ปธ.วุฒิร่างทรง
ชลน่านดาวเด่น
วิรัชเป็นดาวดับ
ส่วนสว.คือผู้เฒ่า
เฝ้ามรดก‘คสช.’

เปิดฉายาสภาผู้แทนราษฎร ประจำปี 2564 สื่อตั้ง ‘สภาอับปาง’ ส่วนวุฒิสภาคือผู้เฒ่า เฝ้ามรดก(คสช.) ยกแผนโหวตคว่ำนายกฯ ติดเหตุการณ์เด่นแห่งปี พรเพชร ‘ร่างทรง’ ด้านหมอชลน่าน ได้ดาวเด่น วิรัช เป็นดาวดับ วาทะแห่งปี ‘วัคซีนเต็มแขน’ คู่กัดแห่งปี ยกให้ ส.ว.เสรี-วิโรจน์ ก้าวไกล ยกเลิก‘คนดีศรีสภา’ เหตุไม่มีคนดีพอ ประธานวิปรัฐบาลขอบคุณสื่อสะท้อนความจริง ลั่นพร้อมแก้ไข เพื่อไทยย้ำเหตุได้ฉายาสภาอับปางเพราะ ส.ส.รัฐบาลมาประชุมไม่ถึงครึ่ง ‘อู๊ดด้า’ สอนมารยาทพรรคร่วมรัฐบาล ปมส่งคนลงเลือกตั้งซ่อม โยนศาลรธน.ตีความนายกฯ 8 ปี นิด้าโพลเผยคนไทยร้อยละ 36 ยังหาคนเหมาะเป็นนายกฯไม่ได้‘บิ๊กตู่-พิธา-อุ๊งอิ๊ง’ ติดโผ คนหนุนนั่งนายกฯ

ถกปัญหา – นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ พูดคุยกับชาวบ้านถึงปัญหาสัตว์เร่ร่อน และปัญหาที่ดินใต้ทางด่วน ระหว่างร่วมกับกลุ่มเส้นด้ายจัดทีมตรวจโควิด-19 เชิงรุก ที่ชุมชนมะกอกกลางสวน เขตพญาไท กทม. เมื่อวันที่ 26 ธ.ค.

สภาอับปาง-ฉายาสภาปี 64

เมื่อวันที่ 26 ธ.ค. ที่ประชุมร่วมกันของผู้สื่อข่าวประจำรัฐสภา ได้มีความเห็นร่วมกันในการตั้งฉายาของรัฐสภา เพื่อสะท้อนการทำงานของฝ่ายนิติ บัญญัติ โดยมีข้อสรุปดังนี้

1.ฉายาสภาผู้แทนราษฎร “สภาอับปาง” เนื่องจากในปี 2564 สภาล่มบ่อยครั้งจนซ้ำซาก 2.ฉายาวุฒิสภา“ผู้เฒ่าเฝ้ามรดก (คสช.)” เนื่องจากส.ว.ส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ ถูกมองว่าคอยทำหน้าที่ปกป้อง คสช.อย่างเหนียวแน่น โดยเฉพาะการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 3.ฉายานายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร “ชวนพลังท่อม” เนื่องจากสามารถนั่งควบคุมการประชุมได้อย่างยาวนาน พร้อมลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย 4.ฉายา นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา “ร่างทรง” เนื่องจากทำงานให้คสช.มายาวนาน ตั้งแต่สมัย คสช.จนมาถึงยุคปัจจุบัน ทำให้ตำแหน่งประมุขสภาสูงของนายพรเพชร จึงเป็นเพียงหัวโขนทางการเมือง แต่ไม่มีอำนาจแท้จริง

ชลน่านดาวเด่น-วิรัชดาวดับ

5.ฉายานายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร “สมพงษ์ตกสวรรค์” เนื่องจากได้ตำแหน่งมาเพราะมีคนมอบให้ นอนมา ไร้คู่แข่ง แต่ครั้นได้รับตำแหน่งกลับไร้บทบาท ไม่โดดเด่นแม้เรื่องเล็กก็ยังมีความผิดพลาด 6.ดาวเด่นแห่งปี “นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน และหัวหน้าพรรคเพื่อไทย” เนื่องจากการอภิปรายสภาแต่ละครั้งมีหลักการและเหตุผล โน้มน้าวใจให้ส.ส.เห็นด้วยกับสิ่งที่อภิปราย โดยไม่มีการใช้ถ้อยคำหยาบคาย

7. ดาวดับ “นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ” เนื่องจากไม่สามารถทำหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธภาพ หลายครั้งเกิดเหตุขัดแย้งระหว่างส.ส.ภายในพรรคพลังประชารัฐ รวมถึงความขัดแย้งระหว่างส.ส.พรรคร่วมรัฐบาลด้วยกัน

8.เหตุการณ์เด่นแห่งปี “แผนกบฏการเมืองล้มนายกรัฐมนตรี” จากกรณี ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ในช่วงดำรงตำแหน่ง รมช.เกษตรและสหกรณ์ เดินสาย ล็อบบี้ส.ส.ฝ่ายรัฐบาล ให้ลงมติไม่ไว้วางใจ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและกลาโหม

วาทะแห่งปี‘วัคซีนเต็มแขน’

9.วาทะแห่งปี “วัคซีนเต็มแขน” คำชี้แจงของนายอนุทินชาญวีรกูลรมว.สาธารณสุข เกี่ยวกับวัคซีน ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจเมื่อเดือนก.พ. 2564

10.คู่กัดแห่งปี “เสรี สุวรรณภานนท์ ส.ว. และ วิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล” เนื่องจากทั้งสองคนมักโต้เถียงกันบ่อยครั้งและมีแนวโน้มจะไม่เลิกใช้คำพูดที่รุนแรง และ 11.คนดีศรีสภา “ยกเลิกตำแหน่งนี้ถาวร” เป็นเวลาหลายปีแล้วที่สื่อมวลชนประจำรัฐสภาไม่ได้มอบตำแหน่งคนดีศรีสภาให้กับสมาชิกรัฐสภา เนื่องจากท่ามกลางความขัดแย้งทางการเมืองและปัญหาเศรษฐกิจ ไม่ปรากฏว่ามีสมาชิกรัฐสภาคนใดที่จะเป็นแบบตัวอย่างที่ดีในการทำหน้าที่ฝ่ายนิติบัญญัติ สื่อมวลชนประจำรัฐสภาจึงเห็นร่วมกันว่าสมควรยกเลิกตำแหน่งนี้เป็นการถาวร จนกว่าในอนาคตจะมีสมาชิกรัฐสภาที่มีความประพฤติที่เหมาะสมกับตำแหน่งดังกล่าวต่อไป (อ่านรายละเอียด น.7)

ปธ.วิปลั่นปีหน้าพร้อมแก้ไข

นายนิโรธ สุนทรเลขา ส.ส.นครสวรรค์ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) ให้สัมภาษณ์ถึงฉายาของสภาผู้แทนราษฎร “สภาอับปาง” ว่า ไม่มีความเห็น แล้วแต่นักข่าว แต่สัปดาห์ที่ผ่านมาก็ดีขึ้นแล้ว ส่วนในปีหน้าก็จะแก้ไข

“ขอบคุณมากที่สะท้อนปัญหาให้เห็น ซึ่งก็ได้สะท้อนความเป็นจริงก็ขอบคุณมาก” นายนิโรธกล่าว เมื่อถามย้ำว่าในปีหน้าสภาจะไม่อับปางแน่นอนใช่หรือไม่นายนิโรธกล่าวว่า ไม่รู้แล้วแต่ความคิดของผู้แทนฯ ตนการันตีไม่ได้ เพียงแต่ได้พูดคุยกับหลายฝ่ายทำความเข้าใจกันแล้ว ซึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมาก็ดีขึ้น

มีอีกแน่ – นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม และรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย แถลงกรณีการตั้งฉายาสภาประจำปี ระบุแผนกบฏล้มเก้าอี้นายกฯ เกิดอีกแน่ เพราะปีหน้าฝ่ายค้านยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจตาม ม.151 ที่พรรคเพื่อไทย เมื่อวันที่ 26 ธ.ค.

พท.เชื่อแผนกบฏล้มนายกฯมีอีก

เมื่อเวลา 10.00 น. ที่พรรคเพื่อไทย นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส. มหาสาร คาม และรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) แถลงกรณีการตั้งฉายาสภาของสื่อ มวลชนประจำรัฐสภาว่า นักข่าวตั้งฉายาสภาอับปาง เหตุที่ทำให้สภาล่มอยู่บ่อยๆ คือ องค์ประชุมไม่ครบ เนื่องจากส.ส.รัฐบาล มาไม่ถึงครึ่ง ขณะที่เหตุการณ์แห่งปีคือ แผนกบฏล้มเก้าอี้ นายกฯ เมื่อเดือน ก.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งในปีหน้า ฝ่ายค้านสามารถยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจตามมาตรา 151 ได้ ก็จะเกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้ได้อีก และจะส่งผลประดังประเดไปถึงพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและรมว.กลาโหม ที่จะยุบสภาในปีหน้า

ชี้ปี 65 ปีแห่งการเลือกตั้ง

นายยุทธพงศ์กล่าวว่า ตนประเมินว่าปี 65 จะเป็นปีแห่งการเลือกตั้ง เช่น การเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. และเลือกตั้งส.ส. เนื่องจากมีการแก้รัฐธรรมนูญ กรณีบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ ส.ส.แบ่งเขต 400 คน และส.ส.บัญชีรายชื่อ 100 คน รวมถึงมีการเสนอร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. และพ.ร.ป.ว่าด้วยพรรรคการเมืองไปแล้ว คาดว่านำเข้าสภาในเดือนก.พ.ก่อนปิดสมัยประชุมสภา

เนื่องจากนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ บอกไทม์ไลน์กฎหมายลูกไว้ว่าจะแล้วเสร็จในเดือนก.ค.65 ซึ่งเป็นช่วงที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และรมว.กลาโหม ครบ 8 ปีในการดำรงตำแหน่งนายกฯ จึงวิเคราะห์ว่าจะมีความพยายามดึงกฎหมายลูกให้ช้า ก่อนในเดือนก.ค.-ส.ค. จะเกิดอุบัติเหตุการเมือง จนนายกฯ ไปไม่รอด

นายยุทธพงศ์กล่าวด้วยว่า นอกจากนี้ยังเกิดสภาล่มอยู่บ่อยครั้ง ถามว่าร่างพ.ร.บ.งบประมาณปี 2566 จะผ่านได้ง่ายหรือไม่ เพราะประชุมสภาล่ม เสียงไม่เป็นเอกภาพ และสถานการณ์ความขัดแย้งในพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) ค่อนข้างสูง แสดงให้เห็นว่าขนาดไม่มีกฎหมายสำคัญสภายังล่ม ถ้ากฎหมายสำคัญเข้าจะเป็นอุปสรรคให้รัฐบาลจำเป็นต้องยุบสภา

เปิดศูนย์ – คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานพรรคไทยสร้างไทย นำทีมแกนนำพรรคไปปักธงจังหวัดชายแดนภาคใต้ พร้อมเปิดศูนย์ประสานงานพรรคไทยสร้างไทย จังหวัดปัตตานี เมื่อวันที่ 26 ธ.ค.

อู๊ดด้านำทีมหาเสียงสงขลา

ที่โรงเรียนพะตงวิทยามูลนิธิ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) พร้อมด้วยนายนิพนธ์ บุญญามณี รมช.มหาดไทย ในฐานะรองหัวหน้าพรรคนายเดชอิศม์ ขาวทอง ส.ส.สงขลา และรองหัวหน้าพรรคดูแลภาคใต้ และผอ.เลือกตั้งซ่อม พร้อมคณะลงพื้นที่หาเสียงเลือกตั้งซ่อมเขต 6 สงขลา ช่วย น.ส.สุภาพร กำเนิดผล ผู้สมัครปชป.

นายจุรินทร์ให้สัมภาษณ์ว่า เขตนี้เป็นพื้นที่ของพรรค ก็ควรได้รับโอกาสทำงานการเมืองต่อในอนาคต ซึ่งน.ส.สุภาพร มีความรู้ ความสามารถ จึงขอให้โอกาสให้ได้เป็นส.ส.หญิงคนแรกของสงขลา เพื่อให้ ผู้หญิงได้มีโอกาสดูแลรับใช้ประชาชนในฐานะผู้แทนฯ และมั่นใจว่านายเดชอิศม์ จะนำชัยชนะกลับคืนสู่พรรค ซึ่งผลการเลือกตั้งซ่อมทั้งจ.สงขลาและจ.ชุมพร จะส่งผล กระทบกับการเลือกตั้งใหญ่ในอนาคตด้วย หากชนะเลือกตั้งจะส่งผลและกำลังใจในการทำงาน

สอนมารยาทพรรคร่วมรัฐบาล

เมื่อถามว่ากระแสข่าวปชป.จะไม่ส่ง ผู้สมัครส.ส.เขต 9 หลักสี่ ซึ่งเป็นพื้นที่เดิมของพรรคพลังประชารัฐ เพื่อแสดงมารยาททางการเมือง หัวหน้า ปชป. กล่าวว่า พรรคจะพิจารณาตามความเหมาะสม ไม่ใช่ว่าพื้นที่ใดมีเก้าอี้ว่างลงก็จะส่งผู้สมัครลงแข่งขันในทุกเขตแต่จะดูว่าพื้นที่นั้นเป็นพื้นที่เดิมของพรรคร่วมรัฐบาลหรือไม่ เพราะหากส่งแข่งกันเอง จะส่งผลต่อเสถียรภาพของรัฐบาลด้วย เพราะไม่ว่าพรรคร่วมรัฐบาลพรรคใด จะได้รับชัยชนะก็ไม่ทำให้เสียงของพรรคร่วมรัฐบาลเพิ่มขึ้น แต่เหมือนแนวทางนี้จะถูกลบเลือนไป ก็แล้วแต่แต่ละพรรคจะพิจารณา

ชี้ไม่มีฝ่ายค้านพูดบวกให้รัฐบาล

นายจุรินทร์ กล่าวถึงพรรคเพื่อไทยวิเคราะห์เสถียรภาพของรัฐบาลในปีหน้าง่อนแง่นถึง 5 ปัจจัยว่า เป็นธรรมดา เพราะฝ่ายค้านมีหน้าที่ควบคุมการบริหารของรัฐบาล และเป็นฝ่ายตรงข้ามรัฐบาลในทางการเมือง ฉะนั้นจะให้ฝ่ายค้านพูดบวกให้รัฐบาลก็คงไม่ใช่เรื่องง่าย รัฐบาลก็ต้องชี้แจงในมุมบวกว่าความจริงเป็นอย่างนั้นหรือไม่

เมื่อถามว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างนั้นหรือไม่ นายจุรินทร์กล่าว อาจจะใช่บ้าง ไม่ใช่บ้าง ตนคิดว่าสภาพปัญหาจากปี 64 ก็ยังคงดำรงอยู่อย่างน้อยใน 3 เรื่องทั้งโควิด เศรษฐกิจ การเมือง คิดว่าคงไม่หมดไปทีเดียว เพียงแต่สภาพปัญหามันอาจจะเปลี่ยนแปลงไปบ้างตามสถานการณ์และข้อเท็จจริง หรือในรายละเอียด แต่ยังคงอยู่แน่นอนทั้ง3 ด้าน ยกเว้นว่าในช่วงครึ่งปีหลัง โควิดอาจคลายลงได้มากจนกระทั่งถือเป็นภาวะปกติในสถานการณ์นิวนอร์มัล ถ้าเป็นอย่างนั้น การจะฟื้นตัวทางเศรษฐกิจและการคลี่คลายปัญหาทางการเมืองก็อาจเบาลงไปได้

โยนศาลรธน.ตีความนายกฯ 8 ปี

เมื่อถามถึงอายุในการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี 8 ปี ของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ทีายังมีข้อถกเถียงกันอยู่ นายจุรินทร์กล่าวว่า ประเด็นนี้เป็นประเด็นข้อเท็จจริงที่ต้องยอมรับว่ามีการถกเถียงกันอยู่ว่าสุดท้ายแล้วคำว่า8 ปีของนายกฯ นั้น นับจบตรงไหนและนับ 1 จากการเป็นนายกฯ ตรงไหน ฝ่ายหนึ่งบอกว่านับ 1 ตั้งแต่ตอนเป็น นายกฯ คสช. อีกฝ่ายหนึ่งก็บอกว่านับหนึ่งตั้งแต่ตอนที่หลังการเลือกตั้งเที่ยวนี้

เพราะฉะนั้นไม่ว่าจะนับ 1 จากตรงไหนก็ต้องบวกไป 8 ปี ซึ่งมันจะจบตรงไหน อันนี้คือสิ่งที่ยังมีข้อถกเถียงกันอยู่ แต่ทั้งหมดนี้ คิดว่าต้องให้ศาลรัฐธรรมนูญเป็นผู้พิจารณา ถ้าสุดท้ายมีคนยื่นให้วินิจฉัย เพราะเถียงกันไปเราก็ถกเถียงกันได้เราก็มีความเห็นต่างกันได้ แต่สุดท้ายต้องไปยุติตรงนั้นเพราะศาลรัฐธรรมนูญผูกพันทุกองค์กรในคำวินิจฉัย

โฆษกยัน‘ตู่-ป้อม’ยังรักกันดี

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงข่าวความ ขัดแย้งภายในพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) อาจส่งผลต่อคะแนนนิยมของพล.อ. ประยุทธ์ ว่า พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯ ของพปชร.ตามที่พรรคเสนอชื่อโดยพล.อ.ประยุทธ์ และพล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และหัวหน้าพรรค แบ่งงานกันลงพื้นที่ตรวจราชการ เพื่อติดตามแก้ไขปัญหาให้ประชาชน และทำงานเข้าขากันอย่างดี ยืนยันว่า ภายในพปชร.ไม่มีปัญหาขัดแย้ง ส่วนพล.อ.ประยุทธ์และพล.อ.ประวิตร ยังรักกันดี เป็นขวัญและกำลังใจให้กับ รัฐบาลและ พปชร.

“นายกฯ พูดเสมอว่าไม่ขอยุ่งเรื่องการเมือง ขอแก้ปัญหาให้ประชาชน เร่งเดินหน้าเศรษฐกิจเพื่อพลิกโฉมประเทศ ดังนั้น คนที่ปล่อยข่าวเพื่อสร้างความสับสนให้กับสังคม หรือสร้างความเข้าใจผิดต่อตัวนายกฯ อยากให้เพลาๆ เรื่องการเมืองลงบ้าง เอาเวลาที่ทำเรื่องไร้สาระแบบนี้ มาช่วยกันพลิกฟื้นประเทศดีกว่า ทั้งพล.อ.ประยุทธ์ และพล.อ. ประวิตรจะร่วมกันเดินหน้าทำ ทุกอย่างเพื่อประเทศและประชาชนอย่าง เต็มที่” นายธนกรกล่าว

ปลื้มโพลชู‘ประวิตร’บุคคลแห่งปี

น.ส.พัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ ส.ส.กทม. และโฆษก พปชร. กล่าวถึงซูเปอร์โพล เลือกพล.อ.ประวิตร เป็นบุคคลแห่งปีว่า ขอขอบคุณผลสำรวจที่เลือกพล.อ. ประวิตร มาเป็นอันดับ 1 ถึงร้อยละ 40 ในการช่วยเหลือแก้ปัญหาปากท้องของประชาชน ปัญหาสังคม หนี้นอกระบบ ที่ดินทำกิน แหล่งน้ำ เพื่อลดความเดือดร้อนของประชาชน โดยมองว่าเป็นรองนายกฯ ที่ดูแลใส่ใจแก้ปัญหาความเดือดร้อนของคนฐานราก ตั้งใจและทุ่มเทกำกับดูแลแบบกัดไม่ปล่อย จนช่วยเหลือเหยื่อขบวนการหนี้นอกระบบ จัดสรรที่ดินทำกินให้ประชาชนฐานรากจำนวนมาก และแก้ปัญหาค้ามนุษย์ ได้ผลน่าพอใจมากกว่าอดีต

น.ส.พัชรินทร์กล่าวว่า ผลโพลเป็นเสียงสะท้อนของประชาชน และจะเป็นกำลังใจให้กับพล.อ.ประวิตร และพปชร. ขับเคลื่อนนโยบาย ลดความเหลื่อมล้ำแก้ปัญหาปากท้องของทุกกลุ่ม และที่ผ่านมารัฐบาลพยายามแก้ปัญหาเหล่านี้อย่างต่อเนื่อง และเห็นผลเป็นรูปธรรมหลายโครงการ

สว.ชี้กลางปี-รัฐบาลอาจถูกน็อก

นายวันชัย สอนศิริ ส.ว. โพสต์เฟซบุ๊ก ทำนายดวงการเมือง และรัฐบาลในปีหน้าว่า รัฐบาลอาจไปไม่รอด เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง โดยระบุว่า ปีหน้าเป็นปีเสือ ท่านว่าเป็นทั้งเสือหิว และเสือซุ่ม พร้อมมีเรื่องอยู่ตลอดเวลา วันที่ 28 ก.พ.65 ดาวเกตุทับดวงเมืองถึง 18 เม.ย.65 ดาวเสาร์ยังอยู่ในเรือนกัมมะ ดาวราหูอยู่ในเรือนกดุมภะ แต่ดาวพฤหัสฯ ยังเข้มแข็งอยู่ในเรือนลาภะ รวมทั้งดาวศุกร์ยังอยู่ในเรือนลาภะเช่นกัน หมายความว่า ช่วงต้นปีถึงกลางปี บ้านเมืองยังมีทั้งเรื่องดีและเรื่องร้ายสลับกัน ไม่สงบเบ็ดเสร็จเด็ดขาด

การเปลี่ยนแปลงทางการเมือง และสถานการณ์ต่างๆ ยังมีอยู่ตลอดเวลา ที่มองดูว่าทำท่าจะสงบ ไม่ว่าเรื่องโรคภัยไข้เจ็บ หรือการชุมนุมประท้วง และการเมือง ไปๆ มาๆ แรงบ้าง เบาบ้าง แต่ช่วงกลางปีจะแรง และทะลุทะลวงมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม

นายวันชัยระบุด้วยว่า ดาวเสาร์ และดาวราหู เป็นอุปสรรคอย่างสำคัญที่ทำให้รัฐบาลคลอนแคลน ทั้งปัญหาภายในรัฐบาลเอง มีทั้งเสือหิว และเสือซุ่ม ที่รุมเร้าพร้อมลุกขึ้นมาขย้ำ เมื่อเพลี่ยงพล้ำจะบดขยี้ ตามดวงดาวก็ไม่ใช่ใครที่ไหนพวกกันเองทั้งนั้นที่ซุ่มๆ อยู่ และเรื่องนโยบายที่กำหนดทั้งการเกษตร และการเงินก็ไม่บรรลุผลตามที่วางไว้ เหมือนมวยยกสุดท้ายทั้งเมาหมัด และเป๋ไปเป๋มา จะประคองตัวรอดหรือไม่ หรือจะโดนน็อกในยกสุดท้าย ทั้งดาวราหู และมฤตยู ยังรุมขย้ำซ้ำกันอยู่ทับดวงเมืองกว่าจะออกก็คือวันที่ 7 ก.ค.

ตามดวงรัฐบาลนี้มีดาวพฤหัสฯเป็นลาภะ ทำท่าจะไปหรือจะโดนน็อกก็มีดาวพฤหัสบดีดวงใหญ่เข้ามาคุ้มไว้ แต่คอยดูจะมีดาวร้ายอีกหลายดวง ทั้งเสือหิวเสือซุ่มที่จะรุมกันขย้ำ รอดหรือไม่รอด จะจอดหรือแจวก็กลางปี อุบัติเหตุทางการเมืองพร้อมเกิดได้ทุกเมื่อถ้าเสือขยับ

เพชร กรุณพลลุยหาเสียง

นายกรุณพล เทียนสุวรรณ ว่าที่ ผู้สมัคร รับเลือกตั้งซ่อม ส.ส.กทม. เขต 9 หลักสี่-จตุจักร พรรคก้าวไกล ลงพื้นที่พบประชาชนพร้อมรับฟังปัญหาพ่อค้าเเละแม่ค้าตลาดทุ่งสองห้อง และประชาชนที่อาศัยบริเวณริมคลองเปรมประชากร โดยมีนายวรวรรษ์ รักวงษ์ อดีตผู้สมัครส.ส.เขต 9 พรรคก้าวไกล ร่วมลงพื้นที่ด้วย

นายกรุณพลกล่าวว่า ตลอดทั้งวันนี้ตนได้ลงพื้นที่พบปะประชาชนซึ่งให้การตอบรับอย่างล้นหลาม เชื่อมั่นว่าจะผลักดันนโยบายที่สำคัญต่อปากท้องของประชาชน เพื่อเกิดการเปลี่ยนแปลงได้จริง ที่สำคัญขอให้เชื่อมั่นในอุดมการณ์ของพรรคก้าวไกล ที่ร่วมต่อสู้และเคียงข้างประชาชน เพื่อ เรียกคืนประชาธิปไตยกลับมาให้กับการ เมืองไทย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลอดการลงพื้นที่ของนายกรุณพล บริเวณตลาดทุ่งสองห้อง พ่อค้าแม่ค้าและประชาชนที่สัญจรผ่านมาให้การทักทายอย่างล้นหลาม อีกทั้งเข้ามาถ่ายรูปด้วยบรรยากาศเป็นกันเอง

เรืองไกรอ้างคลิปวิฑูรย์ร้องยุบพท.

นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ สมาชิกพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวว่า ตามคลิปและข่าวของนายวิฑูรย์ นามบุตร ที่กล่าวอ้างถึงนายเกรียง กัลป์ตินันท์ รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย และนายทักษิณ ชินวัตร หรือโทนี่ วู้ดซัม อดีตนายกฯ นั้น จะเป็นหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า พท.เข้าข่ายกระทำการฝ่าฝืนพ.ร.ป. พรรคการเมือง มาตรา 28 หรือไม่

นายเรืองไกรกล่าวต่อว่า ข้อเท็จจริงที่นายวิฑูรย์ ขณะที่ให้สัมภาษณ์ ซึ่งมีความชัดเจนทั้งภาพและเสียง โดยกล่าวอ้างว่าได้ขออยู่บัญชีรายชื่อ พท.ในลำดับที่ต่ำกว่าลำดับที่ 30 จากนายโทนี่ ซึ่งไม่ได้เป็นสมาชิกพรรค โดยที่มีนายเกรียงเป็นผู้ต่อสายตรงให้นั้น จึงมีประเด็นที่ต้องขอให้ กกต.ตรวจสอบว่า การให้สัมภาษณ์ของนายวิฑูรย์ดังกล่าว อาจถือเป็นหลักฐานที่แสดงว่า พท.โดยนายเกรียง ยินยอมหรือกระทำการใดอันทำให้บุคคลอื่น คือนายโทนี่ ซึ่งมิใช่สมาชิกกระทำการอันเป็นการควบคุม ครอบงำ หรือชี้นำ กิจกรรมของพรรคในลักษณะที่ทำให้พรรคหรือสมาชิกขาดความอิสระ ทั้งนี้ ไม่ว่าโดยทางตรงหรือโดย ทางอ้อม อันเข้าลักษณะเป็นการฝ่าฝืนพ.ร.ป.พรรคการเมือง มาตรา 28 หรือไม่ วันนี้ตนได้ส่งหนังสือลงวันที่ 27 ธ.ค.ไปทางไปรษณีย์อีเอ็มเอส เพื่อขอให้ กกต.ตรวจสอบต่อไป

อุตตมแนะรับมือปี 65

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอุตตม สาวนายน ประธานที่ปรึกษาสถาบันอนาคตไทยศึกษา (ไทยแลนด์ ฟิวเจอร์) โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว เผยแพร่คลิปวิดีโอความยาว 12 นาที ถึงสถานการณ์ปี 2564 โดยสรุปว่าเป็นปีที่ประเทศไทย คนไทย เผชิญกับความท้าทายเรื่องความปลอดภัยของชีวิต เรื่องสุขภาพ เรื่องความมั่นคงของชีวิต เกิดอุปสรรค ปัญหาหลายอย่างในหลายมิติ หลายอย่างภาครัฐ และเอกชนพยายามจะแก้ไข

นายอุตตมระบุว่า ในปี 2565 มองว่าจะมีความท้าทายเกิดขึ้นคือ ความปลอดภัยในชีวิต การบริหารจัดการโควิด-19 ซึ่งมีบทเรียนแล้ว เช่น จะทำอย่างไรให้วัคซีนเข้าถึงคนที่ตอนนี้เชื้อกลายพันธุ์แล้ว เรื่องเศรษฐกิจปากท้อง ดูเหมือนจะมีโอกาสอยู่ ไม่ใช่ทุกอย่างเลวร้ายไปหมด แต่ถ้าโควิดรุนแรง ก็อาจต้องเผชิญปัญหา ถ้าเพลาลงก็โชคดี ดังนั้น การรับมือ ต้องมองว่าอะไรที่อาจจะเกิดขึ้นได้ และต้องมาคิดกันว่าจะทำอย่างไรถึงลืมตาอ้าปากและฟื้นฟูได้ให้เป็นความจริงขึ้นมาได้ ต้องมีมาตรการ มีแนวทางดูแลประชาชน ซึ่งการกระตุ้นจับจ่ายใช้สอยบริโภคยังเป็นสิ่งที่มีประโยชน์ แต่ต้องมีมาตรการดูแลผู้ประกอบการ

แผนฟื้นประเทศต้องชัดเจน

นายอุตตมระบุด้วยว่า ส่วนภาครัฐ ทราบว่ารัฐบาลเตรียมเรื่องงบประมาณ เช่น การกู้เพิ่ม ซึ่งตนคิดว่าการจัดหางบดูแลประชาชนให้เพียงพอยังจำเป็น แต่จะใช้อย่างไรให้เหมาะสมและเกิดประโยชน์สูงสุด การใช้ในโครงการที่กระตุ้นการบริโภค และอยากเห็นการเน้นหนักเรื่องของการฟื้นฟู เช่น ผู้ประกอบการ SMEs ร้านโชห่วย ซึ่งรัฐบาลต้องคิดว่าจะเตรียมการอย่างไรให้เขามีทุนต่อไป

นอกจากนั้นการจัดงบเพื่อการลงทุนในพื้นฐาน เพื่ออนาคตของประเทศ สนับสนุนให้คนไทยมีโอกาสหาเงิน สร้างรายได้ มีอาชีพใหม่อย่าให้คนตกงานถาวร ซึ่งการลงทุนไม่ใช่เฉพาะเทคโนโลยีเท่านั้นแต่ลงทุน เพื่อพัฒนาคนไทย โดยภาครัฐกับภาคเอกชน สามารถทำงานด้วยกัน โดยใช้งบ ทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิดคุณค่าสูงสุด ดังนั้น อยากเห็น ใน ปี 2565 ต้องดูแลให้มีเงินพอในกระเป๋า และฟื้นฟูให้มีทุนพอ และลงทุนเพื่อ อนาคต

นายอุตตมระบุว่า ความเปลี่ยนแปลงเป็นเรื่องที่ทุกประเทศเผชิญ รวมถึงไทย แต่เรามีทรัพยากรค่อนข้างมาก เราไม่ใช่ประเทศยากจน แต่การจะยกระดับขีดความสามารถของประเทศ ต้องลงทุนเพื่ออนาคต ถ้าจะปรับเปลี่ยนประเทศ ยกขีดความสามารถ ประชาชนต้องรู้สึกว่ามีความหวัง โดยต้องมีภาพและทางเดินที่ชัดเจน และถ้าเราร่วมกันทำให้ประเทศไปได้ ลูกหลานมีงานทำ คนตกงานมีโอกาสเปลี่ยนงาน สร้างความหวังว่าเศรษฐกิจจะฟื้นฟู พลิกฟื้นได้ ต้องมีของที่สัมผัสได้ให้เห็น

โพลชี้ยังไม่มีคนเหมาะนั่งนายกฯ

สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ หรือนิด้าโพล เผยผลสำรวจ เรื่อง “การสำรวจคะแนนนิยมทางการเมือง รายไตรมาส ครั้งที่ 4/2564” ระหว่างวันที่ 15-21 ธ.ค. จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจาย ทุกภูมิภาค ระดับการศึกษา และอาชีพ ทั่วประเทศ รวมทั้งสิ้น 2,504 หน่วยตัวอย่าง โดยบุคคลที่ประชาชนจะสนับสนุนให้เป็นนายกรัฐมนตรีในวันนี้ พบว่า อันดับ 1 ร้อยละ 36.54 ระบุว่ายังหาคนที่เหมาะสม ไม่ได้

อันดับ 2 ร้อยละ 16.93 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อันดับ 3 ร้อยละ 10.74 นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อันดับ 4 ร้อยละ 10.55 น.ส.แพทองธาร ชินวัตร อันดับ 5 ร้อยละ 5.51 คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ อันดับ 6 ร้อยละ 4.83 พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส อันดับ 7 ร้อยละ 4.35 ไม่ตอบ/ไม่สนใจ อันดับ 8 ร้อยละ 2.36 นายกรณ์ จาติกวณิช อันดับ 9 ร้อยละ 2.24 นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว อันดับ 10 ร้อยละ 1.84 นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน