ยันมีผลงาน-ทำดีที่สุด ส.เลี้ยงไก่ถกพาณิชย์ยอมตรึงไข่ฟอง2.90บ.

คลังขยับแก้ของแพงเร่ง‘คนละครึ่ง’เร็วขึ้น

อธิบดีกรมปศุสัตว์ลั่นไม่ลาออก ขออยู่จนเกษียณ แม้ถูกกดดันหนัก โต้ปกปิดโรค อหิวาต์แอฟริกาหมู ฮั้วส่งออกเอื้อรายใหญ่ ‘ประภัตร’ จี้ปศุสัตว์คุมอหิวาต์หมูเข้มข้น พบฟาร์มไหนให้ทำลายทันที สมาคมผู้เลี้ยงไก่ไข่ตรึงราคาไข่หน้าฟาร์มฟองละ 2.90 บาท หลังถกอธิบดีกรมการค้าภายใน จนกว่าสถานการณ์คลี่คลาย แต่ยังเพิ่มขึ้นจากเดิม 10 สตางค์ พาณิชย์ขู่ดำเนินคดี ผู้ค้าส่งและปลีกไม่ปรับราคาตาม หมูสะเต๊ะเจ้าดังนครปฐม ขอปรับราคาขึ้นอีกจากไม้ละ 4 เป็น 5 บาท รมว.คลังเตรียมถกด่วน รมว.พลังงาน เลื่อนใช้คนละครึ่งเฟส 4 เร็วขึ้น จากที่จะเริ่มมี.ค. ช่วยบรรเทาปัญหาสินค้าราคาแพง

ด้านนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คลัง กล่าวว่า ในวันที่ 14 ม.ค. จะหารือกับ นาย สุพัฒนพงษ์ รองนายกฯ และรมว.พลังงาน เรื่องการเลื่อนมาตรการคนละครึ่งเฟส 4 ให้เร็วกว่ากำหนดเดิม จากวันที่ 1 มี.ค.-30 เม.ย.2565 เนื่องจากประชาชนมีปัญหาค่าครองชีพ แพงขึ้น ซึ่งจะได้ข้อสรุปว่าเลื่อนมาเร็วขึ้นได้เมื่อไร รวมถึงวงเงินที่ต้องให้ เนื่องจากต้องขออนุมัติคณะกรรมการ พ.ร.ก.เงินกู้ 5 แสนล้านบาท โดยผู้ได้สิทธิเดิมประมาณ 28 ล้านคน มาตรการคนละครึ่งนั้นเป็นแพ็กเกจ พร้อมกับการให้วงเงินเพิ่มเติมกับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 14 ล้านคน และกลุ่มเปราะบาง 2 ล้านคน พร้อมกันในครั้งเดียว ส่วนจะเสนอให้ที่ประชุมครม. อนุมัติได้ทันในสัปดาห์หรือไม่ ต้องรอผลการอนุมัติงบเงินกู้ก่อน

ที่หอประชุมทองใหญ่ ศาลากลางจังหวัดอุดรธานี นายประภัตร โพธสุธน รมช.เกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่เพื่อประชุมชี้แจง โครงการสานฝันสร้างอาชีพ ยกระดับรายได้เกษตรกร โดยกล่าวถึงสถานการณ์ราคาเนื้อสุกรที่มีราคาแพงตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน รวมถึงพบการระบาดของโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร (เอเอสเอฟ) ว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้อนุมัติงบกลาง 574 ล้านบาท เมื่อวันที่ 11 ม.ค. ซึ่งเป็นไปตามหลักและ ขั้นตอนตาม พ.ร.บ.ควบคุมโรคระบาดสัตว์ พ.ศ.2558 ให้กับผู้เลี้ยงสุกรรายเล็กและ รายย่อย และได้กำหนดมาตรการการควบคุมอย่างเข้มข้น โดยได้ส่งชุดเฉพาะกิจลงตรวจสอบสภาวะโรคในพื้นที่เสี่ยง สุ่มตรวจสอบเพิ่มเติมโดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีการเลี้ยงสุกรหนาแน่น

นายประภัตรกล่าวว่า จากการลงพื้นที่ทราบว่ามีเกษตรกรจำนวนไม่น้อยที่ต้องการกลับมาเลี้ยงสุกรรอบใหม่ ซึ่งกรมปศุสัตว์จะต้องมีการสแกนพื้นที่เพื่อตรวจสอบเบื้องต้นว่ามีความปลอดภัยหรือมีความเสี่ยงต่อพี่น้องเกษตรกรอยู่หรือไม่ จากนั้นจะคัดกรองตัวเกษตรกร พร้อมกับตรวจสอบสภาพความพร้อมและความเหมาะสมของฟาร์มในการยกระดับมาตรฐานฟาร์มให้มีความปลอดภัย ด้านการควบคุมโรคที่สูงขึ้น เช่น GFM หรือ GAP กรมปศุสัตว์จึงจะอนุญาตให้เกษตรกรกลับเข้าสู่อาชีพในครั้งต่อไปได้

“ผมยืนยันว่า กระทรวงเกษตรฯ ไม่ได้นิ่งเฉยเรื่องการระบาดของโรคเอเอสเอฟ แต่การออกมาพูดนั้น ต้องได้รับการยืนยันจากผู้ที่เกี่ยวข้อง หลังจากนี้เมื่อตรวจยืนยันว่าพบเชื้อที่ฟาร์มไหน กรมปศุสัตว์จะมีมาตรการในการควบคุมโรคอย่างเข้มข้น รวมถึงการทำลายเชื้อตามหลักวิชาการ และต้องพักคอกแล้วหยุดเลี้ยงในพื้นที่ดังกล่าวไปจนกว่าจะมีการตรวจสอบหรือประเมินความเสี่ยงแล้วว่ามีความปลอดภัย จึงลงเลี้ยงใหม่ได้อีกครั้ง” นายประภัตรกล่าว

นายประภัตรกล่าวต่อว่า ในฐานะที่กำกับดูแลกรมปศุสัตว์ แม้ไม่ได้รับมอบหมายให้เป็นประธานคณะกรรมการนโยบายพัฒนาสุกรและผลิตภัณฑ์ (Pig Board) และคณะกรรมการพัฒนาไข่ไก่และผลิตภัณฑ์ (Egg Board) ก็ตาม แต่จะช่วย รมว.เกษตรฯ กำกับดูแลการขับเคลื่อนให้เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาล และพร้อมที่จะเข้าไปช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบอย่างรวดเร็วและทันท่วงที พร้อมทั้งส่งเสริมอาชีพคู่ขนานอื่นให้เกษตรกรมีรายได้ที่มั่นคงและยั่งยืนต่อไป

ส่วนของการแก้ไขเนื้อสุกรมีราคาแพง ซึ่งจากข้อมูลสุกรรายสัปดาห์ พบว่า ในปี 2564 มีลูกสุกรเข้าคอกเลี้ยงเฉลี่ยราว 350,000 ตัว ปัจจุบัน (ข้อมูลสัปดาห์แรกของเดือนม.ค.2565) มีจำนวนลูกสุกรเข้าเลี้ยงยังคงมีตัวเลขใกล้เคียงกัน กระทรวงเกษตรฯ โดยกรมปศุสัตว์ ยังได้เตรียมมาตรการที่จะเพิ่มแม่สุกรให้กับหน่วยงานของกรมปศุสัตว์ ตลอดจนฟาร์มเครือข่ายสัตว์พันธุ์ดีของกรมปศุสัตว์ รวมทั้งในสถาบันการศึกษาต่างๆ ที่มีการเรียนการสอนด้านสัตวบาล เพื่อผลิตลูกสุกรเข้าสู่ระบบคู่ขนานกันไปด้วย จึงเชื่อมั่นว่าจากมาตรการต่างๆ ที่ได้ดำเนินการทั้งมาตรการเร่งด่วน มาตรการระยะสั้น และระยะยาวนั้น จะเพิ่มการผลิตให้เพียงพอต่อความต้องการในการบริโภคได้แน่นอน

สืบเนื่องจากผู้เลี้ยงไก่ไข่ได้แจ้งปรับราคาไข่ไก่คละหน้าฟาร์ม จาก 2.80 บาท เป็นฟองละ 3 บาท หรือปรับเพิ่มขึ้นแผงละ 6 บาท โดยให้เหตุผลว่าแบกรับต้นทุนที่สูงขึ้นไม่ไหว ทำให้แผงขายไข่ไก่ ร้านค้าจำหน่ายไข่ไก่ได้ปรับราคาขึ้นทันที ขณะที่นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ ขอให้ตรึงราคาไปก่อน และมอบหมายให้กรมการค้าภายในไปหารือกับผู้เลี้ยง ต่อมาวันที่ 11 ม.ค. ได้ข้อสรุปเบื้องต้น ให้ ผู้เลี้ยงไปจัดทำข้อมูลรายละเอียดต้นทุน และนำมาหารือกันอีกครั้ง ตามข่าวที่เสนอมานั้น

เมื่อวันที่ 13 ม.ค. นายวัฒนศักย์ เสือเอี่ยม อธิบดีกรมการค้าภายในได้ประชุมหารือร่วมกับสมาคมผู้เลี้ยงไก่ไข่ สมาคมผู้เลี้ยงไก่ไข่รายย่อยภาคกลาง สมาคมผู้เลี้ยงไก่ไข่ภาคใต้ สมาคมผู้ผลิตผู้ค้าและส่งออกไข่ไก่ สหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่แปดริ้ว สหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่ชลบุรี สหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่ลุ่มน้ำน้อย ผู้ผลิตรายใหญ่ กรมปศุสัตว์ และสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร ตามที่นัดกัน โดยผู้เลี้ยงไก่ไข่จะให้ความร่วมมือตรึงราคาไข่ไก่คละหน้าฟาร์มที่ 2.90 บาท ไปจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย เพื่อช่วยลดค่าครองชีพประชาชน ทั้งนี้ ที่ประชุมยังได้หารือถึงสถานการณ์ด้านต้นทุนของผู้เลี้ยง ก็พบว่ามีการปรับตัวสูงขึ้นจริง โดยเฉพาะวัตถุดิบอาหารสัตว์ ซึ่งจะหารือกับผู้ผลิตอาหารสัตว์ และหาทางช่วยเหลือในการเชื่อมโยงระหว่างผู้ผลิตกับผู้เลี้ยงต่อไป

หลังจากนี้ได้ให้ทางสำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ สั่งการพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ ตรวจติดตามสำหรับการจำหน่ายไข่ไก่ เมื่อผู้เลี้ยงไก่ไข่ได้ปรับราคาไข่คละลงมาแล้ว ผู้จำหน่ายส่งและปลีก ต้องปรับลดราคาไข่ไก่ลงมาด้วย หากประชาชนพบเห็นว่ามีการกักตุนหรือฉวยโอกาสจำหน่ายสินค้าในราคาที่ไม่เป็นธรรม แจ้งได้ที่สายด่วนกรมการค้าภายใน 1569 หรือสำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ และหากตรวจสอบพบการกระทำผิดจะมีโทษตามมาตรา 29 แห่ง พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ ซึ่งมีโทษจำคุก 7 ปี ปรับ 140,000 บาท หรือทั้งจำและปรับ

นายมาโนช ชูทับทิม นายกสมาคมผู้เลี้ยงไก่ไข่กล่าวว่า จากการหารือกับกรมการค้าภายใน สมาคมที่เลี้ยงไก่ไข่ เข้าใจปัญหา และผลกระทบต่อค่าครองชีพของประชาชนจากการปรับขึ้นราคาไข่ไก่เป็นอย่างดี จึงได้ตกลงร่วมมือลดราคาไข่คละลงมาอยู่ที่ฟองละ 2.90 บาท จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย แต่หากราคาวัตถุดิบในการเลี้ยงไก่ไข่ยังขึ้นต่อเนื่อง กลุ่มผู้เลี้ยงไก่ไข่จะกลับมาหารือกับกรมการค้าภายในอีกครั้ง

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พลังงาน ให้สัมภาษณ์ถึงการเตรียมการแก้ไขราคาสินค้าแพงว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม กำลังแก้ไขปัญหานี้อยู่ ประเด็นสินค้าราคาแพงว่ามาจากปัจจัยใด โดยทางรัฐบาลมีนโยบายและได้หารือกับทางธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เพื่อควบคุมภาวะเงินเฟ้อ โดยตัวเลขจากสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) และการพยากรณ์จากหลายสถาบัน เชื่อได้ว่าอัตราเงินเฟ้อของประเทศไทยจะอยู่ในระดับ 1-3% โดยไม่สามารถดูเฉพาะเจาะจงในรายการสินค้าได้ ต้องดูภาพรวมของอัตราเงินเฟ้อแทน เป็นเป้าหมายที่เราจะต้องควบคุมให้ได้ ซึ่งจะแตกต่างจากประเทศอื่นๆ เช่น สหรัฐอเมริกา ที่อัตราเงินเฟ้อขึ้นไปถึง 7%

เมื่อถามถึงกรณีมีข้อเสนอให้ออกมาตรการคนละครึ่งเฟส 4 ให้เร็วขึ้น จากเดิมที่กำหนดจะเริ่มในเดือนมี.ค.-เม.ย.นี้ นายสุพัฒนพงษ์กล่าวว่า เป็นไปได้หมด ซึ่งต้องประเมินอีกครั้งหนึ่ง เพราะอาจมีมาตรการอื่นก็ได้ เมื่อถามว่ามีการเสนอให้รัฐนำเงินลงไปอุดหนุนเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ นายสุพัฒนพงษ์กล่าวว่า สศช.กำลังติดตามเรื่องนี้และคาดว่าจะมีรายละเอียดออกมา ขณะนี้กำลังรวบรวมข้อมูลจากทุกกระทรวงเพื่อสร้างเศรษฐกิจพื้นฐานไปสู่ท้องถิ่นให้มากที่สุด

เมื่อถามว่าหากอัตราเงินเฟ้อขึ้นไปเฉียด 3% จะเรียกประชุมหน่วยงานเศรษฐกิจฉุกเฉินหรือไม่ นายสุพัฒนพงษ์กล่าวว่า รอให้เกิดก่อนแล้วกัน เพราะตอนนี้ยังไม่เกิด เราติดตามอย่างใกล้ชิดอยู่แล้ว รัฐบาลมีความห่วงใยในเรื่องนี้ และนายกฯ ให้ความสำคัญเรื่องนี้เช่นกัน ประชุมร่วมกับกระทรวงการคลังตลอด ไม่ได้ละเลย หรือไม่ได้ไม่ห่วงใย นายกฯ เห็นว่ารัฐบาลก็ได้ทำในหลายๆ เรื่องอยู่แล้ว ทั้งการตรึงราคาสินค้าบางส่วน เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบเป็นวงกว้าง เชื่อว่าสถานการณ์นี้เป็นเรื่องชั่วคราว การตรึงราคาไว้บางส่วนก็อาจเป็นประโยชน์ได้ และไม่ให้เกิดความตื่นตระหนกมากเกินไปจนทำให้ผู้ประกอบการตัดสินใจขึ้นราคาสินค้าของตนเอง และเชื่อว่าหากควบคุมสถานการณ์ได้ดี หรือเปิดประเทศเต็มที่ การผลิตคงกลับมามากขึ้น

ส่วนสถานการณ์ราคาหมูและข้าวของแพงในพื้นที่ต่างๆ วันเดียวกัน นางภูษณิศ ไชยมณี ผอ.กลุ่มกำกับและพัฒนาเศรษฐกิจการค้า สำนักงานพาณิชย์จังหวัดเชียงใหม่ พร้อมด้วย นายคมเพชร ลำสีเติมสิริ ผอ.ศูนย์ชั่งตวงวัดภาคเหนือ (เชียงใหม่) นำเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบร้านจำหน่ายเนื้อหมู 4 จุด บริเวณตลาดต้น พยอม อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ทั้งเขียงหมูทั่วไปภายในตลาด ร้านจำหน่ายเนื้อหมูนอกตลาด เพื่อติดตามราคาสินค้าโดยเน้นย้ำให้พ่อค่าแม่ค้าติดป้ายระบุราคาจำหน่ายให้ชัดเจน โดยพบว่า นอกจากเนื้อหมูที่ราคาแพงแล้ว ในส่วนของ เนื้อไก่และไข่เริ่มขยับราคาขึ้นเช่นกัน เพราะประชาชนหันมาบริโภคทดแทนเนื้อหมูมากขึ้น ซึ่งทางพาณิชย์จังหวัดจะควบคุมดูแลให้ประชาชนได้รับผลกระทบน้อยที่สุด

ที่จ.ลำปาง จากการสำรวจสอบถามพ่อค้าแม่ค้าผู้ประกอบการ ขายก๋วยเตี๋ยวบะหมี่ ข้าวหมูแดง ข้าวมันไก่และข้าวเหนียว หมูปิ้ง ในพื้นที่เทศบาลนครลำปาง พบว่าต่างพากันเตรียมขึ้นราคา ภายในสิ้นเดือน ม.ค เนื่อจากของทุกอย่างวัตถุดิบมีราคาแพงขึ้นอั้นราคาไม่ไหว

ป้าแอ็ด เจ้าของข้าวเหนียวหมูปิ้งชื่อดังริมถนนพหลโยธิน หน้า สวท.ลำปาง เปิดเผยว่า ได้ปิดประกาศถึงลูกค้าว่า ขอปรับราคาหมูปิ้งจากไม้ละ 5 บาท เป็น 7 บาท ตับหมูปิ้งไม้ละ 12 บาท ตั้งแต่เดือนนี้เป็นต้นไป เนื่องจากหมูขึ้นราคาจากเดิม กิโลกรัมละ 190 บาท เป็น 220 บาท ขณะที่ตนใช้เนื้อหมูวันละ 10 กิโลกรัม มาเสียบไม้ปิ้งขายเอง ก็เห็นใจผู้บริโภค แต่ของวัตถุดิบทุกอย่างขึ้นราคาก็ต้องขึ้นราคาตาม

ที่จ.ขอนแก่น ตลาดสดโต้รุ่งร่วมจิตร ตรงข้ามโรงเรียนขอนแก่นวิทยายน เขตเทศบาลนครขอนแก่น น.ส.จุฑารัตน์ อยู่มั่นคง เจ้าของร้านเจ๊อู๊ด ข้าวหมูแดง-หมูกรอบ ขอนแก่น กล่าวว่า ตั้งแต่เปิดร้านขายข้าวหมูแดง-หมูกรอบ คู่เมืองขอนแก่น มาหลายสิบปี ไม่เคยที่จะประสบปัญหาราคาเนื้อหมูแพงขนาดนี้ ไม่ว่าจะเป็นขาหมู, สันนอก และหมูสามชั้น แต่ละประเภทใช้วันละ 15 กิโลกรัม ที่ปรับราคาจำหน่ายขึ้น กิโลกรัมละ 20 บาท ขณะที่ไก่ ที่ร้านใช้เป็นวัตถุดิบประเภทไก่ทั้งตัวและน่องติดสะโพก ก็ปรับราคาขึ้น กิโลกรัมละ 20 บาทเช่นกัน ส่วนไข่ไก่ ปรับขึ้นแผงละ 6 บาท ทำให้ตั้งแต่วันที่ 6 ม.ค. ทางร้านมีความจำเป็นต้องปรับราคา ข้าวประเภทหมู เพิ่มขึ้นจานละ 10 บาท เดิมขายในราคาจานละ 40 บาทเป็นจานละ 50 บาท ซึ่งลูกค้าทุกที่มาใช้บริการต่างเข้าใจและยินดีมาอุดหนุนเหมือนเดิม ซึ่งหากในอนาคตราคาหมูลดต่ำลง ทางร้านก็พร้อมที่ปรับราคาลงเช่นกัน ส่วนราคาไก่แม้ปรับสูงขึ้น แต่ทางร้านยังตรึงราคาและแบกรับต้นทุนได้ เพราะหากต้องปรับราคาจำหน่ายสินค้าทุกประเภทร้านก็เห็นใจลูกค้าเช่นกัน ยิ่งในยุคที่ทุกอย่างแพงหมด การช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ขอฝากไปยังรัฐบาล หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ต้องมีความชัดเจนในการแก้ไขปัญหา และที่สำคัญที่ต้องทำทันที ไม่ใช่มาแต่นโยบายหรือบอกว่าจะทำ เพราะประชาชนทั้งประเทศรอการแก้ไขปัญหาที่เป็นรูปธรรม เรื่องของแพง ทั้งหมู ไข่ ไก่ ปลา และน้ำมันแพง เป็นเรื่องใกล้ตัวของ ทุกคน ซึ่งรัฐบาลต้องทำทันที ไม่ต้องรอ

ส่วนปัญหาโรคระบาดในหมูที่ จ.นครปฐม ที่ร้านหมูสะเต๊ะ เล็กหมูสะเต๊ะ เจ้าเก่า สูตรพ่อตา ซึ่งตั้งอยู่ที่ริมถนนราชดำเนิน อ.เมือง จ.นครปฐม นางสุพัตรา ทิพย์สีนวล อายุ 43 ปี เจ้าของร้านเปิดเผยว่า ตนเองขายหมูสะเต๊ะมาตั้งแต่ไม้ละ 1 บาท เป็นสูตรเริ่มแรกรุ่นคุณตา ส่วนตนนั้นเป็นทายาทรุ่นที่ 3 แล้ว มีรุ่นคุณตา คุณพ่อและถ่ายทอดมายังรุ่นของตนเอง ขณะนี้เนื้อหมูมีราคาสูงขึ้นมาก จึงต้องปรับราคาหมูสะเต๊ะขึ้นจากไม้ละ 4 บาท เป็น 5 บาท ส่วนเรื่องโรคระบาดหมู เรารับเนื้อหมูสดมาจากเขียงที่ได้มาตรฐาน ขอยืนยันว่าปลอดภัยอย่างแน่นอน

ด้านร้านข้าวหมูแดงชื่อดัง ร้านปฐมโภชนา ถนนต้นสน เขตเทศบาลนครนครปฐม นายโชคชัย สุจริตบรรณ อายุ 45 ปี เจ้าของร้านกล่าวยืนยันว่าลูกค้าต่างหวาดกลัวเรื่องการขึ้นราคาของเนื้อหมูมากกว่า จึงทำให้ได้รับผลกระทบ ทำให้มีลูกค้าลดน้อยลง แต่ในส่วนของเนื้อหมูร้านของตนนั้นยืนยันว่าได้ซื้อหมูมาจากเขียงที่ได้รับการตรวจสอบจากกรมปศุสัตว์ว่ามีความปลอดภัย 100% ส่วนเรื่องความสะอาด ร้านของเราได้รับมาตรฐาน เพราะไม่เช่นนั้นคงไม่ยืนหยัดขายมาอย่างยาวนานมาถึง 30 ปี

ที่ซอย 3 หน้าอำเภอเมืองนครปฐม พ.ท.ดร.สินธพ แก้วพิจิตร ส.ส.นครปฐม พรรคประชาธิปัตย์ นายพงศ์สุธี สุขศิริ พาณิชย์จังหวัดนครปฐม นายยุทธนา โพธิวิหค นายอำเภอเมืองนครปฐม และนายเสรินทร์ แก้วพิจิตร นายกเทศมนตรีนครนครปฐม ร่วมเปิดซุ้มจำหน่ายหมูเนื้อแดง ในโครงการหมูพาณิชย์ ลดราคา ช่วยประชาชน โดยการจำหน่ายหมูเนื้อแดงในราคากิโลกรัมละ 150 บาท ขณะที่ราคาเนื้อหมูปรับสูงขึ้นถึงกิโลละ 240-250 บาท โดยสำนักงานพาณิชย์ จ.นครปฐม และ อ.เมืองนครปฐม โดยจัดพื้นที่จำหน่ายไว้ 3 จุด ในเขต อ.เมือง และอีก 3 จุดใน 3 อำเภอ อ.กำแพงแสน อ.สามพราน และ อ.บางเลน ตั้งแต่เวลา 06.00 น. จนกว่าหมูจะหมด จนถึงวันที่ 31 ม.ค.

ด้านนายสัตวแพทย์สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวถึงประเด็นที่มีการกล่าวหากรมปศุสัตว์ปิดบังข้อมูลโรคอหิวาต์แอฟริกาหมู (เอเอสเอฟ) เพื่อเอื้อผู้เลี้ยงสุกรรายใหญ่ ว่าไม่เป็นความจริง เพราะผู้เลี้ยงสุกรรายใหญ่อยู่ในระบบฟาร์มมาตรฐาน และธุรกิจของ ผู้ประกอบการกลุ่มนี้สามารถเดินหน้าต่อได้อยู่แล้ว ส่วนประเด็นที่กล่าวหาว่าปศุสัตว์เอื้อการส่งออกให้กับรายใหญ่ โชว์ข้อมูลให้ดูได้เลยว่ามีแต่ผู้เลี้ยงสุกรรายกลาง และรายย่อยเท่านั้น ที่มีการส่งออกหมูเป็นไปที่กัมพูชา และเวียดนาม ส่วนกรณีที่พบเกษตรกรกำจัดหมูโดยนำใส่โอ่ง ที่ จ.นครปฐม และทำเป็นปุ๋ยขายนั้น อยากให้เกษตรกรแจ้งให้กรมรับทราบ จะตรวจสอบย้อนหลังเช่นกันว่าทำไมตอนเกิดเหตุไม่แจ้งกรม

“การทำงานมาตลอดระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมา เรื่องนี้ยังไม่ถือว่าหนักที่สุดเพราะตั้งแต่เข้ามาดำรงตำแหน่ง ในปี 2561 ก็เจอปัญหาโรคกาฬโรคแอฟริกาในม้า (เอเอชเอส) และลัมปีสกิน ก็ผ่านมาได้ ผมทำงานด้วยความตั้งใจ และซื่อสัตย์สุจริต ดังนั้น คิดว่าทุกคนรวมถึงรมว.เกษตรและสหกรณ์ ก็น่าจะเห็นถึงความตั้งใจที่ผมต้องการทำงานให้ดีที่สุด เพื่อผู้เลี้ยงสุกรและสัตว์อื่นๆ จนกว่าจะเกษียณราชการในอีก 8 เดือนข้างหน้านี้ และยืนยันว่าจะไม่ลาออกจากตำแหน่งแม้โดนกดดันจากหลายฝ่าย เพราะไม่ได้ทำอะไรผิด ไม่ได้ทุจริต และผมมั่นใจว่าตัวเองทำผลงานได้ดีที่สุดแล้ว” นายสัตวแพทย์สรวิศกล่าว

ยอดลด – บรรยากาศชำแหละหมูในตลาดตั้งเซียฮวด ตลาดขายหมูใหญ่ที่สุดของจ.นครปฐม ซึ่งได้รับผลกระทบจากราคาหมูแพงและโรคอหิวาต์แอฟริกา จากที่เคยชำแหละวันละ 100 ตัวลดเหลือ 30 ตัว เมื่อวันที่ 13 ม.ค.

พิษหมูแพง – ร้านป้าแอ็ดข้าวเหนียว หมูปิ้งชื่อดังริมถนนพหลโยธิน อ.เมือง จ.ลำปาง ติดป้ายแจ้งลูกค้าขอขึ้นราคาหมูปิ้งจากไม้ละ 5 บาท เป็น 7 บาท ส่วนตับหมูปิ้งไม้ละ 12 บาท เนื่องจากหมูราคาแพงขึ้นมาก เมื่อวันที่ 13 ม.ค.

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน