‘บิ๊กป้อม’ ขึ้นเหนือลุยตรวจ-แก้ปัญหาหมอกควันไฟป่า ฝุ่นพีเอ็ม 2.5 หลังภัยหนาว อากาศกดทับ ทำให้ค่าฝุ่นพิษเพิ่มสูงขึ้น รมต.ท็อปชี้ อากาศเปลี่ยน เกิดฤดูฝุ่นแล้ว กรมควบคุมมลพิษรายงาน ที่เมืองพิษณุโลก และพิจิตร เกินค่ามาตรฐาน ส่วนภาคอีสานและตะวันออกอยู่ในเกณฑ์ดีมาก ขณะที่ภาคกลาง ที่มหาชัย และสมุทรสงคราม พุ่งสูงเช่นกัน ด้านนักท่องเที่ยวแห่ขึ้นดอย อินทนนท์ช่วงวันหยุดยาว 1-5 ธ.ค. กว่า 2 หมื่นคน คาดช่วงวันส่งท้ายปีเก่าต้อนรับ ปีใหม่ มีวันหยุดต่อเนื่องแห่เที่ยวนับหมื่นคน
เมื่อวันที่ 7 ธ.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ก่อนประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงสถานการณ์หมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน (พีเอ็ม 2.5) ในช่วงฤดูหนาวว่า ประชุมไปแล้ว และสัปดาห์นี้ นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) จะเดินทางไปติดตามสถานการณ์ที่ภาคเหนือ และตนก็จะตามไปด้วย เมื่อถามว่าต้องสั่งการอะไรเป็นพิเศษหรือ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ไม่ต้องดำเนินอะไร แต่ให้เข้มงวดกับประชาชนในเรื่องการเผา
ด้านนายวราวุธกล่าวถึงสถานการณ์ฝุ่น พีเอ็ม 2.5 ที่หนาแน่นในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ว่า ตามข้อมูลของแอพพลิเคชั่น Air4Thai กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ทส. วันเดียวกัน มีบางพื้นที่ค่าฝุ่นพีเอ็ม 2.5 เริ่มสูงขึ้น แต่ยังไม่อยู่ในระดับที่เฝ้าระวังอันตราย ซึ่งประมาณวันที่ 11-12 ธ.ค. สถานการณ์อากาศอาจกดทับมากขึ้น ทำให้ปริมาณฝุ่นพีเอ็ม 2.5 ในกทม.และพื้นที่ใกล้เคียงอาจสะสมมากขึ้น จึงขอฝากประชาชนให้เตรียมตัวระมัดระวัง แต่ทั้งนี้อาจเป็นเพียง 1-2 วัน คาดว่าในวันที่ 13 ธ.ค. เมื่อมีลมเข้ามาสถานการณ์จะกลับสู่ปกติ
“สถานการณ์เปลี่ยนไป ฝุ่นพีเอ็ม 2.5 ถือเป็นอีกหนึ่งฤดูฝุ่นที่จะเข้ามา ซึ่งเป็นสิ่งที่ ทส. ทำงานใกล้ชิดกับทุกหน่วยงาน ทั้งกรมอุตุนิยมวิทยา เพื่อบอกสภาพอากาศที่จะเกิดขึ้นในอนาคต” นายวราวุธกล่าว
ส่วนที่ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดลำปาง นายสิธิชัย จินดาหลวง ผวจ.ลำปาง เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นพีเอ็ม 2.5 โดยมีหัวหน้าส่วนราชการหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม โดยจะใช้โมเดลดอยพระบาท ในการแก้ไขปัญหาและเข้มข้นมากขึ้น เพื่อแก้ไขปัญหาไฟป่าให้เบ็ดเสร็จ รวมไปถึงการเอกซเรย์ พื้นที่ดอยพระบาท บริหารจัดการสถานการณ์ไฟป่า จากนั้น ผวจ.เป็นประธานพิธีเปิดกิจกรรม คิกออฟ รณรงค์ประชาสัมพันธ์การแก้ไขปัญหาไฟป่า และหมอกควัน จังหวัดลำปาง ปี 2565 ที่สนามหน้าศาลากลางจังหวัด
เวลา 07.00 น. วันเดียวกัน ศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ คพ. รายงานการติดตามตรวจสอบคุณภาพอากาศ กทม.และปริมณฑล ตรวจวัดค่าได้ระหว่าง 19-59 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (มคก./ลบ.ม.) พบฝุ่นพีเอ็ม 2.5 เกินค่ามาตรฐาน 2 พื้นที่ คือ บริเวณริมถนนมาเจริญ เพชรเกษม 81 เขตหนองแขม 55 มคก./ลบ.ม. และ ต.มหาชัย อ.เมือง จ.สมุทรสาคร 52 มคก./ลบ.ม.
ขณะที่ภาคเหนือ ตรวจวัดค่าได้ระหว่าง 21-60 มคก./ลบ.ม.เกินค่ามาตรฐาน 2 พื้นที่ คือ ต.ในเมือง จ.พิษณุโลก 60 มคก./ลบ.ม. ต.ท่าหลวง อ.เมือง จ.พิจิตร 55 มคก./ลบ.ม. ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาพรวมอยู่ในเกณฑ์ดี ตรวจวัดได้ 23-49 มคก./ลบ.ม. ภาคกลางและตะวันตก ตรวจวัดได้ 19-59 มคก./ลบ.ม. เกินค่ามาตรฐาน 1 พื้นที่ คือ ต.ลาดใหญ่ อ.เมือง จ.สมุทรสงคราม 59 มคก./ลบ.ม. ส่วนภาคตะวันออก ภาพรวมอยู่ในเกณฑ์ดีมาก ตรวจวัดได้ 17-36 มคก./ลบ.ม. ภาคใต้ ภาพรวมอยู่ในเกณฑ์ดีมาก ตรวจวัดได้ 11-18 มคก./ลบ.ม.
ทั้งนี้ ศูนย์แบบจำลองคุณภาพอากาศ และภูมิศาสตร์สารสนเทศ คพ. คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นพีเอ็ม 2.5 ในพื้นที่กทม.และปริมณฑล 1 วันข้างหน้า คุณภาพอากาศเริ่มมีผลต่อสุขภาพ และคาดการณ์ 7 วันข้างหน้านั้น วันที่ 11-12 ธ.ค. จะมีแนวโน้มค่าฝุ่นพีเอ็ม 2.5 สูงขึ้น และจะมีแนวโน้มลดลงใน วันที่ 13 ธ.ค.
ด้านศูนย์ประสานงานและแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศของกทม. สรุปผลการตรวจวัดพีเอ็ม 2.5 3 ชั่วโมง เวลา 10.00-12.00 น.) ตรวจวัดได้ 24-56 มคก./ลบ.ม. ค่าเฉลี่ยของกรุงเทพมหานคร 37.7 มคก./ลบ.ม. มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นและอยู่ในระดับเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ 2 พื้นที่ คือ เขตหนองแขม และเขตคลองสามวา
วันเดียวกัน พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯ กทม. โพสต์เฟซบุ๊กผ่านเพจ ผู้ว่าฯ อัศวิน ว่า กทม.ได้กำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้มงวดการควบคุมการปล่อยมลพิษทางอากาศในพื้นที่ และรณรงค์ให้ประชาชนช่วยกันลดการปล่อยมลพิษทางอากาศ เช่น งดเผาเศษวัสดุทางการเกษตรในพื้นที่เพาะปลูก งดการเผาในที่โล่ง รวมถึงการควบคุมแหล่งกำเนิดและกิจกรรมที่ทำให้เกิดมลพิษ และฉีดล้างถนนและใบไม้เพื่อดักจับฝุ่นละออง เพื่อลดโอกาสการเกิดฝุ่นพีเอ็ม 2.5
ส่วนบรรยากาศการท่องเที่ยวในฤดูหนาว นายเกรียงไกร ไชยวิเศษ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ หนึ่งใน 5 อำเภอนำร่องเปิดการเที่ยวสถิติ นักท่องเที่ยว กล่าวว่า หลังจากสภาพอากาศหนาวเย็นต่อเนื่อง ส่งผลให้จำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะช่วงวันหยุดยาว เนื่องในวันพ่อแห่งชาติ มีสถิติของจำนวน นักท่องเที่ยวได้เดินทางเข้ามาตั้งแต่วันที่ 1-5 ธ.ค. ยอดรวมนักท่องเที่ยวทั้งหมด จำนวน 20,560 คน
อากาศเช้าวันนี้อุณหภูมิที่ยอดดอยอินทนนท์ และจุดเช็กอินยอดฮิต กิ่วแม่ปาน วัดได้ 5 องศาเซลเซียสเท่ากัน ส่วนที่ทำการอุทยานฯ ก.ม. 31 วัดได้ 8 องศา คงเลขตัวเดียวตลอดทั้งวัน ยอดนักท่องเที่ยวสะสมจากเมื่อวานนี้ คนไทย 4,892 คน คนต่างชาติ 124 คน รวม 5,016 คน คาดในช่วงวันส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ มีวันหยุดต่อเนื่องจะมีปริมาณนักท่องเที่ยวมากขึ้นนับหมื่นคน