จบแค่ม.6-สวมรอย‘พญ.’
ตบตาเจ้าแม่ขายออนไลน์

จับได้แล้ว ‘หมอหญิงเก๊’ คลินิกพิมรี่พาย ตำรวจปคบ.ตามรวบได้ที่พัทยา แจ้ง 4 ข้อหาหนัก หลังแพทย์ตัวจริงโพสต์จากเมืองนอก แจงไม่เคยทำงานที่คลินิกพิมรี่พาย แม่ค้าออนไลน์ชื่อดัง เพราะอยู่ต่างประเทศนานกว่า 7 เดือนแล้ว ขณะที่พิมรี่พายพร้อมทนายรุดแจ้งความเอาผิดผู้แอบอ้างทันที หมอเก๊สาวรับสารภาพ เผยเรียนจบแค่ ม.6 เคยทำงานในคลินิกความงาม ลักลอบนำโบท็อกซ์มาฉีดกันเองในกลุ่มพนักงานจนชำนาญ ก่อนใช้เอกสารประจำตัวและใบประกอบวิชาชีพหมอคนหนึ่งเข้าสมัครงานโดยสมอ้างเป็นตนเอง

พญ.เก๊ – ตำรวจตามจับน.ส.อาลินดา แอบอ้างใช้เอกสารประกอบวิชาชีพของพญ.คนหนึ่งสมัครงานในคลินิกของ ‘พิมรี่พาย’ เจ้าแม่ขายออนไลน์ ได้ที่โรงแรมในเมืองพัทยา จ.ชลบุรี ควบคุมตัวมาดำเนินคดี เมื่อวันที่ 19 ธ.ค.

กรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง (น.ส. ปิยนุช รัตนโกเศศ หรือหมอหยก) ระบุว่าตนถูกแอบอ้างชื่อเพราะไม่เคยทำงานที่คลินิกของ “พิมรี่พาย” แม่ค้าออนไลน์ชื่อดัง เพราะอยู่ต่างประเทศมานานกว่า 7 เดือนแล้ว จนทำให้น.ส.พิมรดาภรณ์ เบญจวัฒนะพัชร์ หรือพิมรี่พาย แม่ค้า และยูทูบเบอร์ชื่อดัง พร้อมทนายความ เข้าพบ พ.ต.ท.มนสิช ชุนดี รอง ผกก.(สอบสวน) กก.4 บก.ปคบ. เพื่อแจ้งความดำเนินคดีผู้ที่แอบอ้างดังกล่าว พร้อมนำหลักฐานจากแพทยสภาและสำเนาบัตรประชาชนซึ่งเป็นชื่อของแพทย์ตัวจริงมาแสดง ตามที่เป็นข่าวไปแล้วนั้น

ความคืบหน้า เมื่อวันที่ 19 ธ.ค. พล.ต.ท. จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. พล.ต.ต.อนันต์ นานาสมบัติ ผบก.ปคบ. สั่งการให้ พ.ต.อ. เนติ วงษ์กุหลาบ ผกก.4 บก.ปคบ. พ.ต.ท. สุพจน์ พุ่มแหยม รองผกก.4 บก.ปคบ. นำกำลังชุดสืบสวนบก.ปคบ. เข้าจับกุมตัวน.ส.อาลินดา (สงวนนามสกุล) ผู้แอบอ้างใช้ชื่อน.ส.ปิยนุช รัตนโกเศศ หรือหมอหยก ตามหมายจับศาลอาญาที่ 2129/2564 ลงวันที่ 18 ธันวาคม 2564 ข้อหา ฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นผู้อื่น, ประกอบวิชาชีพเวชกรรมโดยไม่ได้รับอนุญาต, แสดงให้ ผู้อื่นเข้าใจว่าตนเป็นผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม และเอาไปเสียซึ่งเอกสารของ ผู้อื่น ได้ที่โรงแรมแห่งหนึ่งในเมืองพัทยา จ.ชลบุรี

สอบสวน น.ส.อาลินดา ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า เมื่อประมาณกลางปี 2564 ตนสมัครงานเป็นแพทย์พาร์ตไทม์ที่คลินิกอิสคิวท์โดยใช้เอกสารประจำตัวและใบประกอบวิชาชีพของแพทย์หญิงท่านหนึ่งโดยสมอ้างว่าเป็นตนเองเพื่อเข้าไปทำงานรักษาเกี่ยวกับงานสกินและดูแลผิวหน้า ฉีดฟิลเลอร์ โบท็อกซ์ ฯลฯ ตนจบการศึกษาเพียงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ก่อนสมัครเข้าทำงานเป็นเซลส์อยู่ที่คลินิกเสริมความงามแห่งหนึ่งย่านจตุจักร

ต่อมาคลินิกดังกล่าวขยายสาขาจึงได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้จัดการสาขาและเป็นเซลส์ ระหว่างทำงานในคลินิกแห่งนี้ ได้ลักลอบนำยาโบท็อกซ์ที่เหลือจากการบริการลูกค้ามาทดลองฉีดกันเองในกลุ่มพนักงานจนเกิดความชำนาญ ภายหลังจึงมาก่อเหตุก่อนถูกจับกุมดังกล่าว

รายงานข่าวแจ้งว่า ข้อหาฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นผู้อื่นมีอัตราโทษจำคุก 5 ปี ปรับ 100,000 บาท, ประกอบวิชาชีพเวชกรรมโดยไม่ได้รับอนุญาต อัตราโทษจำคุก 3 ปี ปรับ 30,000 บาท, แสดงให้ ผู้อื่นเข้าใจว่าตนเป็นผู้ประกอบวิชาชีพ เวชกรรม อัตราโทษจำคุก 1 ปี ปรับ 100,000 บาท และเอาไปเสียซึ่งเอกสารของผู้อื่น อัตราโทษจำคุก 5 ปี ปรับ 100,000 บาท

ล่าสุด ผู้ต้องหายื่นขอประกันตัวในชั้นสอบสวน 100,000 บาท และได้ปล่อยตัวชั่วคราว ซึ่งเป็นสิทธิของผู้ต้องหาในการยื่นประกันตัว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน