เกิน5ตันให้แจ้งเข้มเคลื่อนย้ายสั่งจับตาสินค้า
หายจากตลาดพณ.ห่วงมะละกอขึ้น-ลงผันผวน

ป้องกันกั ที่ผู้ว่าฯ สงขลาบุกยึด เป็นสต๊อกปกติ 5-7 วัน รายงานพาณิชย์ทราบทุก 7 วัน ขณะที่โกดังเอกชน คู่สัญญายันไม่ได้กักตุนหมู ทำธุรกิจนี้มา 30 ปีทำถูกต้องมาตลอด บิ๊กตู่สั่งสอบสินค้าหลายรายการหายไปจากตลาด ปลัดพาณิชย์สั่งจับตามะละกอราคาแปรผัน

‘บิ๊กตู่’จี้สอบสต๊อกลด-กักตุน

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 21 ม.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เป็นประธานการประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์เศรษฐกิจ (ศบศ.) ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ร่วมกับนาย สุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พลังงาน พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คลัง นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา โดยที่ประชุมได้พิจารณามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและการลงทุนโดยการดึงดูดชาวต่างชาติที่มีศักยภาพสูงเข้าสู่ประเทศไทย การส่งเสริมการลงทุนในกิจการคลาวด์เซอร์วิสและการส่งเสริมการลงทุนสำหรับธุรกิจด้านเทคโนโลยีและสตาร์ตอัพ พร้อมรับทราบสถานการณ์เศรษฐกิจล่าสุดและเห็นชอบหลักการแนวทางการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ Thailand Wellness Sandbox

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า จากสถานการณ์โลก สถานการณ์ภายนอกภูมิภาค รวมถึงสถานการณ์ภายในประเทศ ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย โดยเฉพาะผู้มีรายได้น้อยที่ได้รับผลกระทบมากเรื่องราคาสินค้า ซึ่งได้สั่งการอย่างชัดเจนให้กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงมหาดไทย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ตรวจสอบราคาสินค้าในทุกพื้นที่ ทุกจังหวัด ให้ได้ราคาที่แท้จริง และเหตุผลที่สินค้าบางรายการมีจำนวนลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ยืนยันจะดูแลเรื่องนี้อย่างละเอียด และจำเป็นจะต้องมีการลงโทษตามกฎหมายที่มีอยู่ ทั้งการกักตุนสินค้า ผู้ที่เกี่ยวข้องต้องถูกลงโทษตามกฎหมาย จึงขอให้ระมัดระวัง และขอฝากภาคธุรกิจเอกชนให้ช่วยดูในเรื่องนี้ให้มากที่สุด

แจงราคามะละกอไม่นิ่ง

ด้านนายบุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร ปลัดกระทรวงพาณิชย์ กล่าวภายหลังการลงพื้นที่ตรวจสอบสถานการณ์ราคามะละกอและผักอื่นๆ ที่ตลาดสี่มุมเมือง จ.ปทุมธานีว่า ตลาดแจ้งว่าราคาผักและผลไม้ยังเป็นปกติ มีการปรับขึ้นลงตามฤดูกาลที่ผลผลิตออกสู่ตลาดมากหรือน้อย สำหรับมะละกอที่มีข่าวว่ามีการปรับขึ้นราคาจนส่งผลกระทบต่อพ่อค้าแม่ค้าร้านส้มตำ จากการสอบถามเกษตรกรที่นำมะละกอมาลงจำหน่าย บอกว่ามะละกอมีการปรับขึ้นลงเป็นประจำทุกปี โดยเฉพาะในช่วงปีใหม่ที่ราคาจะปรับสูงขึ้น แต่เมื่อเข้าสู่ช่วงเดือนเม.ย.-พ.ค.ราคาจะมีการปรับลดลง โดยราคา ณ วันที่ 21 ม.ค. มะละกอลูกยาว (พันธุ์ดำเนิน) อยู่ที่ 100-130 บาท/ถุง 10 ก.ก. และมะละกอลูกกลมอยู่ที่ 130-150 บาท/ถุง 10 ก.ก. ซึ่งเป็นราคาปกติในช่วงนี้ อย่างไรก็ตาม กระทรวงพาณิชย์ (พณ.) จะจับตาดู ราคามะละกออย่างใกล้ชิด โดยในบางพื้นที่ที่มีปัญหาราคามะละกอแพงเนื่องจากประสบปัญหาน้ำท่วม ทำให้ผลผลิตออกน้อย เช่น ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ก็จะมีการเชื่อมโยงจับคู่ตลาดเพื่อกระจายผลผลิตให้มีความทั่วถึง นอกจากนี้ จะติดตามสถานการณ์ราคาสินค้าทุกชนิดอย่างใกล้ชิด โดยมีเจ้าหน้าที่กรมการค้าภายในและสำนักงานพาณิชย์จังหวัดจะออกตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง หากพบเห็นว่ามีการกักตุนหรือจำหน่ายราคาสูงเกินสมควรจะมีโทษตามมาตรา 29 แห่งพ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ ซึ่งมีโทษจำคุก 7 ปี ปรับ 140,000 บาท หรือทั้งจำและปรับ

ส่วนกรณีที่มีการตรวจพบเนื้อสุกรจำนวนกว่า 2 แสนกิโลกรัมในพื้นที่จ.สงขลา นายบุณยฤทธิ์กล่าวว่า อยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อมูลอย่างละเอียดอีกครั้ง ทั้งในส่วนของห้องเย็นและบริษัทเจ้าของเนื้อสุกร ถึงตัวเลขการนำสินค้าเข้าและนำสินค้าออกว่ามีความสอดคล้องกันหรือไม่ รวมถึงตรวจสอบสถิติเคลื่อนไหวย้อนหลัง โดนยืนยันว่าจะดำเนินการตามกฎหมาย และพร้อมให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

สำหรับการแจ้งสต๊อกเนื้อสุกรจากโรงชำแหละและห้องเย็น ล่าสุดพบมีการแจ้งเข้ามาแล้ว 313 ราย จากทั้งหมด 415 รายที่มีการขึ้นทะเบียนกับกรมปศุสัตว์ มีปริมาณสุกรและชิ้นส่วนรวมราว 8.47 ล้านกิโลกรัม ส่วนผู้ประกอบการรายใดที่ยังไม่มีการแจ้งปริมาณสต๊อกเข้ามาอาจจะเพราะมีปริมาณสต๊อกไม่ถึง 5,000 กิโลกรัม แต่เพื่อความชัดเจน พณ.จะจัดส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปดำเนินการสุ่มตรวจความถูกต้องต่อไป

ระดมจนท.ตรวจสต๊อกหมู

ด้านนายอาวุธ วงศ์สวัสดิ์ รองอธิบดีกรมการค้าภายในกล่าวเพิ่มเติมว่า กรมการค้าภายในได้จัดส่งเจ้าหน้าที่สายตรวจออกตรวจสอบและติดตามสถานการณ์ปริมาณและราคาสินค้าอย่างใกล้ชิด โดยได้จัดส่งเจ้าหน้าที่สายตรวจจำนวน 10 ชุด ออกตรวจสอบพื้นที่ 50 เขตทั่วกรุงเทพฯ เป็นประจำทุกวัน โดยกำชับให้ผู้ประกอบการมีการปิดป้ายแสดงราคาให้ชัดเจน และห้ามฉวยโอกาสปรับขึ้นราคาโดยเด็ดขาด

นายอุดม ศรีสมทรง รองอธิบดีกรมการค้าภายในกล่าวว่า ตามที่คณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) กำหนดให้ผู้เลี้ยงสุกรตั้งแต่ 500 ตัวขึ้นไป และผู้ครอบครองหรือห้องเย็นที่มีสต๊อก ตั้งแต่ 5,000 กิโลกรัมขึ้นไป แจ้งปริมาณและราคาทุก 7 วัน เริ่มตั้งแต่วันที่ 10 ม.ค. 2565 เป็นต้นมา เพื่อดูแลปริมาณสุกรและสต๊อกเนื้อสุกรที่มีอยู่ทั้งประเทศ

โดยกรมการค้าภายในได้มีการตรวจสอบสต๊อกอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งพาณิชย์จังหวัดทุกจังหวัดได้บูรณาการกับจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องออกตรวจสอบติดตามผู้ประกอบการครอบครองสุกร เนื้อสุกร ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการแจ้งปริมาณ ราคา สถานที่เก็บและการจัดทำบัญชีคุมสินค้าสุกร เนื้อสุกร ตามประกาศ กกร. หากพบการกระทำผิดจะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด

แจงสอบห้องเย็นสงขลา

ส่วนกรณีที่พาณิชย์จังหวัดสงขลาได้ร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ปศุสัตว์จังหวัดสงขลา กองบังคับการตำรวจ ปคบ. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ตรวจสอบห้องเย็นในพื้นที่จังหวัดสงขลาที่รับฝากสินค้าเนื้อสุกรชำแหละกว่า 2 แสนก.ก. พบว่ามีการจัดทำบัญชีและแจ้งปริมาณสินค้า เนื้อสุกรไม่ตรงกับสินค้าที่มีการตรวจสอบ ณ สถานที่ฝากเก็บสินค้า ทางสำนักงานพาณิชย์จังหวัดสงขลาจึงได้บันทึกการตรวจสอบและไปแจ้งความต่อสถานีตำรวจภูธรอำเภอจะนะเพื่อดำเนินคดีในข้อหาไม่แจ้งปริมาณในครอบครองกับห้องเย็นรับฝากซึ่งเป็นผู้ครอบครองแทนผู้อื่นตามข้อ 3 ในประกาศคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ ฉบับที่ 2 พ.ศ.2565 เรื่องการแจ้งปริมาณราคาสถานที่เก็บและจัดทำบัญชีสินค้าสุกร เนื้อสุกร มีความผิดตามมาตรา 25 พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการพ.ศ.2542

“ขอให้ผู้เลี้ยงสุกรตั้งแต่ 500 ตัวขึ้นไป และผู้ครอบครองหรือห้องเย็นที่มีสต๊อกสุกรตั้งแต่ 5,000 กิโลกรัมขึ้นไป ให้แจ้งปริมาณ ราคา สถานที่เก็บ และการจัดทำบัญชีคุมสินค้าสุกร เนื้อสุกร ตามประกาศกกร. หากตรวจสอบแล้วพบว่าผู้ประกอบการรายใดไม่แจ้งปริมาณจะมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 20,000 บาท และปรับอีกวันละ 2,000 บาท ตลอดเวลาที่ยังฝ่าฝืนหรือจนกว่าจะแจ้ง หรือทั้งจำทั้งปรับ หากพบเห็นว่ามีการกักตุนจะมีโทษตามมาตรา 30 แห่งพ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ ซึ่งมีโทษจำคุก 7 ปี ปรับ 140,000 บาท หรือทั้งจำและปรับ ทั้งนี้ หากประชาชนพบเห็นการกักตุนหรือจำหน่ายสินค้าในราคาที่ไม่เป็นธรรมแจ้งได้ที่สายด่วนกรมการค้าภายใน 1569 หรือสำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ” นายอุดมกล่าว

‘เบทาโกร’ยันไม่ได้กักตุนหมู

วันเดียวกัน บริษัท เบทาโกร จำกัด (มหาชน) ได้ออกจดหมายชี้แจง เรื่อง การตรวจสอบห้องเย็นกรณีอาจมีการกักตุนสินค้าประเภทเนื้อสุกรในจังหวัดสงขลา โดยระบุว่า จากกรณีที่ปรากฏรายงานข่าวการเข้าตรวจสอบบริษัทห้องเย็นแห่งหนึ่งในจังหวัดสงขลา และพบว่ามีการเก็บรักษาเนื้อสุกรจากบริษัท เบทาโกร เกษตรอุตสาหกรรม พัทลุง จำนวน 201,650 กิโลกรัมในห้องเย็นดังกล่าวนั้น บริษัทขอเรียนชี้แจงว่า การจัดเก็บรักษาเนื้อสุกรของบริษัท เบทาโกร เกษตรอุตสาหกรรม พัทลุง และสาขาในกลุ่ม ในบริษัทห้องเย็นตามที่ระบุในรายงานข่าว เป็นการจัดการสินค้าคงคลังตามแนวทาง การปฏิบัติโดยปกติ ภายใต้มาตรฐานการจัดส่งสินค้า เพื่อการสำรองสินค้ารองรับการจัดส่ง 5-7 วันอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้สินค้ามีความสดใหม่จนถึงมือผู้บริโภค โดยครอบคลุมพื้นที่จัดส่งในภาคใต้ตอนล่างมากกว่า 8 จังหวัด

ทั้งนี้ บริษัทได้มีการแจ้งข้อมูลปริมาณเนื้อสุกรทั้งหมดที่เก็บในห้องเย็นนั้นต่อกระทรวงพาณิชย์ให้รับทราบล่วงหน้า ตั้งแต่วันจันทร์ที่ 17 ม.ค.2565 จำนวน 211,361 กิโลกรัม ซึ่งเป็นไปตามมติของที่ประชุมคณะกรรมการกลาง ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) ครั้งที่ 1/2565 ที่ระบุให้ “ผู้เลี้ยงที่มีปริมาณการเลี้ยงเกิน 500 ตัว ผู้ค้าส่ง ที่มีปริมาณเกิน 500 ตัว ห้องเย็นที่มีการเก็บสต๊อกเกิน 5,000 กิโลกรัม ขึ้นไป ให้ดำเนินการแจ้งสต๊อกให้กรมการค้าภายในรับทราบ รวมทั้งแจ้งราคาในทุก 7 วัน โดยเริ่มวันที่ 10 ม.ค.2565 เป็นต้นไป

ยังร่วมขายราคาถูกด้วย

บริษัทขอยืนยันว่า การจัดการสต๊อก ดังกล่าวเป็นการจัดการสินค้าคงคลังตามแนวทางปฏิบัติโดยปกติ มิใช่การกักเก็บสินค้าเป็นเวลานาน เพื่อเป้าหมายด้านราคาที่สูงขึ้นแต่ประการใด บริษัทพร้อมให้ความร่วมมือในการกำหนดแนวทางการปฏิบัติงานให้สอดคล้องกับนโยบายของภาครัฐ ครอบคลุมถึงการจัดการสินค้าคงคลังและการรายงานแจ้งจำนวนสต๊อกตามข้อกำหนดโดยเคร่งครัด

อย่างไรก็ตาม ภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไวรัสอหิวาต์แอฟริกาในสุกรในปัจจุบัน ซึ่งส่งผลต่อปริมาณสุกรและระดับราคาที่เพิ่มขึ้น บริษัทตระหนักถึงความกังวลใจของผู้บริโภคต่อกรณีดังกล่าวเป็นอย่างดี จึงได้ยกระดับมาตรการด้านความปลอดภัยอย่างเข้มงวดและต่อเนื่อง โดยได้รับการรับรองตามมาตรฐานของ กรมปศุสัตว์ อย่างถูกต้องครบถ้วน รวมถึงได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนของผู้บริโภค โดยการผสานความร่วมมือกับภาครัฐและทุกภาคส่วน ในการสนับสนุนผลิตภัณฑ์หมูปลอดภัย ในราคาที่เป็นธรรมให้กับประชาชน ในโครงการพาณิชย์ลดราคาช่วยประชาชน โดยการจำหน่ายหมูสดในราคากิโลกรัมละ 150 บาท ณ จุดจำหน่ายในโครงการ 667 แห่งทั่วประเทศ

เครือเบทาโกรยึดมั่นในเจตนารมณ์ทางธุรกิจที่ดี มีบรรษัทภิบาล พร้อมให้ข้อมูลที่ ถูกต้องและสื่อสารสร้างความเข้าใจร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ ตลอดจนองค์กรต่างๆ ในฐานะบริษัทชั้นนำด้านผลิตภัณฑ์อาหารสดและแปรรูป ที่ปลอดภัย เพื่อสุขภาพและคุณภาพชีวิตดีของผู้บริโภคอย่างยั่งยืน

โกดังเอกชนก็ยันไม่ได้กักตุน

ด้านนายสัตวแพทย์กิติกรณ์ เจนไพบูลย์ ปศุสัตว์จังหวัดสงขลา กล่าวว่า วันเดียวกัน เจ้าหน้าที่บริษัทเบทาโกรจะนำเอกสารมายื่นเพิ่มที่สำนักงานพาณิชย์จังหวัด

ขณะที่ นายพิสิทธิ์ ศรีวัฒนา กรรมการบริษัทปิติซีฟู๊ดส์ จำกัด เปิดเผยว่า บริษัททำธุรกิจโกดังรับฝากอาหารแช่เยือกแข็งมาเป็นเวลา 30 ปี ได้รับความเชื่อมั่นจากภาคเอกชนเพิ่มขึ้น จึงได้ขยายสาขา 3 สาขา อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา, อ.สิงหนคร และอ.จะนะ จ.สงขลา เมื่อมีการนำสินค้ามาฝากต้องมีการสำแดงเอกสารถูกต้องจากทางราชการจึงรับฝาก ขอความเป็นธรรมด้วยว่าบริษัทไม่ได้กักตุนหมูแต่อย่างใด

ตรุษจีนซื้อสินค้าปศุสัตว์ OK

นายสัตวแพทย์ สรวิศ ธานีโต อธิบดี กรมปศุสัตว์ กล่าวว่า ช่วงเทศกาลตรุษจีน ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่เข้มงวดตรวจสอบกระบวน การผลิตสินค้าปศุสัตว์ให้เป็นไปตามมาตรฐานการผลิตของกรมปศุสัตว์ รวมถึงการสุ่มเก็บตัวอย่างเนื้อสัตว์ตรวจวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการ เพื่อตรวจหาสารตกค้างต่างๆ ที่อาจเป็นอันตรายต่อผู้บริโภค นอกจากนี้ กรมปศุสัตว์ได้ดำเนินโครงการปศุสัตว์ OK เพื่อยกระดับมาตรฐานการผลิตสินค้าปศุสัตว์ทั้งระบบ โดยมุ่งหวังให้ตราสัญลักษณ์ปศุสัตว์ OK ช่วยสร้างความมั่นใจในการพิจารณาเลือกซื้อสินค้าปศุสัตว์ของ ผู้บริโภคได้ง่ายขึ้น ปัจจุบันมีสินค้าปศุสัตว์ที่อยู่ในขอบข่ายการรับรองทั้งหมด 7 ชนิด ได้แก่ เนื้อไก่ เนื้อหมู เนื้อเป็ด เนื้อโค ไข่ไก่สด ไข่เป็ดสด และไข่นกกระทาสด ซึ่งได้รับความร่วมมือจากผู้ประกอบการ Modern trade และตลาดสด เข้าร่วมโครงการรวมทั้งหมดกว่า 7,000 แห่งทั่วประเทศ

ข้อมูล ณ วันที่ 20 ม.ค.2565 จำนวนทั้งหมด 7,606 แห่ง เนื้อสัตว์ 4,729 แห่ง ไข่ 2,877 แห่ง เนื้อไก่ 221 แห่ง เนื้อหมู 1,176 แห่ง เนื้อเป็ด 3 แห่ง เนื้อโค 33 แห่ง เนื้อสัตว์มากกว่า 2 ชนิด 3,296 แห่ง ไข่ไก่ 2,503 แห่งไข่เป็ด 221 แห่ง และไข่นกกระทา 153 แห่ง ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงสถานที่จำหน่ายที่เข้าร่วมโครงการได้ทั้งประเทศ

สำหรับปี 2565 ได้คิกออฟพร้อมกันทั่วประเทศทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาคเขต 1-9 กรมปศุสัตว์ได้ร่วมกันพัฒนาและผลักดันมาตรฐานปศุสัตว์ OK มาตั้งแต่ปี 2559 นอกจากนี้ กรมปศุสัตว์ได้สุ่มเก็บตัวอย่างเนื้อสัตว์จากโรงฆ่าสัตว์ เพื่อเฝ้าระวังการปนเปื้อนเชื้อโควิด-19 ในเนื้อสัตว์มาอย่างต่อเนื่อง จำนวนกว่า 1,000 ตัวอย่าง โดยผลการตรวจทั้งหมดยังตรวจไม่พบการปนเปื้อนโควิด

ตรวจใหญ่ – พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร. นำคณะตรวจสอบห้องเย็นในจ.สมุทรสาคร ไม่ให้มีการกักตุนเนื้อสุกร โดยปฏิบัติการพร้อมกันรวม 25 จุด ในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล เมื่อวันที่ 21 ม.ค.

‘บิ๊กเด่น’บุกสอบ 25 ห้องเย็น

ด้านพล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รองผบ.ตร. พล.ต.ท.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ ผบช.ภ.7 นายณรงค์ รักร้อย ผวจ.สมุทรสาคร, พล.ต.ต.อภิชาติ วรรณภักดิ์ ผบก.ภ.จว.สมุทรสาคร, พล.ต.ต.อนันต์ นานาสมบัติ ผบก.ปคบ., นายอาวุธ วิเชียรฉาย ปลัดจังหวัด สค., นายชนินทร์ ทิพปภาสมิทธิ์ ปศุสัตว์จังหวัด สค., น.ส.สรณาคมน์ บุญกำเนิด นักชำนาญการพิเศษกลุ่มกำกับและพัฒนาเศรษฐกิจการค้า (กศ.) สำนักงานพาณิชย์จังหวัด สค. ได้นำกำลังเข้าตรวจสอบห้องเย็นที่มีพฤติกรรมกักตุนเนื้อหมู พร้อมกัน 11 เป้าหมาย ในพื้นที่ จ.สมุทรสาคร

พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีมีความกังวลกรณีเนื้อสุกรมีราคาสูงขึ้น สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสืบสวน ปราบปราม สืบเนื่องจากช่วงที่ผ่านมามีการนำเนื้อสุกรเข้ามากักตุนในห้องเย็นเป็นจำนวนมาก เป็นสาเหตุให้เนื้อหมูมีราคาแพง วันนี้จึงได้มีการบูรณาการกำลังกันทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบพร้อมกัน 25 จุด โดยในจังหวัดสมุทรสาครมีการตรวจสอบทั้งสิ้น 11 จุด จากการสืบสวน ทราบว่ามี 25 บริษัท ในจังหวัดปริมณฑล เช่น สมุทรสาคร ที่ประกอบธุรกิจห้องเย็น อาจเข้าข่ายมีความผิด ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยสินค้าและบริการ พ.ศ.2542 ในเรื่องการกักตุนเนื้อสุกรเกิน 5,000 กิโลกรัม โดยไม่แจ้งให้พนักงานเจ้าหน้าที่ทราบ จึงได้นำกำลังเข้าตรวจสอบ พบว่าบางบริษัทมีจำนวนเนื้อสุกรเกินกว่ากฎหมายกำหนด โดยบางรายอ้างว่าอยู่ระหว่างดำเนินการแจ้ง เนื่องจากเพิ่งได้ทราบระเบียบ ซึ่งจะต้องตรวจสอบรายละเอียดให้ชัดเจนต่อไป หากพบว่าไม่ได้มีการแจ้งก็จะมีความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ.2542 หรือหากมีการแจ้งการครอบครองไม่ตรงกับความเป็นจริง ก็จะมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา ม.137 มีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 1,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

“พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. กำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกพื้นที่เร่งประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในจังหวัด เพื่อตรวจสอบบริษัทห้องเย็นเหล่านี้ หากพบว่ายังมีพฤติกรรมกักตุนเนื้อหมู จนเป็นเหตุให้ราคาเนื้อหมูขึ้นสูงไปอีก ให้ดำเนินคดีอย่าง เด็ดขาด” พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์กล่าว

ขณะที่นายณรงค์กล่าวว่า มี 4 บริษัทห้องเย็น ที่มาแจ้งการครอบครองซากสุกรเกิน 5,000 กิโลกรัมแล้ว และยังมีอีกหลายบริษัทที่อยู่ระหว่างการแจ้ง โดยอ้างว่าเพิ่งได้รับหนังสือประกาศสำนักงานคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคากลางสินค้าและบริการ ฉบับที่ 1 เรื่อง แบบแจ้งตามประกาศคณะกรรมการ กลางฯ เมื่อวันที่ 6 ม.ค. ที่ผ่านมา

‘แม่แจ่ม’แจกผัก-ถกกดราคา

ด้านสถานการณ์ราคาสินค้าในพื้นที่ต่างๆ ที่จ.เชียงใหม่ นายบุรินทร์ เพิ่มพูนผลสวัสดิ์ อายุ 35 ปี ชาวห้วยกลางเหนือ ต.แม่ศึก อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ เปิดเผยว่า ได้นำผักกาดขาวของชาวสวนบ้านกลาง ต.แม่สึก อ.แม่แจ่ม 1 คันรถกระบะ น้ำหนัก 2,000 กว่ากิโลกรัม เดินทางพร้อมผัวเมียเจ้าของสวนผัก จากบนดอยนำมาขายตอนใกล้รุ่งที่ตลาด เมืองใหม่ ในตัวเมืองเชียงใหม่ มีพ่อค้า-แม่ค้าคนกลางมาขอซื้อเหมาทั้งลำรถในราคา 500 บาทบ้าง 600 บาทและ 800 บาทบ้าง ตกราคาแค่กิโลกรัมละ 25 สตางค์เท่านั้น ตนคิดว่าราคาถูกไม่คุ้มทุนค่าน้ำมันรถก็ปาเข้าไป 7,800 บาทแล้ว ยังไม่คิดค่าแรงงานทั้งตัดผัก ค่าขนขึ้นรถอีก จึงไม่ขาย และนำไปแจกให้ชาวบ้าน ที่วัดนางเหลียว อ.สันทราย แทน

ที่ตลาดสดเทศบาลนครตรัง พบว่าราคาสินค้า ไม่ว่าจะเป็นหมู ไก่สด และผักชนิดต่างๆ ยังไม่ปรับราคาขึ้นแต่อย่างใด พ่อค้า แม่ค้ายังคงตรึงราคาสินค้า ขณะที่บรรยากาศภายในตลาดมีประชาชนมาเลือกซื้อสินค้ากันบางตา โดยนางหวัน แต่งสวน แม่ค้าขายหมูในตลาดสด เผยว่า หมูช่วงนี้ขายไม่ดี เมื่อก่อนสั่งหมูมาขายวันละ 4 ตัว เดี๋ยวนี้สั่งมาขายวันละ 2 ตัวก็ยังขายไม่หมด ในขณะที่ราคาหมูหน้าฟาร์มขณะนี้อยู่ที่กิโลกรัมละ 108 บาท ส่วนราคาที่ขายในปัจจุบัน หมูเนื้อแดง (สะโพก) ราคา 200 บาทต่อกิโลกรัม

สตูลขายไข่ไก่ถูก

ด้านนายเอกรัฐ หลีเส็น ผวจ.สตูล พร้อมด้วย นางสายช่อ อังศุพานิช พาณิชย์จังหวัดสตูล นายวิเชียร ตันติอาภรณ์ นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองสตูล หัวหน้าส่วนราชการ และเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตลาดสดเทศบาลเมืองสตูล ติดตามแก้ไขปัญหาค่าครองชีพสูง เพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชน โดยจังหวัดได้จัดจำหน่ายสินค้าผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร สินค้าโอท็อป และสินค้าอื่นๆ เป็นประจำทุกวันพุธ หน้าหอประชุมเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา ศาลากลางจังหวัด และในวันที่ 26 ม.ค. จะจำหน่ายไข่ไก่ธงฟ้าราคาประหยัด โดยนำไข่ไก่ราคาถูกมาร่วมจำหน่าย โดยจำหน่ายไข่ไก่ เบอร์ 1 ราคาแผงละ 80 บาท เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชน

โคราชลุยสอบห้องเย็น

ด้านนายศารุมภ์ โหม่งสูงเนิน พาณิชย์จังหวัดนครราชสีมา พร้อมด้วย พ.ต.อ.คเชนท์ เสตะปุตตะ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด นายพศวีร์ สมใจ ปศุสัตว์จังหวัด สคบ. และสารวัตรด่านกักกันสัตว์ ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานประกอบการห้องเย็น ที่ขึ้นทะเบียนกับสำนักงานพาณิชย์จังหวัด เพื่อตรวจสอบการครอบครองสุกรชำแหละ 2 แห่ง ได้แก่ บริษัท โชคอนันต์เกรทคูล จำกัด และบริษัท รุ่งเรืองพัฒนาห้องเย็น จำกัด พบว่ามีการจัดทำบัญชีคุมการรับจ่าย ปริมาณสินค้ามีการหมุนเวียน ไม่พบพฤติกรรมการกักตุนหรือเหตุผิดปกติแต่อย่างใด

ที่ตลาดสดเทศบาล 1 ต.เมืองเหนือ อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ นายอนุรัตน์ ธรรมประจำจิต รองผวจ.ศรีสะเกษ นายชัยรัตน์ บุญส่ง พาณิชย์จังหวัด พ.ต.อ.เทพพิทักษ์ แสงกล้า รอง ผบก.ภ.จว.ศรีสะเกษ นางฐพัชร์รดา ธนินทร์ จิรานนท์ หัวหน้าสำนักงานจังหวัดศรีสะเกษ และคณะส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง โดยได้ขอความร่วมมือไม่ให้จำหน่ายสินค้าราคาแพงเกินไปเพราะจะทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อน และตรวจสอบการกักตุนสินค้าเนื้อหมูอันเป็นสาเหตุให้สินค้าแพง และตรวจสอบการจำหน่ายเนื้อหมู ไก่ ไข่ และสินค้าเครื่องอุปโภคบริโภคต่างๆ โดยมีพ่อค้าแม่ค้าติดป้ายบอกราคาเนื้อหมูไว้ที่ราคากิโลกรัมละ 220 บาท อย่างชัดเจน ขณะที่ร้านขายเนื้อหมูสดบางแห่งมีราคาเนื้อหมู กิโลกรัมละ 195 บาท ส่วนร้านขายไก่ ไก่สดทั้งตัว ราคา 90 บาท เนื้อไก่สด 100 บาท ส่วนไข่ไก่ปรับราคาสูงขึ้น แต่ประชาชนก็ยังมาจับจ่ายซื้อสินค้ากันตามปกติ

สระบุรีแห่ซื้อหมู 20 นาทีเกลี้ยง

ด้านนางอังคณา ชิตะติดติ รองผวจ.สระบุรี ตรวจเยี่ยมตลาดชุมชนหน้าสำนักงานที่ดินจังหวัด และสำนักงานพาณิชย์จังหวัดสระบุรี เปิดจุดจำหน่ายเนื้อหมูราคาถูก โครงการ “หมูพาณิชย์…ลดราคา! ช่วยประชาชน โดยเริ่มจำหน่ายตั้งแต่เวลา 08.30 น. ปรากฏว่าไม่ถึง 20 นาทีหมูที่นำมาจำหน่าย 100 กิโลกรัมนั้นหมดเกลี้ยง

ทั้งนี้ สำนักงานพาณิชย์จังหวัดสระบุรี ได้เปิดจุดบริการขายหมูราคาถูกถึงวันที่ 31 ม.ค. ได้แก่ ที่ร้านเบทาโกร สาขาเมืองสระบุรี, ร้านหมูข้าง บขส., ร้านหมูอ้วนฟาร์ม, ร้านเจ๊ตูน ตลาดสืบศิริ อ.วังม่วง, ร้านหมูเอ็มที อ.บ้านหมอ, ร้านกิตติอินเตอร์ฟู๊ด อ.เสาไห้ ร้านอ๋อมบูมหมูสด

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน