ชี้ไม่สร้างสรรค์
วิปรัฐฉุนสภาล่ม
อนุรักษ์ถูกพักสส.

โซเชี่ยลรุมถล่มปมแนะนำชาวบ้านเลี้ยงไก่ ‘บิ๊กตู่’ ลั่นไม่สร้างสรรค์ โฆษกรัฐบาลโดดป้อง ชี้นายกฯ ตั้งใจดี ‘เต้ มงคลกิตติ์’ เหน็บ พัฒนาการดีขึ้นกว่าให้ทหารปลูกผักชีแค่ 30% ‘นิโรธ-ไพบูลย์’ ข้องใจปมสภาล่ม โวยรองประธาน ‘สุชาติ’ ชิงปิดประชุมเร็วไป

วิปรัฐบาลนัด 23 ธ.ค. ชงกฎหมายลูกเลือกตั้งให้ ‘ชวน’ ไฟเขียวส.ส.แปรญัตติประเด็นเห็นต่าง ‘ชลน่าน’ นำทีมยื่นฉบับเพื่อไทย ศาลฎีกาสั่ง ‘อนุรักษ์’ ส.ส.เพื่อไทย พักหน้าที่ หลังรับคำร้องคดีถูกกล่าวหาตบทรัพย์ 5 ล้าน แลกผ่านงบฯ กรมน้ำบาดาล กมธ.กาสิโนตั้ง ‘ธรรมนัส-วัน อยู่บำรุง’ นั่งที่ปรึกษา พร้อมเสนอ ‘ชวน’ ขอตั้งอนุ กมธ. 5 คณะ

‘บิ๊กตู่’ซัดไม่สร้างสรรค์ถล่มปมไก่

เมื่อวันที่ 16 ธ.ค. ที่อินดอร์สเตเดียม หัวหมาก การกีฬาแห่งประเทศไทย กรุงเทพฯ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ภายหลังเป็นประธานในพิธีประกาศเกียรติคุณนักกีฬา ดีเด่น เนื่องในวันกีฬาแห่งชาติ ประจำปี 2564 ถึงการเล่นกีฬาว่า ตนเองก็เล่นกีฬาเกือบทุกชนิด สมัยเป็นนักเรียนก็เล่นหมด ทั้งกีฬาฟุตบอลและรักบี้ ซึ่งปัจจุบันนี้ก็ตีกอล์ฟ และรู้จักกีฬาทุกชนิด สมัยเด็กๆ ชอบเล่นกีฬา แต่ขณะนี้แก่แล้วก็มาเชียร์กีฬา พักผ่อน กีฬาไทยมีโอกาสไปต่างประเทศ ก็ต้องพัฒนาตั้งแต่ เยาว์วัย ผลักดันให้เป็นนักกีฬาอาชีพ และจะต้องเตรียมและทยอยสร้าง ต้องดูแลในเรื่องสุขภาพ โภชนาการ ไม่ใช่เฉพาะการเก็บตัวซ้อม แต่ช่วงอยู่บ้านก็ต้องดูแลตัวเอง

ผู้สื่อข่าวถามว่าจะฝากอะไรถึงกีฬาการเมืองหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า กีฬาสีไม่มี เมื่อถามถึงกรณีโซเชี่ยลมีเดียวิจารณ์ คำกล่าวของนายกฯ ช่วงการลงพื้นที่จ.ยะลาให้ประชาชนเลี้ยงไก่บ้านละ 2 ตัว พล.อ.ประยุทธ์กล่าวเพียงสั้นๆ ว่า “ไม่สร้างสรรค์”

โฆษกรัฐบาลแจงนายกฯตั้งใจดี

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นายกฯ มีความตั้งใจดี ต้องการให้ประชาชนสามารถลด รายจ่ายในครัวเรือน เพิ่มรายได้ พึ่งพาตนเอง ซึ่งเป็นเพียงแนวทางหนึ่งที่ประชาชนในพื้นที่อื่นๆ สามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบ วิธีการ ให้เหมาะสมสอดคล้องกับวิถีชีวิตของตนเองได้ โดยนายกฯ เสนอแนะการเลี้ยงไก่ เพราะเป็นวิถีชีวิตคนไทยในต่างจังหวัด ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน เช่นเดียวกับการปลูกพืชผักสวนครัว เพื่อประกอบอาหารกินเองภายในครอบครัว

การลงพื้นที่แต่ละครั้ง นายกฯ มีการศึกษาข้อมูล ศักยภาพ รวมทั้งปัญหา อุปสรรค ในแต่ละพื้นที่อย่างละเอียด เพื่อการจัดทำแผนงาน โครงการภาครัฐที่เหมาะสมกับสภาวะเศรษฐกิจ สังคมและชุมชน ซึ่งท่านจะมีข้อแนะนำเพิ่มเติมให้แต่ละท้องถิ่น แนวทาง วิธีการ ก็สามารถปรับให้เข้ากับวิถีชีวิตของ พี่น้องประชาชน

“ระหว่างการลงพื้นที่ตรวจราชการ จ.ยะลาและปัตตานี นายกฯ ได้ย้ำว่า รัฐบาลเห็นปัญหาคนไทยส่วนใหญ่ทั้งประเทศขณะนี้คือ ปัญหาความยากจน ปัญหาหนี้ครัวเรือน และปัญหาหนี้นอกระบบ นายกฯ จึงให้ความสำคัญในการแก้ปัญหาความยากจนด้วยการลดค่าใช้จ่าย เพิ่มรายได้ ซึ่งวิธีการแนวทางก็จะมีความแตกต่างกันไปในแต่ละพื้นที่ ประชาชนคนในพื้นที่ที่ต้อนรับนายกฯ เข้าใจความหมายและความปรารถนาดีของนายกฯ ที่ต้องการคนในพื้นที่พึ่งพาตนเอง มีชีวิตอย่างมีกินมีใช้ มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น” นายธนกรกล่าว

‘เต้’เหน็บความรู้ดีขึ้น 30%

นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ กล่าวว่า แนวคิดนายกฯนั้นดี แต่ไก่ที่เป็นลูกเจี๊ยบกว่าจะเป็นไก่สาวใช้เวลากว่า 5 เดือน และกว่าที่ไก่สาวจะมีไข่ใช้เวลากว่า 7 เดือน ถ้าทุกคนเลี้ยงไก่กันหมดทั่วประเทศ กลางเดือน ก.ค.2565 ถึงจะได้กินไข่กัน แล้ว 7 เดือนที่รอนั้นจะทำอย่างไร เพราะไข่ก็ยังแพงอยู่ และอย่าลืมว่าถ้าเลี้ยงไก่ต้องมีอาหาร ซึ่งราคาแพงก็จะเป็นต้นทุนในการผลิตไข่ด้วย

นายกฯ มีพัฒนาการทางความรู้ที่ดีขึ้นกว่าการที่ให้ทหารไปปลูกผักชี แต่ดีขึ้นประมาณ 30% ตนมองว่ายังไม่ดีพอที่จะเป็นนายกฯ ของประเทศไทย ถ้าจะให้ดีนายกฯ ควรไปแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ คือเรื่องราคาน้ำมัน โดยการยกเลิกภาษีน้ำมัน ทั้งเบนซิน และดีเซล

“ถ้านายกฯ เลี้ยงไก่ไม่เป็น ก็ไปเลี้ยงไก่ชนเหลืองหางขาว แล้วมาตีกับผมก็ได้ หาก นายกฯ รับคำท้าก็ไปเลี้ยงไก่ชนคนละ 2 เดือน แล้วมาเจอกันก่อนเลือกตั้งปีหน้าถือว่าตีกันเป็นกีฬา เดิมพันเป็นบ้านในเมือง ถ้าไก่นายกฯ ชนะ นายกฯ ก็ได้ดูแลประเทศต่อ แต่ถ้าไก่นายกฯ แพ้ นายกฯ ก็ต้องกลับบ้านไปดูแล ลูกเมียเลิกเล่นการเมือง” นายมงคลกิตติ์กล่าว

‘นิโรธ’ลั่นยุคนี้สภาไม่เคยล่ม

นายนิโรธ สุนทรเลขา ส.ส.นครสวรรค์ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎร (วิปรัฐบาล) ให้สัมภาษณ์ถึงการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันที่ 15 ธ.ค. ในช่วงขอมติจะส่งร่างพ.ร.บ.อนุญาโตตุลาการกลับไปให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาหรือไม่ ซึ่งมีการนับองค์ประชุมแต่องค์ประชุมไม่ครบ นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาคนที่ 1 ในฐานะประธานที่ประชุม จึงสั่งปิดประชุมว่า ไม่รู้จะพูดอย่างไรในเรื่ององค์ประชุม เพราะผู้แทนฝ่ายรัฐบาลก็นั่งอยู่ในห้องประชุมกันเต็ม ไม่โหรงเหรง

ในช่วงเวลาที่ประธานกดออดเรียกนับองค์ประชุม คือนาทีที่ 17.36 โดยนับเวลาได้เพียง 2 นาที ก่อนปิดแสดงตน แม้แต่สมาชิกที่อยู่หลังบัลลังก์ 6-7 คน ยังเดินมาไม่ทัน บางคนอยู่ในห้องอาหารหรือที่อื่น ซึ่งกำลังรีบเดินมาก็ไม่ทัน ผู้ติดตามการประชุมก็คงเห็น จึงไม่ขอวิจารณ์ว่าเป็นเพราะเหตุใดให้พิจารณากันเอง จึงขอให้สงสารสภาบ้าง เพราะประชาชนที่เห็นจะคิดว่าส.ส.ไม่ทำหน้าที่ทั้งที่เรานั่งกันอยู่ในห้องประชุม ในสมัยประชุมที่ตนเป็นประธานวิปรัฐบาลยังไม่เคยเกิดเหตุสภาล่ม และในครั้งนี้สมาชิกก็อยู่กันครบ ตนไม่เป็นห่วงเรื่ององค์ประชุม เพราะสมาชิกมีทัศนคติที่ดีในการทำงาน และรู้หน้าที่ของ ตัวเองอยู่แล้ว

‘ไพบูลย์’ติง‘สุชาติ’ชิงปิดประชุม

ด้านนายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า ตนทราบว่าก่อนโหวต องค์ประชุมไม่ได้มีปัญหา แต่พอถึงเวลาลงมติช่วงเวลาประมาณ 16.00 น. ให้สมาชิกแสดงตน และให้เวลาในการแสดงตน 2.12 นาที แล้วท่านกล่าวปิดการแสดงตน จากนั้นบอกว่าองค์ประชุมไม่ครบแล้วสั่งปิดการประชุม เท่าที่ทราบจำนวน ผู้แสดงตนในเวลานั้นมี 229 คน ซึ่งองค์ประชุมต้อง 239 คน ขาดเพียงแค่ 10 คน ซึ่งมีสมาชิกกำลังเดินทางเข้ามาในห้องประชุมก็เข้ามาไม่ทัน จึงเกิดปัญหาขึ้น

“ผมไม่ได้เข้าข้างใครเห็นใจทั้งวิปรัฐบาล วิปฝ่ายค้าน และส.ส.ที่มาไม่ทัน ทางวิป ก็มั่นใจว่าไม่มีปัญหาเรื่ององค์ประชุม และครั้งนี้ต้องขอชมวิปฝ่ายค้านที่ร่วมในการออกเสียงด้วย แต่ประธานในที่ประชุมให้เวลาแสดงตนน้อย ไม่ได้ตรวจสอบเรื่ององค์ประชุม และสั่งปิดการประชุมเลยจึงเกิดปัญหาขึ้น แล้วจะมาอ้างเป็นเหตุว่าส.ส.ไม่มา ถือว่าไม่เป็นธรรม ที่สำคัญผมรู้สึกไม่สบายใจตอนที่ปิดประชุมแล้วไม่ได้แสดงผลคะแนน เพราะจะทำให้กลไกของการติดตามเรื่องการโหวตมีปัญหา” นายไพบูลย์กล่าว

‘ชินวรณ์’โวยฝ่ายค้านเป็นเหตุ

นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ส.ส.นครศรี ธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ รองประธาน วิปรัฐบาล กล่าวว่า เรื่องที่เกิดขึ้นวิปรัฐบาลต้องนำไปวิเคราะห์และหาวิธีแก้ไขปัญหาไม่ให้เกิดขึ้นซ้ำอีก แต่ขอยืนยันว่าในวันเวลา ดังกล่าวองค์ประชุมครบตลอดเวลา เพียงแต่ส.ส.บางกลุ่มรับประทานอาหารอยู่นอกห้องประชุม และส.ส.บางคนประชุมอยู่ตามห้องคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ต่างๆ ตนตั้งข้อสังเกตว่า การประชุมสภาครั้งดังกล่าว ฝ่ายค้านอยู่ร่วมอภิปรายตลอดเวลา แต่เมื่อถึงเวลาให้เสียบบัตรแสดงตนกลับไม่แสดงตน

ที่ผ่านมาหากฝ่ายค้านไม่เห็นด้วยกับเรื่องใด มีสิทธิวอล์กเอาต์ออกจากห้องประชุมเพื่อไม่ร่วมลงมติได้ แต่ฝ่ายค้านในขณะนี้ไม่ได้ยึดหลักการพิจารณากฎหมายร่วมกันของสภา เพียงแต่คิดว่าถ้าฝ่ายรัฐบาลอยู่น้อยจะไม่ขอแสดงตนเป็นองค์ประชุม การทำงานของฝ่ายค้านเป็นแค่เพียงเกมการเมือง แต่ในฐานะที่ฝ่ายรัฐบาลเป็นเสียงข้างมากในสภา ใครทำให้องค์ประชุมไม่ครบจะต้องมีความรับผิดชอบ และจากเหตุการณ์ดังกล่าว ประธานการประชุมขณะนั้นสั่งปิดการประชุมเร็วเกินไป ควรจะให้เวลาสมาชิกได้แสดงตน

“ผู้ที่ทำให้การประชุมสภาล่มมีอยู่ 2 ประเภทคือ ประเภทที่ขาดการประชุม และประเภทที่ไม่แสดงตนโดยไม่มีเหตุอันสมควร เราจะต้องศึกษาและค้นหาว่าคนที่ทำให้องค์ประชุมไม่ครบต้องรับผิดชอบอย่างไร ไม่ใช่ปล่อยให้คนอยู่ต้องรับผิดชอบ หรือปล่อยให้สภาเสียหาย” นายชินวรณ์กล่าว

‘พิจารณ์’สวนเป็นปัญหารัฐบาล

นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ รองหัวหน้าพรรค และประธานวิปพรรคก้าวไกล กล่าวว่า เรื่องนี้มองได้หลายมุม ซึ่งไม่อยากโทษนายสุชาติ ที่ทำหน้าที่เป็นประธานที่ตัดสินใจเร็วไป ไม่รอเวลาให้ส.ส. ฝ่ายรัฐบาล และส.ส.ฝ่ายค้าน กลับเข้าห้องประชุม ที่อาจจะติดประชุม กมธ.คณะต่างๆ เท่าที่สังเกตจำนวนส.ส.ฝ่ายรัฐบาล ที่อยู่ในห้องประชุมคิดว่าขาดไม่เท่าไหร่ ส่วนส.ส.ฝ่ายค้าน ไม่ได้ตกลงกันว่าจะไม่แสดงตน เรื่องการโหวตผ่านกฎหมายเป็นกลไกสภา ตามปกติที่ฝ่ายรัฐบาลต้องทราบอยู่แล้ว ตนจึงคิดว่าเป็นปัญหาของฝ่ายรัฐบาล

ในที่ประชุมพรรคก้าวไกลไม่เห็นด้วยที่จะให้นำร่างกฎหมายกลับไปที่ครม. พิจารณาให้รอบคอบภายใน 60 วัน เพราะถือเป็นการเตะถ่วงกฎหมาย และสามารถตั้งกมธ.เพื่อแก้ไขได้ โดยตลอด 3 ปีที่ผ่านมา ร่างกฎหมายที่เสนอโดยส.ส. ไม่เคยผ่านสภาในวาระ 3 ได้เลย เมื่อฝ่ายรัฐบาลต้องการส่งร่างกฎหมายกลับไปให้ครม.พิจารณาในการลงมติทุกครั้ง ฝ่ายรัฐบาลจึงจำเป็นต้องเตรียมคนไว้สู้กับเสียงของฝ่ายค้านอยู่แล้ว พอเช็กเสียงแล้วองค์ประชุมไม่ครบจึงเป็นเรื่องที่ตลก ส่วนจะมาบอกว่าฝ่ายค้าน ไม่ช่วยเป็นองค์ประชุมให้ก็สุดแท้แต่จะคิด

‘จุรินทร์’มาตอบกระทู้ตามนัด

เมื่อเวลา 10.30 น. ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่เป็นประธานการประชุม พิจารณาวาระกระทู้ถามสดด้วยวาจา ซึ่ง น.ส.ญาณธิชา บัวเผื่อน ส.ส.จันทบุรี พรรคก้าวไกล (ก.ก.) ถามนาย จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ เรื่องปัญหาราคาผลไม้และการส่งออกผลไม้ ที่ประเทศจีนปิดด่าน คุมเข้มการนำเข้าผลไม้จากไทยเนื่องจากการแพร่ระบาดของโควิด ซึ่งเป็นกระทู้ถามสดที่เลื่อนมาจากสัปดาห์ที่แล้ว เนื่องจากนายจุรินทร์เลื่อนตอบกระทู้เพราะติดภารกิจ จนทำให้ส.ส.พรรคก้าวไกลไม่พอใจ

นายจุรินทร์ชี้แจงว่า สำหรับด่านที่สั่งปิดจริงๆ คือด่านโมฮั่น ตนจึงสั่งการให้เจรจากับจีนทุกช่องทางทางการทูตเพื่อเร่งรัดการเปิดด่าน ที่ผ่านมาได้มีการทดลองระบบและให้สินค้าของไทยผ่านด่านไปจีนได้ภายใต้มาตรการคุมเข้มโควิด ตัวเลขล่าสุดตั้งแต่ 1-14 ธ.ค. พบว่ามีรถจากไทยส่งสินค้าไปจีนแล้ว 212 คัน มีทั้งลำไย ส้มโอ ทุเรียน กล้วยไข่ และเบื้องต้นจีนมีปฏิทินว่าจะพยายามเปิดด่านเต็มรูปแบบให้ได้ช่วงต้นปี 2565 ส่วนการแก้ปัญหาอื่นๆ เช่น มาตรการป้องกันการปนเปื้อน ปัญหาขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์ ปัญหาค่าระวาง ก็คลี่คลายด้วยดี

น.ส.ญาณธิชาโต้กลับว่า หากการแก้ปัญหาดีจริง ทำไมมีชาวสวนโทรศัพท์มาหา เพื่อบอกว่าจะฆ่าตัวตาย ทำให้นายจุรินทร์ขอชื่อและหมายเลขโทรศัพท์ของเกษตรกรดังกล่าว เพื่อติดต่อสอบถามถึงสาเหตุและต้นตอปัญหาที่แท้จริง แต่ น.ส.ญาณธิชาไม่ได้ให้

กมธ.บี้คลังสอบบ้านพักนายกฯ

ที่รัฐสภา นายธีรัจชัย พันธุมาศ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล โฆษกกมธ.ป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ หรือ กมธ.ป.ป.ช. สภาผู้แทนราษฎร แถลงความคืบหน้ากรณีกองทัพบก (ทบ.) อนุญาตให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เข้าพักอาศัยในบ้านพักรับรอง โดยใช้งบทบ.จ่ายค่าน้ำ ค่าไฟฟ้าว่า มีข้อสังเกตอยู่หลายประเด็นว่า พล.อ.ประยุทธ์ได้รับเงินหรือผลประโยชน์อื่นใดเกินกว่า 3,000 บาทหรือไม่ ซึ่งข้อเท็จจริงที่กมธ.สอบสวนคือเกินกว่า 3,000 บาท แต่อีกส่วนหนึ่งคือรับโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่

โดยเมื่อวันที่ 15 ธ.ค. กมธ.ป.ป.ช.ได้เชิญปลัดกระทรวงการคลังและอธิบดีกรมบัญชีกลางมาชี้แจงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ และ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ได้รับการสนับสนุนค่าน้ำค่าไฟมาเป็นเวลาหลายปี และไม่ใช่การพักอาศัยแบบรับรองแต่เป็นการอยู่ถาวร ซึ่งได้มอบหมายให้รองปลัดกระทรวงการคลังและรองอธิบดีกรมบัญชีกลางมาชี้แจง โดยยืนยันจะไม่ตรวจสอบการเบิกจ่ายงบของทบ.ไปสนับสนุนค่าน้ำค่าไฟให้ พล.อ.ประยุทธ์ อ้างเป็นหน้าที่ของสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินและศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยการเข้าอาศัย บ้านพักของ พล.อ.ประยุทธ์ แล้ว

ทั้งนี้ ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย พล.อ.ประยุทธ์ เข้าไปพักอาศัยได้ แต่ไม่ได้วินิจฉัยว่าการออกระเบียบดังกล่าวเป็นไปตามกฎหมายหรือไม่ และการเบิกจ่ายงบของทบ.ให้ พล.อ.ประยุทธ์ ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ กมธ.ป.ป.ช.จะเชิญนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คลัง มาให้ข้อมูลวันที่ 22 ธ.ค. เพื่อสอบถามให้ชัดเจนว่าจะเอาอย่างไร จะไม่ตรวจสอบเพราะอยู่ในรัฐบาลเดียวกับ พล.อ.ประยุทธ์ หรือไม่

ตั้ง 5 อนุกมธ.ศึกษากาสิโน

น.ส.ภาดาท์ วรกานนท์ ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะโฆษกกมธ.วิสามัญพิจารณาศึกษาการเปิดสถานบันเทิงแบบครบวงจร (Entertainment Complex) การจัดเก็บรายได้และภาษีจากธุรกิจกาสิโนถูกกฎหมายและมาตรการในการป้องกันและแก้ไขปัญหาบ่อนการพนันผิดกฎหมาย การแพร่ระบาดของตู้เกมพนันไฟฟ้าและการพนันออนไลน์ สภาผู้แทนราษฎร แถลงว่า ที่ประชุมกมธ.มีมตินัดประชุมเป็นประจำทุกวันพฤหัสบดี รวมทั้งพิจารณากรอบแนวทางการดำเนินงาน

นอกจากนี้ มีมติตั้งอนุกมธ. 5 คณะ ประกอบด้วย 1.อนุกมธ.พิจารณาศึกษากฎหมาย การจัดเก็บรายได้ และภาษีจากการเปิดสถานบันเทิงแบบครบวงจร 2.อนุกมธ.พิจารณาศึกษาพื้นที่ความเป็นไปได้และหลักเกณฑ์เงื่อนไขในการเปิดสถานบันเทิงแบบครบวงจร 3.อนุกมธ.พิจารณาศึกษาการลงทุน และรูปแบบการเปิดสถานบันเทิงแบบครบวงจร 4.อนุกมธ.พิจารณาศึกษารูปแบบธุรกิจเกมมิ่ง และ 5.อนุกมธ.พิจารณาศึกษาการป้องกันและแก้ไขปัญหาผลกระทบจากการเปิดสถานบันเทิงแบบครบวงจร

ขณะเดียวกัน ประธานกมธ.ยังได้เสนอว่า ต้องการเปิดโอกาสให้เกิดการมีส่วนร่วมในทุกภาคส่วน ดังนั้น ประชาชน นิสิต นักศึกษา และองค์กรต่างๆ ที่มีความสนใจสามารถเข้ามาเป็นที่ปรึกษาในกมธ.นี้ได้

‘ธรรมนัส-วัน’นั่งที่ปรึกษา

ด้านนายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ ส.ส.สงขลา พรรคภูมิใจไทย ในฐานะรองประธานกมธ.วิสามัญพิจารณาศึกษาการเปิดสถานบันเทิงแบบครบวงจรฯ กล่าวว่า เหตุผลที่กมธ.ตั้งอนุกมธ.ขึ้นมาถึง 5 ชุด เนื่องจากเป็นเรื่องใหญ่ มีขอบเขตงานกว้าง จึงมีอนุกมธ. 5 ชุด แต่จะต้องนำเรียนนายชวน หลีกภัย ประธานสภา ผู้แทนราษฎร ให้ทราบก่อนว่าจะอนุญาตหรือไม่ เพราะตามหลักการที่ผ่านมาจะให้กมธ.แต่ละชุด มีอนุกมธ.ได้ไม่เกิน 3 คณะเท่านั้น

นอกจากนี้ที่ประชุมยังมีมติตั้งที่ปรึกษา ประจำกมธ.วิสามัญอีก 24 คน มาจาก ตัวแทนหลายส่วน โดยมีคนที่น่าสนใจ อาทิ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ นายวัน อยู่บำรุง ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย เป็นต้น

พรรครบ.ยื่นกม.ลูก‘ชวน’ 23 ธ.ค.

นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ส.ส.นครศรี ธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ รองประธาน วิปรัฐบาล และคณะทำงานเพื่อเตรียมการยกร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.และร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง เปิดเผยว่า ขณะนี้คณะทำงานของพรรคร่วมรัฐบาลได้ยกร่างพ.ร.ป.ทั้ง 2 ฉบับเสร็จแล้ว และได้นำมาสู่การพิจารณาของวิปรัฐบาลเมื่อวันที่ 13 ธ.ค. ซึ่งวิปรัฐบาลเห็นด้วยกับทั้ง 2 ร่าง

โดยมีหลักการสำคัญคือ 1.จะมีการเสนอร่างร่วมกันเป็นฉบับเดียวกัน โดยจะนำเสนอต่อนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ในวันที่ 23 ธ.ค. 2.ประเด็นหลักที่มีการแก้ไขทั้ง 2 ฉบับ เป็นประเด็นที่อนุวัตให้เป็นไปตามกฎหมายรัฐธรรมนูญที่ได้มีการแก้ไขมาตรา 83 และ 91 คือ เรื่องระบบบัตรเลือกตั้ง 2 ใบเท่านั้น

พรรคเล็กดิ้นสู้แปรญัตติ

3.เรายอมรับร่างของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่จะเสนอผ่านครม. ซึ่งอาจมีประเด็นอื่นที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่เกี่ยวข้องกับการทำงานของ กกต. เราไม่ขัดข้องหากครม.จะเสนอกรณีเหล่านี้เข้ามา และ 4.มีบางประเด็นที่ไม่เห็นด้วยกันบ้าง โดยจะให้สิทธิ์ ส.ส.แปรญัตติได้ เช่น พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. พรรคประชาธิปัตย์เห็นว่าควรกำหนดให้ใช้หมายเลขเดียวกันระหว่างแบบบัญชีรายชื่อ (ปาร์ตี้ลิสต์) และแบบแบ่งเขต ซึ่งตรงกับร่างของกกต. แต่พรรคร่วมอื่นอาจไม่เห็นด้วยก็ไม่เป็นไร สามารถใช้สิทธิ์แปรญัตติได้

“วันที่ 20 ธ.ค. เวลา 10.00 น. นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ได้เชิญคณะทำงานร่างกฎหมายลูกทั้ง 2 ฉบับของพรรคร่วมรัฐบาลไปแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันที่ทำเนียบรัฐบาล ซึ่งเรายินดีที่จะรับฟังความคิดเห็นร่างกกต. ที่เสนอผ่านครม. ส่วนจะมีประเด็นไหนที่ต้องมีการอภิปรายหรือต้องดำเนินการ จะยึดหลักสำคัญว่าเราต้องการเห็นการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นครั้งต่อไปบริสุทธิ์ ยุติธรรม” นายชินวรณ์กล่าว

นพ.ระวี มาศฉมาดล ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคพลังธรรมใหม่ กล่าวว่า ประเด็นหลักที่จะต้องต่อสู้คือ พรรคเล็กเห็นว่าจะต้องคงหลักการคะแนนเสียงไม่ตกน้ำ และหลักการเรื่องส.ส.พึงมีที่จะต้องคงอยู่โดยไม่ถูกแก้ไข ซึ่งตนจะประสานกับส.ว. เพื่อทำความเข้าใจในเหตุผลเหล่านี้ และขอใช้เสียงส.ว.ช่วยสนับสนุนต่อไป

เพื่อไทยยื่นประธานสภาแล้ว

เวลา 10.45 น. ที่รัฐสภา พรรคเพื่อไทย (พท.) นำโดย นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน หัวหน้าพรรคเพื่อไทย นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม ประธานวิปฝ่ายค้าน นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ยื่นร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส.(ฉบับที่)… พ.ศ. …และร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง(ฉบับที่)… พ.ศ. … ต่อประธานสภา ผ่าน นพ.สุกิจ อัถโถปกรณ์ ที่ปรึกษาประธานสภา

นพ.ชลน่านกล่าวว่า จากการเปลี่ยนแปลงจำนวนเขตเลือกตั้งจาก 350 เขต เป็น 400 เขต และบัญชีรายชื่อ จาก 150 คนเป็น 100 คน ซึ่งเป็นการรองรับวิธีการแบ่งเขตเลือกตั้งในร่างของพรรคเพื่อไทย เราเน้นให้มีเขตที่ติดต่อกัน ซึ่งจะแตกต่างจากของเดิม รวมทั้งฐานจำนวนประชากรต้องเขียนให้ชัดเจนขึ้น รวมทั้งวิธีการคำนวณต้องเป็นไปตามมาตรา 91 โดยให้เป็นสัดส่วนโดยตรงกับคะแนนรวมของบัตรเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อของทุกพรรคการเมืองรวมกันทั้งประเทศ แล้วนำมาคำนวณโดย 100 คนเป็นตัวตั้ง เอามาเฉลี่ยจำนวน ส.ส.ที่จะได้รับในแต่ละพรรคการเมือง โดยใช้ 100 คนเป็นตัวหาร

ส่วนกรณีมีเศษ เราจะดูเศษทศนิยมเป็นหลัก ตัวอย่างเช่น พรรคเพื่อไทยได้ 35.8 พรรคอื่นๆ ได้ 30.2 สมมติรอบแรกได้ส.ส.บัญชี รายชื่อ 90 ที่นั่ง เหลืออีก 10 ที่นั่งก็จะมาดูที่เศษทศนิยม ซึ่งเป็นวิธีการที่ตรงไปตรงมาไม่ซับซ้อน แม้จะเอาเศษไม่ใช้ แต่ก็ไม่มีการปัดเศษ และการจัดเบอร์ผู้สมัครให้ใช้เบอร์เดียวทั้งประเทศ ทั้งส.ส.เขตและบัญชีรายชื่อ

คาดประกาศใช้ มี.ค. 65

นพ.ชลน่านกล่าวว่า ส่วนร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง ทราบว่าครม.ไม่น่าจะเสนอร่างดังกล่าว แต่ในร่างของพรรคเพื่อไทยยังยืนยันเจตนารมณ์ เรื่องการส่งเสริมการเลือกตั้งเบื้องต้นหรือไพรมารีโหวต เนื่องจากเป็นไปตามรัฐธรรมนูญมาตรา 45 จะไปยกเลิกไม่ได้ จึงเปลี่ยนวิธีการให้มีเพียงตัวแทนสาขาพรรคการเมืองหรือตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัด เพียง 1 เขตก็สามารถส่ง ผู้สมัครได้ทุกเขต ทั้งจังหวัด และให้มีบทเฉพาะกาลรองรับจังหวัดใดที่มีตัวแทนพรรคอยู่แล้ว ให้ทำไพรมารีในเขตของตัวเองและทำในเขตอื่นได้ด้วย และการส่งบัญชีรายชื่อนั้นสามารถส่งได้เลยเมื่อมีผู้สมัคร ส.ส.เขตไปสมัครเพียง 1 เขต ไม่จำเป็นต้องรอให้มีการรับรองคุณสมบัติผู้สมัคร

ส่วนค่าสมาชิกพรรคจากเดิม สมาชิกชั่วคราว 100 บาทและ 2,000 บาทสำหรับสมาชิกถาวร ในร่างของพรรคเพื่อไทยได้เสนอว่าเพื่อให้ประชาชนมีส่วนร่วมกับพรรคการเมืองมากขึ้น จึงกำหนดว่า อัตราค่าสมาชิกพรรคให้ไปเขียนไว้ในข้อบังคับพรรคของแต่ละพรรคที่จะเป็นผู้กำหนดเอง พร้อมเสนอเกี่ยวกับการยุบพรรคการเมือง เพราะกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยยุบพรรคต้องมีความชัดเจน และการจัดทำนโยบายของพรรคการเมือง ต้องสามารถบอกแหล่งเงินว่านำมาจากไหนได้ รวมทั้งผลกระทบที่เกิดขึ้นด้วย เชื่อว่าร่างกฎหมายทั้ง 2 ฉบับจะสามารถประกาศใช้ได้ในเดือนมี.ค.2565

ด้านนายสุทินกล่าวว่า หลังจากนี้เป็น กระบวนการของสภาที่จะตรวจสอบความถูกต้องก่อนบรรจุระเบียบวาระการประชุม ซึ่งคาดว่าจะเข้าสู่การพิจารณาของสภาได้ในช่วงเดือนม.ค.2565 และยืนยันว่าไม่มีร่างแก้ไขฉบับพรรคร่วมฝ่ายค้าน เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่จึงให้เสรีและอิสระกับทุกพรรคการเมือง

ศาลฎีกาสั่งส.ส.‘อนุรักษ์’พักหน้าที่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 15 ธ.ค. ศาลฎีกา อ่านคำสั่งคดีหมายเลขดำที่ คมจ. 4/2564 ระหว่าง คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ผู้ร้อง และนายอนุรักษ์ ตั้งปณิธานนท์ ส.ส.มุกดาหาร พรรคเพื่อไทย ผู้คัดค้าน เรื่อง การฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง กรณีเรียกรับเงิน 5 ล้านบาทจากอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาลแลกกับการผ่านร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2564 ซึ่ง ป.ป.ช.มีมติชี้มูลความผิดไปก่อนหน้านี้

คดีนี้ ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้ศาลฎีกามีคำพิพากษาหรือคำสั่งว่า ผู้คัดค้านฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง ให้หยุดปฏิบัติหน้าที่นับแต่วันที่ศาลฎีการับคำร้องจนกว่าจะมีคำพิพากษาให้พ้นจากตำแหน่งนับแต่วันหยุดปฏิบัติหน้าที่ และเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งและสิทธิเลือกตั้งของผู้คัดค้าน มีกำหนดเวลาไม่เกิน 10 ปีตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 มาตรา 235, พ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 87 และมาตรฐานทางจริยธรรมของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และ ผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ รวมทั้งผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน และหัวหน้าหน่วยงานธุรการของศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระ พ.ศ.2561 ข้อ 7, 8, 9 และ 27

ศาลฎีกาพิจารณาแล้วมีคำสั่งให้รับคำร้อง เมื่อรับคำร้องไว้พิจารณาวินิจฉัยแล้วและมิได้มีคำสั่งเป็นอย่างอื่น ผู้คัดค้านย่อมต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่จนกว่าจะมีคำพิพากษาตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 มาตรา 235 วรรคสาม นัดพิจารณาครั้งแรกเพื่อตรวจพยานหลักฐาน ในวันที่ 10 ก.พ.2565 เวลา 09.30 น.

พท.เตรียมเรียกซักยิบ

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ว่า เพิ่งทราบ คำวินิจฉัยของศาลวันนี้ แต่ก่อนหน้านี้พรรคได้ให้คำปรึกษาเรื่องข้อกฎหมายอยู่ ซึ่งนายอนุรักษ์ได้ยืนยันความบริสุทธิ์ว่าไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับการเรียกเงินเรียกทองอย่างที่ปรากฏเป็นข่าว ส่วนกรณีที่ว่ามีคลิปหลักฐานก็ยังไม่มีใครได้ยินได้เห็น

“ฝ่ายเราคงต้องเรียกนายอนุรักษ์มาสอบถามกรณีดังกล่าวแบบลงรายละเอียดอีกครั้ง แต่ผมแปลกใจว่าพอเป็นฝ่ายค้าน การวินิจฉัยรู้สึกว่าจะเร็วเหลือเกิน แต่ถ้าเป็นฝ่ายรัฐบาลบางเรื่องช้า บางเรื่องดึงไว้หลายปีเลย ทราบว่านายอนุรักษ์ได้เตรียมเรื่องที่เกี่ยวข้องกับข้อกฎหมายไว้เพื่อต่อสู้อยู่แล้ว” นายประเสริฐกล่าว

เลื่อนอ่านฎีกาคดี‘ธาริต เพ็งดิษฐ์’

เมื่อวันที่ 16 ธ.ค. ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลนัดอ่านคำพิพากษาศาลฎีกา คดีปฏิบัติหน้าที่มิชอบ หมายเลขดำ อ.310/2556 ที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี นายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกรัฐมนตรี และอดีตผอ.ศูนอำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) ร่วมกันเป็นโจทก์ ฟ้องนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อดีตอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ), พ.ต.ท.วรรณพงษ์ คชรักษ์ อดีตหัวหน้าชุดสอบสวนคดีการเสียชีวิตของประชาชน และเจ้าหน้าที่รัฐ จากเหตุรุนแรงทางการเมืองปี 2553, พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ และ ร.ต.อ.ปิยะ รักสกุล พนักงานสอบสวน เป็นจำเลยที่ 1-4 ฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือโดยทุจริต และมีเจตนากลั่นแกล้งให้ผู้อื่นได้รับโทษอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157, 200 วรรคสอง กรณีระหว่าง ก.ค.2554-13 ธ.ค.2555 จำเลยทั้งสี่ ในฐานะพนักงานสอบสวนดีเอสไอ สอบสวนและตั้งข้อหาโจทก์ทั้งสองฐานสั่งฆ่าประชาชน จากที่ ศอฉ.ออกคำสั่งให้ใช้กำลังเจ้าหน้าที่กระชับพื้นที่การชุมนุมกลุ่ม นปช. เมื่อปี 2553 ที่ชุมนุมขับไล่นายอภิสิทธิ์ จำเลยทั้งสี่ให้การปฏิเสธ ต่อสู้คดี

ศาลชั้นต้นพิพากษา ยกฟ้อง โจทก์ทั้งสองยื่นอุทธรณ์ ต่อมาศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้จำคุกทั้งสี่คนละ 3 ปี ลดโทษให้ 1 ใน 3 คงจำคุกจำเลยคนละ 2 ปี ไม่รอลงอาญา

จำเลยทั้งสี่ยื่นฎีกา โดยวันนี้จำเลยที่ 2-4 พร้อมทนายความเดินทางมาศาล และนายประกันจำเลยทั้งสี่ยื่นคำร้องต่อศาลว่า เพิ่งได้รับแจ้งว่านายธาริต จำเลยที่ 1 ย้ายภูมิลำเนาไปอยู่ที่ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา จึงไม่สามารถนำตัวจำเลยที่ 1 มาส่งศาลได้ ขอเลื่อนคดีสักนัดหนึ่ง

ศาลพิเคราะห์เห็นว่าให้เลื่อนนัดฟังคำพิพากษาศาลฎีกาเป็น วันที่ 10 ก.พ.2565 เวลา 09.00 น.

กมธ.ถกปมจนท.รุนแรงม็อบ

เมื่อวันที่ 16 ธ.ค. ที่รัฐสภา น.ส.สุทธวรรณ สุบรรณ ณ อยุธยา ส.ส.นครปฐม พรรคก้าวไกล ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน สภาผู้แทนราษฎร แถลงผลประชุมคณะกมธ. ว่าพิจารณาเรื่องร้องเรียนของประชาชน กรณีขอให้กมธ.พิจารณาตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ และการใช้อาวุธปืนของตำรวจกับประชาชน ที่เข้าร่วมชุมนุมทางการเมืองเมื่อวันที่ 14 พ.ย.2564 โดยมีตัวแทน ผู้ร้องเรียนจากแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม กลุ่มวีโว่ และตัวแทนประชาชนผู้ใช้สิทธิตามกฎหมาย เข้าร่วมประชุม

น.ส.สุทธวรรณกล่าวว่าโดยผู้ร้องเรียนให้ข้อมูลว่าชุมนุมโดยสงบสันติ ปราศจากอาวุธ ตามที่รัฐธรรมนูญรับรองและคุ้มครองไว้ โดยเคลื่อนขบวนจากแยกปทุมวันไปยัง สถานเอกอัครราชทูตสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมัน ประจำประเทศไทย เพื่อยื่นหนังสือแถลงการณ์แสดงเจตนารมณ์ ต่อผลคำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญ และผู้ร้องเรียนได้มีเอกสารข้อสังเกตเกี่ยวกับเรื่องที่มาของเสียงดัง 7 ครั้งแรก เรื่องที่มาของกระสุนปืนที่ยิงใส่ผู้ชุมนุม เรื่องการไม่ปรากฏกรณีฉุกเฉินจำเป็นเร่งด่วนถึงระดับให้เจ้าหน้าที่ใช้อาวุธปืน และไม่ปรากฏว่า มีการเจรจา หรือแจ้งเตือนก่อนการใช้อาวุธ แสดงอากัปกิริยา เหยียดหยาม ยั่วยุ ไม่เกรงกลัวกฎหมายของเจ้าหน้าที่ การเล็งปืนของเจ้าหน้าที่ และเรื่องการตัดแปลงอาวุธของเจ้าหน้าที่

‘ตู่’ปลื้ม‘โนรา’เป็นมรดกโลก

เมื่อวันที่ 16 ธ.ค. นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี รับทราบว่าโนรา หรือมโนราห์ ศาสตร์การรำ ของไทยได้รับการประกาศขึ้นทะเบียนจากองค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) ให้เป็นมรดกโลกด้านภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ โดยนายกฯ ยินดีและภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่วัฒนธรรมของไทยที่มีความ โดดเด่น ได้รับการยอมรับจากนานาชาติ แสดงให้เห็นว่าศิลปวัฒนธรรมไทยมีความโดดเด่น มีเอกลักษณ์ สวยงาม และเป็นที่น่าชื่นชม ทั้งนี้ รัฐบาลกำหนดนโยบายการสร้างความมั่นคงและความยั่งยืนทางมรดกทางวัฒนธรรม สร้างศักยภาพและความแข็งแกร่งให้กับการนำเสนอด้านซอฟต์พาวเวอร์ของไทย รวมทั้งจะเสริมสร้างความเชื่อมโยงระหว่างประชาชน ตลอดจนสามารถต่อยอดไปสู่การส่งเสริมภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของประเทศ

“นับเป็นความยินดีที่วัฒนธรรมไทยจะสามารถสร้างชื่อเสียงให้แก่ประเทศ และสามารถดึงดูดให้ทั้งชาวต่างชาติ และคนไทยด้วยกันหันมาสนใจศิลปวัฒนธรรมไทยมากขึ้น รวมทั้งยังช่วยสืบสานอนุรักษ์โนราการแสดงสำคัญของชาวใต้ยังคงอยู่ และได้รับการต่อยอดอย่างสร้างสรรค์แพร่หลาย รวมถึงมรดกของชาติอื่นๆ ทั้งนี้ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าการขึ้นทะเบียนโนราการแสดงที่ชาวใต้ภูมิใจ จะส่งเสริมการท่องเที่ยวภาคใต้ผ่านการเรียนรู้ศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น และมีส่วนสนับสนุนกิจกรรมทางเศรษฐกิจภาคใต้ต่อไป” โฆษกรัฐบาลกล่าว

กมธ.บี้ต่อปมสลายม็อบจะนะ

เมื่อวันที่ 16 ธ.ค. ที่รัฐสภา นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร แถลงว่าที่ประชุมพิจารณากรณีตำรวจสลายการชุมนุมเครือข่ายจะนะรักษ์ถิ่นที่หน้าทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 6 ธ.ค. โดยกมธ.เชิญ ผบ.ตร. ผบช.น. และศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) มาหารือ แต่ไม่ได้รับความร่วมมือ เพราะส่งตำรวจที่เกี่ยวข้องกับเรื่องทำสำนวนและสืบสวนเท่านั้น แต่ไม่ใช่ฝ่ายนโยบายว่าใครเป็นคนสั่งการให้จับกุมประชาชน และสั่งให้กระทำการเกินกว่าเหตุ กมธ.มีมติดังนี้ 1.จะส่งหนังสือไปถึงนายกรัฐมนตรี และผบ.ตร. ว่าไม่ได้รับความร่วมมือ และจะเดินทางไปยังสำนักงานแห่งชาติ ในวันที่ 7 ม.ค.2565

นายรังสิมันต์กล่าวต่อว่า 2.คดีความที่เกิดขึ้นกับชาวจะนะที่มาร่วมชุมนุมทั้ง 37 คน ต้องยอมรับว่าการชุมนุมของชาวจะนะไม่ได้มีเจตนาทำผิดกฎหมาย แต่เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลรักษาสัญญา หลังจากนี้คงจะมีกระบวนการทางกฎหมายเพื่อหาทางออกต่อไป นอกจากนี้ กมธ.ยังมีแนวคิดว่าอยากจะลงพื้นที่ที่มีปัญหา เพื่อที่กมธ.จะเป็นสะพานสร้างความเข้าใจ และนำไปสู่การมีส่วนร่วมของประชาชน เพื่อทำให้การพัฒนาพื้นที่เกิดขึ้นอย่างยั่งยืนและ เป็นประโยชน์ต่อประชาชนที่อาศัยอยู่ตรงนั้นให้ได้มากที่สุด ทั้งนี้จะพูดคุยกันอีกครั้งว่า จะลงพื้นที่เมื่อไหร่ เบื้องต้นน่าจะเป็นเดือนม.ค.2565 แต่ต้องดูสภาพความพร้อมและสถานการณ์โควิดก่อน

ร.พ.อัจฉริยะ – พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ เปิดโครงการต้นแบบโรงพยาบาลอัจฉริยะด้วยเทคโนโลยีเครือข่าย 5 จี และระบบปัญญาประดิษฐ์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพทางการแพทย์ และเตรียมขยายทั่วประเทศ ที่ร.พ.ศิริราช กทม. เมื่อวันที่ 16 ธ.ค.

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน