เมื่อวันที่ 26 ธ.ค. พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผบช.น.1 พร้อมด้วย พล.ต.ต.อรรถพล อนุสิทธิ์ ผบก.น.2 พ.ต.อ.สุรพงศ์ ธรรมพิทักษ์ รองผบก.น.2 พ.ต.อ.ทนงศิลป์ มณีโชติ รองผบก.น.2 พ.ต.อ.ธีระชัย ชำนาญหมอ รองผบก.สส.บช.น. พ.ต.อ.อัครพล โทยะ ผกก.สส.บก.น.2 พ.ต.อ.นเรนทร์ เครื่องสนุก ผกก.สน.คันนายาว พ.ต.ท.อำนาจ ฉ่ำชะเอม รองผกก.สส. พ.ต.ท.วีระ งามเลิศ รองผกก.(สอบสวน) พ.ต.ต.เลิศศักดิ์ ปิ่นละออ สว.สส. และเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน คุมตัวนายศุภวิชญ์ ขันธทัต ไปทำแผนจี้ชิงทอง ที่ห้างทองเยาวราช ปากซอยคู้บอน 2 แขวงรามอินทรา เขตคันนายาว กรุงเทพฯ เหตุเกิดเมื่อวันที่ 25 ธ.ค.ที่ผ่านมา

ทำแผนฯ – ตร.คุมตัวนายศุภวิชญ์ ขันธทัต ไปทำแผนคดีบุกจี้ชิงทองคำหนัก 3 บาท ที่ห้างทองเยาวราช ปากซอยคู้บอน 2 กรุงเทพฯ โดยพล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผบช.น. ไปควบคุมด้วยตัวเอง เมื่อวันที่ 26 ธ.ค.
พล.ต.ท.สำราญเผยว่า หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ไล่ภาพจากกล้องวงจรปิดหลังเกิดเหตุ พบคนร้ายเข้าไปเปลี่ยนเสื้อผ้าที่ใช้ในการก่อเหตุทิ้งภายในซอยคู้บอน 4 แยก 1 ก่อนจะเดินออกมาแล้วปีนกำแพงข้ามไปยังซอย 6 เพื่อเอารถจยย.ที่จอดทิ้งไว้ แล้วขับรถจักรยานยนต์รุ่นคาวาซากิ แซด 250 สีแดง ทะเบียน 3 กต 5821 กรุงเทพมหานคร หลบหนีไปตามถนนรามอินทรา ก่อนที่จะเข้าไปหมู่บ้านแห่งหนึ่งย่านวัชรพล ซอย 3 จึงรวบรวมพยานหลักฐานขอหมายค้นเข้าไปตรวจสอบและจับกุมตัวได้ในเวลาไม่ถึง 24 ชั่วโมง
สอบสวนผู้ต้องหาสารภาพว่าต้องการหาเงินไปใช้หนี้สินที่มีอยู่ประมาณ 4-5 หมื่นบาท โดยใช้ปืนบีบีกันขู่พนักงานร้านทองจนตกใจกลัว นำไปกระจายขายที่ร้านทองในที่ต่างๆ รวม 3 แห่ง พนักงานสอบสวนติดต่อร้านทั้ง 3 แห่ง อายัดของกลางไว้เป็นหลักฐานแล้ว
“การจับกุมในครั้งนี้ได้พยานหลักฐานโดยใช้กล้องวงจรปิดเป็นหลัก ทั้งนี้ ได้จับกุมตามนโยบายของพล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. ที่ให้ติดตั้งกล้องวงจรปิดเพิ่มเติม ทั้งนี้ ในช่วงเทศกาลปีใหม่ทางบช.น.ขอฝากให้ช่วยกันป้องกันเคหสถาน ทางร้านต้องป้องกันตัวเองตามนโยบาย 5 ป้อง ได้แก่ ป้องกันเคหสถาน ป้องกันตัวเอง ป้องกันยานพาหนะ ป้องกันการตกเป็นเหยื่อโซเชี่ยลมีเดีย ป้องกันโรคโควิด และ 4 เตรียม ได้แก่ เตรียมยานพาหนะให้พร้อม เตรียมสภาพร่างกาย เตรียมข้อมูล และเตรียมจิตใจให้พร้อม ให้อภัยกันบนท้องถนน” ผบช.น.กล่าว