ปะทะเดือดกะเหรี่ยง
2.4พันคนหนีสงคราม
กองกำลังนเรศวรประท้วงกองทัพเมียนมารบเดือดกะเหรี่ยง แล้วกระสุนตกฝั่งไทย พร้อมตอบโต้หากรุกล้ำอธิปไตย หรือกระทบความปลอดภัยคนไทย ขณะที่ชาวพม่าหนีภัยสงครามทะลักเข้ามายังฝั่งไทยแล้วกว่า 2.4 พันคน กองทัพจัดสถานที่พักพิงชั่วคราวไว้รองรับตามหลักมนุษยธรรม หากสถานการณ์คลี่คลายก็จะกลับไปเอง แค่ข้ามมาพักพิงพื้นที่ปลอดภัย
เมื่อวันที่ 17 ธ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์การสู้รบกันระหว่างทหารรัฐบาลเมียนมา กับกองกำลังสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง (เคเอ็นยู) ตรงข้ามกับบ้านดอนไชย ต.แม่ตาว อ.แม่สอด จ.ตาก เป็นเหตุให้ชาว เมียนมานับพันคนอพยพหนีตายข้ามแม่น้ำเมยมาหลบภัยที่ฝั่งไทย และมีกระสุนปืนใหญ่ข้ามตกฝั่งไทยด้วยว่า ตลอดคืนที่ผ่านมาทั้ง 2 ฝ่ายยังคงปะทะกันดุเดือด โดยหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 14 ตชด.346 และอาสาสมัครรักษาดินแดน (อส.) แม่สอด ที่ปฏิบัติหน้าที่ตามแนวชายแดนมองเห็นแสงไฟจากกระสุนวิถีโค้ง หรือปืนค.ที่ยิงมาจากฝ่ายทหาร เมียนมา ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความระมัดระวัง เพราะจุดปะทะกันใกล้ชายแดนไทยมาก และพร้อมโต้ตอบหากรุกล้ำอธิปไตยเข้ามาในประเทศไทย หรือกระทำการใดๆ ที่ส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนไทย
ขณะเดียวกัน กองกำลังนเรศวรประท้วงไปยังรัฐบาลเมียนมา ผ่านช่องทางคณะกรรมการชายแดนระดับท้องถิ่นไทย-เมียนมา (ทีบีซี) เนื่องจากมีกระสุนไม่ทราบชนิด และไม่ทราบฝ่ายตกบริเวณริมลำน้ำเมยฝั่งไทย จึงขอให้เมียนมาระมัดระวังเรื่องการใช้อาวุธ ส่วนเอกสารศูนย์สั่งการชายแดนจังหวัดตาก ระบุว่าขอความร่วมมือประชาชนในพื้นที่งดการเดินทางเข้าไปยังพื้นที่ดังกล่าว รวมทั้งเพื่อให้ปฏิบัติตามมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิดด้วย
ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงเรื่องดังกล่าวว่า มีผู้อพยพหลบหนีเข้ามา เพราะเกิดเหตุปะทะกัน ก็เป็นธรรมดาพอเหตุการณ์สงบเราก็ต้องส่งกลับ ไม่เป็นไร ระหว่างนี้จัดที่พักชั่วคราว และต้องควบคุมเรื่องโควิดด้วย
ส่วน พล.อ.สันติพงศ์ ธรรมปิยะ เสธ.ทบ. ในฐานะโฆษกกองทัพบก กล่าวว่ามีประชาชนจากประเทศเพื่อนบ้านส่วนหนึ่งข้ามมายังฝั่งไทยเพราะคิดว่าปลอดภัย โดยแนวทางปฏิบัติตามแนวชายแดนจะมีพื้นที่ความปลอดภัยรองรับให้ประชาชนจากประเทศเพื่อนบ้านในจุดต่างๆ ปฏิบัติตามหลักมนุษยธรรม เมื่อสถานการณ์คลี่คลาย ประชาชนในประเทศเพื่อนบ้านก็จะเดินทางกลับไป ไม่ได้ตั้งใจเข้ามาพักค้างแรมฝั่งไทย เพียงแค่เข้ามาเพื่อต้องการพื้นที่ปลอดภัย และเมื่อสถานการณ์ดีขึ้นก็ทยอยกลับ
โฆษกกองทัพบกกล่าวอีกว่า ฝ่ายความมั่นคงดูแลตามหลักการ โดยให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้รับผิดชอบหลักในการดูแลประชาชนจากประเทศเพื่อนบ้านที่ข้ามมาฝั่งไทย แต่ถ้าเป็นการลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย จะใช้กลไกการปฏิบัติของตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ผลักดันตามกระบวนการทางกฎหมาย และพยายามสืบสวนไปถึงผู้นำพาเพื่อเอาผิดทั้งขบวนการ
ขณะที่พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รองผบ.ตร. รับผิดชอบด้านความมั่นคง กล่าวว่าได้รับรายงานบช.ภาค 6 ว่ามีผู้อพยพเข้ามาในฝั่งไทย 2,476 คน โดยหน่วยร่วมปฏิบัติทหาร ตำรวจ สาธารณสุข ฝ่ายปกครอง ช่วยกันดูแลให้อยู่ในที่ปลอดภัยชั่วคราว ต.แม่ตาว อ.แม่สอด ขณะเดียวกัน ได้กำชับตำรวจพื้นที่ ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง และตชด. ประสานหน่วยร่วมปฏิบัติในพื้นที่ช่วยกันดูแลศูนย์พักพิง และลาดตระเวนอย่าให้ผู้อพยพหลุดเข้ามาพื้นที่ตอนใน ขอให้อยู่ที่ศูนย์พักพิงเท่านั้น เป็นการช่วยเหลือ เบื้องต้นตามหลักมนุษยธรรม เมื่อสถานการณ์ ดีขึ้นก็จะกลับ