ตรังพบหญ้าทะเลตายเป็นเบือ – เมื่อวันที่ 19 ม.ค. เครือข่ายชมรมชาวประมงพื้นบ้านจังหวัดตรัง ร่วมกับมูลนิธิอันดามัน พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่และนักวิชาการจากศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอันดามันตอนล่าง ส่วนอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 7 มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย (มทร.) ตรัง และเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม ร่วมกันลงพื้นที่ตรวจสอบแหล่งหญ้าทะเลในบริเวณอ่าวหยงหลำ-เกาะมุกด์ ภายในเขตอุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม ซึ่งมีพื้นที่หญ้าทะเลประมาณ 9,000 ไร่ หลังรับแจ้งว่าเห็นสภาพเสื่อมโทรมของหญ้าทะเลในบริเวณดังกล่าวเป็นบริเวณกว้าง

จากการตรวจสอบพบว่าบริเวณอ่าวหยงหลำ ซึ่งหนาแน่นไปด้วยหญ้าทะเล ชนิดชะเงาใบยาว และใบมะกรูดบางส่วน หญ้าทะเลตายเป็นวงกว้าง เมื่อดำน้ำลงไปสำรวจพบว่าแนวหญ้าทะเลมีตะกอนดินปกคลุมปริมาณมาก มีความหนาแน่นลดลง ที่ตะกอนดินมีกลิ่นเหม็นคล้ายไข่เน่าเกาะตามกอและใบ ทำให้หญ้าทะเลสังเคราะห์แสงไม่ได้ คาดเสียหายไปไม่ต่ำกว่า 500 ไร่ แต่ทะเลยังอุดมสมบูรณ์

ผศ.พรเทพ วิรัชวงศ์ นักวิชาการจากคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการประมง จาก มทร.ตรัง กล่าวว่า สภาพตะกอนดินที่ดำลงไปพบมาจากตะกอนดินจากแม่น้ำ ซึ่งจะมีเซลล์ซากพืช ซากสัตว์ปนมาด้วย และไหลลงมาเคลือบบริเวณส่วนใบเป็นจำนวนมาก ทำให้หญ้าทะเลไม่สามารถสังเคราะห์แสงได้ และจะมีผลระยะยาวแน่นอน

ด้าน นายสันติ นิลวัตน์ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทะเลอันดามันตอนล่าง กล่าวว่า เมื่อหญ้าทะเลตายจะส่งผลต่อพะยูน เพราะพะยูนจะอาศัยอยู่เฉพาะที่ที่มีหญ้าทะเลซึ่งเป็นแหล่งอาหาร พะยูนอาจจะอพยพหนีไปหากินที่อื่นและเป็นอันตรายได้ จ.ตรัง มีแหล่งหญ้าทะเลทั้งหมดประมาณ 33,000 ไร่ ในเขตอุทยานหาดเจ้าไหมและในเขตห้ามล่าสัตว์ป่าหมู่เกาะลิบง จะต้องทำแผนที่สำรวจ เก็บตัวอย่างดิน-หญ้า ไปตรวจวิเคราะห์เพื่อแก้ปัญหาและฟื้นฟูต่อไป โดยขณะสำรวจหญ้าทะเลในครั้งนี้ เมื่อเจ้าหน้าที่พบเต่าตนุเพศเมีย อายุประมาณ 4-5 ปี ถูกอวนเครื่องมือประมงรัดคอจนตายลอยอยู่ในน้ำ ชาวบ้านระบุว่าเป็นลักษณะของอวนเรือประมง พาณิชย์ ที่อาจหลุดลอยมาจากทะเลลึก ทำให้เต่าซึ่งกำลังหากินว่ายน้ำเข้าไปติด เจ้าหน้าที่จึงเก็บซากกลับขึ้นฝั่ง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน