บิ๊กป้อมเดินสายลุยชุมพร-สงขลาปชป.ชูปักธง2จว.

เพื่อไทยมั่นใจ‘สุรชาติ’คว้าชัย เลือกตั้งซ่อมเขตหลักสี่-จตุจักร ‘อรรถวิชช์’ท้า‘เจ๊หน่อย’ส่งคนลงแข่ง ‘บิ๊กป้อม’ลุยช่วยลูกพรรคหาเสียงสนามชุมพร เขต 1 ‘จุรินทร์’นำทัพคนรุ่นใหม่ ลงพื้นที่ชุมพร-สงขลา มั่นใจรักษาเก้าอี้ได้ ‘พิธา’บุกค่ายทหารสงขลา โชว์วิสัยทัศน์กองทัพในศตวรรษที่ 21 อยู่คู่ขนานประชาธิปไตย วุฒิสภานัดถกพ.ร.บ.คุ้มครองพยาน 10 ม.ค. ส.ส.ก้าวไกลฉุนประธาน‘ชวน’ สั่งงดประชุมยาว ชี้มีวิกฤตหลายเรื่องรอสภาแก้ปัญหาให้ประชาชน เพื่อไทยอัดนายกฯ บริหารเหลว ทำคนตกงานพุ่งเกือบ 4 ล้านคน

เด็กๆ อวยพรปีใหม่‘ลุงตู่’

เมื่อวันที่ 7 ม.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า สำนักโฆษกสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ได้นำ ส.ค.ส.อวยพรปีใหม่ 2565 จากเด็กและเยาวชนทั่วประเทศ ที่ส่งมาอวยพรและให้กำลังใจ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม มาติดบอร์ดเผยแพร่เป็นประจำในแต่ละปี

ข้อความใน ส.ค.ส.ส่วนใหญ่อวยพรให้ นายกฯ มีสุขภาพแข็งแรง และอยู่เป็นนายกฯ ไปนานๆ ให้พ้นจากโควิด-19 พร้อมกับ วาดภาพใบหน้าของนายกฯ ในอิริยาบถต่างๆ ประกอบ

จี้โชว์ผลงานอีอีซีก่อนเลือกตั้ง

เมื่อเวลา 13.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาค ตะวันออก (กพอ.) (บอร์ด EEC) ครั้งที่ 1/2565 ผ่านระบบวิดีโอ คอนเฟอเรนซ์ โดยมี นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พลังงาน นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม นายคณิศ แสงสุพรรณ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก เข้าร่วม

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ได้กำหนด เป้าหมายปี 2565 เป็นปีแห่งความสำเร็จ จึงขอให้ทุกหน่วยงานเร่งแก้ไขปัญหาและทำงานให้บรรลุผลสัมฤทธิ์ เพื่อไม่ให้ค้างคาหรือล่าช้า ก่อนที่จะมีการเลือกตั้งใหม่ในครั้งหน้า ด้วยการร่วมมือกันปลดล็อกอุปสรรคปัญหาต่างๆ เพื่อสร้างผลงานให้ปรากฏชัดเจนตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ พร้อมขอให้ทุกฝ่ายช่วยกันสร้างการรับรู้ให้ประชาชนได้ทราบถึงประโยชน์ที่จะได้รับจากการดำเนินการของ อีอีซี ภายใต้นโยบายของรัฐบาล ร่วมกันขับเคลื่อนประเทศไทยให้ออกจากกับดักรายได้ปานกลางไปสู่ประเทศที่มีรายได้สูงขึ้น และนำไปสู่การพัฒนาเศรษฐกิจใหม่ของประเทศให้จีดีพีเพิ่มสูงขึ้น และให้รัฐมีรายได้ที่สามารถจะดูแลประชาชนทุกกลุ่มตลอดจน ผู้มีรายได้น้อย

ทั้งนี้ ที่ประชุมรับทราบภาพรวมการดำเนินงาน ประโยชน์ประเทศและประชาชนได้รับจาก อีอีซี โดยก้าวสู่ปีที่ 4 อีอีซี ดึงเงินลงทุนแล้ว 1.7 ล้านล้านบาท (การลงทุนภาคเอกชน 80% และภาครัฐ 20%) และในปี 2565 ตั้งเป้าเกิดการลงทุน 2.2 ล้านล้านบาท

ส.ว.นัดถกวาระสำคัญ 10 ม.ค.

ที่รัฐสภา นายคำนูณ สิทธิสมาน สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) โฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการวุฒิสภา (วิปวุฒิสภา) เปิดเผยว่า วิปวุฒิสภามีมติให้มีการประชุมวุฒิสภาในวันจันทร์ที่ 10 ม.ค. เฉพาะวาระที่จำเป็นคือ ร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) คุ้มครองพยาน (ฉบับที่ …) พ.ศ. … ที่ผ่านการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรมาแล้ว และคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญของวุฒิสภาพิจารณาเสร็จแล้ว โดยมีการแก้ไข และสงวนคำแปรญัตติไว้ 4 มาตรา

ทั้งนี้ วุฒิสภาต้องพิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 136 และขอขยายเวลาไปเป็นกรณีพิเศษแล้ว 30 วัน โดยจะครบกำหนดในวันที่ 13 ม.ค.นี้ หากพิจารณาไม่เสร็จ ตามรัฐธรรมนูญถือว่าให้ร่างพ.ร.บ.นั้น เป็นไปตามร่างที่ผ่านมาจากสภา ผู้แทนราษฎร ทำให้การพิจารณาในชั้นวุฒิสภาก่อนหน้านั้นจะตกไปไม่มีผล เหมือนว่าวุฒิสภาไม่ได้กลั่นกรองร่าง พ.ร.บ.ตามหน้าที่ ซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

ที่ประชุมวิปวุฒิสภา ยังเสนอแนะประธานวุฒิสภา ว่าในโอกาสต่อไปควรเร่งบรรจุระเบียบวาระร่างข้อบังคับการประชุมวุฒิสภา ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม เพื่อให้จัดประชุมวุฒิสภาทางอิเล็กทรอนิกส์ได้ ซึ่งขณะนี้ กมธ.พิจารณาเสร็จแล้ว เพื่อแก้ปัญหาที่เกิดซ้ำมาเป็นปีที่ 2

“นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา ได้แจ้งต่อที่ประชุมวิปวุฒิสภาด้วยว่า ได้รายงานให้นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ทราบแล้วว่าเป็นความจำเป็นอันมิอาจหลีกเลี่ยงได้ แม้จะอยู่ในสถานการณ์ที่ต้องป้องกันโรคโควิด-19 ที่กลับมาระบาดระลอกใหม่อีกครั้ง โดยจะวางมาตรการป้องกันให้เข้มข้นสูงสุด และพยายามใช้เวลาให้จำกัดที่สุด ซึ่งประธานรัฐสภาเข้าใจ” นายคำนูณกล่าว

ก.ก.ฉุน‘ชวน’สั่งงดประชุมยาว

นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส.ส.กทม. โฆษกพรรคก้าวไกล(ก.ก.) กล่าวถึงกรณีที่นายชวนมีคำสั่งให้งดการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพิ่มเติมจนถึงวันที่ 12-14 ม.ค. ด้วยเหตุผลทางสาธารณสุข โดยได้ติดต่อไปยัง นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เพื่อถามแล้วว่า การสั่งงดประชุมมีผลเสียหายต่อราชการหรือไม่ ซึ่งนายวิษณุตอบว่าไม่มีความเสียหาย จึงมีคำสั่งดังกล่าวออกมานั้น ว่า บุคคลที่ประธานสภาควรถามคือประชาชน ผู้เป็นเจ้านายและเจ้าของภาษีที่จ้างเรามาทำงาน ไม่ใช่ไปถามเนติบริกรของรัฐบาลเพื่อหาความชอบธรรมทางเทคนิคกฎหมาย

ตั้งแต่ปีใหม่มาถึงตอนนี้ เป็นเวลา 2 สัปดาห์แล้วยังไม่มีการประชุมสภาเลย ในขณะที่ปัญหาของประชาชนมีเต็มไปหมด ซึ่งจำเป็นต้องใช้รัฐสภาเป็นพื้นที่ในการแก้ปัญหา ยิ่งมีวิกฤต ยิ่งต้องรีบเปิดสภาเพื่อแก้ปัญหาให้ประชาชน เพราะเราเป็นผู้แทนราษฎร ต้องเอาความทุกข์ร้อนของเขามาพูดมาถามต่อภาครัฐให้หาทางช่วยเหลือ เพื่อนสมาชิกพรรคก้าวไกลหลายคนก็รอที่จะถาม รมว.เกษตรและสหกรณ์ รมว.พาณิชย์ คนพรรคเดียวกับท่านประธานว่าที่หมูแพงขนาดนี้จะแก้ไขอย่างไร ต้นเหตุที่ทำให้หมูหายไปจากตลาดหลายล้านตัวมันมาจากอหิวาต์หมู หรือ ASF จริงหรือไม่ ถ้าจริงระบาดตั้งแต่เมื่อไหร่ ใครปิดข่าว หรือถ้าไม่จริงความจริงคืออะไร ท่านต้องให้หัวหน้าพรรคท่านมาตอบ เป็น ส.ส.ต้องทำงานให้คุ้มค่าภาษีทุกบาททุกสตางค์ที่มาจากประชาชน

ชี้มีวิกฤตรอสภาแก้ปัญหาให้ปชช.

นายณัฐชากล่าวว่า ตนเข้าใจดีเรื่องข้อกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ทางสาธารณสุข ด้วยตัวเลขผู้ติดเชื้อโอมิครอนที่สูงขึ้น แต่เราไม่ได้เจอสถานการณ์แบบนี้วันแรก จะต้องมีวิธีการในการประชุมสภา ภายใต้มาตรฐานการควบคุมโรคได้แล้ว เพราะหากใช้เกณฑ์แบบท่านประธาน ตัวเลขขึ้นสูงก็สั่งปิด สั่งเลื่อน สภาคงได้ปิดกันไม่ต่ำกว่า 6 เดือน เพราะหลายฝ่ายคาดการณ์ว่าการระบาดระลอก 5 กำลังมา ตัวเลขมีแต่จะชันขึ้น แต่เรามีประสบการณ์เรื่องนี้มาแล้ว 2 ปี ส.ส.เป็นกลุ่มแรกๆ ในประเทศที่ได้รับวัคซีนเพื่อประชาชนหวังว่าจะสามารถไปทำหน้าที่แก้ปัญหาให้พวกเขาได้ เชื่อว่า ขณะนี้ส่วนใหญ่คงได้รับวัคซีนเข็มที่ 3 แล้ว อาจนำมาเป็นเกณฑ์ในการเข้าสภา ควบคู่กับการตรวจ ATK ก็ได้ มีอีกหลายมาตรการที่จะมาใช้ จึงไม่มีเหตุใดเลยที่สภาจะไม่ทำหน้าที่ถึง 2 สัปดาห์ติดต่อกัน

ด้าน น.ส.เบญจา แสงจันทร์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กล่าวว่า ขณะนี้ จ.ชลบุรี ที่ตนอาศัยกำลังเผชิญกับยอดผู้ติดเชื้อโควิดสายพันธุ์โอมิครอนเป็นจำนวนมาก ทำให้เกิดความวิตกกังวลในพื้นที่อย่างมาก ทั้งในทางสาธารณสุขและทางเศรษฐกิจ พวกเขาต้องการรู้ว่ามีการเตรียมพร้อมรับเหตุฉุกเฉินไว้อย่างเพียงพอหรือไม่ ซึ่งสภามีความสำคัญอย่างยิ่งในการหาคำตอบให้พวกเขา

เพื่อไทยอัดนายกฯบริหารเหลว

นายนพ ชีวานันท์ รองเลขาธิการและคณะทำงานเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวว่า สถานการณ์การระบาดของไวรัสสายพันธุ์ โอมิครอนเริ่มทวีความรุนแรง ส่งผลให้รัฐบาลต้องปิดรับนักท่องเที่ยวนานขึ้น ทำให้เศรษฐกิจไทยที่ย่ำแย่อยู่แล้วต้องทรุดหนัก โอกาสที่จะฟื้นตัวได้ 4% ตามที่นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คลัง ขายฝันไว้คงเป็นไปได้ยากแล้ว เศรษฐกิจไทยจะทรุดต่อเป็นปีที่ 3 ติดต่อกัน และอาจลามไปถึงปี 2566 เป็นปีที่ 4 ปัญหาการว่างงานของไทยจะยิ่งเพิ่มมากขึ้น

ตลอด 7 ปี การว่างงานของประเทศไทยเพิ่มขึ้นมาตลอด และแม้ว่าตัวเลขการว่างงานของไทยล่าสุดจะอยู่ที่ 8.7 แสนคน หรือ 2.25% สูงที่สุดในรอบ 20 ปี แต่ความจริงคือการว่างงานที่แท้จริงมีเกือบถึง 4 ล้านคน ตามข้อมูลของธนาคารแห่งประเทศไทย และยังมีแนวโน้มที่จะสูงขึ้นไปทะลุเกิน 4 ล้านคนในอีกไม่ช้า โดยเฉพาะนักศึกษาจบใหม่ปีละกว่า 4.7 แสนคน จะหางานทำไม่ได้

การแจกเงินในโครงการต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น คนละครึ่ง ยิ่งใช้ยิ่งได้ ช้อปดีมีคืน เที่ยวด้วยกันต้องเลิกแล้วเพราะไม่เกิดประโยชน์ ไม่เกิดการจ้างงาน โดยเฉพาะการซื้อเครื่องบินรบ F-35 ยิ่งต้องยกเลิกไปก่อน ขนาด ผบ.ทร.ยังสั่งถอยเรื่องเรือดำน้ำ อยากให้พล.อ.ประยุทธ์ระลึกเสมอว่าหนี้ของประเทศกำลังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ กำลังจะทะลุ 10 ล้านล้านบาทแล้ว ถึงแม้ขยายเพดานแล้วก็อาจไปชนและทะลุเพดานใหม่ได้ การใช้เงินต่อไปนี้ควรมุ่งไปที่การสร้างงาน ถ้าจ่ายเงินแล้วไม่สร้างงาน ไม่สร้างรายได้ให้ประชาชน ไม่เพิ่มจีดีพี พล.อ.ประยุทธ์ต้องหยุดใช้เงินสะเปะสะปะก่อนประเทศจะย่ำแย่ไปกว่านี้

‘บิ๊กป้อม’ลุยหาเสียงชุมพร

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการลงพื้นที่ของพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เพื่อช่วยผู้สมัครรับเลือกตั้งซ่อมส.ส.ชุมพร เขต 1 และสงขลา เขต 6 หาเสียงเลือกตั้งซ่อม ที่จะมีการเลือกตั้งวันที่ 16 ม.ค. ได้วางกำหนดการเบื้องต้นจะลงพื้นที่ช่วยหาเสียงจังหวัดละ 2 ครั้ง ซึ่งจะใช้ช่วงเวลาหลังจากการตรวจราชการแล้วเสร็จ ลงพื้นที่โดยมี แกนนำพรรคบางส่วนติดตามลงไปช่วย ผู้สมัครหาเสียง

เริ่มจากวันที่ 7 ม.ค เวลา 18.30 น. ที่สถานีรถไฟสวี อ.สวี จ.ชุมพร พล.อ.ประวิตร ขึ้นเวทีปราศรัยหาเสียงช่วยนายชวลิต อาจหาญ หรือ ทนายแดง ผู้สมัครของพรรค หมายเลข 4 โดยมีแกนนำพรรค อาทิ นายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง ผอ.เลือกตั้งซ่อม ส.ส.ชุมพร เขต 1 ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เลขาธิการพรรค นายวิรัช รัตนเศรษฐ รองหัวหน้าพรรค นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ เหรัญญิกพรรค และส.ส.พรรค ร่วมเวที

พล.อ.ประวิตร กล่าวปราศรัยว่า เราเป็นรัฐบาลมา 7 ปี พยายามทำทุกอย่างให้ประชาชนอยู่ดีกินดี มีฐานะความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นทุกคน ไม่มีว่างเว้นว่าใครเป็นใคร เรายังช่วยคนจนปลดหนี้สินมากมาย ฉะนั้นอยากฝากพี่น้องชาวสวี ให้เลือกทนายแดง เบอร์ 4 ของพรรค

ด้านร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า วันนี้พล.อ.ประวิตร ได้หารือกับครอบครัวพลังประชารัฐ ที่นั่งอยู่ตรงนี้และมีฉันทามติว่า พลังประชารัฐจะแพ้ไม่ได้ อยากถามเสียงของคนสวีว่าจะยอมให้ทนายแดงแพ้หรือเปล่า ชุมพรเป็นเมืองของประตู 14 จังหวัดภาคใต้ ถึงเวลาแล้วหรือยังที่จะทำให้ประตูของคนภาคใต้ใหญ่ดูอลังการและมั่นคง ถึงเวลาหรือยังและพร้อมจะเปลี่ยนเมืองชุมพรให้เจริญหรือยัง ถ้าพี่น้องพร้อมแล้ว วันที่ 16 ม.ค.นี้ ให้เลือกหมายเลข 4

‘อู๊ดด้า’นำทัพรุ่นใหม่ลงพื้นที่ 2 จว.

เวลา 17.30 น. พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) นำโดย นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ หัวหน้าพรรค ประชาธิปัตย์ นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ เลขาธิการพรรค นายเดชอิศม์ ขาวทอง รองหัวหน้าพรรค นายสุชัชวีร์ สุวรรณ สวัสดิ์ หรือดร.เอ้ ว่าที่ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. พรรคประชาธิปัตย์ ขึ้นเวทีสนามวัดเทพชุมนุม ต.บ้านพรุ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เพื่อช่วยหาเสียงให้ น.ส.สุภาพร กำเนิดผล หรือน้ำหอม ผู้สมัครส.ส.สงขลา เขต 6 หมายเลข 1

นายสุชัชวีร์กล่าวว่า วันนี้ต้องขอมาอยู่ที่ จ.สงขลา ขอเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของสงขลา ให้เราได้มี ส.ส.สุภาพสตรีคนแรกของจังหวัด ซึ่งการส่ง น.ส.สุภาพร ถือเป็นข้อพิสูจน์ว่าพรรคได้แสดงถึงความตั้งใจจริงของพรรคประชาธิปัตย์ยุคใหม่กับคนรุ่นใหม่ และไม่ทอดทิ้งพี่น้องสงขลา เขต 6 จึงอยากให้ทุกคนมาช่วยคนเก่ง คนดี คนสวย

มั่นใจปชป.รักษาที่นั่งไว้ได้

นางดรุณวรรณ ชาญพิพัฒนชัย รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า วันที่ 8-9 ม.ค. นายจุรินทร์ จะนำคนรุ่นใหม่ของพรรคร่วมลงพื้นที่หาเสียงการเลือกตั้งซ่อม ส.ส.ชุมพร และสงขลา โดยวันที่ 8 ม.ค. ลงพื้นที่จ.ชุมพร เพื่อช่วยรณรงค์หาเสียงในการเลือกตั้งซ่อม ส.ส. เขต 1 ให้นายอิสรพงษ์ มากอำไพ หรือ “ตาร์ท” ผู้สมัครของพรรค ซึ่งเป็นคนรุ่นใหม่ที่ทำงานอย่างใกล้ชิดกับพี่น้องประชาชนมาโดยตลอด ส่วนวันที่ 9 ม.ค. นายจุรินทร์ และคณะจะร่วมปราศรัยหาเสียงในการเลือกตั้งซ่อม ส.ส.สงขลา เขต 6 ช่วย น.ส.สุภาพร ที่สนามกีฬาสุขภาพ ต.พะตง บ้านทุ่งครุ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา

“ยิ่งใกล้วันเลือกตั้ง พรรคยิ่งมีความมั่นใจว่าจะรักษาเก้าอี้เดิมได้ทั้ง 2 เขตเลือกตั้ง เพราะได้รับการตอบรับจากพี่น้องประชาชนเป็นอย่างดี และพรรคได้นำเสนอผู้สมัครที่มีความรู้ความสามารถ อีกทั้งเป็นคนรุ่นใหม่ที่ทำงานใกล้ชิดประชาชน เข้าใจสภาพปัญหาในพื้นที่ เชื่อว่าหากพี่น้องประชาชนให้ความไว้วางใจเลือกมาเป็นผู้แทนราษฎร จะสามารถทำหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ” นางดรุณวรรณกล่าว

‘พิธา’บุกค่ายทหารสงขลา

ที่กองพลพัฒนาที่ 4 ค่ายรัตนพล อ.คลองหอยโข่ง จ.สงขลา นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล พร้อมด้วย ส.ส.พรรคก้าวไกล เปิดเวทีปราศรัยหาเสียงให้กับ นายธิวัชร์ ดำแก้ว ผู้สมัครรับเลือกตั้งซ่อม ส.ส.สงขลา เขต 6 หมายเลข 2

นายพิธากล่าวว่า อยากเริ่มในสิ่งที่กองทัพและประชาชนคนไทยอาจเข้าใจผิดเกี่ยวกับแนวคิดของพรรคก้าวไกลที่มีต่อกองทัพ ขอยืนยันในฐานะหัวหน้าพรรคว่า เราต้องการอยู่เคียงข้างกองทัพ แต่ต้องเป็นกองทัพที่ทันสมัย ซึ่งยุทโธปกรณ์ที่ทันสมัยของกองทัพในศตวรรษที่ 21 นั้นมีความจำเป็นเป็นอย่างยิ่ง แต่กองทัพที่อุ้ยอ้ายหรือมีพลทหารที่มากเกินไปคงจะไม่สามารถมีงบประมาณซื้อเครื่องมือที่ทันสมัยได้ ตนคิดว่ากองทัพในศตวรรษที่ 21 คือกองทัพที่อยู่คู่กับประชาธิปไตยอย่าง คู่ขนาน ไม่ได้ทับเส้นซึ่งกันและกัน

นอกจากนี้ ความเสียสละและความกล้าหาญของพลทหารควรอยู่คู่กับศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ฉะนั้น เรื่องราวของพลทหารที่เสียชีวิตซ้ำแล้วซ้ำเล่าในค่ายทหารคงจะต้องหมดไปในศตวรรษที่ 21 และความมั่นคงของ กองทัพจำเป็นต้องอยู่คู่กับความมั่นคงของทหารชั้นผู้น้อย เราต้องการสร้างความมั่นคงในอาชีพให้กับทหารชั้นผู้น้อย เพื่อให้เขามีครอบครัวที่มั่นคงและเข้มแข็ง มีพลังปกป้องและเป็นรั้วของชาติ

“ความมั่นคงทางการทหารและกองทัพยังสำคัญไม่น้อยไปกว่าความมั่นคงทางสาธารณสุข ทางสิ่งแวดล้อม และทางดิจิตอลที่เป็นความท้าทายแบบใหม่ของโลก ซึ่งประเทศไทยจะต้องหาสมดุลในจุดนี้ให้ได้ ผมเชื่อว่านายธิวัชร์ที่อยู่เบื้องหลังการอภิปรายในสภา ของผมมาตลอด 3 ปี จะอยู่เคียงข้างและเป็นปากเป็นเสียงแทนทหารทุกชั้นยศ ใน วันที่เดือดร้อนและไม่ได้รับความเป็นธรรม” นายพิธากล่าว

ยิงรถแห่พรรคกล้า-‘กรณ์’ซัดลอบกัด

วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งเหตุคนร้ายขับขี่รถจักรยายนต์ ใช้อาวุธปืนยิงใส่รถแห่ของ พล.ต.อ.ทศพล โชติคุตร์ หรือผู้กำกับหนุ่ย ผู้สมัครเลือกตั้งซ่อม ส.ส.ชุมพร เขต 1 พรรคกล้า หมายเลข 5 บนถนนเส้นชุมพร-ระนอง

นายกมลรัตน์ พรหมสุวรรณ อายุ 48 ปี ผู้ขับรถแห่รับจ้าง เล่าว่า ระหว่างขับรถแห่ ผ่านโรงพยาบาลค่ายเขตอุดมศักดิ์ มณทลทหารบกที่ 44 บนถนนเส้นชุมพร-ระนอง เวลาประมาณ 14.30 น. มีคนร้ายสวมชุดสีดำ สะพายเป้ ขับขี่รถจักรยานยนต์ และใช้อาวุธปืนไม่ทราบชนิดยิงใส่ตน 3 นัด เคราะห์ดี กระสุนพลาดเป้าไปโดนรถทั้ง 3 นัด

เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจสอบ พบปลอกกระสุน 9 ม.ม. ตกอยู่ จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน และจะดำเนินการสืบสวนหาผู้กระทำผิดต่อไป

ด้านพล.ต.อ.ทศพลกล่าวว่า เหตุการณ์นี้ก่อกวนการหาเสียงเลือกตั้งเป็นครั้งที่ 2 แล้ว ครั้งแรกป้ายหาเสียงถูกทำลาย ส่วนครั้งนี้มีการใช้อาวุธปืน ไม่คิดว่ายุคสมัยนี้จะยังใช้วิธีสกปรกอยู่ ยืนยันขวัญกำลังใจยังดี พร้อมสู้เต็มที่ เดินหน้าทำการเมืองสร้างสรรค์ ลุยลงพื้นที่หาเสียงจนกว่าจะถึงวันเลือกตั้ง

นายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคกล้า กล่าวว่า หมาลอบกัด ไม่ใช่การเมืองสร้างสรรค์ เป็นแนวการเมืองตกยุค ทุกอย่างอยู่ที่ประชาชนตัดสิน

พท.มั่นใจ‘สุรชาติ’คว้าชัยหลักสี่

น.ส.ธีรรัตน์ สําเร็จวาณิชย์ ส.ส.กทม. โฆษกพรรคเพื่อไทย (พท.) ให้สัมภาษณ์ถึงความพร้อมและความมั่นใจในการเลือกตั้งซ่อมส.ส.กทม. เขต 9 หลักสี่ จตุจักร (แขวงลาดยาว แขวงเสนานิคม และแขวงจันทรเกษม) ว่า พรรคพร้อมทั้งระดับของผู้สมัคร และระดับกองอำนวยการของพรรค เราดำเนินการเรื่องนี้มาอย่างต่อเนื่อง นายสุรชาติ เทียนทอง ผู้สมัครรับเลือกตั้งซ่อมกทม.เขต 9 เบอร์ 3 อยู่กับประชาชนชาวหลักสี่-จตุจักรมาตลอด มั่นใจจะได้รับชัยชนะ เป็นการประกาศศักดิ์ศรีและทวงคืนศักดิ์ศรีของชาวหลักสี่-จตุจักรด้วย เพราะสะท้อนว่าประชาชนต้องการผู้แทนแบบใด หากอยากได้ผู้แทนที่เห็นประชาชนเป็นพี่น้อง เป็นญาติ ก็ขอให้เลือกนายสุรชาติ ที่ยังมีอุดมการณ์ชัดเจนเรื่องประชาธิปไตย และพร้อมทำงานต่อทันทีในสภา รวมทั้งปัญหาปากท้องของคนในพื้นที่

ด้านนายกรุณพล เทียนสุวรรณ ผู้สมัครเลือกตั้งซ่อมส.ส.กทม. เขต 9 หลักสี่ จตุจักร พรรคก้าวไกล ลงพื้นที่หาเสียงบริเวณแยกเกษตรฯ ซึ่งอยู่ในพื้นที่ของเขตจตุจักร

นายกรุณพลกล่าวว่า การเลือกตั้งครั้งที่แล้วในเขตหลักสี่ จตุจักร มีผู้มาใช้สิทธิ์เลือกตั้งถึง 70% จึงอยากให้ไปใช้สิทธิ์ใกล้เคียงเดิม เพื่อที่จะได้เลือกผู้แทนที่ตัวเองชอบและนโยบายพรรคที่ต้องการ เพื่อให้ไปเป็นสิทธิ์เป็นเสียงของท่านในสภา เพื่อดูแลภาษีของท่านให้เกิดการใช้งานได้อย่างคุ้มค่าที่สุด

‘อรรถวิชช์’ท้า‘เจ๊หน่อย’ส่งคนชิง

นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี เลขาธิการพรรคกล้า ผู้สมัครรับเลือกตั้งซ่อมส.ส.กทม. เขต 9 หลักสี่ จตุจักร ให้สัมภาษณ์ว่า พรรคกล้าเป็นพรรคแนวสร้างสรรค์และคุณภาพ รวบรวมคนที่มีความรู้ด้านต่างๆ ไว้เยอะมากแต่ไม่ใช่นักการเมือง การเลือกตั้งครั้งนี้จึงเป็นบทพิสูจน์การเมืองสร้างสรรค์และคุณภาพ ตนเชื่อว่าคนกรุงเทพฯ เป็นคนที่ติดตามสถานการณ์บ้านเมืองอย่างใกล้ชิด

สำหรับคู่แข่งจากพรรคอื่นตนไม่กลัวเลย พยายามเอาผลงานสำคัญๆ ที่เคยทำมาสื่อว่าเราเคยทำอะไรไปบ้าง เพราะการเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้มีช่วงเวลาที่สั้นมาก ก็ต้องวัดกันตรงนี้ และท่ามกลางสถานการณ์การแบ่งแยกจากทั้ง 2 ฝ่าย แต่เชื่อในคนกทม.ที่ต้องการเห็นการเมืองสร้างสรรค์ มีคุณภาพและไม่แบ่งฝ่าย เขาบอกว่ารักสงบไม่ได้จบที่ลุงจริง และจับปากกาฆ่าเผด็จการก็ยังไม่ใช่ รักสงบจบที่เราก็ไม่ใช่ ดังนั้น การเลือกตั้งครั้งนี้ถ้าต้องการการเมืองสร้างสรรค์จริงและมีคุณภาพมันเกิดขึ้นได้

“วันนี้ฝั่งเขาขาดอีกพรรคหนึ่งคือพรรคไทยสร้างไทย ยังมีเวลาสำหรับคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานพรรค ถ้าสู้จริงก็ส่งมาหน่อย จะได้เห็นสนามจำลองเหตุการณ์จริง ก็ท้าครับ เพราะขณะนี้มีก้าวไกล มีเพื่อไทย และถ้าคุณหญิงหน่อยเปิดใหม่ ถ้ามีความพร้อมก็ต้องส่งผู้สมัคร เพราะพรรคกล้ายืนยันไม่ว่าใครจะลงสมัครเราพร้อมสู้ทั้งนั้น เพราะไม่ได้พึ่งดีเอ็นเอใคร เราไม่ได้เป็นประชาธิปัตย์สาขา 2 และการเมืองถ้าจะต้องเดินไปข้างหน้า ถ้าเราไม่ลุย ใครจะกล้าลุย” นายอรรถวิชช์กล่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน