ก้าวไกลฉะ-มติอัปยศ
สภาไม่ปลดอาวุธคสช.
ไอเดียตู่-แนะเลี้ยงไก่
รมต.สหรัฐงดมาไทย
สภาตีตกร่างกฎหมายปลดอาวุธยกเลิกคำสั่งคสช.ทั้ง 2 ฉบับพรรคก้าวไกลซัดมติอัปยศ ‘ไอลอว์’ ปลุกกระแส อย่าเลือกนักการเมืองที่คว่ำกฎหมายฉบับนี้ กลับมาเป็นผู้แทนฯ อีก ‘สุชาติ’ ชิงปิดประชุม หนีสภาล่มซ้ำซาก ‘บิ๊กตู่’ ลงพื้นที่ชายแดนภาคใต้ เสนอไอเดียอีก แนะชาวบ้านเลี้ยงไก่ อ้อนขอกำลังใจ ร่วมแก้ปัญหาไปด้วยกัน บัวแก้วยกเลิกคิว รมว.ต่างประเทศสหรัฐพบนายกฯ หลังมีนักข่าวร่วมคณะติดโควิด ‘ป้อม’ โยนกรรมการบริหารพรรค พปชร. เฟ้นหาผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.ใหม่ หลัง ‘ผู้ว่าหมูป่า’ ขาดคุณสมบัติ ลั่นพร้อมสนับสนุนคนดีทำงานกับรัฐบาล ‘ดร.เอ้’ แจงปมหลานไอน์สไตน์
‘บิ๊กตู่’ลุย2จว.ชายแดนใต้-รปภ.เข้ม
เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 15 ธ.ค. ที่ ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน.6) ดอนเมือง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม พร้อมคณะรัฐมนตรี(ครม.) อาทิ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ ที่ปรึกษานายกฯ พล.อ.สุพจน์ มาลานิยม เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช.) นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ออกเดินทางไปยังท่าอากาศยานทหารกองบิน 56 ต.โคกม่วง อ.คลองหอยโข่ง จ.สงขลา เพื่อปฏิบัติภารกิจในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่จ.ยะลา และปัตตานี
ขณะที่เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทั้งฝ่ายความมั่นคงและฝ่ายปกครองในพื้นที่จัดเตรียมความพร้อมด้านสถานที่ โดยใช้มาตรการการรักษาความปลอดภัยชั้นสูงสุด พร้อมซักซ้อมขบวนรถ โดยมีตำรวจ ทหาร และอส. อำนวยความสะดวกและดูแลความปลอดภัย โดยก่อนหน้านี้ พล.ต.เกรียงไกร ศรีรักษ์ แม่ทัพภาคที่ 4 และส่วนที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่เตรียมความพร้อมการติดตามงานด้านการพัฒนาและความมั่นคงในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ของนายกฯ เพื่อซักซ้อมและเตรียมความพร้อมในทุกขั้นตอน

เยี่ยมกลุ่มอาชีพ – พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เยี่ยมชมผลิตภัณฑ์และให้กำลังใจกลุ่มวิสาหกิจชุมชนที่ผ่านการฝึกอาชีพจากกระทรวงแรงงาน สร้างโอกาสการมีงานทำ สร้างสันติสุขชายแดนใต้ โดยมีนายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน ร่วมต้อนรับ ที่ศูนย์ราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ จ.ยะลา เมื่อวันที่ 15 ธ.ค.
แนะทุกครัวเรือนเลี้ยงไก่
เวลา 10.00 น. ที่อาคาร ศอบต. ต.สะเตง อ.เมือง จ.ยะลา พล.อ.ประยุทธ์ ได้ตรวจติดตามงานด้านความมั่นคง กล่าวทักทายประชาชนที่มาต้อนรับว่า อัสซะลามุอะลัยกุม ขอให้สันติเกิดขึ้นกับทุกคน วันนี้มาด้วยความคิดถึงชาวใต้ และได้ติดตามการดำเนินการต่างๆ มาโดยตลอด เพราะเป็นพื้นที่ที่มีความอ่อนไหว ทั้งความมั่นคง เศรษฐกิจ สำหรับสถิติความรุนแรงที่เคยเกิดขึ้นค่อนข้างลดลงแต่ยอมรับว่ายังมีอยู่ ตราบใดที่ขบวนการเหล่านี้ยังไม่ยกเลิกหรือหมดไป จึงต้องช่วยกันระมัดระวัง แจ้งเตือน
รัฐบาลพยายามแก้ไขปัญหาในหลายๆเรื่อง ทั้งความยากจน หนี้ครัวเรือน หนี้นอกระบบ ซึ่งเป็นปัญหาที่เกิดกับคนทุกประเภทตราบใดที่เรายังมีรายได้น้อย เราต้องคิดและหาวิธีว่าทำอย่างไรจะมีรายได้ที่เพียงพอ ยอมรับว่าเป็นสิ่งที่ตนกังวล ซึ่งต้องคิดและทำกันใหม่ ดังนั้นนโยบายต่อไปนี้การใช้จ่ายงบประมาณของภาครัฐจะต้องคุ้มค่าต้องมีตัวชี้วัดชัดเจน โครงการใดที่ไม่มีประโยชน์ให้เอามาทำโครงการที่มีประโยชน์ อย่างเช่นเรื่องการอบรมก็ทำกันมาเยอะแล้ว ต้องดูว่าอบรมแล้วไปทำประโยชน์จริงหรือเปล่า ถ้าไม่ทำก็อย่าไปอบรมกันเลยเอาเงินตรงนั้นไปสร้างให้เขาเลยดีกว่า เพราะเสียทั้งประโยชน์และเวลา
“ทำอย่างไรจะลดรายจ่ายให้เขาได้ ไม่ต้องไปซื้อพืช ซื้อผัก ซื้อไก่ วันนี้ ถ้าทุกครัวเรือนเลี้ยงไก่สัก 2 ตัว อย่าเพิ่งฆ่ามันก่อน ให้มันโต ให้มันไข่ก่อน ค่อยๆ ดูแลตัวเองอย่างนี้ ค่าใช้จ่ายจะน้อยลง ถ้าเราซื้อทุกอย่างเลยไม่ได้ เป็นไปตามที่ในหลวง รัชกาลที่ 9 ที่ท่านทรงรับสั่งไว้เรื่องความพอเพียง” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
ปลุกร่วมสู้-ขอกำลังใจแก้ปัญหา
ช่วงท้าย พล.อ.ประยุทธ์ ถอนหายใจพร้อมกล่าวว่า วันนี้เหนื่อย เหนื่อยอย่างอื่นด้วยเพราะมีหลายเรื่อง ประเทศไทยมีคน 70 ล้าน 70 ล้านน้ำใจ 70 ล้านความคิด ตนมีหน้าที่ทำให้กว่า 70 ล้านคนร่วมมือกันไปอย่างไร ใครที่ยังไม่ร่วมมือคิดตามกันได้หรือไม่ หลายเรื่องทำยากที่สุด ถ้าทำง่ายจบไปหลายรัฐบาลแล้ว แต่เราก็ทำไปเยอะแล้วในการปูพื้นฐาน ทำมาตลอด 2 รัฐบาลที่ตนอยู่ตรงนี้ไม่เคยหยุดคิด ไม่เคยหยุดทำ ถ้าทำมาก่อนหน้านั้นเยอะตนคงไม่ต้องทำมากตอนนี้ แต่โทษใครไม่ได้
“ขอให้ทุกคนมีความฝันร่วมกัน ฝันดี ฝันในสิ่งที่ดีๆ ถ้าเจอหน้าทะเลาะกันมันไม่น่ารัก โกรธไปก็เท่านั้น เจอหน้าก็ฮึ่มๆ ใส่กัน มีความฝันร่วมกันกับผมกันด้วย มีอะไรก็บอกกัน มีอะไรก็ส่งข่าวถึงนายกฯ ได้ ถ้ามีอะไรไม่ชอบมาพากลเขียนจดหมายถึงได้” พล.อ. ประยุทธ์กล่าว
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวทิ้งท้ายว่า “การแก้ปัญหาความมั่นคงในพื้นที่ ผมพยายามมาหลายปีและจะพยายามต่อไป ขอเพียงความเข้าใจ กำลังใจ นายกฯ ต้องการกำลังใจเพียงเท่านั้น จนอะไรเราก็แก้ได้แต่ถ้าจนใจมันแก้ไม่ได้ เราต้องสู้ ขอให้พี่น้องภาคใต้ต้องสู้ เราต้องยกระดับภาคใต้ให้ได้โดยเร็ว ผมดีใจที่ได้มาพบพี่น้องภาคใต้ โอกาสข้างหน้าจะลงไปทุกพื้นที่เพื่อได้เจอกับตัวจริง”
บุกปัตตานี-เจอกลุ่มป่วน
ต่อจากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ เดินทางมายังศูนย์เรียนรู้การเพาะเลี้ยงปูทะเล บ้านโต๊ะโสม ต.บางปู อ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี แต่ก่อนคณะจะไปถึง เจ้าหน้าที่กำลังผสมในพื้นที่จ.ปัตตานีเข้าตรวจสอบ เหตุพบวัตถุต้องสงสัยบริเวณริมถนนหมายเลข 42 นราธิวาส-ปัตตานี ในพื้นที่ บ้านโต๊ะโสม ม.1 ต.บางปู อ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี 3 จุด จากการตรวจสอบของ เจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด ฉก.อโณทัย เป็นเพียงขวดน้ำพลาสติกพันด้วยสก็อตเทป สีน้ำตาล ไม่ตรวจพบวัตถุระเบิด เจ้าหน้าที่เชื่อว่าเป็นความพยายามจะสร้างสถานการณ์ป่วนรายวันจากกลุ่มก่อความไม่สงบในพื้นที่
เวลา 14.30 น. ที่ศูนย์เรียนรู้การเพาะเลี้ยงปูทะเล พล.อ.ประยุทธ์ พบปะสมาชิกกลุ่มเลี้ยงปูทะเลและประชาชนที่เชื่อมโยงกลุ่มอาชีพเลี้ยงปูทะเลไปยังอาชีพอื่น และกล่าวว่า วันนี้ที่มาตรวจก็พอใจที่ทุกกระทรวงทำให้พื้นที่ภาคใต้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น แต่ยังไม่เป็นที่น่าพอใจในใจของนายกฯ เพราะต้องดีกว่านี้อีก เราว่างเว้นการพัฒนามานานมากจากสถานการณ์ความไม่สงบและอะไรต่างๆ วันนี้ทุกอย่างดีขึ้น จึงต้องหันมาร่วมมือกันใหม่คิดกันใหม่ว่าจะทำอย่างไรให้ดีขึ้นทำให้เศรษฐกิจดีขึ้น เราต้องรักกันให้มั่นและจับมือกันเดินไปข้างหน้า นำพาไปพร้อมกับรัฐบาล ถ้าทุกคนไม่ร่วมมือกับตนและรัฐบาล มันก็ ช้าไปตั้งแต่วันนี้ เราช้ากันไม่ได้อีกแล้ว ตนใจร้อนด้วย อยากให้มันเสร็จ

คุยกับปู – พล.อ.ประยุทธ์จันทร์โอชา นายกฯพร้อมนายสุชาติชมกลิ่น รมว.แรงงานพบปะสมาชิกกลุ่มเลี้ยงปูทะเลที่ศูนย์เรียนรู้การเพาะเลี้ยงปูทะเลบ้านโต๊ะโสม อ.ยะหริ่งจ.ปัตตานีเมื่อ 15 ธ.ค.
คุยกับปู‘ให้อยู่ดีมีสุข’
จากนั้นพล.อ.ประยุทธ์ เยี่ยมชมนิทรรศการการเลี้ยงปูทะเลและการเชื่อมโยงกลุ่มอาชีพเลี้ยงปูทะเลไปยังอาชีพอื่น โดยช่วงหนึ่ง นายกฯ จับปูดำโชว์ พร้อมกล่าวว่า “ปูน็อกกันไปหมดแล้วเพราะเสียงของฉัน เดี๋ยวต้องไปดูปูซักหน่อย” ก่อนจะโชว์ฝีมือการผัดปู ผงกะหรี่ โดยระบุว่า การทำเมนูดังกล่าวควรต้องใช้ไฟแรงเพื่อให้ปูสลบหน่อย พร้อมชมว่าหอม และกระเซ้านายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน ว่า “ให้ระวังรมว.แรงงานหน่อยเพราะชอบกินปู” ก่อนระบุว่า แม้ไม่ถนัดงานทำอาหารแต่ก็ต้องทำงานได้ ชาวบ้านทำได้เราก็ต้องทำได้ มันน่ากินจริงๆ น่ากิน ขออุทิศส่วนกุศล ชาติหน้าขอให้เกิดเป็นมนุษย์นะ
หลังจากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ ลงไปที่โป๊ะเพื่อปล่อยปู และมีเกษตรกรนำปูที่เลี้ยงในกระชังและในคอนโดมาให้นายกฯ ดู ผู้สื่อข่าวขอให้นายกฯ จับปูโชว์ นายกฯ จับโชว์พร้อมคุยกับปูว่า “อยู่ดีมีสุขนะลูกนะ โอ้โห ตัวใหญ่จริงๆ เลย ปูลุงตู่ตัวโตเท่านี้ สวัสดีนะลูก” ก่อนคืนปูสู่คอนโดเพื่อนำไปเลี้ยงต่อ และกล่าวว่า “วันนี้มีความสุขนะ สวัสดีทุกๆ คน สวัสดีปูทุกตัวด้วยนะ”‘
ระหว่างพล.อ.ประยุทธ์ทำพิธีปล่อยปู โป๊ะที่ยืนอยู่ได้ยุบตัวลงเนื่องจากคนลงไปจำนวนมาก ทีมงานบางส่วนจึงรีบออกมา ก่อนถ่ายภาพเป็นที่ระลึก และพล.อ.ประยุทธ์กล่าวอีกว่า เห็นรอยยิ้มทุกคนแล้วมีความสุขแม้ไม่สำเร็จ 100 เปอร์เซ็นต์ แต่ยืนยันว่าตราบใดที่ยังเป็นนายกฯ อยู่จะทำให้ดีที่สุด เมื่อรายได้ดีขึ้นทุกอย่างก็จะดีขึ้น เพราะรายได้จากฐานรากถือเป็นสิ่งสำคัญ ทุกวันนี้มันต่ำมาก นายกฯ ไม่สบายใจกับตัวเลขตรงนี้ จึงต้อง ตั้งคณะกรรมการแก้ปัญหาความยากจนภายในครัวเรือนขึ้นมา
เมื่อเสร็จสิ้นภารกิจ พล.อ.ประยุทธ์ เดินทางกลับกรุงเทพฯ
ยกเลิกคิวรมว.กต.สหรัฐเข้าพบ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันที่ 16 ธ.ค. เวลา 12.40 น. นายแอนโทนี บลิงเคน รมว.ต่างประเทศสหรัฐ จะเข้าเยี่ยมคารวะพล.อ.ประยุทธ์ ในโอกาสเยือนไทยอย่างเป็นทางการ ในฐานะแขกของกระทรวงการต่างประเทศ ที่ทำเนียบรัฐบาล
ขณะที่ เจ้าหน้าที่ฝ่ายที่เกี่ยวข้องและกระทรวงการต่างประเทศ มีการหารือและเตรียมการอย่างละเอียด หลังมีข่าวเผยแพร่ว่า กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ โดยนายเน็ต ไพรซ์ โฆษกกระทรวง ระบุว่า ผู้สื่อข่าวที่ร่วมคณะของนายแอนโทนี ที่เดินทางไปร่วมประชุมจี 7 ในอังกฤษ ต่อด้วยการเดินทางเยือนประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และจะเดินทางมาถึงไทยในคืนวันที่ 15 ธ.ค. ถูกตรวจพบว่าติดโควิด-19 โดยนักข่าว 1 ใน 12 คนที่ร่วมคณะ มีผลการตรวจหาเชื้อเป็นบวกในมาเลเซีย เมื่อวันที่ 15 ธ.ค. และถูกกักตัวอยู่ที่มาเลเซียแต่นักข่าวคนอื่นๆ รวมถึงนายบลิงเคน และเจ้าหน้าที่อาวุโสที่ร่วมคณะ ไม่มีใครที่มีผลตรวจเป็นบวก
อย่างไรก็ตาม ช่วงค่ำวันเดียวกัน ได้มีการแจ้งยกเลิกกำหนดการของรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ ที่จะเข้าพบ พล.อ.ประยุทธ์ ซึ่งมีรายงานว่าเครื่องบินของคณะนายบลิงเคน จะบินตรงมาที่ประเทศไทยเพื่อแวะเติมน้ำมันอย่างดียว และจะบินออกจากประเทศไทยทันที โดยคณะทั้งหมด จะไม่มีใครลงจากเครื่องบินตามมาตรการป้องกันโควิด-19
เฟซบุ๊กของสถานทูตสหรัฐประจำประเทศไทยโพสต์ข้อความว่า นายบลิงเคน แสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อนายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.ต่างประเทศของไทย ว่าจะไม่สามารถเยือนกรุงเทพฯ ได้ในสัปดาห์นี้ เพื่อลดความเสี่ยงของการแพร่ระบาดของโควิด-19 นายบลิงเคนจะเดินทางกลับกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ด้วยความระมัดระวังอย่างยิ่ง พร้อมเชิญรมว.ต่างประเทศของไทยเยือนกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. โดยเร็วที่สุด และตั้งตารอที่จะเยือนประเทศไทยโดยเร็วที่สุดเช่นกัน รัฐมนตรีทั้งสองชาติยืนยันว่าจะใช้การนัดหมายที่จะมาถึงนี้เพื่อกระชับความเป็นพันธมิตรสหรัฐ-ไทยให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น
‘บิ๊กป้อม’โยนกก.บห.เฟ้นชิงกทม.
ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีพล.อ.ประยุทธ์ ระบุว่าจะให้มีการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ในช่วงกลางปี 2565 ว่า เป็นเวลาโดยประมาณ ยังไม่ได้กำหนดเวลาที่แน่ชัดออกมา จะเป็นเมื่อไหร่ก็ได้ แต่ไม่เกินกรอบเวลาดังกล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า พรรคพลังประชารัฐจะชัดเจนเมื่อไหร่ว่าจะส่งหรือไม่ส่งผู้สมัคร หลังผู้ว่าหมูป่าขาดคุณสมบัติ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ให้กรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) พิจารณา เนื่องจากมีคนแสดงความประสงค์หลายคน ต่อข้อถามว่า ก่อนหน้านี้เคยบอกว่า พรรคจะไม่ส่งผู้สมัคร แต่ทำไมตอนนี้จะพิจารณาตัวว่าที่ผู้สมัคร พล.อ. ประวิตร กล่าวว่า “ไม่ใช่ส่ง แต่จะสนับสนุนใครที่เป็นคนดี มาทำงานร่วมกับรัฐบาล ใครก็ได้ ไม่ใช่ว่าเราจะส่ง”
ผู้สื่อข่าวถามว่า นิยามผู้ว่าฯ กทม. ว่าควรเป็นอย่างไร พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ต้องเป็นคนดี มีวิสัยทัศน์ในการทำงาน และทำงานด้วยความโปร่งใส ทำให้ประชาชนได้อยู่ดี กินดี เมื่อถามว่า ในส่วนของพรรคพลังประชารัฐได้ทำโพลวัดความนิยมของพรรคหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ไม่ได้ทำเลย เรื่องโพลถามผู้สื่อข่าวก็รู้
หัวหน้าภาคยันพปชร.ส่งแน่
นายจักรพันธ์ พรนิมิตร ส.ส.กทม หัวหน้าภาคกทม. พรรคพลังประชารัฐ ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวว่าพรรคจะไม่ส่งผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.ว่า ยืนยันว่าไม่เป็นความจริง เมื่อวันที่ 14 ธ.ค.ที่ผ่านมา ในการประชุมกก.บห. ตนได้รายงานความคืบหน้าการจัดทำร่างนโยบาย การส่งผู้สมัคร ส.ก.ทั้ง 50 เขตในนามพรรค และการคัดสรรผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.ของพรรค ซึ่งกก.บห.รับทราบความคืบหน้า
“กก.บห.ยังให้ข้อสังเกตว่าในส่วนการคัดสรรผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.ขอให้คณะทำงานภาค กทม.ใช้เวลาพิจารณาผู้สมัครที่ดีที่สุด ก่อนเสนอมายังกก.บห.เพื่อพิจารณาในขั้นตอนสุดท้าย และยังไม่ช้าเกินไปที่จะเปิดตัว ใน วันที่ 20 ธ.ค.นี้ ตนได้เชิญว่าที่ผู้สมัคร ส.ก.ทั้ง 50 เขต ซึ่งขณะนี้ขาดอีกเพียง 4-5 เขต หารือเพื่อแจ้งมติอย่างเป็นทางการเพื่อจะได้เดินหน้าทำงานในพื้นที่ต่อไป” นายจักรพันธ์ กล่าว
‘อัศวิน’อุบลงสมัครหรือไม่
ที่ศาลาว่าการกทม. พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯกทม. ให้สัมภาษณ์ถึงการลงสมัครเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ว่า ตอนนี้ยังไม่มีพรรคไหนติดต่อมา และหากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประกาศจัดการเลือกตั้ง เมื่อใด จึงจะตัดสินใจเมื่อนั้น และจะตัดสินใจด้วยว่าจะลงร่วมกับพรรคการเมือง หรือลงในนามอิสระ ซึ่งต้องรอให้ กกต.ประกาศเลือกตั้งให้ชัดเจนก่อน ขณะนี้ขอทำงานให้ดีที่สุดก่อน
“ดีนะที่ขณะนี้มีผู้สมัครจำนวนมาก พี่น้องประชาชนจะได้มีทางเลือกว่าเขาชอบใคร ผมอยากให้ลงทุกพรรคเลย 20-30 คนก็ดี ประชาชนจะได้มีตัวเลือก แต่ตอนนี้ขอทำงานให้ดีที่สุดก่อน” พล.ต.อ.อัศวิน กล่าว
ก.ก.ฉะ‘ตู่’หวังยืดอายุตัวเอง
นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส.ส.กทม. โฆษกพรรคก้าวไกล (ก.ก.) ให้สัมภาษณ์กรณี พล.อ.ประยุทธ์ ระบุว่าจะให้มีการเลือกตั้ง ผู้ว่าฯ กทม.ช่วงกลางปี 2565 ว่า ถ้าหากมองการเมืองระดับชาติพ่วงไปด้วย สมัยประชุมของสภาจะหมด ก.พ.2565 แล้วจะเปิดสมัยประชุมอีกครั้งช่วงพ.ค.2565 ซึ่งพล.อ. ประยุทธ์ ต้องถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจอีกรอบ การอภิปรายไม่ไว้วางใจรอบที่แล้วก็เป็นไปอย่างทุลักทุเล มีการหลอกใช้และหักหลังรัฐมนตรีหลายคน รวมถึงการแบ่งกลุ่มภายในพรรคพลังประชารัฐ ซึ่งเป็นการทิ้งไพ่ใบสุดท้ายไปแล้ว ดังนั้น การอภิปรายไม่ไว้วางใจรอบหน้า พล.อ.ประยุทธ์ จะสิ้นไร้ไม้ตอก และไม่มีอะไรจะไปต่อกรกับพรรคฝ่ายค้าน
“สรุปคือในเดือนพ.ค.2565 ที่จะมีการประชุมสภารอบหน้าจะมีเรื่องการอภิปรายไม่ไว้วางใจ จึงต้องยื้อเวลาทุกพรรค สิ่งที่รัฐบาลทำได้คือการบอกว่าจะให้เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ช่วงเม.ย. หรือพ.ค. เพื่อทำให้พรรคฝ่ายค้านและพรรคฝ่ายรัฐบาล ใช้สรรพกำลังทั้งหมดที่มีในการเลือกตั้งท้องถิ่น การอภิปรายรอบที่แล้วก็โยนเรื่องการเลือกตั้งอบต. ให้หลายๆ ฝ่ายมุ่งสู่เป้าหมายนั้น การที่ พล.อ.ประยุทธ์พูดเรื่องการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ขึ้นมา เพื่อ ต่อรองยืดอายุให้ตัวเอง” นายณัฐชากล่าว
สภาตีตกร่างกม.ยกเลิกคำสั่งคสช.
เวลา 10.40 น. ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พิจารณาร่างพ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ที่ 19/2560 วาระ 2 เรื่อง การปฏิรูปการศึกษาในภูมิภาคของกระทรวงศึกษาธิการ ที่คณะกรรมาธิการ (กมธ.) พิจารณาเสร็จแล้ว ซึ่งที่ประชุมมีความเห็นแตกต่างกัน ทำให้ก่อนลงมตินายชวน ได้สั่งพักประชุม 10 นาทีเพื่อให้ทั้งสองฝ่ายไปหารือว่าจะลงมติแบบใด เมื่อกลับมาประชุมอีกครั้ง นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาคนที่ 2 ทำหน้าที่ประธานการประชุม ได้แจ้งว่า ทางประธานกมธ.ได้ปรึกษาหารือกันแล้ว ขอถอนร่างพ.ร.บ. ดังกล่าวออกไปทบทวนใหม่
จากนั้นที่ประชุมได้ลงมติร่างพ.ร.บ.ยกเลิกประกาศและคำสั่งคสช.และคำสั่งหัวหน้าคสช.ที่ขัดต่อหลักสิทธิมนุษยชนและประชา ธิปไตย พ.ศ. …. ที่เสนอโดยนายจอน อึ๊ง ภากรณ์ กับประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 12,609 คน และ ร่างพ.ร.บ.ยกเลิกประกาศคสช.และคำสั่งหัวหน้าคสช. พ.ศ. …. ที่นายปิยบุตร แสงกนกกุล กับคณะ เป็นผู้เสนอ ซึ่งสมาชิกได้อภิปรายแสดงความคิดเห็นเสร็จสิ้นไปแล้วเมื่อวันที่ 8 ธ.ค. เหลือเพียงการลงมติเท่านั้น
โดยที่ประชุมลงมติไม่เห็นชอบผ่านร่างของนายจอน ด้วยคะแนน 234 ต่อ 162 คะแนน งดออกเสียง 3 คะแนนไม่ลงคะแนน 1 คะแนน และไม่เห็นชอบผ่านร่างของนายปิยบุตร ด้วยคะแนน 229 ต่อ 157 คะแนน งดออกเสียง 4 คะแนน ไม่ลงคะแนน 2 คะแนน จึงถือว่าที่ประชุมสภาไม่เห็นชอบร่างพ.ร.บ.ทั้ง 2 ฉบับ
ก้าวไกลซัดลงมติอัปยศ
หลังการลงมติ ส.ส.พรรคก้าวไกล นำโดย นายณัฐวุฒิ บัวประทุม ส.ส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรค นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ รองเลขาธิการพรรค นายจิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ ส.ส.ฉะเชิงเทรา นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ ร่วมกันแถลง
นายณัฐวุฒิกล่าวว่า พรรคก้าวไกลผิดหวังแต่ไม่ผิดคาด ผิดหวังเพราะในการอภิปรายของเพื่อนสมาชิกทั้ง 24 คน เมื่อวันที่ 8 ธ.ค. แทบไม่มีคนใดพูดว่าไม่เห็นด้วยกับการยกเลิกคำสั่งดังกล่าว แล้วอะไรคือปัจจัยที่นำมาสู่การลงมติไม่รับหลักการในวันนี้ ส่วนที่ผิดคาด คือ เมื่อบอกว่ามาจากการเลือกตั้ง และมีกฎหมายมากมายที่เกิดขึ้นในยุค คสช. ที่กดหัวนักการเมืองและประชาชนอยู่ เหตุใดถึงไม่เดินหน้ายกเลิกคำสั่งดังกล่าว ดังนั้น เราจะทำหน้าที่ในสภาในการรื้อมรดกคสช.และระบอบประยุทธ์ทั้งหมดที่ผ่านกฎหมาย คำสั่ง และปฏิบัติการที่ส่งผลกระทบกับประชาชน
ด้านนายรังสิมันต์กล่าวว่า คนที่โหวตคว่ำวันนี้อยากให้ส่องกระจก และถามตัวเองว่า ยังจำได้หรือไม่ว่าตัวเองเป็นใคร ใครคือคนที่เลือกพวกท่านมา ท่านไม่ได้มาจากคสช. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไม่ได้เลือกพวกท่าน คนที่เลือกท่านคือประชาชน ถ้าส่องกระจกแล้วยังจำตัวเองได้ก็ขอให้เดินหน้าทำหน้าที่แก้ปัญหาที่ประชาชนได้รับความทุกข์ยาก แต่ถ้าท่านจำไม่ได้ เชื่อว่าประชาชนก็จะจำท่านไม่ได้เหมือนกัน และนั่นคือผลกรรมที่ท่านเลือกที่จะไม่ฟังประชาชน
นายจิรัฏฐ์กล่าวว่า ขอถามหาความรับผิดชอบจาก ส.ส.รัฐบาล การไม่เห็นด้วยกับการยกเลิกคำสั่ง คสช. คือการสนับสนุนคำสั่งคสช.ที่มาจากการยึดอำนาจ ไม่ได้มาจากเสียงของประชาชน ท่านต้องอธิบายว่ามีเหตุผลอะไรทำไมถึงไม่รับร่าง
นางอมรัตน์กล่าวว่า รู้สึกผิดหวังอย่างถึงที่สุดสำหรับผลการลงมติที่น่าอัปยศนี้ ยืนยันว่าพรรคก้าวไกลจะร่วมต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่กับประชาชนทุกคนที่ต้องการสังคมประชาธิปไตยอย่างแท้จริง

สร้างไทย – คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานพรรคไทยสร้างไทย นำขบวนคาราวานสร้างไทยมารับฟังปัญหาประชาชน ท่ามกลางการต้อนรับอย่างอบอุ่น ที่ลานอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย จ.ขอนแก่น เมื่อวันที่ 15 ธ.ค.
ไอลอว์แนะอย่าเลือกส.ส.ไร้เหตุผล
เวลา 13.30 น. ที่รัฐสภา นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้จัดการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (ไอลอว์) แถลงว่า วันนี้เป็นอีกวันที่ประชาชนรู้สึกผิดหวัง เสียใจ และโกรธ ที่สภาหรือผู้มีอำนาจในการออกกฎหมายปัดตกในสิ่งที่ประชาชนช่วยกัน ผลักดัน ตั้งแต่ปี 2560 แม้จะมีรัฐธรรมนูญใหม่ แต่เห็นว่าประกาศคำสั่งคสช.ยังเป็นใหญ่ เราอยู่ในยุคที่ทหารสามารถจับกุมประชาชนไปคุมขังในค่ายทหารเมื่อไหร่ก็ได้ อยากจะทำอะไร อยากได้ทรัพยากร อยากใช้ที่ดินตรงไหนทำอะไรก็ออกคำสั่งโดยไร้การตรวจสอบ หากประชาชนรู้สึกเศร้า เสียใจบ้าง ผิดหวังบ้าง ขอให้ทราบว่าเรายังมีอำนาจสำคัญในการลงโทษผู้แทนราษฎรที่ลงมติโดยไม่มีเหตุผลรองรับเหล่านี้ในการเลือกตั้งครั้งต่อไป ด้วยการไม่เลือกคนเหล่านั้นกลับเข้ามาในสภาอีก
“มรดกรัฐประหารที่คสช.ได้ทิ้งไว้ ไม่ว่าจะเป็นในรัฐธรรมนูญ ในคำสั่งคสช. ในกฎหมายอีกหลายฉบับ ยังคงจำเป็นที่จะถูกตรวจสอบ ถูกรื้อถอน ไม่ว่าจะโดยอำนาจทางตรงของประชาชนหรืออำนาจผ่านการเลือกตั้งให้ส.ส.มาทำหน้าที่นี้ จากนี้ยังมีก้าวต่อไปและกิจกรรมอีกมาก เราต้องรวมพลังกันอีกหลายครั้ง ขอให้ประชาชนมีความหวัง ตั้งมั่นที่จะทวงคืนระบอบประชาธิปไตยที่ใช้อำนาจตามปกติกลับมา” นายยิ่งชีพกล่าว
สภาล่มอีก-‘สุชาติ’ชิงปิดประชุม
สำหรับการประชุมสภา เวลา 15.00 น. พิจารณาร่างพ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ฉบับที่ …) พ.ศ. … โดยมีนายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภา เป็นประธานการประชุม โดยที่ประชุมยังมีข้อถกเถียงที่มีความเห็นแตกต่างกัน นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ ในฐานะผู้ได้รับมอบหมายจากครม.มาชี้แจง ระบุว่า เนื่องจากร่างฉบับนี้เสนอโดยส.ส. ดังนั้น เพื่อความรอบคอบรัฐบาลจึงขอนำกลับไปพิจารณาใหม่ ภายใน 60 วัน แล้วจะส่งกลับมายังที่ประชุมสภาให้พิจารณาอีกครั้ง ซึ่งที่ประชุมมีมติเห็นด้วย 236 คะแนน ไม่เห็นด้วย 36 คะแนน งดออกเสียง 49 คะแนน ไม่ลงคะแนน 3 คะแนน
จากนั้นเข้าสู่การพิจารณาร่างพ.ร.บ. อนุญา โตตุลาการ พ.ศ. … ที่นายวิรัช พันธุมะผล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย (ภท.) เป็นผู้เสนอ โดยมีนายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภา เป็นประธานการประชุม แต่การอภิปรายยังคงมีความคิดเห็นที่แตกต่างกัน นายอนุชาจึงชี้แจงว่า ครม.ขอรับร่างฉบับนี้ไปพิจารณาเป็นเวลา 60 วัน ก่อนที่ส.ส.จะลงมติในวาระรับหลักการ
กระทั่งเวลา 16.25 น. นายสุชาติได้กดออดเรียกสมาชิกเข้าห้องประชุมเพื่อลงมติว่าจะอนุมัติให้ ครม. นำกลับไปพิจารณาหรือไม่ และนายสุชาติ กล่าวว่า เมื่อที่ประชุมเห็นชอบให้ ครม. นำกลับไปพิจารณาภายใน 60 วัน ก็เป็นอันจบวาระดังกล่าว ทำให้นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย (พท.) ท้วงติงว่า ฝ่ายค้านมีความเห็นแย้งเรื่องการลงมติ เรายังไม่ได้ลงมติจะส่งให้ ครม. ดังนั้น ขอให้ประธานดำเนินการให้ลงมติด้วย
นายสุชาติจึงขอมติจากที่ประชุม พร้อม กดออดเรียกสมาชิกแสดงตนราว 2-3 นาที เมื่อกดบัตรแสดงตน นายสุชาติ ถามว่า “แสดงตนครบทุกท่านหรือไม่” และได้ทิ้งเวลาครู่หนึ่ง ก่อนกล่าวว่า “ไม่ครบอีกแล้วหรือครับ เลิกประชุมครับ” ซึ่งเป็นเวลา 16.30 น. โดย นายสุชาติไม่ได้ขานคะแนนการแสดงตนว่ามีผู้เข้าร่วมประชุมจำนวนเท่าใด ขณะที่นาย จิรายุ ห่วงทรัพย์ ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย ตะโกนขึ้นว่า “ทำไมเลิกประชุมไวจัง”
‘ดร.เอ้’แจงปมหลาน‘ไอน์สไตน์’
จากกรณีที่นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. ในนามพรรคประชาธิปัตย์ เปิดตัวและแถลงนโยบาย โดยช่วงหนึ่งได้อ้างถึง ประวัติการศึกษา จากการจบปริญญาเอกด้านวิศวกรรมศาสตร์ สาขาโยธา จากสถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ ประเทศสหรัฐ โดยตนเป็นลูกศิษย์ของศ.เฮอร์เบิร์ต ไอน์สไตน์ หลานแท้ๆ ของ อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ นักวิทยาศาสตร์ชื่อก้องโลก
วันที่ 15 ธ.ค. มติชนออนไลน์ได้เผยแพร่อีเมล์การสอบถามข้อเท็จจริงดังกล่าว กับ ศ.เฮอร์เบิร์ต ไอน์สไตน์ โดย ศ.ไอน์สไตน์ ยืนยันว่า นายสุชัชวีร์ เป็นนักเรียนปริญญาเอกของตนเองจริง และเป็นคนที่เก่งมาก แต่ประเด็นที่ระบุว่า ตนเป็นหลานแท้ๆ ของ อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ นั้น ไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด
ด้านนายสุชัชวีร์ ชี้แจงว่า เมื่อตนไปเรียนที่เอ็มไอที ได้รับคำบอกเล่าจากรุ่นพี่ที่เรียนอยู่ก่อนว่า ตนโชคดีมากที่ได้เรียนกับอาจารย์ท่านนี้ เพราะเป็นหลานของ ‘อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์’ ซึ่งตนก็เชื่อโดยบริสุทธิ์ใจมาโดยตลอด ไม่ได้มีเจตนาจะยกเรื่องนี้ขึ้นมาเพื่อใช้ในการหาเสียง ถ้าใครได้ติดตามจะทราบว่า ตนได้พูดถึงเรื่องนี้ในการบรรยายมาตลอด 4-5 ปีที่ผ่านมา เพราะเชื่อโดยบริสุทธิ์ใจอย่างนั้นจริงๆ
ดร.ทวารัตน์ สูตะบุตร หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงพลังงาน ซึ่งเรียนจบจากเอ็มไอทีและเคยเรียนกับ ศ.เฮอร์เบิร์ต ไอน์สไตน์ เช่นเดียวกัน กล่าวว่า ตนเองก็เชื่อเหมือนกับ ดร.เอ้ มาโดยตลอดว่า ศ.เฮอร์เบิร์ต ไอน์สไตน์ เป็นหลานของ อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ เพราะเมื่อตนไปเรียนที่เอ็มไอที ก็ได้รับการบอกเล่าเรื่องนี้เช่นเดียวกัน เมื่อได้อ่านข่าวจากหนังสือพิมพ์ วันนี้ก็ยังแปลกใจอยู่
ศ.ดร.บุญชัย อุกฤษฏชน อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมโยธา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่เคยเรียนกับ ศ.เฮอร์เบิร์ต ไอน์สไตน์ เช่นเดียวกัน กล่าวว่า ตนเองก็ได้รับคำบอกเล่าจาก รุ่นพี่มาเช่นกันว่า ดร.เฮอร์เบิร์ต ไอน์สไตน์ คือ หลานของ อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์
‘ฉลาด วรฉัตร’หัวใจวายเสียชีวิต
เมื่อวันที่ 15 ธ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตำรวจ สน.ทุ่งสองห้อง รับแจ้งเวลา 23.30 น. วันที่ 14 ธ.ค. มีผู้เสียชีวิตภายในบ้านพักเคหะท่าทราย แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กทม. จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมแพทย์นิติเวช ร.พ.ภูมิพลฯ และอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู พบ ร.ต.ฉลาด วรฉัตร อายุ 78 ปี อดีตนักเคลื่อนไหวทางการเมือง สภาพนอนเสียชีวิตที่ห้อง ชั้นล่างภายในบ้านพัก สอบถามครอบครัวทราบว่า ร.ต.ฉลาด เสียชีวิตด้วยโรคหัวใจวายเฉียบพลัน เบื้องต้นครอบครัวนำศพไปบำเพ็ญกุศลทางศาสนา ที่วัดชลประทานรังสฤษดิ์ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี
สำหรับ ร.ต.ฉลาด เคยเป็นส.ส.ตราด ในการเลือกตั้งเมื่อปี 2522 และ ส.ส.กทม.ในปี 2529 สังกัดพรรคประชาธิปัตย์ ช่วงก่อนเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ 2535 เคยประกาศอดข้าวประท้วงหน้ารัฐสภาจนกว่า พล.อ.สุจินดา คราประยูร นายกรัฐมนตรี จะลาออก ต่อมากลับมาอดข้าวประท้วงอีกครั้งหลังเหตุการณ์รัฐประหาร 19 ก.ย.2549
ในยุคก่อน คสช. ร.ต.ฉลาด อดข้าวประท้วงหน้าอาคารรัฐสภาอีกครั้ง ตั้งแต่วันที่ 22 พ.ค.2557 เพื่อต่อต้านการใช้กฎอัยการศึก และการกระทำรัฐประหารของกองทัพ แต่หลังผ่านไป 45 วัน ได้ยุติการประท้วงด้วยการอดอาหาร จากปัญหาด้านสุขภาพ