพรรค ผมถูกฟ้อง ถูกแจ้งความดำเนินคดี 13 คดี ชนะคดีไปแล้ว 12 คดี เหลือคดีสุดท้าย เป็นคดีหมิ่นประมาท พนักงานสอบสวนสั่งฟ้อง ผมจะมอบตัวต่อพนักงานอัยการในวันที่ 14 ธ.ค.นี้ เป็นคดีที่ผมวิวาทะกับนายพานทองแท้ ชินวัตร เหตุเกิดปี 2556 ถือเป็นคดีสุดท้ายที่ผมทำให้พรรค ถือโอกาสนี้ กล่าวอำลาทุกท่าน และขอออกจากไลน์พรรค” นายนิพิฏฐ์ ระบุ

ทั้งนี้ ในวันที่ 6 ธ.ค. เวลา 16.00 น. นายนิพิฏฐ์จะไปยื่นหนังสือลาออกที่พรรค และเข้าอำลานายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎรด้วย

นิด้าโพลชี้‘ชัชชาติ’นำโด่ง

ศูนย์สำรวจความคิดเห็น นิด้าโพล สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เผยผลสำรวจ เรื่อง “อยากได้ใครเป็นผู้ว่าฯ กทม. ครั้งที่ 8” ระหว่างวันที่ 29 พ.ย.-1 ธ.ค. จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไปและมีสิทธิเลือกตั้งในกทม. จำนวน 1,318 หน่วยตัวอย่าง บุคคลที่ประชาชนเลือกให้เป็น ผู้ว่าฯ กทม. ร้อยละ 34.37 ระบุนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ร้อยละ 17.07 พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ร้อยละ 11.68 ยังไม่ตัดสินใจ ร้อยละ 6.37 ผู้สมัครจากคณะก้าวหน้า หรือพรรคก้าวไกล ร้อยละ 6.15 ผู้สมัครจากพรรคเพื่อไทย

ร้อยละ 5.54 น.ส.รสนา โตสิตระกูล ร้อยละ 4.86 นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ร้อยละ 3.03 ผู้สมัครจากพรรคประชาธิปัตย์ ร้อยละ 2.88 ไม่เลือกใคร (โหวตโน) ร้อยละ 2.66 ผู้สมัครจากพรรคพลังประชารัฐ ร้อยละ 2.20 ระบุจะไม่ไปลงคะแนนเลือกตั้ง ร้อยละ 1.37 ผู้สมัครจากพรรคกล้า ร้อยละ 1.21 นายสกลธี ภัททิยกุล ร้อยละ 0.61 ระบุว่า อื่นๆ ได้แก่ ผู้สมัครจากพรรคไทยสร้างไทย ผู้สมัครจากพรรคไทยภักดี และผู้สมัครจากพรรคเสรีรวมไทย

วิเชียรชี้สูตรปาร์ตี้ลิสต์ยึดตาม ม.90

นายวิเชียร ชวลิต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ในฐานะประธานคณะทำงานเตรียมการจัดทำร่างพ.ร.ป.ที่เกี่ยวข้อง เพื่อรองรับรัฐธรรมนูญ (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 83 และมาตรา 91) ให้สัมภาษณ์กรณีนายโกวิทย์ พวงงาม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังท้องถิ่นไท ระบุถึงข้อยุติร่วมในประเด็นของการแก้ไขร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. และ พ.ร.ป.พรรคการเมือง ของพรรคร่วมรัฐบาลว่า ไม่ใช่ข้อสรุป ที่นายโกวิทย์พูดเป็นเพียงความเห็นของเขา และรายละเอียดไม่ได้เป็นแบบที่นายโกวิทย์ อธิบายทั้งหมด ซึ่งการแก้ไขกฎหมายลูก 2 ฉบับนั้นได้ตกลงหลักการกันหมดแล้ว แต่รายละเอียดของตัวร่างต้องให้คณะทำงานมาตรวจเพื่อความสมบูรณ์อีกที

เมื่อถามว่าร่างของพรรคร่วม มีสูตรการ คำนวณส.ส.แบบปัดเศษ ใช่หรือไม่ นายวิเชียร กล่าวว่า ดูตามรัฐธรรมนูญมาตรา 90 บังคับไว้ว่า ให้คำนวณสัดส่วนโดยตรงจำนวนส.ส.บัญชีรายชื่อ คือ เอาคะแนนรวมบัตรดีของทุกพรรค มารวมกันและหาร ด้วยส.ส.บัญชีรายชื่อ 100 คน จะได้เป็นสัดส่วนที่จะเอาไปหารกับคะแนนของพรรคและได้เท่าไร ก็จะเป็นจำนวน ส.ส.บัญชีรายชื่อที่พรรคนั้นได้ เมื่อรวมกันทุกพรรคแล้วยังไม่ถึง 100 คน จะไปดูว่ามีเศษของพรรคใดมากที่สุดก็ให้ตามลำดับ สมมติว่าพิจารณาเรียงลำดับถึง 3 พรรคครบ 100 คนแล้วก็เป็นไปตามนั้น ส่วนเรื่องส่งส.ส.เขต สามารถส่งส.ส.บัญชี รายชื่อได้ เป็นเรื่องที่ต้องเขียนอยู่แล้ว ไม่ได้แก้หลักการของเดิม

เล็งส่งปธ.สภาก่อนปีใหม่

เมื่อถามว่าร่างของพรรคร่วมเน้นให้แฟร์กับทุกพรรคใช่หรือไม่ นายวิเชียร กล่าวว่า เราดูตามหลักเกณฑ์ ผลของการแปลความหมายจากรัฐธรรมนูญเป็นอย่างไร เราก็ต้องบัญญัติให้เป็นไปตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด ส่วนประเด็นจะไปเอื้อใครเพื่อช่วยเหลือใคร เราไม่ได้พิจารณา แต่เราพิจารณาตามความหมายของรัฐธรรมนูญที่บัญญัติไว้

ทั้งนี้ ร่างของพรรคร่วมคาดว่าจะสรุปเสร็จเร็วๆ นี้ ตอนนี้เหลือแค่ดูรายละเอียดและตรวจสอบร่วมกัน โดยจะเสนอให้นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภาได้ก่อนปีใหม่

แถลงโต้ – พล.ต.ต.พิษณุ อุณหเสรี ผบก.ภ.อุดรธานี พร้อมพ.ต.อ.จักรภพ ศรีจันทะ ผกก.สภ.บ้านดุง และพ.ต.อ.วิทยากรณ์ ษมากรวิทิต ผกก.สภ.ดงเย็น แถลงข่าวยืนยันตำรวจไม่เคยเรียกสาวที่ไล่นายกฯเกษียณ มาทำประวัติปรับทัศนคติที่บก.ภ.อุดรธานี เมื่อวันที่ 5 ธ.ค.

ผู้การอุดร-2 ผกก.แถลงยัน

เมื่อเวลา 10.00 น. ที่ห้องประชุมฉัตรไพฑูรย์ กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอุดรธานี พล.ต.ต.พิษณุ อุณหเสรี ผบก.ภว.จ.อุดรธานี พร้อมด้วย พ.ต.อ.จักรภพ ศรีจันทะ ผกก.สภ.บ้านดุง พ.ต.อ.วิทยากรณ์ ษมากรวิทิต ผกก.สภ.ดงเย็น ร่วมกันชี้แจง ข้อเท็จจริง กรณีหญิงสาวรายหนึ่งวัย 28 ปี ชาวบ้านอ.บ้านดุง จ.อุดรธานี ตะโกนวิจารณ์พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ว่าอยากให้มาเป็นนายกฯ แล้วพัฒนาเยอะๆ หากพัฒนาไม่ได้ก็ขอให้นายกฯ เกษียณไปเร็วๆ ขณะลงพื้นที่ที่คำชะโนด อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี เมื่อวันที่ 1 ธ.ค.ที่ผ่านมา และตำรวจถูกพาดพิงในข่าวว่าไปเรียกตัวมาที่โรงพัก เพื่อทำประวัติหรือปรับทัศนคติ

พล.ต.ต.พิษณุ กล่าวว่า กรณีมีสื่อนำเสนอข่าวว่า น้องผู้หญิงได้ถูกตำรวจโทร.มาขอทำประวัติที่บ้าน จากการตรวจสอบแล้วยืนยันว่าไม่ได้นำตัวผู้หญิงคนดังกล่าวมาที่สภ.บ้านดุง หรือสภ.ดงเย็น เพื่อทำประวัติหรือเรียกมาปรับทัศนคติ ยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ้านดุง ทุกนายทำตาม กรอบอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายเท่านั้น

ลั่นไม่มีตร.คุกคาม‘น้องหญิง’

พล.ต.ต.พิษณุ กล่าวว่า ส่วนที่ผู้เสียหายอ้างว่ามีเจ้าหน้าที่โทรศัพท์ติดต่อไปนั้น กรณีนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ทราบจริงๆ ยืนยันว่าการปฏิบัติการของตำรวจ กระทำภายใต้กรอบกฎหมาย เราจะไม่ทำการใดๆ ที่เป็นการล่วงละเมิดหรือคุกคามประชาชนที่มีการแสดงออกอย่างถูกต้องเหมาะสม กรณีดังกล่าวก็เช่นกัน หากรู้สึกไม่มีความปลอดภัย ให้แจ้งไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจ เรายินดีให้การช่วยเหลือปกป้องดูแลประชาชนเป็นอย่างดี ขอให้น้องมีความสบายใจได้ว่าจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เรามีสิทธิแสดงออกและเรามีสิทธิได้รับการปกป้องดูแลเช่นเดียวกับประชาชนทุกคน

ขณะที่ พ.ต.อ.จักรภพ และพ.ต.อ. วิทยากรณ์ ต่างกล่าวยืนยันไม่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจจาก สภ.บ้านดุงและสภ.ดงเย็น ไปนำตัวน้องผู้หญิงคนที่คุยกับนายกฯ มาทำประวัติที่โรงพัก หรือเรียกมาปรับทัศนคติ และเจ้าหน้าที่ตำรวจจะทำตามภายใต้กฎหมายเท่านั้น

ส.ส.พท.ลั่นพร้อมช่วยสาวอุดรฯ

นายศราวุธ เพชรพนมพร ส.ส.อุดรธานี พรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซระบุถึงกรณี ดังกล่าวว่า “พูดในฐานะคนอุดรฯ ฟังคลิปนี้แล้ว ไม่เห็นมีตรงไหนเข้าข่ายที่จะทำให้ เจ้าหน้าที่ตำรวจเรียกน้องคนนี้ไปให้ปากคำหรือบันทึกประวัติ น้ำเสียง คำพูด แถมยังลงท้ายด้วยคำว่านะคะ ถ้าตำรวจทำงาน แบบนี้ ผมฝากถึงตำรวจคนที่ทำ คนที่สั่งการว่าพล.อ.ประยุทธ์ อยู่อีกไม่นาน ส่วนคุณอีกกี่ปีเกษียณ ตนไม่ทราบ แต่คุณจะเป็นศัตรูกับผมและคนอุดรฯส่วนมากตลอดไป ฝากถึงน้องด้วย ใครรู้จักน้องฝากบอกด้วย ถ้าต้องการความช่วยเหลืออะไร ผมยินดี ทุกเรื่อง และขอเบอร์โทร.ตำรวจคนที่โทร.หาด้วย save น้องหญิง”

เผยมีหลักฐานเรียกไปทำประวัติ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรณีที่มีตำรวจโทร.มาหาน้องหญิงนั้น มีหลักฐานว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.บ้านดุงได้เรียกหญิงสาวคน ดังกล่าวไปทำประวัติจริง

ทอ.เผยนกขนาดใหญ่บินชนF5ตก

พล.อ.ต.ประภาส สอนใจดี โฆษกกองทัพอากาศ กล่าวถึงความคืบหน้าเครื่องบินขับไล่แบบที่ 18 (F-5) สังกัดฝูงบิน 211 กองบิน 21 ประสบอุบัติเหตุ ขณะปฏิบัติภารกิจการบินยุทธวิธีประยุกต์ ที่สนามฝึกใช้อาวุธทางอากาศชัยบาดาล จ.ลพบุรี ว่า วันนี้ นาวาอากาศโท สุทธิเมศ อ่วมมา นักบินรู้สึกตัวดีและได้สื่อสารกับภรรยา เขียนหนังสือบอกถึงสาเหตุที่ต้องสละเครื่อง

เนื่องจากมีวัตถุแข็ง ชนบริเวณฝาครอบหน้าห้องนักบินด้านหน้าแตก คาดว่าน่าจะเป็นนกที่มีขนาดใหญ่ แล้วมีเลือดสาดเข้ามาในห้องนักบิน และกระทบเข้าที่หน้าของตนเอง จึงรีบดึงเครื่องบินหลบออกจากแหล่งชุมชน และเครื่องบินไม่สามารถควบคุมได้ เพราะด้วยความเร็วของเครื่องบิน บวกกับความแรงของลมที่มีความเร็วถึง 400 นอต หรือ 800 กิโลเมตร/ช.ม. จึงรีบดีดตัวออกมาจากเครื่องบิน อย่างไรก็ตาม ทางทีมนิรภัยการบินยังคงเข้าไปตรวจสอบถึงอุบัติเหตุอีกครั้ง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน