2พรรคลุยทิ้งทวน2จว.ใต้ พปชร.ลำปางตกเก้าอี้สส. กกต.แจกเหลือง-จ่อซ่อม
พปชร.-ปชป.ขนทัพใหญ่หาเสียงทิ้งทวน เลือกตั้งซ่อมเขต 1 ชุมพร-เขต 6 สงขลา ‘บิ๊กป้อม’อุบหมัดเด็ด ‘จุรินทร์’ ปัดตอบเสถียรภาพรัฐบาล บอกเคยเตือนแล้วลงแข่งกันเองได้ไม่คุ้มเสีย ปชป.จี้กกต.จับตาคืนหมาหอน หวั่นกลุ่มเคลื่อนไหว บีบชาวบ้านเลือกผู้สมัครบางพรรค เพื่อไทยเปิดปราศรัยใหญ่ยกแรก ปลุกชาวหลักสี่-จตุจักรเลือก ‘สุรชาติ เสริมเขี้ยวเล็บฝ่ายค้าน ‘ชลน่าน’ ปูดซื้อเสียงหัวละ 5 พันบาท ‘อรรถวิชช์’ ส่งทีมกฎหมายฟ้องกลับ ‘เจ๊หลี’ กกต.แจกใบเหลือง ‘วัฒนา สิทธิวัง’ ส.ส.ลำปาง พลังประชารัฐ ชงศาลฎีกาสั่งเลือกตั้งใหม่ ฝ่ายค้านได้ฤกษ์ยื่นซักฟอกรัฐบาล 21 ม.ค.
10 ผู้สมัครชิงซ่อมชุมพร-สงขลา
การเลือกตั้งซ่อมส.ส.ชุมพร เขต 1 และสงขลา เขต 6 แทนตำแหน่งที่ว่าง เปิดให้ลงคะแนนเสียงวันอาทิตย์ที่ 16 ม.ค. ตั้งแต่เวลา 08.00-17.00 น. ขณะที่พรรคการเมืองที่ส่ง ผู้สมัครและบรรดาผู้สมัครต่างหาเสียงกันจนนาทีสุดท้าย ตามที่กฎหมายกำหนดคือไม่เกินเวลา 18.00 น.วันที่ 15 ม.ค.
สำหรับผู้สมัครรับเลือกตั้งส.ส.ชุมพร เขต 1 ประกอบด้วย นายอิสรพงษ์ มากอำไพ พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) เบอร์ 1, ร.ต.ท.สมชาย แพ่งยงยุทธ พรรคไทยศรีวิไลย์ (ทศล.) เบอร์ 2, นายวรพล อนันตศักดิ์ พรรคก้าวไกล (ก.ก.) เบอร์ 3, นายชวลิต อาจหาญ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เบอร์ 4, พ.ต.อ.ทศพล โชติคุตร์ พรรคกล้า เบอร์ 5
ส่วนผู้สมัครรับเลือกตั้งส.ส.สงขลา เขต 6 ประกอบด้วย น.ส.สุภาพร กำเนิดผล พรรคประชาธิปัตย์ เบอร์ 1, นายธิวัชร์ ดำแก้ว พรรคก้าวไกล เบอร์ 2, นายอนุกูล พฤกษานุศักดิ์ พรรคพลังประชารัฐ เบอร์ 3, นายพงศธร สุวรรณรักษา พรรคกล้า เบอร์ 4, นางภัทรวดี ศรีศักดา พรรคพลังสังคม เบอร์ 5
‘บิ๊กป้อม’นำทัพทิ้งทวนหาเสียง
เมื่อวันที่ 14 ม.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ให้สัมภาษณ์ถึงหมัดเด็ดช่วงโค้งสุดท้ายก่อนการเลือกตั้งซ่อมส.ส.ชุมพร เขต 1 และสงขลา เขต 6 ว่า “ไม่มีอะไร ไม่มีหมัดเด็ดอะไร”
ผู้สื่อข่าวถามว่าที่บอกว่าไม่มีหมัดเด็ดแสดงว่ามีความมั่นใจว่าจะชนะใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ไม่รู้ เมื่อถามถึงกระแสข่าวที่นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ประกาศจะขอกลับเข้าไทยได้หรือไม่ พล.อ.ประวิตร ไม่ได้ตอบคำถาม แต่มองผู้สื่อข่าวด้วยสายตาขึงขัง ก่อนขึ้นรถกลับออกไปทันที
เวลา 18.00 น. พล.อ.ประวิตรลงพื้นที่พบประชาชน และขึ้นเวทีปราศรัยที่โรงเรียนสะเดาขรรค์ชัยกัมพลานนท์อนุสรณ์ ต.สะเดา อ.สะเดา จ.สงขลา หาเสียงช่วยนายอนุกูล พฤกษานุศักดิ์ ผู้สมัครรับเลือกตั้งซ่อมส.ส.สงขลา เขต 6 โดยมี ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ ผู้บริหาร แกนนำพรรค และส.ส.พรรคกว่า 20 คน ร่วมเวที
‘อู๊ดด้า’ปัดตอบเสถียรภาพรัฐบาล
ที่ห้างเทสโก้ โลตัส สาขารัตนาธิเบศร์ จ.นนทบุรี นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ถึงพรรคร่วมรัฐบาลส่งผู้สมัครแข่งขันเองในการเลือกตั้งซ่อมส.ส.ชุมพรและสงขลาว่า เคยเตือนไปแล้วว่า โดยหลักถ้าพรรคร่วมรัฐบาลเสียที่นั่ง พรรคร่วมรัฐบาลด้วยกันก็ไม่ส่งคนลงไปแข่ง เพราะกลายเป็นการแข่งกันเองในพรรคร่วมรัฐบาล ซึ่งไม่ได้เกิดผลดีกับรัฐบาล และยังเกิดความหมางใจกันอีก อีกทั้งรัฐบาลก็ได้ ที่นั่งเท่าเดิม ถือว่าได้ไม่คุ้มเสีย
“ทั้งหมดนี้ผมได้พูดไปแล้ว ข้อตกลงนี้ก็ถูกละเมิด ซึ่งผมไม่ไปตำหนิใคร ไม่ไปตำหนิพรรคที่ส่ง เพราะเมื่อเขาตัดสินใจดำเนินการทางการเมืองแบบนี้ ก็แล้วแต่เขา สุดท้ายจะกระทบเสถียรภาพรัฐบาลหรือไม่ กระทบการทำงานร่วมกันหรือไม่ ผมตอบล่วงหน้าไม่ได้ เพราะยังไม่ทราบว่าจะเกิดอะไรขึ้นในอนาคต” นายจุรินทร์กล่าว
ส่วนที่แกนนำพรรคการเมืองหนึ่งปราศรัยให้เลือกคนมีชาติตระกูลดีและมีเงินจนเกิดการตอบโต้ไปมานั้น นายจุรินทร์กล่าวว่า เป็นเรื่องปกติ เมื่อเห็นไม่ตรงกันก็วิจารณ์กันได้ เมื่อฝ่ายหนึ่งบอกว่าเงินสำคัญ อีกฝ่ายบอกอุดมการณ์น่าจะสำคัญกว่า ซึ่งประชาชนได้ประโยชน์ว่าสุดท้ายควรเลือกอะไร ส่วนการกระทบกระทั่งลักษณะนี้จะเป็นเงื่อนไขนำไปสู่อุบัติเหตุทางการเมืองเร็วขึ้นหรือไม่นั้น ตนตอบไม่ได้ เราไม่สามารถคาดการณ์ล่วงหน้าได้
ยันคนละครึ่งผลงานพรรคร่วม
ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีมีการเคลมโครงการคนละครึ่งเป็นผลงานพรรคใดพรรคหนึ่ง นายจุรินทร์กล่าวว่า ไม่อยากไปถกเถียงอะไรมาก เพราะมันอยู่ในป้ายหาเสียงเลย คนก็เห็นกันทั้งหมด แต่ตนไม่ไปโต้ เพียงแต่พูดเพื่อให้ ข้อเท็จจริงกับประชาชนนำไปพิจารณาและประกอบการตัดสินใจ ซึ่งนโยบายคนละครึ่งเป็นนโยบายของรัฐบาลชุดนี้ที่เป็นรัฐบาลผสมหลายพรรค ทั้งพลังประชารัฐ ประชาธิปัตย์ ภูมิใจไทย (ภท.) ชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) และอื่นๆ ที่ร่วมกันทำในช่วงโควิด-19 นี่เป็นข้อเท็จจริง
เมื่อถามถึงความมั่นใจในพื้นที่ภาคใต้ นายจุรินทร์กล่าวว่า เราทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุด ถือว่าประชาธิปัตย์เป็นพรรคที่อยู่คู่กับคนภาคใต้มานาน แม้บางช่วงคนใต้หรือบางจังหวัด บางพื้นที่ เช่นที่สงขลา อาจไม่เข้าใจนโยบายของพรรค แล้วทำให้จำนวน ส.ส.ลดลงไปบ้างในการเลือกตั้งทั่วไปครั้งล่าสุด แต่พอมีการเลือกตั้งนายก อบจ. คนสงขลาก็กลับมา สนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์ ทำให้นายกอบจ.สงขลา ในนามพรรคได้รับเลือกตั้ง และมาถึงการเลือกตั้งซ่อมเที่ยวนี้ หวังว่าชาวสงขลาจะให้โอกาสกับพรรคประชาธิปัตย์ อีกครั้ง รวมทั้งที่ชุมพรด้วย
ขึ้นเวทีใหญ่-โอดสู้กับ 3 เรื่อง
เวลา 18.00 น. ที่หน้าลานองค์การบริหารส่วนจังหวัดชุมพร นายจุรินทร์ นายบัญญัติ บรรทัดฐาน ประธานสภาที่ปรึกษาพรรค นายไตรรงค์ สุวรรณคีรี อดีตรองนายกรัฐมนตรี ขึ้นเวทีปราศรัยใหญ่ช่วยหาเสียงให้นาย อิสรพงษ์ มากอำไพ ผู้สมัครของพรรค ที่ลานหน้าองค์การบริหารส่วนจังหวัดชุมพร และวันรุ่งขึ้นเดินรณรงค์หาเสียงทั้งวันในเขต อ.เมือง จ.ชุมพร
นายจุรินทร์กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ คนมีสีเข้ามาป้วนเปี้ยนในพื้นที่ ตนจะไม่ว่าอะไร เจ้าหน้าที่ในพื้นที่ แต่อยากกราบเรียนกับชาวชุมพรว่าการใช้อำนาจรัฐ ใช้ได้ แต่ต้องใช้ในทางที่ชอบเพื่อให้เกิดประโยชน์กับประชาชน แต่ถ้าเป็นการใช้อำนาจรัฐในทางไม่ชอบ เป็นสิ่งที่ไม่ควรสนับสนุน และเป็นสิ่งผิดกฎหมาย โดยเฉพาะกฎหมายเลือกตั้ง
คนเราถ้านับหนึ่งจากการผิดกฎหมาย แล้วต่อไปเราจะไปพึ่งพาคนแบบนี้ได้อย่างไร จึงเป็นที่มาของบางพรรคการเมืองออกมาประกาศว่าเลือกตั้งเที่ยวนี้อย่างไรก็แพ้ไม่ได้ สะท้อนว่าจะมีการทำทุกวิถีทางขอให้ได้ชัยชนะในการเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้ ซึ่งเป็นสิ่งที่คนชุมพรจะยอมไม่ได้ ที่สำคัญเลือกตั้งซ่อมเที่ยวนี้ ประชาธิปัตย์ต้องสู้อย่างน้อยสามเรื่อง คือ อำนาจมืด อำนาจรัฐ และต้องสู้กับความไม่ชอบธรรมทางการเมือง
ส่วนที่โรงเรียนบ้านคลองแงะ อ.สะเดา จ.สงขลา มีการเปิดปราศรัยใหญ่เช่นกัน นำโดยนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน เลขาธิการพรรค เพื่อช่วยหาเสียงให้น.ส.สุภาพร กำเนิดผล ผู้สมัครเขต 6 มีชาวบ้านมาฟังกว่า 2 หมื่นคน
ห่วงคืนหมาหอน-ล็อกคอคาด่าน
นายชัยชนะ เดชเดโช ส.ส.นครศรีธรรมราช รองเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ว่า จากการลงพื้นที่ของตน โดยเฉพาะจ.ชุมพร ปรากฏว่ามีประชาชนหลายคนมาบอกกับตนว่า พบร่องรอยถึงการใช้อำนาจรัฐเพื่อช่วยเหลือผู้สมัครรับเลือกตั้งรายหนึ่ง โดยมีการตั้งด่านตรวจชาวบ้านที่ผ่านไปมาในบริเวณพื้นที่เขตเลือกตั้ง โดยอ้างเรื่องการป้องกันอุบัติเหตุและคุ้มครองความปลอดภัยจากเหตุการณ์ความรุนแรงในช่วงเลือกตั้ง แต่ท้ายที่สุด ก่อนที่จะมีการปล่อยจากด่านไปนั้น มีการบังคับชี้นำให้ประชาชนเลือกผู้สมัครรายนั้น และอ้างว่า หากไม่เลือกแล้ว จะมีการบีบบังคับ ไม่ให้ได้รับสิทธิต่างๆ ที่พึงจะได้รับ ซึ่งสร้างความหวาดกลัวให้กับประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างมาก
“ผมมีความเป็นห่วงว่า ในคืนก่อนการเลือกตั้งหรือที่เรียกกันว่า คืนหมาหอนนั้น อาจจะมีการเคลื่อนไหวผิดปกติของกลุ่มบุคคลบางกลุ่ม ที่จะทำให้เกิดการเบี่ยงเบนเจตนารมณ์ของประชาชนได้ จึงขอเรียกร้องให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประจำจังหวัดชุมพร และ กกต.ใหญ่ เร่งตรวจสอบกรณีดังกล่าว รวมทั้งขอร้องให้บรรดาทหาร ตำรวจ และข้าราชการที่เกี่ยวข้อง ดำรงตนด้วยความเป็นกลาง พร้อมยอมรับเสียงของประชาชนที่จะตัดสินในการเลือกตั้งในวันที่ 16 ม.ค.ด้วย” นายชัยชนะกล่าว
อัดอีกใช้อำนาจรัฐบีบจนท.
นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชา ธิปัตย์ ผอ.การเลือกตั้งประสานงานส่วนกลาง กล่าวว่า การเลือกตั้งซ่อมทั้งชุมพร เขต 1 และสงขลา เขต 6 ที่น่ากังวลจนวินาทีสุดท้ายคือการหาเสียงที่ผิดไปจากเจตนารมณ์ประชา ธิปไตยอย่างแท้จริง มีการใช้อำนาจรัฐ บีบบังคับเจ้าหน้าที่ ขณะนี้มีการใช้เจ้าหน้าที่นอกพื้นที่มาทำงานเพื่อประโยชน์ในการเลือกตั้งอย่างหนัก รวมทั้งการใช้คำพูดปราศรัยหมิ่นน้ำใจชาวบ้าน ดูถูกคนจน เป็นสิ่งที่ชาวบ้านคนใต้รับไม่ได้มากที่สุด จึงเชื่อว่าประชาชนจะพร้อมใจกันแสดงพลังผ่านการเลือกตั้งซ่อมทั้งสองเขตอย่างแน่นอน
เมื่อถามถึงการลงพื้นที่ช่วยรณรงค์หาเสียงที่ชุมพร เขต 1 นายราเมศกล่าวว่า ช่วงโค้งสุดท้ายเขตนี้พรรคและผู้สมัครยังทุ่มเท หาเสียงอย่างเต็มที่ เพื่อช่วยผู้สมัครของพรรค ตนร่วมกับ น.ส.พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล ส.ส.นคร ศรีธรรมราช ขี่มอเตอร์ไซค์ไปพบประชาชนทุกบ้านเท่าที่เวลาจะเอื้ออำนวย แต่ได้ผลดีมากคือมีโอกาสพบปะใกล้ชิดพูดคุย เกือบทุกบ้านเห็นใจ นายชุมพล จุลใส อดีตส.ส.ชุมพร ที่ต้องหลุดจาก ส.ส.
อดีตส.ส.ปชป.โต้กลับเดือด
นายศิริศักดิ์ อ่อนละมัย อดีตส.ส.ชุมพร พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งลาออกจากพรรคประชาธิปัตย์แล้วไปให้การสนับสนุนผู้สมัคร ส.ส.ชุมพร พรรคพลังประชารัฐ ในการ เลือกตั้งซ่อม กล่าวว่า การที่นายราเมศบอกว่า ชาวบ้านเห็นใจ นายชุมพลนั้น ขอถามว่า นายชุมพลลงสมัครส.ส.เบอร์ไหน พรรคใด ความเห็นใจของชาวบ้านที่มีต่อนายชุมพล คนละเรื่องกับการเลือกตั้งส.ส.ของคนชุมพร เขต 1 ความเป็นมาของการหลุดจากตำแหน่ง ก็เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม มิใช่หรือ ส่วนที่อ้างว่า มีการใช้อำนาจรัฐ บีบบังคับเจ้าหน้าที่ และใช้เจ้าหน้าที่นอกพื้นที่ มาเพื่อใช้ประโยชน์ในการเลือกตั้งนั้น นายราเมศต้องพูดให้ครบว่า การให้เจ้าหน้าที่บางนายออกนอกพื้นที่ เป็นเพราะเจ้าหน้าที่แต่ละรายนั้นรับใช้ใคร ใช้อำนาจอย่างไร
สำหรับเจ้าหน้าที่นอกพื้นที่ ที่เข้ามาในพื้นที่ก็เพื่อประโยชน์ในการเลือกตั้งครั้งนี้ให้มีความโปร่งใส ไม่ใช้อิทธิพล หรือใช้อำนาจในเครือข่าย ทั้งกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน นักการเมืองท้องถิ่น ไปแจกจ่ายเงินซื้อเสียง กล้าประกาศหรือไม่ว่าจะไม่ซื้อเสียง และขอร้องอย่าหยิบประโยคคำพูดไม่กี่คำ มาขยายผลทางการเมือง ไม่มีนักการเมืองคนไหนจะกล้าดูถูกประชาชน การปราศรัยของร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ ที่จ.สงขลา เป็นการชี้ให้เห็นภาพว่า คนที่จะมาเป็นตัวแทนประชาชน ต้องมีความพร้อมต่างหาก ไม่ได้เกี่ยวกับการดูถูกคนจน จึงอยากถามว่ามีประโยคไหนบ้าง ที่ท่านดูถูกคนจน
‘พิธา’ฉะกกต.ไม่พีอาร์วันกาบัตร
วันเดียวกัน นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล พร้อมแกนนำและส.ส.พรรค ร่วมรณรงค์หาเสียงที่สงขลา เขต 6 ช่วยนายธิวัชร์ ดำแก้ว ผู้สมัครของพรรค
นายพิธากล่าวว่า โค้งสุดท้ายจะไม่มีการปราศรัยใหญ่แต่ใช้กลยุทธ์ดาวกระจาย แบ่งการเดินหาเสียงออกเป็น 4 สายทั่วทั้งเขต 6 สงขลา จากการพูดคุยกับประชาชนตาม บ้านเรือนหลายแห่ง หลายคนรู้ว่ามีเลือกตั้งซ่อมเพราะเห็นป้ายหาเสียง แต่ไม่รู้ว่าวันไหน เมื่อถามถึงเอกสารคู่มือการเลือกตั้งจาก กกต. ที่จะส่งมาบอกว่าคูหาเลือกตั้งอยู่ที่ไหน สอบถาม 10 คน มีเพียง 2 คนเท่านั้นที่ได้รับเอกสาร จากประสบการณ์ไม่ว่าจะเป็นเลือกตั้งใหญ่หรือเลือกตั้งซ่อม ที่ผ่านมาจะมีรถ กกต.วิ่งประชาสัมพันธ์ แต่ครั้งนี้ยังไม่เห็นรถประชาสัมพันธ์ของ กกต.แม้แต่คันเดียว
การเลือกตั้งซ่อมสนามนี้เรื่องหาเสียง ไม่กังวลใจ หากจะกังวลมีเพียงอย่างเดียวคือประชาชนยังไม่ค่อยทราบถึงวันเลือกตั้งซ่อม และยังไม่ได้รับเอกสารคู่มือการเลือกตั้ง อยากจะฝากไปถึง กกต.ว่าทุกๆ พรรคพยายาม หาเสียงกันอย่างเต็มที่ แต่จะมีประโยชน์อะไร ถ้าประชาชนไม่รู้ว่าการเลือกตั้งซ่อมจะเกิดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 16 ม.ค.แล้ว
แฉหัวคะแนนบางพรรคแจกเงิน
ด้านนายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล กล่าวถึงกรณีที่แกนนำบางพรรคปราศรัยช่วยผู้สมัครระบุ ส.ส.ต้องมีเงิน ไม่มีเงินชาวบ้านอาจไม่เลือก ว่า ประโยคแบบนี้ไม่ใช่การเปรียบเปรย แต่เป็นการพูดปราศรัยต่อประชาชนในพื้นที่ที่มีสิทธิ์ลงคะแนนเสียงเลือกตั้งอย่างตรงไปตรงมาชัดเจน เข้าข่ายผิด พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง 2561 มาตรา 73 (1) เรื่องการจูงใจ สัญญาว่าจะให้ กกต.สงขลาจำเป็นต้องเร่งตรวจสอบโดยเร็วที่สุด
“ผมมีโอกาสไปพูดคุยกับพี่น้องประชาชนใน อ.สะเดา หลายคนเล่าว่า มีหัวคะแนนของผู้สมัครบางพรรคเริ่มแจกเงินแล้วในช่วงโค้งสุดท้าย พี่น้องชาวสงขลา เขต 6 อย่าให้ใครเขามาดูถูก อย่าให้เขามาซื้อสิทธิ์ซื้อเสียง ซื้อศักดิ์ศรีของเรา อย่ายอมแลกอนาคตที่ดีของเรากับเงินเพียงไม่กี่ร้อยบาท หากท่านเชื่อว่าสงขลาดีกว่านี้ได้ หากท่านไม่พอใจกับการทำงานของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และรัฐบาลชุดนี้ พรรคก้าวไกลคือคำตอบเดียว” นายชัยธวัชกล่าว
เวทีเพื่อไทยปลุกไล่รัฐบาล
สำหรับสนามเลือกตั้งส.ส.กทม. เขต 9 หลักสี่ จตุจักร (แขวงลาดยาว แขวงเสนานิคม และแขวงจันทรเกษม) ที่จะมีการเลือกตั้ง วันอาทิตย์ที่ 30 ม.ค. บรรดาผู้สมัครต่างหาเสียงกันต่อเนื่อง
เวลา 18.30 น. ที่ลานกีฬาชุมชนเสนานิคม 2 ซ.พหลโยธิน 34 นายสุรชาติ เทียนทอง ผู้สมัครส.ส.กทม. เขต 9 หลักสี่ จตุจักร พรรคเพื่อไทย (พท.) จัดปราศรัยใหญ่ครั้งแรก โดยมีแกนนำและสมาชิกพรรคร่วมเวทีปราศรัยคับคั่ง มีประชาชนและแฟนคลับของพรรคมาร่วมฟังปราศรัยจำนวนมาก
นายสุทิน คลังแสง ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) ปราศรัยว่า การเลือกตั้งครั้งนี้มีผู้สมัคร 3 พวก มีทั้งพวกชอบพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไม่เอาพล.อ.ประยุทธ์ และพวกแทงกั๊ก ถ้าผู้สมัครเราชนะจะส่งสัญญาณปั่นป่วนไปยังรัฐบาลว่าไม่เอาพล.อ.ประยุทธ์แล้ว เชื่อว่าพรรคร่วมจะถอนตัวจากรัฐบาล และรัฐบาลจะจิตตก รัฐบาลจะได้ตักน้ำใส่กะโหลกชะโงกดูเงาบ้างว่าที่ประชาชนเลือกนายสุรชาติเพราะกำลังจะตาย เพราะเขาเหลืออด รัฐบาลจะได้เห็นหัวประชาชน เห็นความเดือดร้อนของประชาชนบ้าง พล.อ.ประยุทธ์บอกว่าจะอยู่ถึงปี 2570 ถ้าเขาอยู่เราตาย ถ้าเขาไปเราถึงจะอยู่ ไล่รัฐบาลได้มีวิธีเดียว คือต้องเสริมเขี้ยวเล็บให้ฝ่ายค้านเข้าไปอีก ดังนั้น 30 ม.ค.เข้าคูหา ร่วมสั่งสอนและไล่รัฐบาลชุดนี้
ด้านนายสุรชาติกล่าวว่า ตนใช้เวลา 17 ปีพิสูจน์อุดมการณ์การเมือง ไม่ใช่แค่คำพูด แต่พิสูจน์ด้วยการกระทำ สักวันหนึ่งตนจะกลับมาเป็นผู้แทนของท่านให้ได้ ชีวิตตนผิดหวังมากพอสมควรในชีวิตการเมือง ตนเก็บเกี่ยวทุกความผิดพลาดมาดูแลประชาชน วันนี้ตนไม่อยากผิดหวัง ต้องชนะให้ได้ ไม่ใช่ชนะเพื่อตัวเอง แต่เพื่อศักดิ์ศรีชาวหลักสี่และจตุจักร ถ้ากลับเข้าสภาตนจะทุ่มเททำงานเพื่อประชาชน เป็นปากเสียงให้พี่น้องในสภา ส่วนงานพื้นที่ยังทำงานรับใช้เหมือนเดิมทุกประการ
ปูดซื้อเสียงพุ่ง 5 พันบาท
เวลา 19.55 น. นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทยปราศรัยว่า รัฐบาลชุดนี้เข้ามา 8 ปี เป็นรัฐบาลที่เจอกับภาวะวิกฤตทุกเรื่อง เจอทั้งอหิวาต์ในหมู เจอทั้งห่ากินปอด ตนช้ำใจมากกับคำว่าวัคซีนเต็มแขน รัฐบาลนี้เป็นรัฐบาลที่เจอวิกฤตแล้วแก้วิกฤตไม่เป็น พี่น้องอยากเอารัฐบาลห่ากินคนออกจากประเทศนี้หรือไม่ เลือกเบอร์ 3 แล้วเอาห่าออกจากประเทศ ขออย่าให้ไฟดับ อย่าให้เกิดการนับคะแนนช้า ระวังกลโกง พี่น้องต้องช่วยกันเป็นหูเป็นตา
วันนี้พรรคเพื่อไทยตั้งคณะทำงานเพื่อติดตามการใช้อำนาจที่ไม่ชอบในการได้มาซึ่งคะแนน ตนอยากเชิญชวนพี่น้องประชาชนมาช่วยกันเป็นอาสาสมัคร เพราะสิ่งที่ตนได้ข่าวมาคือ 3,000 บาท ซึ่ง 3,000 บาท นี้คือราคาที่เขาปั่นขึ้นมา ล่าสุดขึ้นมาถึง 5,000 บาทแล้ว บัตรประชาชนแพงที่สุดแล้ว ดังนั้น พี่น้องต้องรักษาบัตรประชาชนไว้เท่าชีวิตจนถึงวันที่ 30 ม.ค. ใครให้เงินรับแต่ให้กาเบอร์ 3 ตนเชื่อว่าสัญญาณจะส่งถึงพล.อ.ประยุทธ์ว่าให้ออกไปได้แล้วจะเกิดขึ้น
นายจาตุรนต์ ฉายแสง รองประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทยกล่าวว่า การเลือกตั้งครั้งนี้มีความหมาย 3 ข้อ คือ 1.พี่น้องจะได้ส.ส.เข้าไปรับใช้ และเป็นปากเป็นเสียงให้กับพี่น้อง 2.รัฐบาลที่ควรจะลาออกได้แล้วกลับเตรียมจะอยู่ถึงปี 2570 ถ้าเขาชนะอีกเขต เขาจะชนะหมด แล้วเขาจะเหลิงคิดว่าใช้อำนาจรัฐ ใช้อำนาจเงินชนะ วันข้างหน้าเขาจะไม่เห็นหัวประชาชน พี่น้องประชาชนหลักสี่-จตุจักรต้องสั่งสอนให้เขารู้ว่าอย่าเหลิง
3.มีความหมายอย่างมากต่อการเปลี่ยนรัฐบาลในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า ถ้าท่านปล่อยให้การเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้รัฐบาลชนะจะทำให้พี่น้องทั่วประเทศรู้สึกลังเล แต่ถ้าพร้อมใจกันส่งเสียงให้ดังไปทั่วกทม.และทั่วประเทศว่าไม่เอารัฐบาลนี้แล้ว พี่น้องประชาชนจะมั่นใจว่าไม่ต้องเลือกพรรครัฐบาล แต่จะหันกลับมาเลือกพรรคเพื่อไทย เพื่อให้ได้เกิน 250 เสียงแล้วเข้าไปตั้งรัฐบาลแทน
‘อรรถวิชช์’ฟ้องกลับ‘เจ๊หลี’
ที่สำนักงานกกต.ประจำกรุงเทพมหานคร นายณัฐนันท์ กัลยาศิริ ทีมกฎหมายพรรคกล้า พร้อมด้วยนายแสนยากร สิงห์วีรธรรม โฆษกพรรค เข้ายื่นคำร้องต่อนายสำราญ ตันพานิช ผอ.กกต.ประจำกรุงเทพฯ ขอให้ดำเนินการตามกฎหมายกับนางสรัลรัศมิ์ เจนจาคะ ผู้สมัครส.ส.กทม.เขต 9 หลักสี่ จตุจักร พรรคพลังประชารัฐ กรณีใส่ร้ายด้วยความเท็จ จูงใจให้เข้าใจผิดในคะแนนนิยม
นายณัฐนันท์กล่าวว่า มาร้องเรียนในกรณีที่นางสรัลรัศมิ์ได้พูดพาดพิงนายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ผู้สมัครส.ส.กทม.เขต 9 พรรคกล้า โดยมีข้อความไม่ตรงกับความจริง กล่าวหานายอรรถวิชช์ว่าดูถูกเพศแม่ และพูดไม่ตรงความจริงว่าดูถูกสิทธิผู้เลือกตั้ง จึงจำเป็นต้องยื่นให้กกต.กทม.ตรวจสอบ เพราะทำให้นาย อรรถวิชช์เสียหาย โดยหลังจากนี้จะเข้าสู่กระบวนการสืบสอบสวนของกกต. หากเป็นความผิดก็อาจนำไปสู่การเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งและการดำเนินคดีอาญาต่อไป
“พรรคกล้าตั้งใจทำการเมืองอย่างสร้างสรรค์ อยากให้นายอรรถวิชช์มีเวลาหาเสียงเลือกตั้ง ประชาสัมพันธ์นโยบายพรรคอย่างเต็มที่ หลังจากนี้ถ้ายังมีดราม่าทางการเมืองอีก หรือมีการนำเรื่องนี้ไปขยายความอีกฝ่ายกฎหมายจะดำเนินการทางคดีให้ถึงที่สุด ส่วนพื้นที่เลือกตั้งในจ.ชุมพรและสงขลาก็มีร่องรอยในเรื่องการกระทำความผิดและมี หลักฐานบางส่วนอยู่ แต่จะยังไม่พูดจนกว่าจะนำเรื่องไปสู่การร้องเรียน” นายณัฐนันท์กล่าว
กกต.เตือนห้ามขึ้นป้ายคนละครึ่ง
ด้านนายสำราญกล่าวว่า นอกจากประเด็นที่ผู้สมัครพรรคกล้าและพรรคพลังประชารัฐร้องกันเองแล้วขณะนี้ยังไม่มีเรื่องร้องเรียนอื่นเข้ามา ที่ระบุกันว่ามีการซื้อขายเสียงยังเป็นแค่การกล่าวอ้าง ซึ่งเรามีชุดป้องปราม หาข่าว ผู้ตรวจการเลือกตั้ง ร่วมทำงานกับกองบัญชาการตำรวจนครบาล 2 และตำรวจท้องที่ในเขตเลือกตั้ง คอยดำเนินการตรวจสอบ โดยช่วงบ่ายวันที่ 14 ม.ค.ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล 2 มีการประชุมร่วมกันเพื่อซักซ้อมทำความเข้าใจในเรื่องข้อกฎหมายและแนวปฏิบัติต่างๆ
ผู้สื่อข่าวถามว่าหากผู้สมัครนำนโยบายของรัฐบาล เช่น นโยบายคนละครึ่งไปขึ้นในป้ายหาเสียงของตนเองทำได้หรือไม่ นายสำราญกล่าวว่า ไม่ได้ เพราะตามระเบียบกกต.เกี่ยวกับการจัดทำป้ายหาเสียง กำหนดไว้ชัดเจนแล้วว่าป้ายหาเสียงผู้สมัครสามารถประกอบด้วยภาพผู้สมัคร ภาพโลโก้พรรค
นางสรัลรัศมิ์ให้สัมภาษณ์ระหว่างหาเสียงถึงกรณีที่ถูกนายอรรถวิชช์ฟ้องกลับว่า ต้องขอดูก่อนว่านายอรรถวิชช์ยื่นร้องกลับเรื่องอะไร แต่ที่เราได้ไปยื่นกับกกต.เป็นเรื่องจริงทั้งหมด ผู้สื่อข่าวถามว่านายอรรถวิชช์ทวงคำขอโทษจะมีการนัดเคลียร์ใจกันหรือไม่ นางสรัลรัศมิ์กล่าวว่า ทางนายอรรถวิชช์น่าจะขอโทษตนมากกว่า ขณะนี้ยังไม่มีการติดต่ออะไรกัน และตนไม่หนักใจที่ช่วงนี้พรรค พลังประชารัฐตกเป็นเป้าหลายเรื่อง
แจกใบเหลือง‘วัฒนา สิทธิวัง’
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เว็บไซต์สำนักงาน กกต.ได้เผยแพร่คำวินิจฉัยกกต.กรณีมีมติให้ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาเพื่อสั่งให้มีการเลือกตั้งส.ส.ลำปาง เขต 4 ใหม่แทนนายวัฒนา สิทธิวัง ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ ตามพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส.2561 มาตรา 133 และให้ดำเนินคดีอาญากับนางเกี๋ยงมา ปุพพโก ตามมาตรา 73(1) ประกอบมาตรา 158 ของกฎหมายเดียวกัน จากกรณีกกต.สอบสวนแล้วเห็นว่า วันที่ 19 มิ.ย.2563 ที่บ้านของผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง ต.ล้อมแรด อ.เถิน จ.ลำปาง นางเกี๋ยงมาได้มอบธนบัตร ซึ่งเย็บติดกัน 2 ชุด ชุดละ 300 บาทให้กับผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งจริง เพื่อจูงใจให้ลงคะแนนเลือกตั้งให้กับนายวัฒนาตามข้อกล่าวหา เป็นเหตุให้การเลือกตั้งส.ส.เขต จ.ลำปางแทนตำแหน่งที่ว่าง เมื่อวันที่ 20 มิ.ย.2563 ไม่ได้เป็นไปโดยสุจริตเที่ยงธรรม
กรณีดังกล่าวเป็นการสืบสวนตามคำร้องของพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย และร.ต.ท.สมบูรณ์ กล้าผจญ ผู้สมัครส.ส.ลำปาง เขต 4 พรรคเสรีรวมไทยในขณะนั้น พร้อมส่งคลิปวิดีโอบันทึกเหตุการณ์ซื้อเสียงผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งดังกล่าวเป็นหลักฐานต่อกกต.
ในส่วนที่มีการร้องว่า ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ในขณะนั้น ใช้ตำแหน่งหน้าที่ โดยไม่ชอบเพื่อเป็นคุณเป็นโทษให้กับผู้สมัคร สัญญาว่าจะให้ให้ทรัพย์สินจูงใจ ให้เลือกนายวัฒนา รวมทั้งหมด 4 ข้อกล่าวหานั้น กกต.เห็นว่าข้อเท็จจริงยังฟังไม่ได้ว่าร.อ.ธรรมนัส กระทำการตามที่กล่าวหาจึงมีมติให้ยกคำร้อง
ฝ่ายค้านได้ฤกษ์ยื่นซักฟอก 21 ม.ค.
ที่พรรคเพื่อไทย นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าในการยื่นญัตติอภิปรายทั่วไปแบบไม่ลงมติตามมาตรา 152 ว่า พรรคร่วมฝ่ายค้านเตรียมยื่นญัตติอภิปรายทั่วไปในวันที่ 21 ม.ค. ซึ่งพรรคร่วมฝ่ายค้าน จะนัดประชุมเพื่อกำหนดประเด็นที่จะนำไปสู่การอภิปรายในวันที่ 19 ม.ค. ส่วนประเด็นที่จะอภิปรายนั้นต้องรอความชัดเจนจากที่ประชุมพรรคร่วมฝ่ายค้านก่อน เบื้องต้นจะเป็นปัญหาที่รัฐบาลต้องเร่งแก้ไขทั้งวิกฤตที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน เช่น เรื่องเศรษฐกิจ ปัญหาปากท้อง ราคาสินค้าแพง โรคระบาด วิกฤตความศรัทธาและความน่าเชื่อถือของรัฐบาล
“เสถียรภาพของรัฐบาลง่อนแง่นมาโดยตลอด เพราะเป็นรัฐบาลที่อ้างตัวเป็นเสียงข้างมาก แต่แท้จริงแล้วเป็นเสียงข้างน้อย ที่เป็นเสียงข้างมากได้เพราะเกิดจากการรวมตัวกันเฉพาะกิจ และขณะนี้ฝั่งรัฐบาลมีเสียงเหลือเพียง 266 เสียง เสถียรภาพจึงง่อนแง่นตั้งแต่แรกเริ่มมา ส่วนเสียงข้างมากที่แท้จริงในสภา เริ่มไม่มี เมื่อนับองค์ประชุมเมื่อไหร่ล่มทุกครั้ง รวมถึงการเลือกตั้งซ่อมเริ่มมีข้อเท็จจริงออกมาว่าอยู่ด้วยกันเพื่อรักษาผลประโยชน์ แต่จริงๆ แล้วไปด้วยกันไม่ได้ และเป็นสัญญาณที่อาจจะทำให้รัฐบาลชุดนี้ไม่สามารถทำงานร่วมกันต่อไปได้” นพ.ชลน่านกล่าว
พท.หนุนแก้มาตรา 272
เมื่อเวลา 10.30 น. ที่พรรคเพื่อไทย คณะรณรงค์แก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 272 ตัดอำนาจ ส.ว.เลือกนายกฯ นำโดยนายสมชัย ศรีสุทธิยากร มายื่นหนังสือขอให้พรรคเพื่อไทยร่วมรณรงค์และลงชื่อเพื่อแก้ไขมาตรา ดังกล่าว โดยมี นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรค และแกนนำพรรค รับหนังสือ และได้ร่วมลงชื่อให้กับทางกลุ่มด้วย
นพ.ชลน่านกล่าวว่า พรรคเพื่อไทยพร้อมใช้กลไกทุกอย่างรณรงค์กับสมาชิกพรรค ร่วมเข้าชื่อเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรานี้ เพื่อลดอำนาจ ส.ว.ไม่ให้เลือกนายกฯ ถือว่าเบาที่สุดแล้วเพราะเราไม่ได้ยุบแต่แค่ลดอำนาจ ตนในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาขอให้คำมั่นว่าจะสนับสนุนเต็มที่ไม่ว่าจะเป็นการพิจารณาทั้งสามวาระ และพรรคมี ส.ส.ถึง 132 คน จะเข้าชื่อเสนอกฎหมายแก้ไขเพิ่มเติมในมาตรานี้ โดยจะเสนอไปพร้อมกับร่างของภาคประชาชนด้วย
นายชัยเกษม นิติสิริ ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์และทิศทางการเมือง พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า รัฐธรรมนูญนี้เป็นผลพวงจากการรัฐประหาร การแก้มาตรานี้ถือเป็นการจุดประกาย ถ้าเราสามารถแก้ไขเรื่องนี้ได้ ก็จะสามารถนำไปสู่การแก้ไขสิ่งอื่น ต่อไปได้

ปราศรัยใหญ่ – นายสุรชาติ เทียนทอง ผู้สมัครเลือกตั้งซ่อมส.ส. กทม. เขต 9 พรรคเพื่อไทย ขึ้นเวทีปราศรัยหาเสียงใหญ่ครั้งแรก โดยมีแกนนำพรรคร่วมขึ้นเวทีขอเสียงชาวหลักสี่-จตุจักร ที่ชุมชนเสนานิเวศน์ 2 เมื่อค่ำวันที่ 14 ม.ค.