‘โจ้ถุงดำ’แถลงศาล-คลิปตัดต่อ – เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 19 ม.ค. ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ถ.นครไชยศรี ศาลนัดตรวจหลักฐานคดีที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ฟ้องพ.ต.อ.ธิติสรรค์ หรือ โจ้ อุทธนผล อดีตผกก.สภ.เมืองนครสวรรค์ พร้อมพวกรวม 7 คน เป็นจำเลย สืบเนื่องจากนายจิระพงษ์ หรือ มาวิน ธนะพัฒน์ ผู้เสียชีวิต ซึ่งถูกจับและควบคุมในคดียาเสพติดและถูกฆ่าถึงแก่ความตายขณะอยู่ในความควบคุมของเจ้าพนักงาน ระหว่างวันที่ 4-6 ส.ค. พ.ศ.2564 ที่สภ.เมืองนครสวรรค์ ศาลตรวจพยานหลักฐานและให้โจทก์ โจทก์ร่วม จำเลย 1-7 และทนายจำเลยตรวจสอบแล้ว
จำเลยทั้ง 7 รับข้อเท็จจริงว่า ช่วงเกิดเหตุจำเลยทั้ง 7 ดำรงตำแหน่งเจ้าหน้าที่ตำรวจ มีหน้าที่สืบสวน จับกุม ปราบปราม ตามกฎหมาย เป็นเจ้าพนักงานของรัฐ ในวันเกิดเหตุจับกุมนายจิระพงษ์และน.ส.กนกวรรณ คล้ายนิ่ม ภรรยา หลังจากพบหลักฐานเป็นไอซ์ 300 กรัม ต่อมาจำเลยที่ 1-7 พานายจิระพงษ์มาสอบสวนขยายผลที่ห้องปฏิบัติการพิเศษยาเสพติด 05 และจำเลยที่ 1 นำถุงพลาสติกจำนวนหลายใบมาคลุมหัวของนายจิระพงษ์ จำเลยที่ 2-7 อยู่ในห้องขณะเกิดเหตุ และจำเลยที่ 1-7 รับว่ากล้องที่บันทึกภาพและภาพที่ปรากฏจำเลยที่ 1-7 เป็นตนเองที่ใส่ชุดในวันเกิดเหตุตามเอกสารหลักฐานในเอกสาร ศาลนัดกำหนดสืบพยานทั้งหมด 23 ปาก โดยกำหนดวันที่ 19-21 ก.พ. และ 5-6, 12-13 มี.ค.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างการตรวจหลักฐาน พ.ต.อ.ธิติสรรค์ จำเลยที่ 1 แถลงต่อศาลว่าวันที่เกิดเหตุยอมรับว่าได้คลุมถุงดำจำนวนหลายใบกับนายจิระพงษ์จริง แต่ไม่ได้ตรึงบีบรัดให้แน่นจนขนาดขาดอากาศหายใจ และขอให้ศาลตรวจสอบคลิปที่ส่งไปในครั้งแรก เนื่องจากมีการตัดต่อคลิปนำภาพการพยายามช่วยชีวิตนายจิระพงษ์ และคลิปภาพตำรวจบางนายที่อยู่ในที่เกิดเหตุออกไป และให้การเท็จว่าไม่ได้อยู่ในที่เกิดเหตุ เนื่องจากเจ้าของคลิปมีส่วนรู้เห็น และตนส่งคลิปเต็มผ่านทางทนายให้ศาลพิจารณาแล้ว
ศาลแจ้งว่าคลิปทั้งหมดจะนำไปเป็นวัตถุพยานหลักฐาน หากจำเลยเห็นต่างให้ว่ากันใน ของชั้นพิจารณา และหากเห็นว่าเมื่อสืบพยานทั้งหมดที่นัดแล้วยังได้ข้อเท็จจริงไม่ครบถ้วน ศาลอาจจะพิจารณาเพิ่มพยานในภายหลังได้