จับฟาด-กะโหลกร้าว
ทิ้งร่างเด็กไว้ข้ามคืน
สิ้นใจดับทุรนตอนเช้า
ตร.เล็งแจ้งเพิ่มทารุณ
เค้นแม่ของดช.ด้วย
สารภาพสิ้นไส้ พ่อเลี้ยงโหดฆ่าขังตาย ลูกเลี้ยงวัย 6 ขวบในรถข้ามคืน อ้างเด็กเซ้าซี้ขอไปจับปูด้วยที่แหลมงอบ ห้ามก็ไม่ฟังจึงบันดาลโทสะจับฟาดกับล้อรถจนสลบแน่นิ่งแล้วขังไว้จนขาดใจตาย อ้างไม่ได้เจตนา ด้านตำรวจตั้งข้อหาหนัก เล็งเอาผิดปมซ้อมทรมานด้วย หลังสอบเค้นจนยอม เปิดปาก ผลชันสูตรศพพบเด็กกะโหลกร้าวแขนขาหัก เบื้องต้นยังไม่ตั้งข้อหาแม่มีส่วนรู้เห็นด้วยหรือไม่

พ่อเลี้ยงโหด – ตร.ตราดจับกุมนายปัญญา ชัยเชียงเอม พ่อเลี้ยงโหดทำร้ายลูกเลี้ยงวัย 6 ขวบ ด้วยการจับฟาดกับล้อรถ แล้วขังไว้ในรถเก๋งตลอดทั้งคืน จนกระทั่งเสียชีวิต อ้างพลั้งมือทำร้าย เพราะรำคาญเด็กเซ้าซี้ให้พาไปจับปู เมื่อวันที่ 3 ม.ค.
จากกรณี ด.ช.สายฟ้า ถนอมวงษ์ อายุ 6 ขวบ เสียชีวิตปริศนาภายในรถของนายปัญญา ชัยเชียงเอม อายุ 44 ปี พ่อเลี้ยง ที่จอดอยู่ริมถนน โดยชาวบ้านเปิดเผยว่าผู้ตายถูกผู้ปกครองบังคับให้นอนในรถเป็นปีๆ และบังคับให้นอนในรถทุกคืน ห้ามออกจากรถหลังเวลา 9 โมง ซึ่งผลชันสูตรศพระบุว่าตามร่างกายของด.ช.สายฟ้ามีรอยฟกช้ำ กะโหลกศีรษะร้าว แขนและขาหัก
เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 3 ม.ค. พล.ต.ต.ปกรณ์ มณีปกรณ์ ผบก.ตราด พร้อมด้วย พ.ต.อ.สมชาย อยู่สวัสดิ์ รองผบก.ตราด ที่ดูแลในพื้นที่อำเภอแหลมงอบ ลงพื้นที่และร่วมประชุมกับ พ.ต.อ.เฉลิมศักดิ์ เถียรทองศรี ผกก.แหลมงอบ พร้อมชุดสืบสวนจังหวัดตราดและสภ. แหลมงอบ ที่ห้องประชุม สภ.แหลมงอบ เพื่อเร่งหาข้อเท็จจริงและมูลเหตุของการเสียชีวิต หลังพบว่าเด็กที่เสียชีวิตกะโหลกร้าว ซึ่งน่าจะมีเหตุมาจากถูกทำร้าย พร้อมทั้งเชิญแพทย์เวรที่ชันสูตรจากโรงพยาบาลแหลมงอบเดินทางไปให้ข้อมูลในเรื่อง การชันสูตรศพเด็กด้วย
พ.ต.อ.สมชายกล่าวว่า การติดตามสาเหตุการเสียชีวิตของเด็กวัย 6 ขวบ เชื่อตามหลักฐานว่าเด็กไม่ได้เสียชีวิตอย่างธรรมชาติ มีร่องรอยการทำร้ายจากการชันสูตรของแพทย์ที่ระบุว่ากะโหลกของเด็กมีรอยร้าวจริง แต่ต้องดูหลักฐานจากแพทย์อีกครั้ง ซึ่งน่าจะเป็นการถูกทำร้ายมากกว่าตายอย่างธรรมชาติ โดยประเมินว่าน่าจะเป็นฝีมือพ่อเลี้ยงทำร้าย ซึ่งมี หลักฐานที่จะชี้ชัดได้ แม้พ่อเลี้ยงยังไม่ยอมรับ แต่หลักฐานพอที่จะดำเนินคดีได้
ด้านนายขจรศักดิ์ ซังแสง เจ้าหน้าที่สำนักงานยุติธรรม จ.ตราด และเจ้าหน้าที่อีกคนเดินทางมาติดตามคดี เพื่อให้การช่วยเหลือเหยื่อที่ถูกทำร้ายจนเสียชีวิต ตาม พ.ร.บ.ค่าตอบแทนผู้เสียหายและค่าทดแทน และค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ.2544 ซึ่งสามารถช่วยเหลือได้รายละ 1 แสนบาท นอกจากนี้ ตัวแทนจากสำนักงานพัฒนาสังคม จ.ตราด ได้เดินทางมาเพื่อช่วยเหลือเหยื่อด้วย
ต่อมาเวลา 12.30 น. พล.ต.ต.ปกรณ์ แถลงข่าวว่า หลังจากเป็นข่าวมีเด็กวัย 6 ขวบเสียชีวิต จึงได้ส่งศพไปชันสูตรเพื่อหาร่องรอยและมูลเหตุของการเสียชีวิต และได้นำพ่อแม่เด็ก โดยพ่อเป็นพ่อเลี้ยง และแม่ยอมรับสารภาพว่าคุณพ่อเป็น ผู้ทำร้ายลูกของตัวเอง จึงได้สอบปากคำสามีและในเวลา 03.00-04.00 น. พ่อเลี้ยงก็ยอมรับสารภาพว่าทำร้ายเด็กจนเสียชีวิตด้วยการทุบตีจนเด็กแน่นิ่งไปในเวลาเที่ยงคืน จากนั้นนำตัวเด็กไปไว้ในรถ ซึ่งอยู่บริเวณลานจอดรถด้านล่างและปิดประตูแล้วออกไปทำงานนอกบ้าน ตอนเช้าจึงได้มาเปิดประตู พบว่าเด็กเสียชีวิตแล้ว
พล.ต.ต.ปกรณ์กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงนำศพเด็กไปผ่าชันสูตรเบื้องต้น พบว่าเด็กเสียชีวิตมาแล้ว 6 ช.ม. พ่อเลี้ยงยังบอกว่าระหว่างนำเด็กไปไว้ในรถนั้นเด็กยังไม่เสียชีวิต แสดงว่าช่วงที่ทำร้ายเด็กจนสลบไปเด็กยังไม่เสียชีวิต ส่วนสาเหตุการทำร้ายเด็กจนเสียชีวิตนั้น เนื่องจากพ่อเลี้ยงติดยาเสพติดและมีความเครียดจากการที่เด็กร้องไห้กระจองอแง บวกกับตัวพ่อเลี้ยงเสพยาเสพติด มีอาการเมาจึงได้ทุบตีเด็กดังกล่าว
พล.ต.ต.ปกรณ์กล่าวอีกว่า ส่วนเรื่องข้อกล่าวหานั้น ได้ตั้งไว้ในเบื้องต้นคือทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนถึงแก่ความตาย และจะสอบในเชิงลึกเพิ่มเติมว่ามีการทรมานเด็กก่อนเสียชีวิตหรือไม่ และมีเจตนาฆ่าเด็กหรือไม่ ส่วนกรณีที่แม่ของเด็กไม่กล้าแจ้งเรื่องการทารุณกรรมของพ่อเลี้ยงนั้น น่าจะมาจากการอยู่ร่วมกันฉันสามีภรรยา และต้องพึ่งพาสามีจึงไม่กล้าที่จะแจ้ง จึงปิดบัง เพื่อความอยู่รอดของครอบครัวตนเอง สุดท้ายเมื่อแม่ยอมรับ ทางตำรวจยังไม่ตั้งข้อกล่าวหาแม่ของเด็ก แต่จะนำศพเด็กไปผ่าพิสูจน์ก่อน จนกว่าจะได้พยานหลักฐานยืนยันว่าสาเหตุการตายเกิดจากอะไร เบื้องต้นมีบาดแผลที่กะโหลกศีรษะ กระดูกแขนขาหัก ซึ่งเป็นการยืนยันของแพทย์ที่ชันสูตรมาแล้ว อย่างไรก็ตาม ทางตำรวจจำเป็นต้องนำศพเด็กไปผ่าพิสูจน์โดยละเอียด เพื่อยืนยันว่าเป็นการฆาตกรรม
พล.ต.ต.ปกรณ์ยังกล่าวว่า คดีนี้ได้รับความร่วมมือจากพี่น้องเพื่อนบ้านเป็น อย่างดี จนเป็นที่มาของการปิดคดีนี้ได้ ซึ่งเป็นตัวอย่างที่ดีสำหรับคดีนี้ ทำให้ตำรวจรวบรวมหลักฐาน นำคำพูดและคำให้การ คำบอกเล่าของพยานมาสอบปากคำผู้ต้องหาจนสามารถทำให้ผู้ต้องหา (พ่อเลี้ยง) จำนนต่อหลักฐาน ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อทางตำรวจ
“ขอขอบคุณทุกคนที่เกี่ยวข้องด้วย ส่วนยายของเด็กก็ยังต้องดำเนินการสอบปากคำ ผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด หากเชื่อมโยงกับใครก็จะถูกดำเนินคดี ทั้งนี้ ขอให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องและสื่อมวลชนมั่นใจว่าคดีนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ดำเนินการติดตามสอบสวนมาตั้งแต่เมื่อวาน โดยมีตำรวจ ทั้งสืบจังหวัด สืบภาค 2 และชุดสืบ สภ.แหลมงอบ ช่วยกันรวบรวมหลักฐาน พยานที่มีอยู่ทั้งหมด รวมทั้งสิ่งแวดล้อมมาสอบปากคำพ่อเลี้ยงและแม่เด็ก จนเป็น ที่มาของการยอมรับสารภาพในที่สุด” พล.ต.ต.ปกรณ์กล่าว
นายปัญญา ชัยเชียงเอม พ่อเลี้ยง ให้สัมภาษณ์ว่า คืนเกิดเหตุประมาณเที่ยงคืน ตนและลูกเลี้ยงเข้ามานอนในรถตามปกติ ตอนนั้นตนกำลังมีอารมณ์หงุดหงิด เพราะลูกเลี้ยงเซ้าซี้อยากจะขอไปจับปูด้วย ตนบอกว่าไม่ได้ เพราะเป็นเด็กต้องพักผ่อน แต่ก็ยังเซ้าซี้เล่นซนอยู่ในรถ จนลูกเลี้ยงทำของตก ทำให้ตนเกิดความโมโหจับลูกเลี้ยงเหวี่ยงใส่ล้อรถยนต์จนบาดเจ็บ ตอนนั้นเรียกลูกเลี้ยงยังลืมตามองหน้าปกติ เมื่อนำตัวไปนอนในรถก็ยังพลิกตัวไปมา ก่อนที่ตนจะออกไปจับปูให้ลูกเลี้ยงกิน เพราะลูกเลี้ยงอยากกิน
นายปัญญากล่าวอีกว่า ตนไม่ได้มีเจตนาทำร้ายลูกเลี้ยงจนเสียชีวิต แต่ด้วยเด็กที่ตัวเล็ก อาจจะพลั้งมือไปบ้าง แล้วไม่ได้แจ้งใครตั้งแต่แรกหลังเหวี่ยงแล้ว เพราะไม่คิดว่าลูกเลี้ยงจะถึงขั้นเสียชีวิต ส่วนเหตุผลที่ไม่ยอมรับตั้งแต่แรกเพราะกลัวความผิด ส่วนแม่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตของเด็กแต่อย่างใด