ระเบิดเสาไฟฟ้า
ดับมืดทั้งเมือง

คนร้ายวางระเบิดป่วนยะลาในคืนวันสิ้นปีรวมทั้งหมด 5 จุด ในพื้นที่ อ.บันนังสตา 3 จุด และพื้นที่เมืองยะลา 2 จุด เป็นการระเบิดเสาไฟฟ้า ส่งผลทำให้ไฟฟ้าดับบริเวณกว้าง เบื้องต้นไม่มีผู้เสียชีวิต หรือบาดเจ็บ แต่ทำให้เกิดไฟฟ้าดับหลายจุดในพื้นที่เขตอำเภอเมือง จนกิจกรรม ‘เคานต์ดาวน์’ ต้องหยุดชะงักไปด้วย

ป่วนปีใหม่ – จนท.ตรวจสอบจุดเกิดเหตุคนร้ายใช้ระเบิดแสวงเครื่องลอบวางระเบิด เสาไฟฟ้าหลายจุดในพื้นที่ อ.บันนังสตา และอ.เมืองยะลา ในคืนวันสิ้นปี ทำให้ไฟฟ้าดับหลายพื้นที่ ทำให้งานเคานต์ดาวน์ ต้องหยุดชะงักไปด้วย เมื่อวันที่ 1 ม.ค.

เมื่อวันที่ 1 ม.ค. 2565 พล.ต.ต.ทินกร รังมาตย์ ผบก.ภ.จว.ยะลา พร้อมด้วย พ.ต.อ.ตรัยฤกษ์ ปัญญาไตรรัตน์ ผกก.สภ.เมืองยะลา นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครอง เจ้าหน้าที่ ชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิดหรืออีโอดี ภ.จว.ยะลา ชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิดหรืออีโอดี ศปก.ตร. และเจ้าหน้าที่จากศูนย์พิสูจน์ หลักฐานที่ 10 ยะลา เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดเสาไฟฟ้าบริเวณหัวสะพานท่าสาป (ขาออกตัวเมืองยะลา) ต.สะเตง อ.เมือง จ.ยะลา และเสาไฟฟ้าริมถนนในพื้นที่บ้านบันนังสาเรง หมู่ที่ 1 บ้านตุปะ หมู่ที่ 6 ต.บันนังสาเรง อ.เมือง จ.ยะลา และในพื้นที่ด้านหน้าโรงงาน ไม้ยาง บ้านป่าหวัง หมู่ที่ 11 ต.บันนังสตา จำนวน 1 ลูก จุดที่ 2 รอยต่อบ้านทำนบ หมู่ที่ 5 บ้านกาสัง หมู่ที่ 3 ต.ตาเนาะปูเต๊ะ จำนวน 2 ลูก และในพื้นที่บ้านบือซู หมู่ที่ 6 ต.บันนังสตา จำนวน 1 ลูก โดยเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อคืนวันสิ้นปี 31 ธ.ค.2564

หลังเกิดเหตุดังกล่าว พล.ต.ต.ทินกร รังมาตย์ ผบก.ภ.จว.ยะลา ประสาน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และชุดรักษาความปลอดภัยประจำหมู่บ้าน (ชรบ.) ที่ร่วมกันสอดส่องดูแลความเคลื่อนไหวของกลุ่มคนร้าย และผู้ไม่หวังดี เพื่อเป็นการป้องกันเหตุร้ายต่างๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นในพื้นที่ ต่อไป

ด้านพ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสํานักงานตํารวจแห่งชาติ ชี้แจงว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อช่วงเวลา 21.10 น. วันที่ 31 ธ.ค. 2564 การระเบิดนั้นเกิดขึ้นทั้งหมด 5 จุด ในพื้นที่ อ.บันนังสตา 3 จุด และพื้นที่เมืองยะลา 2 จุด เป็นการระเบิดเสาไฟฟ้า ทำให้ไฟฟ้าดับ และ ระเบิดเพื่อสร้างสถานการณ์ในพื้นที่ เบื้องต้นยังไม่ได้รับรายงานผู้เสียชีวิตหรือบาดเจ็บ

พ.ต.อ.กฤษณะระบุว่า พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร.ได้รับรายงานถึงเหตุการณ์ดังกล่าวแล้ว และได้กำชับสั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจหน่วยที่เกี่ยวข้องร่วมปฏิบัติหน้าที่ร่วมกับหน่วยงานความมั่นคง เร่งสืบสวนสอบสวนหาตัวผู้กระทำความผิดอย่างเต็มที่ ในการสอบสวนยังไม่ตัดประเด็นมูลเหตุจูงใจใดๆ และกำชับให้ เจ้าหน้าที่ระมัดระวังในการเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ โดยให้มุ่งเน้นความปลอดภัยของทุกคนเป็นหลัก จึงขอความร่วมมือประชาชนแจ้งเบาะแสผู้ก่อเหตุในครั้งนี้ หากพบเบาะแสใดๆ สามารถแจ้ง Call Center สำนักงานตำรวจแห่งชาติ หมายเลขโทรศัพท์ 191 หรือ 1599 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเหตุป่วนส่งท้ายวันสิ้นปีเกิดขึ้นเมื่อเวลา 20.52 น. วันที่ 31 ธ.ค. 2564 เกิดเหตุระเบิดเสาไฟฟ้าบริเวณหัวสะพานท่าสาป อ.เมือง จ.ยะลา ทำให้เสาไฟฟ้าหักขวางถนนสายหลัก ยะลา-ปัตตานี ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ เจ้าหน้าที่ต้องปิดการสัญจรโดยทันที ต่อมาเวลา 21.18 น. ชคต.บันนังสาเรงได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่าพบวัตถุต้องสงสัยเป็นถังดับเพลิงสีแดง บริเวณเสาไฟฟ้าเจ้าหน้าที่กำลังจัดชุด เข้าตรวจสอบ

จากนั้นเกิดเหตุระเบิดสะพานท่าสาปเสาไฟหักล้มขวางถนน หลังจากที่เกิดเหตุระเบิดปรากฏว่าส่ง ผลกระทบต่อระบบการจ่ายไฟในพื้นที่ ของจังหวัดยะลา ทำให้เกิดไฟฟ้าดับหลายจุดในพื้นที่เขตอำเภอเมืองจังหวัดยะลา ต่อเนื่องกันถึง 2 ครั้ง ทำให้กระทบกิจกรรม “เคานต์ดาวน์” หยุดชะงักไปด้วย

ด้านพล.ต.ต.ทินกร รังมาตย์ ผบก.ภ. จว.ยะลา เผยว่าระเบิดที่เกิดขึ้นเมื่อคืนที่ผ่านมา เป็นระเบิดแสวงเครื่องบรรจุใน ถังดับเพลิง จุดชนวนด้วยการตั้งเวลา เป็นการวางแบบเร่งด่วน การก่อเหตุในครั้งนี้ก็จะมีกลุ่มที่ผลิตระเบิด กลุ่มที่เอามาวาง กลุ่มที่มอนิเตอร์สถานการณ์ ก็จะมีกลุ่มที่ชัดเจนในการปฏิบัติการในครั้งนี้ของกลุ่มขบวนการบีอาร์เอ็น ซึ่งขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ทราบตัวกลุ่มคนร้ายที่ ก่อเหตุแล้ว และจะต้องไล่ดูกล้องวงจรปิด ในแต่ละจุดในพื้นที่เพื่อนำมาประกอบรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม ก่อนจะออกหมาย และนำตัวมาดำเนินคดีต่อไป

สำหรับเหตุการณ์ในครั้งนี้ การข่าว ในพื้นที่ได้แจ้งเตือนมาอย่างต่อเนื่อง ทางเจ้าหน้าที่เองก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ พี่น้องประชาชนในพื้นที่ก็ร่วมแรงร่วมใจกัน เฝ้าระวังและป้องกัน และได้ตรวจตราในพื้นที่ก็พยายามทำกันอย่างเต็มที่ จะเห็นว่าหลังจากเกิดเหตุก็จะควบคุมพื้นที่ทั้งรอบนอกและรอบในจนสามารถคอนโทรลพื้นที่ได้เป็นอย่างดี ไม่มีเหตุเกิดขึ้นซ้ำ มาอีก แต่คนที่จ้องกับคนที่ระวังก็มีโอกาส เกิดขึ้นได้

ผบก.ยะลากล่าวต่อว่า ส่วนสาเหตุและปัจจัยที่ทำให้เกิดเหตุเชื่อว่าเป็นแสดงออกถึงศักยภาพที่ยังมีอยู่ในพื้นที่ เพื่อให้เกิดการกระตุ้นการพูดคุยสันติสุขในพื้นที่ ในช่วงเดือนนี้ และให้มีการพูดคุยอย่างต่อเนื่อง ในส่วนกลุ่มที่ทำเป็นกลุ่มเดิมๆ ที่ปฏิบัติการอยู่ในพื้นที่ กลุ่มบีอาร์เอ็นกลุ่มเดิมๆ ที่เคยมีอยู่ ซึ่งถ้าถามว่ายังมีอยู่ในพื้นที่หรือไม่ก็ต้องบอกว่ายังมีอยู่ที่จะต้องต่อสู้ทางความคิด ที่จะต้องต่อสู้ทางยุทธวิธี อย่างไรก็ตาม ทางเราก็ไม่ได้ประมาทก็จะสร้างความเข้มแข็งและ ความร่วมมือกับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ เพื่อให้สังคมบ้านเราสามารถอยู่แบบพหุวัฒนธรรมได้ และเดินหน้าไปสู่สันติสุข อย่างแท้จริงได้

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน