ศบค.ผ่อนเทสต์&โกเริ่ม1กพ.ปรับ25จว.‘สีเหลือง’
ศบค.ปรับพื้นที่สีเหลือง 25 จว. ผ่อนมาตรการให้ดื่มในร้านได้ถึง 5 ทุ่ม หากฝ่าฝืนสั่งปิดทันที ไฟเขียว‘เทสต์แอนด์โก’ เริ่มเปิดให้นักท่องเที่ยวลงทะเบียน 1 ก.พ. เพิ่มแซนด์บ็อกซ์ 2 จว. ที่ชลบุรี-ตราด ขยายพ.ร.ก.ฉุกเฉินอีก 2 เดือนถึงสิ้นมี.ค. ยกเลิกเวิร์ก ฟรอมโฮม “บิ๊กตู่” สั่งคุมเข้มช่วงตรุษจีน ขณะที่ติดเชื้อรายวันพุ่ง 8.1 พัน ตายเพิ่ม 19 เชียงใหม่ปิด 3 หมู่บ้านเสี่ยงโควิดที่แม่แตง เวียงแหง เชียงดาว ด้านปลัดอำเภอเมืองโคราชติดเชื้อ หลังไปตรวจผับบาร์ สั่งปิดที่ทำการอำเภอ 7 วัน สธ.เปิดไทม์ไลน์ฉีดไฟเซอร์เด็ก 5-11 ขวบ 1 ก.พ.นี้
ติดเชื้อเพิ่ม 8,129-ตายอีก 19
เมื่อวันที่ 20 ม.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือศบค. แถลงภายหลังการประชุมศบค.ชุดใหญ่ ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ในฐานะผอ.ศบค.เป็นประธานว่า วันนี้มี 6 เรื่องสำคัญ คือ 1.สถานการณ์โควิด วันนี้ประเทศไทยติดเชื้อ 8,129 ราย ในประเทศ 7,861 ราย มาจาก ต่างประเทศ 214 ราย และเรือนจำ 54 ราย เสียชีวิต 19 ราย อัตราเสียชีวิต 0.943% นอนรักษา 82,734 ราย อาการหนัก 533 ราย และใส่เครื่องช่วยหายใจ 118 ราย ระบบสาธารณสุขยังรองรับผู้มีอาการรุนแรงได้ สถานการณ์ติดเชื้อจริงค่อนไปในทางระหว่างเส้นสีส้มและเส้นสีเขียวของการคาดการณ์ที่เป็นสถานการณ์ที่พึงประสงค์ ขอให้ช่วยกันร่วมมือกัน ส่วนเตียงใช้ประมาณ 30% เรามี 147,000 กว่าเตียง ทรัพยากรเรายังใช้ได้
2.การขยายระยะเวลาการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินต่ออีก 2 เดือน ที่ประชุมก็เห็นชอบ ถือเป็นคราวที่ 16 ใช้เพื่อป้องกันควบคุมโรคเป็นสำคัญ คือวันที่ 1 ก.พ.-31 มี.ค. 2565
3.การปรับระดับพื้นที่ทั่วราชอาณาจักร หรือปรับพื้นที่สีให้สอดคล้องสถานการณ์ เราทบทวนทุก 2 สัปดาห์ เดิมเราปรับเป็นสีส้มทั้งหมด และ 8 จังหวัดท่องเที่ยวสีฟ้า ตอนนี้ผ่อนคลายมีสีเหลืองบางส่วนคือ พื้นที่ควบคุม (สีส้ม) 69 จังหวัด เหลือ 44 จังหวัด และพื้นที่เฝ้าระวังสูง (สีเหลือง) จากเดิมไม่มี ก็เพิ่ม เป็น 25 จังหวัด ส่วนใหญ่อยู่ในภาคกลางภาคอีสาน ภาคเหนือบางส่วน และ 3 จังหวัดชายแดนใต้ ส่วนจังหวัดนำร่อง ท่องเที่ยวสีฟ้ายังคง 8 จังหวัดตามเดิม ซึ่งจะช่วยให้ผ่อนคลายมาตรการกิจการกิจกรรมได้ มากขึ้น
สำหรับพื้นที่สีเหลือง สามารถรวมกลุ่มกิจกรรมได้มากกว่า 1 พันคน สถานศึกษาสามารถใช้อาคารเรียนได้ ซึ่งกระทรวงศึกษาธิการเสนอแนะว่า 3 หมื่นกว่าโรงเรียน เปิดไปแล้วเกือบ 1.8 หมื่นโรงเรียน ยังมีอีกกว่าหมื่นโรงเรียนที่เป็นโรงเรียนใหญ่ นักเรียนเป็นหลักพันยังไม่สามารถเปิดได้ จากการเว้นระยะห่างของนักเรียนในชั้น จึงเป็นข้อจำกัด เพราะพื้นที่มีจำกัด ผอ.ศบค.จึงให้ไปหารือมาตรการเพื่อให้นักเรียนกลับมาเปิดเรียนได้เหมือนเดิม ส่วนร้านอาหารให้ดื่มสุราในร้านอาหารได้ ศูนย์แสดงสินค้า โรงแรม จัดงานต่างๆ ได้ตามความเหมาะสม
ให้ดื่มในร้านได้ถึง 5 ทุ่ม
ส่วนการปรับมาตรการควบคุมโรคโควิด โดยมาตรการทำงานที่บ้าน หรือเวิร์ก ฟรอม โฮม ซึ่งเดิมถึง 31 ม.ค. เพื่อลดการเคลื่อนย้ายรวมกลุ่ม แต่ไม่น่าเป็นประเด็นแล้วจึงไม่ขยายเวลา ให้เป็นไปตามความเหมาะสมของแต่ละหน่วยงาน สำหรับการดื่มในร้านอาหาร เดิมให้ดื่มถึงเวลา 21.00 น. ตอนนี้มีการร้องขอจากผู้ประกอบการขอขยายเวลา ที่ประชุมหารือเพื่อให้มีมาตรการผ่อนคลายจึงกำหนดที่เวลา 23.00 น. แต่ต้องจำกัดประเภทร้านอาหารที่บริโภคเครื่องดื่มมีแอลกอฮอล์ได้ คือต้องผ่าน SHA+ และ Thai Stop COVID 2+ และทำตามมาตรการโควิด ฟรี เซ็ตติ้งเท่านั้น หน่วยงานตรวจสอบจึงต้องเคร่งครัด หากไม่สามารถดำเนินการได้ต้องสั่งปิด มีความ เข้มข้น หากละเมิดหรือหย่อนยาน ผู้บังคับใช้กฎหมายต้องรับผิดชอบตรงนี้
ส่วนสถานบันเทิง ผับบาร์คาราโอเกะที่อยากปรับมาเป็นร้านอาหารที่เคยอนุญาตมาก่อนปรับมาตรการ ให้ผู้ประกอบการปรับมาตรการตามที่กำหนดและให้ขออนุญาตคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด/กทม. ได้เมื่อมีความพร้อม โดยไม่กำหนดระยะเวลา เพื่อให้ผ่อนคลายกิจการกิจกรรม ขอให้รักษามาตรการนี้เพื่อจะได้รักษากิจการของท่านได้ต่อไป เป็นความรับผิดชอบร่วมกัน
สำหรับผู้สัมผัสเสี่ยงสูงที่ต้องถูกกักตัวนั้น เดิมกักตัว 10 วันให้เหลือ 7 วัน โดยตรวจ ATK ครั้งที่ 1 วันที่ 5-6 ยังปลอดภัย วันที่ 7 ก็สามารถออกไปนอกพื้นที่ และตรวจซ้ำครั้งที่ 2 คือวันที่ 10 โดย 7 วันอยู่บ้าน 3 วันออกไปทำงานได้
เปิดใช้เทสต์แอนด์โก 1 กพ.
4.การปรับมาตรการป้องกันควบคุมโรคสำหรับการเดินทางเข้าราชอาณาจักร กระทรวงการท่องเที่ยวฯ เสนอเรื่อง Test&Go เดิมลงทะเบียนไว้ประมาณ 3 แสนราย เข้ามาประมาณแสนราย หรือเดินทางจริงประมาณ 30% คนที่เข้ามาในประเทศไทยเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจถือเป็นเรื่องที่ดี จึงเห็นชอบให้ลงทะเบียนใหม่ได้ตั้งแต่วันที่ 1 ก.พ.ในทุกประเทศ แต่ต้องจองโรงแรมในการพักวันที่ 1 และวันที่ 5 และต้องตรวจ RT-PCR ที่พักวันแรกและวันที่ 5 รวมเป็น 2 ครั้ง ต้องมีหลักฐานตั้งแต่ลงทะเบียนเข้ามา มีหลักฐานการชำระเงิน และต้องจ่ายเงินเองทั้งค่าโรงแรมและ RT-PCR รวมถึงเรื่องประกันต้องครอบคลุม เพราะที่ผ่านมาพบค่าห้อง ค่ารักษา หรือจำนวนวันมาอยู่ไม่เพียงพอ และต้องรวมถึงการเป็นผู้สัมผัสเสี่ยงสูงด้วย ต้องให้ครอบคลุมด้วย หากระบาดมากขึ้นจะเปลี่ยนแปลงสถานการณ์กลับมาใช้แซนด์ บ็อกซ์แทน และต้องมีระบบติดตามตัวในการมาตรวจวันที่ 5 มีระบบแจ้งถ้ายังไม่เช็กอินเข้าโรงแรมนี้ ผู้ที่เป็น Manager ต้องติดตามตัวให้เจอ ให้มาพักวันที่ 5 เพื่อตรวจรอบที่ 2 ดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นหมอชนะเพื่อติดตามตัวให้ได้
เพิ่มแซนด์บ็อกซ์ 2 จว.
ส่วนแซนด์บ็อกซ์ให้มีเพิ่มขึ้นที่ชลบุรี อ.บางละมุง พัทยา ศรีราชา เกาะสีชัง สัตหีบ (เฉพาะต.นาจอมเทียนและบางเสร่), ตราด (เกาะช้าง) การเปิดพื้นที่เดินทางเชื่อมโยงในกลุ่มภูเก็ต กระบี่ พังงา สุราษฎร์ธานี (เกาะสมุย พะงัน เกาะเต่า) ในช่วง 7 วันที่ต้องพำนักในพื้นที่นำร่องท่องเที่ยว และต้องมีระบบตรวจสอบย้อนกลับในนักท่องเที่ยวทุกคนว่าไปไหนมา ตั้งแต่วันที่ 1 ก.พ.
5.แผนบริการให้วัคซีนโควิด-19 ที่ผ่านมาเป็นไปตามเป้าหมาย ครอบคลุม 72.1% ของประชากร เดิมตั้งไว้ 72 ล้านคน แต่มีการปรับฐานประชากรนับให้ตรงกัน จึงเอาฐานประชากรจากสำนักทะเบียนกลาง กระทรวงมหาดไทย ตามสิทธิรักษาข้อมูลจังหวัด และตามสิทธิรักษา สปสช. ตัวเลขยอมรับคือ 68.6 ล้านคน รวมและไม่มีสิทธิรักษาทั้งสัญชาติไทยและไม่ใช่สัญชาติไทย อีก 0.96 ล้านคน รวม 69.6 ล้านคน น้อยกว่าเดิม 2 ล้านคน
ส่วนการบริหารจัดการวัคซีนมี 4 แผน คือ 1.การฉีดวัคซีนกลุ่มเด็ก 5-11 ขวบ วัคซีน ไฟเซอร์โดสเด็กกำลังเข้ามา ล็อตแรกปลายเดือนนี้ 2.แผนรณรงค์เร่งรัดวัคซีนพื้นที่นำร่อง ท่องเที่ยวในเข็มกระตุ้น ห่างจากเข็มก่อนหน้า 3 เดือน 3.แผนการส่งคืนวัคซีนแลกเปลี่ยนต่างประเทศ คือสิงคโปร์และภูฏานที่ยืมมา และ 4.การบริจาควัคซีนให้แก่ต่างประเทศ ส่วนก.พ.จะมีวัคซีนบริหารจัดการรวม 11.6 ล้านโดส
และ 6.การนำเข้าแรงงาน 3 สัญชาติ มีคำร้อง 7.4 หมื่นกว่าคำร้อง ออกหนังสือถึงประเทศต้นทางแล้ว 44,243 ราย ใน 3 ประเทศ ส่วนใหญ่มาจากเมียนมา 3 หมื่นกว่าคน เพื่อให้เข้ามาอย่างถูกต้อง ซึ่งประเทศเราต้องใช้แรงงาน เพื่อลดการลักลอบเข้าเมือง และมีมาตรการในการติดตามหากมีแอพ พลิเคชั่นเพื่อป้องกันควบคุมโรคด้วยจะดี เปลี่ยนจากภาระมาเป็นแรงงานเป็นพลังให้เรา ให้ทุกหน่วยงานดูแลในระดับพื้นที่
เปิด 25 จว.พื้นที่สีเหลือง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พื้นที่สีเหลือง 25 จังหวัด ได้แก่กำแพงเพชร ชัยนาท ชัยภูมิ นครพนม นครสวรรค์ นราธิวาส บึงกาฬ ปัตตานี พิจิตร พิษณุโลก เพชรบูรณ์ แพร่ ยะลา ลำปาง ลำพูน เลย สกลนคร สิงห์บุรี สุโขทัย สุพรรณบุรี หนองบัวลำภู อ่างทอง อำนาจเจริญ อุตรดิตถ์ และอุทัยธานี
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากที่ประชุม ศูนย์ปฏิบัติการ ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 หรือศปก.ศบค.ปรับมาตรการการเดินทางเข้าราชอาณาจักร แบบ Test&Go หลังจากมีการระงับวันที่ 22 ธ.ค. 2564 จากการแพร่ระบาดของสายพันธุ์โอมิครอน โดยจะพิจารณาให้เริ่มลงทะเบียนเดินทางเข้าประเทศได้ตั้งแต่ 1 ก.พ.นี้เป็นต้นไป โดยผู้ต้องการเดินทางเข้าราชอาณาจักรสามารถเดินทางเข้าได้ทุกประเทศ มีการปรับมาตรการการตรวจหาเชื้อด้วยวิธี RT-PCR 2 ครั้ง พร้อมมีหลักฐานการจองโรงแรมที่พักในวันแรก และวันที่ 5 โดยเป็นโรงแรมที่มีโรงพยาบาลผู้ปฏิบัติการ ผ่านมาตรฐาน Sha++, AQ, QQ, หรือ AHQ
นอกจากนี้ ต้องมีหลักฐานชำระเงินการตรวจหาเชื้อ 2 ครั้ง พร้อมจัดระบบการตรวจสอบและกำกับการเข้าที่พัก และตรวจหาเชื้อให้ครบสองครั้ง โดยต้องอยู่รอในที่พัก สถานที่ที่กำหนด จนได้รับผลการตรวจและกำหนดระบบประกันให้ชัดเจน กรณีประกันไม่ครอบคลุม ผู้เดินทางต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายของ Hospital Hospitel Hotel Isolation และกรณี HRC เอง ส่วนหากกรณีเกิดการระบาดมากขึ้น หรือสถานการณ์เปลี่ยนแปลง จะพิจารณาการรับผู้เดินทางแล้วปรับใช้ระบบพื้นที่นำร่องท่องเที่ยว หรือแซนด์บ็อกซ์
ส่วนกรณีที่ได้รับอนุญาตก่อน 22 ธ.ค. 2564 และเดินทางตั้งแต่ 24 ธ.ค.2564 รัฐบาลจะเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายตามมาตรการเดิม
‘บิ๊กตู่’วอนทุกฝ่ายร่วมมือ
พล.อ.ประยุทธ์ ให้สัมภาษณ์ภายหลังเป็นประธานการประชุมศบค.ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ ว่า วันนี้ประเด็นสำคัญคือเรื่องการพิจารณาของศบค.ชุดใหญ่ ในเรื่องการแก้ปัญหาสถานการณ์แนวโน้มโอมิครอน และแนวโน้มการปรับมาตรการต่างๆ อย่างที่บอกไปแล้วอะไรที่เราสามารถจะดำเนินการได้ ก็จะเร่งดำเนินการเพราะเห็นถึงความเดือดร้อนของประชาชน อะไรที่ผ่อนคลายได้เราก็จะผ่อนคลายให้ แต่ต้องอาศัยความร่วมมือทั้งจากภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคธุรกิจต่างๆ ผู้ประกอบการด้วยในการปฏิบัติตามมาตรการอย่างเคร่งครัด ไม่เช่นนั้นเมื่อเกิดการแพร่ระบาดขึ้นมาอีกก็จะทำให้ระบบสาธารณสุขของเราเสียหาย ตนในฐานะ นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำตลอดเวลาในช่วงที่ผ่านมา และมีการติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง ซึ่งแนวโน้มสถานการณ์ในขณะนี้ก็มีแนวโน้ม ตามที่สาธารณสุขประเมินแล้วว่ายังสามารถควบคุมไว้ได้อยู่ในเกณฑ์ที่น่าพึงพอใจ ถึงแม้จะมีสถิติการแพร่ระบาดสูงขึ้นก็ตาม แต่สถิติผู้เสียชีวิต ลดลง
“นายกฯ ก็ไม่สบายใจ ไม่อยากให้ใคร เสียชีวิตแม้แต่เพียงคนเดียว วันนี้ต้องไปดูในหลายมาตรการ ทั้งเรื่องการผ่อนคลาย การรับนักท่องเที่ยว การประกอบการของธุรกิจต่างๆ ในประเทศ ก็ขอความร่วมมือ วันนี้ขอร้องสื่อมวลชนว่าอย่าไปตีความกันมากนัก เพราะสาระสำคัญชัดเจนอยู่แล้ว อยากขอร้องว่า อย่าไปพูดให้เกิดความคลุมเครือ เพราะจะทำให้การแก้ปัญหายากขึ้นไปเรื่อยๆ” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
‘อนุทิน’แจงดื่มในร้านได้ถึง 5 ทุ่ม
วันเดียวกัน ที่ร.พ.ราชวิถี นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และรมว.สาธารณสุข (สธ.) พร้อมด้วยนพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ ตรวจเยี่ยมหอผู้ป่วย โควิด-19 ที่มีการขยายจำนวนเตียงสีเหลืองและสีแดงเพิ่ม 88 เตียง และบุคลากรทางการแพทย์เพิ่ม 150 คน
นายอนุทินให้สัมภาษณ์ว่า พบว่าสถานที่มีความพร้อมรองรับผู้ป่วยโควิด-19 ตอนนี้เตรียมพร้อมไอซียู เวชภัณฑ์ ระบบโฮม ไอโซเลชั่น ถ้ามีการระบาดเจ็บป่วยมากขึ้นก็พร้อมรองรับในกทม. เรามีร.พ.เครือข่ายกรมการแพทย์ เช่นร.พ.สงฆ์ ร.พ.เลิดสิน สถาบันประสาทวิทยา เป็นต้น ช่วยดูแลแบ่งเบาภาระเจ้าของพื้นที่ คือกทม.
เมื่อถามถึงกรณีสธ.จะปรับลดระดับแจ้งเตือนโควิดระดับ 4 เป็นระดับ 3 นายอนุทินกล่าวว่า เป็นการเตือนของสธ. ไม่ได้อยู่ในระเบียบการพิจารณาของศบค. ทั้งนี้ปลัดสธ.จะแจ้งความเข้มข้นสถานการณ์ให้ประชาชนและบุคลากรรับทราบ เพื่อจะได้เตรียมการกันถูก
เมื่อถามถึงการเตรียมความพร้อมรับมือการเปิดลงทะเบียนเทสต์แอนด์โก วันที่ 1 ก.พ.นี้ เพื่อไม่ให้หลุดรอด นายอนุทินกล่าวว่า กรมควบคุมโรคยืนยันว่าให้ทำ RT-PCR 2 ครั้ง มั่นใจว่าเราน่าจะคัดกรองได้จำนวนมาก ถ้าหลุดไปก็ส่วนน้อย อยู่ในวิสัยดูแลได้ มาตรการที่ออกมาเป็นมาตรการทางการแพทย์ ทีมแพทย์หารือมาก่อนถึงเสนออีโอซี สธ. และ ศบค. กว่าจะมาถึงจุดที่ประกาศแนวทางการปฏิบัติ เราก็มีความพร้อม สามารถให้การดูแลได้ ขอให้ประชาชนยังร่วมมือดูแลตัวเองตาม สธ.บอก คือ ใส่หน้ากาก ล้างมือ เลี่ยงอยู่สถานที่แออัดหรือเสี่ยงติดเชื้อ ไม่ใช้ภาชนะหรือกินร่วมกันก็จะปลอดภัย อย่างกทม.เราฉีดวัคซีนเต็มพิกัดเกิน 100% ถือว่าเป็นพื้นที่ปลอดภัย กำลังระดมฉีดเข็ม 3 ในสถานพยาบาลของสธ.ทุกแห่ง หรือมาที่สถานีกลางบางซื่อ
เมื่อถามถึงกรณีการเปิดให้ดื่มสุราในร้านอาหารถึงเวลา 23.00 น. ต้องเฝ้าระวังเพิ่มเติมหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ร้านอาหารหรือผับบาร์ที่เปลี่ยนมาเป็นร้านอาหารก็ดำเนินการได้ แต่ต้องทำตัวเป็นร้านอาหารจริงๆ ไม่ใช่ยังเปิดแบบผับบาร์อยู่ ส่วนที่จะดื่มได้ถึง 5 ทุ่มก็เป็นการนั่งในร้าน ขอว่าไม่ต้องเต้น แค่โยกเบาๆ พอได้ ไม่ต้องส่งเสียงก็พอไปได้ เรารู้ว่ามีความเสี่ยง แต่รัฐบาลต้องยอมรับสถานการณ์ พยายามบาลานซ์ให้ไปได้ ไม่กระทบกระเทือนสุขภาพและความปลอดภัยชีวิต
“สถานการณ์ผ่อนคลายลง เราก็ผ่อนคลายทันที นอกจากเรื่องเทสต์แอนด์โก ยังเพิ่มพื้นที่แซนด์บ็อกซ์ ลดวันกักตัวคนสัมผัสเสี่ยงสูงเหลือ 7 วัน ถ้าทุกอย่างเรียบร้อยต่อไปหากรับวัคซีนแล้วก็อาจลงไปเหลือ 5 วัน”
ศธ.ฉีดเด็กเข็มแรก 1 ก.พ.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดไทม์ไลน์การเตรียมความพร้อมการฉีดวัคซีนไฟเซอร์ ในเด็กอายุ 5 ขวบ ไม่เกิน 12 ขวบ หรือ 11 ขวบ 11 เดือน 29 วัน ของศธ. คาดว่าจะเริ่มฉีดวัคซีนเข็มที่ 1 ในวันที่ 1 ก.พ. 2565 เป็นต้นไป และเข็มที่ 2 ในวันที่ 26 ก.พ. 2565 เป็นต้นไป
นายกฯกำชับคุมเข้มตรุษจีน
นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ที่ประชุมศบค.เห็นชอบปรับระดับพื้นที่สถานการณ์ทั่วราชอาณาจักร พื้นที่ควบคุม 44 จังหวัด พื้นที่ เฝ้าระวังสูง 25 จังหวัด และพื้นที่นำร่องการ ท่องเที่ยว 8 จังหวัด ตั้งแต่ 24 ม.ค.นี้ พร้อมเปิดรับลงทะเบียน Thailand Pass สำหรับ ผู้เดินทางเข้าราชอาณาจักรในรูปแบบ Test&Go สำหรับคนไทยและต่างชาติเริ่ม 1 ก.พ.นี้ โดยไม่กำหนดประเทศต้นทาง และเห็นชอบขยายระยะเวลาพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ออกไปอีก 2 เดือนตั้งแต่ 1 ก.พ.-31 มี.ค.
นายธนกรกล่าวถึงการประชุมศบค.ว่า นายกฯ แสดงความห่วงใยเทศกาลตรุษจีน จึงกำชับทุกส่วนราชการต้องมีมาตรการกำชับ เด็ดขาดและรัดกุมขึ้น โดยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดชุดตรวจ สายตรวจ เข้าตรวจบริเวณพื้นที่ที่มีการจัดงานเซ่นไหว้ ว่าดำเนินการตามมาตรการทางสาธารณสุขครบถ้วนหรือไม่ หากไม่ครบ จะต้องยุติ ปิด หรือยกเลิกการจัดงาน รวมทั้งทำความสะอาดสถานที่ต่างๆ ที่มีการจัดรวมคน ต้องให้มีการทำความสะอาดพื้นที่ที่จะจัดงานให้เห็นอย่างชัดเจน ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป และต้องมีมาตรการทางเข้า-ออก ตรวจ ATK หากพบว่าไม่มีการปฏิบัติตามมาตรการของภาครัฐ เจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่จะต้องรับผิดชอบ และหน่วยงานที่มีหน้าที่รับผิดชอบหากปล่อยปละละเลยจะต้องได้รับโทษทางวินัย โดยเฉพาะสถานประกอบการที่เปิดให้มีการเล่นการพนัน ซึ่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ฝ่ายความมั่นคง รวมถึงหน่วยงานในสังกัด ทุกกระทรวงที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องจะต้องรับผิดชอบ เพราะการรวมคนจำนวนมาก หรือการจัดงานที่มีการรวมคนถือเป็นความเสี่ยงสูง ซึ่งเจ้าหน้าที่รัฐระดับปฏิบัติจะต้องมีความเข้าใจ ปฏิบัติหน้าที่อย่างเสียสละและอดทน
ภูเก็ตติดเชื้อเพิ่ม 518
ส่วนจ.ภูเก็ต พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 518 ราย เป็นผู้ติดเชื้อในจังหวัด 391 ราย ผู้ติดเชื้อภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ 114 ราย ผู้ติดเชื้อ Test&Go 13 ราย ผู้ติดเชื้อยังคงรักษาตัวในโรงพยาบาล 4,022 ราย หายป่วยกลับบ้าน 639 ราย ผู้ติดเชื้อสะสม 28,556 ราย มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม 2 ราย เสียชีวิตสะสม 148 ราย
ผลตรวจ ATK อ.เมือง ตรวจเชิงรุก 525 ราย พบ 78 ราย, อ.กะทู้ ตรวจเชิงรุก 62 ราย พบ 13 ราย, อ.ถลาง ตรวจเชิงรุก 38 ราย พบ 6 ราย สรุปพบผู้เข้าข่ายรายใหม่ตรวจเชิงรุก 97 ราย
สถานการณ์การใช้เตียงจากเตียงทั้งหมด 3,157 เตียง ครองเตียง 1,826 เตียง คิดเป็น 57.84% จำนวนเตียงว่าง 1,331 เตียง คิดเป็น 42.16%
คลัสเตอร์‘ตะวันแดง’ลาม
เมื่อเวลา 10.00 น. ที่ห้องประชุมสภาเทศบาลตำบล(ทต.)โคกสูง อ.เมือง จ.นครราชสีมา นายแหลมทอง วัฒนานายกทต.โคกสูง พร้อมบุคลากรสาธารณสุข โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล(รพ.สต.) โคกสูง และผู้นำชุมชน ประชุมหารือเพื่อ เฝ้าระวังและควบคุมการแพร่ระบาดของคลัสเตอร์เครือญาติบ้านหนองกระชาย หมู่ 11 ต.โคกสูง
จากนั้นลงพื้นที่ฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อบริเวณพื้นที่จัดงานแต่งงานและบ้านพักผู้ป่วย รวมทั้งปิดกั้นทางเข้า-ออกชั่วคราว
นายแหลมทองเปิดเผยว่า คลัสเตอร์เครือญาติบ้านหนองกระชาย เชื่อมโยงกับคลัสเตอร์ “ตะวันแดง โคราช” ร้านอาหารกึ่งผับเพื่อชีวิต ไทม์ไลน์วันที่ 5 ม.ค.ผู้ป่วย 2 ราย เป็นคู่สามีภรรยาไปร่วมงานฉลองวันคล้าย วันเกิดที่ “ตะวันแดง” วันที่ 10 ม.ค. มีอาการป่วย ตรวจพบติดเชื้อ ทีมสอบสวนโรค ต.โคกสูงค้นหากลุ่มเสี่ยง พบเชื้อแพร่ไปวงที่ 2 เป็นเพื่อนบ้านมีประวัติไปมาหาสู่กัน ต่อมาวันที่ 15 ม.ค.มีการจัดงานแต่งงานในหมู่บ้านและขออนุญาต ศปก.อ.เมือง มีผู้มาร่วมงาน 200 คน โดยร่วมรับประทานหมูกระทะ ต่อมาครอบครัวเจ้าภาพงานแต่งงานติดเชื้อ 5 ราย การตรวจเชิงรุกพบเชื้อระบาดวงที่ 3 กลุ่มเครือญาติที่มาร่วมงาน พบติดเชื้ออีก 12 ราย รวมผู้ป่วยสะสม 19 ราย
ปลัดอำเภอเมืองโคราชติดเชื้อ
สำหรับจ.นครราชสีมา พบผู้ป่วยติดเชื้อรายใหม่ 182 ราย เป็นการติดเชื้อในจังหวัด 171 ราย และติดเชื้อมาจากนอกจังหวัด 11 ราย ผู้ป่วยสะสม 36,600 ราย รักษาหายแล้ว 34,371 ราย ยังรักษาอยู่ 1,937 ราย เสียชีวิตสะสม 292 ราย ฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ให้ประชาชนกลุ่มเป้าหมายจำนวน 2,633,207 ราย โดยเข็ม 1 ฉีด 1,723,288 ราย คิดเป็น 65.44%, เข็ม 2 ฉีด 1,621,703 ราย 61.59 %, เข็ม 3 ฉีด 396,910 ราย คิดเป็น 15.07 % รวมฉีดวัคซีนแล้ว 3,741,901 โดส
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายณรงค์ชนนฐ์ ดีปู่ รักษาราชการแทนนายอำเภอเมืองนครราชสีมา ทำหนังสือด่วนที่สุดถึงนายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าฯ นครราชสีมา ขอปิดทำการที่ว่าการอำเภอเมืองนครราชสีมา (ตึกใหม่) ชั้น 2 เนื่องจากมีปลัดอำเภองานศูนย์ดำรงธรรม ตรวจพบเชื้อโควิด-19 จากการลงพื้นที่ตรวจร้านอาหาร เมื่อวันที่ 18 ม.ค.ที่ผ่านมา และมีผู้มีความเสี่ยงสูงซึ่งปฏิบัติงาน ณ ที่ว่าการอำเภอเมืองนครราชสีมา (ตึกใหม่) ชั้น 2 เป็นข้าราชการ-เจ้าหน้าที่งานศูนย์ดำรงธรรม, งานความมั่นคง, งานทะเบียนอาวุธปืน, งานสำนักงานอำเภอ อ.เมืองนครราชสีมา จึงขอปิดทำการที่ว่าการอำเภอเมืองนครราชสีมา (ตึกใหม่) ชั้น 2 จำนวน 7 วัน นับตั้งแต่วันที่ 18-24 ม.ค. 2565
เชียงใหม่ติดเชื้อเพิ่ม 117
สำหรับจ.เชียงใหม่ พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 117 ราย เป็นผู้ติดเชื้อในจังหวัด 108 ราย อีก 9 ราย เป็นผู้ติดเชื้อจากต่างจังหวัด ผู้ติดเชื้อสะสมตั้งแต่เม.ย.2564 จำนวน 32,874 ราย ผู้เสียชีวิตสะสม 195 ราย รักษาหายเพิ่ม 212 ราย รักษาหายสะสม 30,702 ราย และมีผู้ได้รับการฉีดวัคซีนไปแล้ว 1,568,038 คน คิดเป็นร้อยละ 90.67 จากประชากรชาวเชียงใหม่
ปิด 3 หมู่บ้านเสี่ยงโควิด
ด้านนายประจญ ปรัชญ์สกุล ผู้ว่าฯ เชียงใหม่ ในฐานะประธานคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเชียงใหม่ ลงนามคำสั่งคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเชียงใหม่ เรื่องปิดสถานที่เสี่ยงเป็นการชั่วคราว หลังพบการติดเชื้อโรคโควิด-19 เป็นกลุ่มก้อน โดยสั่งปิดพื้นที่ชุมชนชาวลีซอ บ้านห้วยไร่ ซอย 8 หมู่ 9 ต.ขี้เหล็ก อ.แม่แตง 14 วัน ตั้งแต่วันที่ 12-25 ม.ค. รวมถึงหย่อมบ้านห้วยไคร้ใหม่ บ้านห้วยไคร้ หมู่ 5 ต.เปียงหลวง อ.เวียงแหง และหมู่บ้านเมืองงายใต้ (หมวด 9) หมู่ที่ 2 ต.เมืองงาย อ.เชียงดาว เป็นเวลา 14 วัน ตั้งแต่วันที่ 15-28 ม.ค.นี้
พร้อมให้ผู้สัมผัสเสี่ยงสูงทุกคนเข้ารับการตรวจคัดกรองหาเชื้อ หากผลตรวจเป็นลบ ให้กักตนเองที่บ้าน 14 วัน ส่วนกลุ่มเสี่ยงต่ำให้คุมไว้สังเกตอาการ 14 วัน และปฏิบัติตาม คำสั่งเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อในพื้นที่อย่างเคร่งครัด พร้อมขอความร่วมมือให้ประชาชนในพื้นที่จ.เชียงใหม่ งดการเดินทางเข้าไปในพื้นที่ดังกล่าวโดยไม่มีเหตุจำเป็น เพื่อลดความเสี่ยงต่อการสัมผัสโรค
นครพนมวุ่นคลัสเตอร์แม่ลูกอ่อน
ส่วนจ.นครพนม พบผู้ป่วยรายใหม่ 32 ราย ทั้งหมดเป็นการติดเชื้อภายในพื้นที่ และเป็นคลัสเตอร์เดียวกันหมด เริ่มจากหญิงสาวรายหนึ่งเป็นชาวบ้านหมู่ 1 ต.เวินพระบาท อ.ท่าอุเทน คลอดลูกและกลับมาอยู่ไฟที่บ้าน จึงมีญาติ และเพื่อนบ้านทยอยมาผูกแขนรับขวัญจำนวนมาก
คาดว่าบุคคลที่นำเชื้อโควิดมาแพร่น่าจะเป็นญาติที่ทำงานอยู่วิทยาลัยแห่งหนึ่งในเขตอ.เมืองนครพนมที่มาร่วมแสดงความยินดีด้วย ภายหลังญาติคนดังกล่าวมีอาการครั่นเนื้อครั่นตัวคล้ายไข้หวัด จึงเข้าตรวจที่ร.พ.นครพนม ด้วย ATK พบติดเชื้อโควิด สอบสวนโรคพบว่า ผู้ป่วยรายนี้เดินทางไปหลายสถานที่ และมา ผูกแขนรับขวัญหลานด้วย
ทีมสอบสวนโรคประสานร.พ.ท่าอุเทนเข้าตรวจคัดกรองบ้านแม่ลูกอ่อน พบแม่ติดเชื้อโควิด นอกจากนี้ยังคัดกรองผู้มาผูกแขนอีกหลายคน ส่วนใหญ่เป็นชาวบ้านหมู่ 1, 2 ต.เวินพระบาท โดยมีนายวันชัย พึ่งเมือง นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลเวินพระบาท และรองนายกฯ อีก 1 คนร่วมอยู่ด้วย
ทั้งนี้เจ้าหน้าที่สาธารณสุขดำเนินการ HRC ต.เวินพระบาท หมู่ 1, 2 ทั้งหมด 231 ราย และเข้ารับการตรวจหาเชื้อด้วยวิธี ATK จำนวน 133 ราย ผลตรวจ ATK พบเชื้อ 34 ราย
ต่อมาทีมสอบสวนโรคและชุดคัดกรอง เชิงรุกเข้าตรวจคัดกรองเจ้าหน้าที่สำนักงานเทศบาลตำบลเวินพระบาท 76 คน พบ เจ้าหน้าที่ติดเชื้อเพิ่ม 3 ราย ชาวบ้านอีก 5 ราย รวมพบผู้ป่วยคลัสเตอร์แม่ลูกอ่อนติดเชื้อแล้ว 40 ราย ผู้บริหารเทศบาลตำบลเวินพระบาทจึงมีมติปิดเทศบาล 5 วัน เพื่อพ่นยาฆ่าเชื้อ และให้เจ้าหน้าที่ทำงานอยู่ที่บ้าน พร้อมสังเกตอาการตนเอง

ฉีดช่องจอม – เจ้าหน้าที่สาธารณสุขเปิดหน่วยบริการฉีดวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าให้กลุ่มพ่อค้าแม่ค้าชาวไทย ชาวกัมพูชา และประชาชน เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดเชื้อโควิด ที่ตลาดชายแดนช่องจอม อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ เมื่อวันที่ 20 ม.ค.