พรรคเล็กยันยังหนุนนายกฯศาลฎีกาสั่ง1ใน21สส.ยุติหน้าที่‘เผดิมชัย’โต้คิดย้ายซบ2กุมารฝ่ายค้านยื่นซักฟอกซัด4วิกฤต‘ชวน’คาดระเบิดศึกกลางกพ.นี้
‘บิ๊กตู่’ เปิดเพลง ‘อย่ายอมแพ้’ เติมกำลังใจ กลางวงประชุม ศบศ. พร้อมลั่น ‘ไม่ยอมแพ้ใครอยู่แล้ว’ ขอเดินหน้าทำงานเพื่อชาติและประชาชน พรรคเล็ก ชักแถวปฏิเสธข่าวร่วมก๊วน ‘ธรรมนัส’ ย้ำจุดยืนหนุน ‘ประยุทธ์’ ศาลฎีกาสั่ง ‘วัฒนา สิทธิวัง’ ส.ส.ลำปาง มุ้งธรรมนัสหยุดปฏิบัติหน้าที่ หลังรับคำร้องกกต.ปมจ่ายเงินจูงใจเลือกตั้ง ‘เผดิมชัย’ ปัดตระกูล ‘สะสมทรัพย์’ จ่อย้ายซบพรรค 2 กุมาร ด้าน 173 ส.ส.ฝ่ายค้าน ยื่นญัตติซักฟอกรัฐบาลแบบไม่ลงมติแล้ว ชำแหละ 4 วิกฤตใหญ่ ‘ชวน’ คาดเปิดอภิปรายได้ราวกลางก.พ.
‘บิ๊กตู่’ลั่น‘ไม่ยอมแพ้ใครอยู่แล้ว’
เมื่อวันที่ 21 ม.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารสถานการณ์เศรษฐกิจจากผล กระทบของการแพร่ระบาดของโควิด-19 (ศบศ.) โดยก่อนจบการประชุม นายกฯเปิดเพลง “อย่ายอมแพ้” ของ อ้อม สุนิสา สุขบุญสังข์ นักร้องชื่อดังในอดีต จากโทรศัพท์มือถือเกือบทั้งเพลง
นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ในตอนท้ายการประชุม นายกฯได้กล่าวเป็นกำลังใจ ทุกคนที่ร่วมทำงาน ว่าต้องไม่ยอมแพ้ต่อปัญหาอุปสรรคเช่นเดียวกับนายกฯที่ไม่เคยยอมแพ้ ทำงานเพื่อชาติและประชาชน ทุกคนกำลังทำภารกิจสำคัญให้กับประเทศชาติในเวลานี้ และขอประกาศปี 2565 เป็นปีแห่งการประเมินผล ชี้วัด ซึ่งทุกหน่วยงานต้องทำงานให้เกิดผลสัมฤทธิ์ โดยนายกฯต้องการทำให้งานสำเร็จด้วยความรักและความสามัคคี
ต่อมานายธนกร เผยแพร่คลิปวิดีโอผ่านแอพพลิเคชั่น “TikTok” ซึ่งนายกฯได้ร้องคลอตามเสียงเพลงผ่านไมโครโฟนในห้องประชุม ท่อนที่ว่า “อย่าหยุดยั้ง ก้าวไป ขออย่ายอมแพ้” จากนั้นได้กล่าวขณะเก็บเอกสารว่า “ผมไม่มีแพ้ใครอยู่แล้ว ทุกคนต้องไม่ยอมแพ้ เพื่อประเทศชาติ ประชาชนที่รักยิ่งของพวกเรานะครับ ขอบคุณท่านรัฐมนตรีและรองนายกรัฐมนตรีทุกท่าน เรากำลังทำภารกิจสำคัญให้กับประเทศชาติ ในเวลานี้”
เดินหน้าทำงานเพื่อชาติ-ปชช.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การที่พล.อ.ประยุทธ์ เปิดเพลง “อย่ายอมแพ้” กลางวงประชุมศบศ. คาดว่าต้องการแสดงความชัดเจนในการเดินหน้าทำงานต่อเพื่อประเทศชาติและประชาชน แม้จะเกิดวิกฤตทางการเมืองโดยเฉพาะความขัดเเย้งภายในพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) และล่าสุดเมื่อคืนวันที่ 20 ม.ค. ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา อดีตเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ ปล่อยคลิปเปิดใจหลังถูกขับพ้นพรรคพร้อมส.ส.รวม 21 คน ว่ายังนอนหลับสบาย แต่ห่วงเพื่อน ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ ใครจะดูแล
ที่ผ่านมาตนและพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรค เป็นคนดูแลส.ส.ในการลงพื้นที่ และเพราะเป็นคนพูดตรงไปตรงมา อาจทำให้คนบางคนไม่ชอบและไม่ยอมรับความจริง จึงตัดสินใจแยกกันอยู่ดีกว่า โดยจะไปอยู่พรรคใหม่ที่มีการเตรียมการมาแล้วระยะหนึ่ง และจะมีการเซอร์ไพรส์ด้วย
สัปดาห์หน้าเลื่อนประชุมครม.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) สัปดาห์หน้า ได้แจ้งเลื่อนการประชุมเป็นวันจันทร์ที่ 24 ม.ค. แทนวันอังคารที่ 25 ม.ค. โดยเป็นการประชุมแบบครบองค์ประชุม ที่ตึกสันติไมตรี (หลังนอก) ถือเป็นครั้งแรกหลังเทศกาลปีใหม่ และการแพร่ระบาดของโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอน ที่จะมีการประชุมครม.เต็มคณะ จากที่ต้องประชุมผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์
มีรายงานว่าเหตุผลหนึ่งที่ต้องประชุมแบบครบองค์ เนื่องจากพล.อ.ประยุทธ์ ต้องเดินทางไปปฏิบัติภารกิจสำคัญที่ประเทศซาอุดี อาระเบีย ขณะที่มีวาระสำคัญต้องพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.)หรือกฎหมายลูก ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส.และร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง ก่อนส่งต่อให้สภาพิจารณา
‘วิษณุ’ยันไทม์ไลน์กม.ลูกเสร็จก.ค.
นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ว่า หลังครม.พิจารณากฎหมายลูกเกี่ยวกับการเลือกตั้ง 2 ฉบับแล้ว เมื่อส่งสภา จะเป็นการประชุมร่วมของรัฐสภาเพื่อพิจารณา โดยตนได้ประสานงานกับนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ก่อนหน้านี้แล้ว และนายชวนรับปากว่าจะรีบบรรจุวาระนี้ในการประชุมร่วมรัฐสภา เพราะจะมี 3 ร่าง คือ ร่างของรัฐบาล พรรคร่วมรัฐบาล และพรรคร่วมฝ่ายค้าน ที่จะนำเข้าพิจารณาในคราวเดียวกัน ส่วนไทม์ไลน์การออกกฎหมายลูก ตอนนี้ยังเป็นไปตามเดิมที่จะเสร็จช่วงเดือนก.ค.นี้ แต่ถ้าทำได้เร็วกว่านั้นได้เป็นเรื่องดี
ผู้สื่อข่าวถามว่า สถานการณ์ตอนนี้จำเป็นต้องเร่งทำกฎหมายให้เร็วขึ้นหรือไม่ นาวิษณุกล่าวว่า ขึ้นอยู่กับว่าใครจะยอมใครหรือไม่ ที่สำคัญคือคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะยอมให้แก้ร่างกฎหมายของเขาหรือไม่ ถ้าไม่ยอมก็ต้องส่งกันไปมา และจะมีขั้นตอนอีกยาว นอกจากนี้ ยังมีขั้นตอนต้องขึ้นทูลเกล้าฯ ซึ่งไม่สามารถคาดเดาตรงนี้ได้ จึงนับให้เต็มกรอบเวลา 90 วัน คือไปถึงเดือนก.ค. การพิจารณาดังกล่าวยังเกี่ยวไปถึงวุฒิสภา เพราะต้องมาร่วมลงมติในการประชุมร่วมรัฐสภา จึงมีสิ่งที่เป็นห่วงคือกฎหมายลูกฉบับเก่า ที่เคยผ่านความเห็นชอบจากสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) และสนช.เวลานั้นมาเป็นส.ว.ตอนนี้ จึงอาจจะยังหวงของเดิม ไม่อยากให้ไปแก้ตรงนั้นก็ได้ แต่ต้องอยู่ที่มติรัฐสภา
ขำก๊ากถ้าส.ส.ถูกขับกลับค่ายเดิม
นายวิษณุ กล่าวถึงกรณีส.ส.พรรคพลังประชารัฐที่ถูกขับพ้นพรรค สามารถขอกลับมาอยู่พรรคเดิมได้หรือไม่ว่า “ในแง่กฎหมายทำได้ ตลก แต่ก็ทำได้ เพราะกฎหมายบอกให้ส.ส.หาพรรคการเมืองให้ได้ภายใน 30 วัน ดังนั้นจะไปหาพรรคไหนก็เรื่องของคุณ จะไปหาพรรคใหม่ ที่ยังไม่มี ส.ส.เลย ก็ทำได้ ทีนี้พรรคเก่าที่ไปไล่เขาออก แล้วไปรับเขากลับเข้ามา มันตลก เมืองไทยมันมีเรื่องตลกบ่อย ช่างมันเถอะ ฮ่าๆๆ”
“ในอดีตเคยมีส.ส. ที่ถูกขับออกแต่เจ้าตัวไม่ยินยอม สามารถไปยื่นร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญได้ ซึ่งเคยมีคนยื่นร้องจนชนะไปแล้ว แต่กรณีที่เกิดขึ้นตอนนี้ดูเหมือนฝ่ายที่ต้องการจะขับออก และฝ่ายที่อยากจะไป พอพรรคนั้นมีมติขับต่างก็ร้องไชโย ไม่มีอะไรที่จะประท้วง แต่หากมีส.ส.ไปร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญจริง การนับเวลา 30 วันให้สังกัดพรรคใหม่ ต้องระงับไว้ก่อน”‘นายวิษณุ กล่าว
‘สมศักดิ์’ร้อง‘บิ๊กป้อม’ทวนมติ
ที่พรรคพลังประชารัฐ นายสมศักดิ์ พันธ์เกษม ส.ส.นครราชสีมา ซึ่งเป็น 1 ใน 21 ส.ส. ที่ถูกขับพ้นพรรค ได้ยื่นหนังสือรวม 8 หน้า ถึงพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรค เพื่อขอให้ทบทวนมติพรรคในเรื่องนี้ โดยให้เหตุผล อาทิ ตนเองไม่เคยทราบและไม่เคยได้ยินมาก่อนว่าร.อ.ธรรมนัส จะเสนอให้มีการปรับโครงสร้างขนานใหญ่ตามที่นายไพบูลย์ นิติตะวัน รองหัวหน้าพรรค แถลง ,การมีมติให้ข้าพเจ้าออกจากการเป็นสมาชิกพรรค รวมไปกับร.อ.ธรรมนัสและส.ส.รวม 21 คน โดยอ้างเหตุว่ามีการก่อให้เกิดเหตุร้ายแรงต่อหลักการแห่งพรรค เป็นข้อกล่าวหาที่ร้ายแรงเป็นผลกระทบต่อประวัติและก่อให้เกิดความเสียหายแก่ข้าพเจ้าอย่างร้ายแรง
รัฐธรรมนูญมาตรา 101 (9) วางหลักเกณฑ์ไว้ว่าการพ้นจากการเป็นสมาชิกพรรคต้องมีคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 3 ใน 4 ของที่ประชุมร่วมกันของกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) และส.ส. แต่ข้อเท็จจริงปรากฏว่า ในการลงมติในที่ประชุมนั้นมีสมาชิกจำนวนหนึ่งไม่เห็นด้วยและยังมีข้อสงสัยว่าการดำเนินการของที่ประชุมเป็นไปตามข้อบังคับพรรคและกฎหมายหรือไม่ แต่ผู้ดำเนินการประชุมกลับดำเนินการให้มีการลงมติโดยการลงมติครั้งแรกนั้นผลการลงมติของที่ประชุมได้คะแนนไม่ถึง 3 ใน 4 ของจำนวนผู้ร่วมประชุม ซึ่งถือว่าการลงมติเป็นอันสิ้นสุดแล้ว แต่ผู้ดำเนินการประชุมกลับดำเนินการให้ที่ประชุมอีกครั้งโดยการลงมติครั้งที่ 2 มีการเจรจากับผู้ที่งดออกเสียงขอให้ลงมติให้ข้าพเจ้ากับส.ส.อื่นรวม 21 คนพ้นจากการเป็นสมาชิก แสดงให้เห็นว่ามีการกระทำที่เจตนาจงใจให้ข้าพเจ้ากับส.ส.อื่นรวม 21 คนพ้นจากการเป็นสมาชิกโดยไม่เป็นธรรม เป็นการขัดต่อบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ
พรรคเล็กย้ำจุดยืนหนุน‘ประยุทธ์’
ที่รัฐสภา นพ.ระวี มาศฉมาดล หัวหน้าพรรคพลังธรรมใหม่ (พธม.) แถลงว่า เมื่อ วันที่ 20 ม.ค. มีคนปล่อยข่าวว่ากลุ่มพรรคเล็กที่ร่วมรัฐบาลซึ่งมี 9 ส.ส.มีแนวโน้มจะตาม ร.อ.ธรรมนัสไป ยกเว้นตน สร้างความเสียหายกับกลุ่มพรรคเล็ก เพราะสื่อหลายสำนักไปขยายความว่าศึกครั้งนี้กล้วยที่พรรคเล็กจะได้รับแบบยกทั้งเครือ ทั้งๆ ที่ไม่เป็นความจริง จึงขอเตือนไปยัง ส.ส.คนใดที่ปล่อยข่าวแบบนี้ไม่สร้างสรรค์
“ผมเชื่อว่า ส.ส.พรรคเล็กจำนวนมาก ยังคงยืนหยัดทำในสิ่งที่ควรจะทำและถูกต้องชอบธรรม ไม่ได้คิดแต่จะกินกล้วย แต่อาจมีบางคนบางพรรคเท่านั้นที่อาจตาม ร.อ.ธรรมนัสไป แต่ถ้ามีคงเป็นเพียงส่วนน้อย สำหรับพรรคพลังธรรมใหม่ที่ถูกปล่อยข่าวว่าเหลือพรรคเดียวที่ยังเหนียวแน่นอยู่กับพล.อ.ประยุทธ์ นั้น ในความจริงแล้วพรรคเล็กส่วนมากยังสนับสนุนรัฐบาลอยู่” นพ.ระวีกล่าว
ช่วยประคองสภาเดินหน้าต่อ
ด้านนายคฑาเทพ เตชะเดชเรืองกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคเพื่อชาติไทย ให้สัมภาษณ์ว่า พรรคของตนยังเป็นเอกเทศและยังอยู่กับพล.อ.ประยุทธ์ คาดว่าน่าจะมีประมาณ 4-5 พรรค ประกอบด้วย พรรคเพื่อชาติไทย พรรคพลังธรรมใหม่ พรรคครูไทยเพื่อประชาชน พรรคพลังชาติไทย และพรรคพลเมืองไทย ที่ยังเป็นเอกเทศ ส่วนอีกกลุ่มหนึ่งจะมีสัมพันธ์ส่วนตัวมากกว่า ขอยืนยันว่าจะร่วมงานกับนายกฯ เหมือนเดิม
ผู้สื่อข่าวถามว่าเหตุผลที่ยังอยู่กับพล.อ.ประยุทธ์ คืออะไร นายคฑาเทพกล่าวว่า มองว่ารัฐสภาจะต้องเดินหน้าได้ เพราะเสียงตอนนี้ปริ่มน้ำมากและเสียงรัฐบาลก็แพ้ด้วยซ้ำไป จะเดินต่อไม่ได้ และไม่พร้อมจะเลือกตั้ง กฎหมายลูกยังไม่เรียบร้อย ฝ่ายค้านเองก็ยังไม่พร้อม เพราะมีข้อกฎหมายมากมายที่ทุกพรรคไม่พร้อมจะเลือกตั้ง
เมื่อถามว่ากรณีที่ 21 เสียงถูกขับออกจากพรรคพลังประชารัฐจะส่งผลถึงเสถียรภาพการทำงานหรือไม่ นายคฑาเทพกล่าวว่า กระทบแน่นอน และผู้ใหญ่ต้องคุยกัน หากคุยกันไม่ได้คาดว่าประมาณเดือน มี.ค.-เม.ย. ทุกคนจะต้องเก็บกระเป๋ากลับบ้านอย่างแน่นอน เพราะมีกฎหมายหลายตัวที่จะต้องเข้า เช่น พ.ร.ก.เงินกู้ และพ.ร.บ.งบประมาณปี 2566 ซึ่งจะต้องใช้เสียง รวมทั้งการอภิปรายไม่ไว้วางใจที่จะเข้าในสมัยประชุมหน้าเดือนพ.ค. ทุกอย่างจะจบและนายกฯ จะไม่มีเสียงเลย ดังนั้นต้องช่วยกันประคับประคองให้ดีที่สุด
เตือนรับฟังเสียง-อย่าด้อยค่า
นายพีระวิทย์ เรื่องลือดลภาค ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคไทรักธรรม กล่าวว่า ล่าสุดได้พูดคุยกับ ส.ส.พรรคเล็กแล้ว รวมถึงพรรคพลังท้องถิ่นไท และพรรครักษ์ผืนป่าประเทศไทย ขอยืนยันว่ายังอยู่พรรคร่วมรัฐบาล เป็นเอกเทศ พรรคใครพรรคมัน เพราะถ้าย้ายพรรค ก็ต้องมีการขับออกจากพรรค ซึ่งเป็นไปไม่ได้ แต่สมัยหน้าค่อยว่ากันอีกที
ในกลุ่มพรรคเล็ก ไม่อยากให้ใช้คำว่า 9 พรรค แต่อยากให้เรียกว่า พรรคเล็กที่ร่วมรัฐบาล แต่ไม่มีรัฐมนตรี ไม่เคยเอาคะแนนเสียง ไปต่อรองเพื่อจะเป็นรัฐมนตรี แม้เดิมจะเคยมีความต้องการ แต่มาจนถึงเวลานี้ช่วงปลายรัฐบาลแล้ว ถอดใจกันแล้ว คิดว่าทำหน้าที่ ส.ส.ของตนเองดีกว่า แต่ยังดูการทำงานของพล.อ.ประยุทธ์ ในฐานะที่เป็นนายกฯ
“ถ้านายกฯ ให้ความสำคัญ และการทำงานในวิกฤตโควิด ข้าวยากหมากแพง เราพร้อมให้ความร่วมมือนายกฯ ขอให้เปิดใจกว้าง ฟังเสียงส.ส.บ้าง แต่ถ้าเสนอไปแล้วด้อยค่า ไม่ให้ความสำคัญ ก็รู้สึกว่าจะอยู่ร่วมรัฐบาลได้อย่างไร อยากให้นายกฯ มองพรรคเล็ก พรรคน้อย ไม่ใช่ 1 เสียง แต่รวมกัน 20 กว่าเสียง ถ้านายกฯ ประมาท แล้วไปเฮโลไปรวมกับ ร.อ.ธรรมนัส ก็ต้องคิด แต่ไม่ใช่การย้ายพรรค อาจจับมือร่วมกันก็ว่ากันไป” นายพีระวิทย์กล่าว
‘พี่ศรี’ร้องยุบพลังประชารัฐ
ที่สำนักงาน กกต. นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ยื่นหนังสือถึง กกต.และนายทะเบียนพรรค การเมือง เพื่อไต่สวนและวินิจฉัย กรณีพรรคพลังประชารัฐมีมติขับ 21 ส.ส. ดำเนินการโดยชอบด้วยข้อบังคับพรรค ปี 2561 และพ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมืองปี 2560 หรือไม่ หากพบเป็นการฝ่าฝืนย่อมอาจเข้าข่ายกระทําการอันอาจเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองตามระบอบประชาธิปไตยตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง 2560 มาตรา 92 (2) ซึ่งเป็นเหตุให้ กกต.อาจเสนอต่อศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยหรือสั่งยุบพรรคที่ฝ่าฝืนนั้นได้
สำหรับมติพรรคพลังประชารัฐมีข้อสงสัยหลายประการ 1.การที่สมาชิก หรือ ส.ส.เรียกร้องให้ปรับโครงสร้างพรรคขนานใหญ่ จะถือได้ว่าเป็นเหตุที่ร้ายแรง จนต้องให้ออกจากสมาชิกพรรคนั้นชอบหรือไม่ 2.การที่กก.บห. 17 คน ส.ส. 61 คน รวม 78 คนประชุมกันแล้วมีมติให้สมาชิกพรรคออกจากสมาชิกภาพ โดยมิได้มี ส.ส.ทั้งหมดของพรรคเข้าร่วมประชุมจนครบจะถือว่าชอบหรือไม่
3.ข้ออ้างการมีมติเห็นชอบให้ ส.ส.21 คน พ้นสมาชิกภาพพรรคโดยอ้างข้อบังคับพรรค 54(5) ว่าเป็นเหตุร้ายแรงอื่นนั้น โดยที่ไม่มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาไต่สวนสอบสวน ก่อนเสนอให้ที่ประชุมพรรคพิจารณาชอบหรือไม่ และ 4.ส.ส.บัญชีรายชื่อ ที่ถูกให้ออกนั้น ต้องพ้นสภาพ ส.ส.ไปเลยหรือไม่ เนื่องจากมิได้เหมือนกรณีการขอยุบพรรค หรือการถูกศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบพรรค และบัญชีรายชื่อของพรรคพลังประชารัฐลำดับถัดไปน่าจะได้ขึ้นมาแทนที่หรือไม่ อย่างไร
นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ให้สัมภาษณ์ว่า เรื่องนี้ไม่น่ากังวลใจ และมั่นใจว่าการดำเนินการของพรรคเป็นไปตามข้อบังคับข้อ 54 (5) จึงไม่ใช่เหตุที่จะร้องให้ยุบพรรค
ศาลฎีกาสั่ง‘วัฒนา’หยุดหน้าที่
วันเดียวกัน เว็บไซต์ศาลฎีกา ได้มีประกาศศาลฎีกา เรื่องแจ้งวันนัดพิจารณาด้วยคดีเลือกตั้งหมายเลขดำที่ลตสส 1/2565 ระหว่างคณะกรรมการการเลือกตั้ง ยื่นร้อง นายวัฒนา สิทธิวัง ส.ส.ลำปาง เขต 4 ซึ่งเป็น 1 ใน 21 ส.ส.ที่ถูกมติพรรคพลังประชารัฐขับออกพร้อม ร.อ.ธรรมนัส เรื่องความผิดเกี่ยวกับพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. ขอให้ศาลสั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่ โดยศาลรับคำร้องไว้พิจารณาแล้วศาลนัดตรวจพยานหลักฐานวันที่ 15 ก.พ.2565 เวลา 09.30 น.ที่ห้องพิจารณาคดีที่ 5 ศาลฎีกา
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับผลทางกฎหมาย เมื่อศาลฎีกามีคำสั่งรับคำร้องเเละไม่มีคำสั่งเป็นอย่างอื่นส่งผลให้นายวัฒนา ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ โดยศาลจะส่งคำสั่งไปยังรัฐสภาในวันที่ 24 ม.ค.นี้
ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 14 ม.ค. เว็บไซต์สำนักงานกกต. เผยแพร่คำวินิจฉัย กกต.กรณีมีมติให้ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาเพื่อสั่งให้มีการเลือกตั้ง ส.ส.ลำปาง เขต 4 ใหม่แทนนายวัฒนา ตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส.2561 มาตรา 133 และให้ดำเนินคดีอาญากับนางเกี๋ยงมา ปุพพโก ตามมาตรา 73(1) ประกอบมาตรา 158 ของกฎหมายเดียวกัน
จากกรณี กกต.สอบสวนแล้วเห็นว่า วันที่ 19 มิ.ย.2563 ที่บ้านของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ต.ล้อมแรด อ.เถิน จ.ลำปาง นางเกี๋ยงมาได้มอบธนบัตรซึ่งเย็บติดกัน 2 ชุด ชุดละ 300 บาท ให้กับผู้มีสิทธิเลือกตั้งจริง เพื่อจูงใจให้ลงคะแนนเลือกตั้งให้กับนายวัฒนาตามข้อกล่าวหา ซึ่งเป็นการฝ่าฝืน พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.2561 มาตรา 73(1) โดยนายวัฒนาได้รับประโยชน์ในการเลือกตั้งจากการกระทำของนางเกี๋ยงมา เป็นเหตุให้การเลือกตั้ง ส.ส.ลำปาง เขต 4 แทนตำแหน่งที่ว่าง เมื่อวันที่ 20 มิ.ย.2563 ไม่ได้เป็นไปโดยสุจริตเที่ยงธรรม
‘เผดิมชัย’ปัดย้ายซบ 2 กุมาร
นายเผดิมชัย สะสมทรัพย์ ส.ส.นครปฐม พรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการ “เจาะลึกทั่วไทย อินไซด์ไทยแลนด์” ถึงกระแสข่าวจะย้ายมาอยู่พรรค สร้างอนาคตไทย (สอคท.) ของนายอุตตม สาวนายน และนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ ว่า ไม่ทราบจริงๆ เป็นเรื่องที่เซอร์ไพรส์มากที่มีข่าวออกมาว่าตนจะไปกับคนนั้นคนนี้ รู้สึกตระกูลเรายังมีคนสนใจ โดยส่วนตัวไม่เคยพบปะกันหรือคุยเป็นการส่วนตัวกับใคร
ผู้สื่อข่าวถามว่ามีโอกาสย้ายไปหรือไม่ นายเผดิมชัยกล่าวว่า ชีวิตการเมืองตนพอใจกับพรรคชาติไทยพัฒนามาก อยู่มาหลายพรรคเหมือนกัน แม้พรรคจะมี 12 เสียง แต่เป็นพรรคเล็กที่คนไม่สนใจ เต็มไปด้วยคนที่มีประสบการณ์ที่ดี ในการประชุมพรรคทุกวันอังคารก็ให้เกียรติพรรคทุกครั้ง นี่คือความอบอุ่น เมื่อถามว่าหากนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ อดีตรองนายกฯ ออกปากชวนด้วยตัวเอง จะย้ายไปหรือไม่ นายเผดิมชัยกล่าวว่า วันนี้บ้านยังดีอยู่ ถ้าเราจะไปก็ต้องพิจารณาว่าไปทำงานให้ใคร จุดประสงค์เราทำงานให้ประเทศชาติ ไม่สามารถทำมากมายกว่าสิ่งที่เขามอบหมายได้และปัจจุบันตนมีความสุข
สภาแฉวุ่น-รายงานขุดคลองไทย
เวลา 09.30 น. ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีนายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาทำหน้าที่ประธานที่ประชุม ช่วงพิจารณารายงานผลการพิจารณาศึกษาการ ขุดคลองไทย และการพัฒนาพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ ที่คณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญ พิจารณาเสร็จแล้ว
นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย (พท.) รองประธานกมธ. รายงานว่า มีข้อสรุปสนับสนุนให้รัฐบาลขุดคลองไทยในพื้นที่ภาคใต้ แนวพื้นที่ 5 จังหวัด คือ กระบี่, ตรัง, พัทลุง, นครศรีธรรมราช และสงขลา เพราะจะเกิดการจ้างงาน สร้างงาน สร้างรายได้ใหม่ ทำให้เป็นศูนย์กลางความเจริญ
จากนั้นสมาชิกอภิปรายว่าผลการศึกษาเป็นการรับฟังความเห็นด้านเดียว ไม่สามารถพัฒนาพื้นที่ได้จริง เกิดผลกระทบสิ่งแวดล้อม ศิลปวัฒนธรรม วัดเก่าแก่ในพื้นที่ก่อสร้างและประชาชนกว่าแสนครัวเรือนได้รับผลกระทบ แต่รายงานไม่ระบุรายละเอียด
นายประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล (ก.ก.) อภิปรายว่า “ไม่เห็นด้วยกับรายงานฉบับนี้ อย่าส่งให้รัฐบาล อายเขา อย่าหวังว่าพระเครื่องรุ่นที่หนึ่งที่เอามาให้ผมเป็นค่าปิดปาก เพื่อให้ส.ส.ผ่านรายงานนี้ วางสิบพระเครื่อง รุ่นดีๆ ผมก็ไม่ผ่านให้ รายงานฉบับนี้เป็นการรับเงินจากนายทุนให้ผลักดันโครงการ ปัจจุบันพบมีการจัดซื้อรถตักดินไว้จำนวนมากหวังว่าจะได้รับงานโครงการนี้”
‘สุชาติ’ชิงปิดประชุมอีกแล้ว
ขณะที่นายพิเชษฐ์ชี้แจงว่า การขุดคลองไทยไม่สามารถใช้รถตักดินได้ ต้องใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย การศึกษาคลองไทย ไม่สามารถดำเนินการได้เพราะมีกลุ่มทุนต่างประเทศ ซึ่งเป็นเกาะเล็กๆ หว่านเงินหลักหมื่นล้านถึงแสนล้านบาท เพื่อขัดขวางแลกกับประโยชน์ในประเทศที่จะได้รับจากการเดินเรือ “เขาวางแผนระยะยาวไม่อยากเห็นคลองไทยเกิดขึ้น ทุ่มเงินมหาศาลขัดขวางและเลี้ยงข้าราชการไว้ จ่ายเงินให้เอาไปใช้ชีวิตต่างประเทศที่เป็นเจ้าของเงินทุน ซึ่งผลการศึกษานี้เป็นเพียงการศึกษาเบื้องต้น หากจะทำรัฐบาลต้องศึกษารายละเอียด วันนี้ช่องแคบมะละกามีรายได้ 4 ล้านล้านบาทต่อปี แต่หากมีคลองไทยเกิดขึ้นรายได้เราจะทำได้มากกว่านั้น อย่ากลัวที่ประเทศต้องเป็นประเทศที่พัฒนา อย่ากลัวมหาอำนาจ ถ้ามีคลองไทย เงินไหลเข้าประเทศทุกวินาที ยิ่งกว่ามีบ่อน้ำ”
เมื่อสมาชิกแสดงความคิดเห็นอย่างกว้างขวาง นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภา เป็นประธานการประชุม แจ้งว่า ในรายงานยังมีข้อสังเกตตามข้อบังคับที่ 105 ซึ่งต้องให้สภาลงมติก่อนส่งให้รัฐบาล เนื่องจากมีผู้คัดค้าน แต่ดูแล้วเอาไว้ลงมติคราวหน้าแล้วกัน จากนั้นสั่งปิดประชุมทันทีในเวลา 15.15 น.
ฝ่ายค้านยื่นซักฟอกถลก 4 ปม
เวลา 11.00 น. ที่รัฐสภา พรรคร่วมฝ่ายค้าน นำโดย นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ผู้นำฝ่ายค้าน ยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อซักถามข้อเท็จจริงหรือเสนอแนะปัญหาต่อคณะรัฐมนตรี ตามมาตรา 152 ต่อนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร
นพ.ชลน่านกล่าวว่า ญัตติมีผู้เข้าชื่อเสนอทั้งหมด 173 คน จาก 7 พรรค เนื้อหาสาระที่จะอภิปรายแบ่งเป็น 4 กลุ่ม ได้แก่ 1.วิกฤตเศรษฐกิจในยุคข้าวของแพง ค่าแรงถูก แพงทั้งแผ่นดิน 2.วิกฤตโรคระบาด ทั้งโควิด-19 และโรคระบาดอหิวาต์แอฟริกาในสุกร (ASF) 3.วิกฤตด้านการเมือง ยุคปฏิรูปการเมืองที่ล้มเหลว ยุคการเมืองที่ใช้เงินเป็นหลัก และ 4.วิกฤตความล้มเหลวเรื่องการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาลที่ไร้ประสิทธิภาพก่อให้เกิดปัญหามากมาย เช่น ยาเสพติด การทุจริตคอร์รัปชั่น ปัญหาสิ่งแวดล้อม ภาวะฝุ่นพิษ การบริหารราชการแผ่นดินที่ทำให้ประเทศสูญเสียโอกาสการค้าการลงทุนระหว่างประเทศ และเนื่องจากเนื้อหาสาระการอภิปรายมีค่อนข้างมากจะเจรจาต่อรองเวลาไม่น้อยกว่า 36 ชั่วโมง โดยช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดในการเปิดอภิปราย คือ 16-18 ก.พ.
‘ชวน’คาดอภิปรายกลางก.พ.
เมื่อถามถึงความคาดหวังจากการเปิดอภิปราย จะมีความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองหรือไม่ นพ.ชลน่านกล่าวว่า มั่นใจความ เดือดร้อนที่ประชาชนได้รับจะส่งผลโดยตรงต่อรัฐบาลจากการกดดันของภาคประชาชน ที่เริ่มมีเสียงเรียกร้องจากทุกกลุ่มและทุกอาชีพ ถ้าจะมีการเปลี่ยนแปลงการเมืองไปในทางที่ดี รัฐบาลก็ควรพิจารณา เพราะครม.คือปัญหาสำคัญที่สุด
ด้านนายชวนกล่าวว่า คาดว่าน่าจะมีการอภิปรายในช่วงกลาง ก.พ. ส่วนระยะเวลาที่จะใช้ในการอภิปรายให้ตัวแทนผู้ควบคุมเสียงทั้งสองฝ่ายหารือกันต่อไปจากนี้จะนำญัตตินี้ไปตรวจสอบรายชื่อตามวิธีการของสภา และตามข้อบังคับ ก่อนจะบรรจุระเบียบวาระ
นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชา ธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ว่า พรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้กังวลที่ฝ่ายค้านยื่นอภิปรายรัฐบาลแบบไม่ลงมติ ถือว่าเป็นสิทธิตามระบบประชาธิปไตย ในส่วนรัฐมนตรีของพรรคทุกกระทรวงพร้อมชี้แจงและตอบข้อซักถามทุกประเด็น ชัดเจน ตรงไปตรงมามั่นใจในการทำงานของรัฐมนตรี ไม่มีเรื่องทุจริต จะใช้โอกาสนี้ชี้แจงทำความเข้าใจกับประชาชนถึงการทำงานด้วย และเชื่อว่ารัฐบาลพร้อมรับฟังขอเสนอแนะต่างๆ ของฝ่ายค้าน
กห.เปิดกว้างหาเสียงซ่อมหลักสี่
สำหรับการเลือกตั้งซ่อมส.ส.กทม. เขต 9 หลักสี่ จตุจักร (แขวงลาดยาว แขวงเสนานิคม และแขวงจันทรเกษม) ที่จะมีขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 30 ม.ค. ผู้สมัครทั้ง 8 คน ต่างหาเสียงกันอย่างเข้มข้นต่อเนื่อง
ที่กระทรวงกลาโหม (กห.) พ.อ.วันชนะ สวัสดี รองโฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงแนวทางของเหล่าทัพในการสนับสนุนการเลือกตั้งซ่อมส.ส.กทม.เขต 9 ว่า เหล่าทัพมีแนวทางที่ชัดเจนที่เขียนไว้ในเรื่องการสนับสนุนการเลือกตั้ง 4 ประเภทด้วยกันคือ สนับสนุนคน สถานที่ ยานพาหนะและการประชาสัมพันธ์ ในกรณีที่มีพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่งขอเข้ามาหาเสียงในหน่วย ทางหน่วยก็ต้องแจ้งไปที่กกต.จังหวัด เพื่อให้ประกาศเชิญชวนให้พรรคการเมืองเข้ามาหาเสียง และจะจัดพื้นที่กลางเพื่อให้ทุกพรรคการเมืองเข้ามาบอกกล่าวถึงนโยบายของพรรคตัวเองและมีการจัดคิวเข้ามา
ผู้สื่อข่าวถามว่า ต้องรอให้ทุกพรรคการเมืองเสนอมาพร้อมกันหรือไม่ พ.อ.วันชนะกล่าวว่า หากกกต.จังหวัดประกาศเชิญชวนแล้วมีเพียงพรรคการเมืองเดียว ทางกกต.ก็จะประกาศให้พรรคการเมืองเดียวเข้ามา ถือเป็นการเปิดกว้างเหมือนกัน
ก้าวไกลพร้อมชนเพื่อคนกทม.
วันเดียวกัน เฟซบุ๊กแฟนเพจและทวิตเตอร์พรรคก้าวไกล เผยแพร่คลิปความยาวกว่า 2 นาที ภายใต้สโลแกน “หมดเวลาซุกปัญหาไว้ใต้พรม ถึงเวลาเลือกผู้ว่าที่พร้อมชนเพื่อคนกรุงเทพ” โดยเนื้อหาคลิปนำเสนอปัญหาที่คนกทม.เผชิญมาเรื้อรัง พร้อมระบุว่า พรรคมีภารกิจสำคัญคือการส่งผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. ที่พร้อมชนทุกปัญหา รื้อขยะที่อยู่ใต้พรม กทม.ขึ้นมาจัดการ แก้ไขอย่างตรงไปตรงมา เพราะตราบใดที่ไม่แก้ปัญหาที่ต้นตอ ก็ไม่มีทางทำให้ชีวิตคนกทม.ดีกว่านี้ได้ “พบกัน 23 ม.ค.นี้”
นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ให้สัมภาษณ์ว่า พรรคก้าวไกลจะเปิดตัวผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.วันที่ 23 ม.ค. โดยเสนอผู้สมัครที่พร้อมชนทุกปัญหา เพื่อให้กทม.เกิดความเปลี่ยนแปลงได้จริง ส่วนที่มีการคาดเดาว่าเป็นนายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อ โฆษกพรรคก้าวไกล อาจเป็นการอนุมานไปล่วงหน้าเอง
กมธ.เชิญ2บริษัทกาสิโนให้ข้อมูล
เมื่อวันที่ 21 ม.ค. ที่รัฐสภา นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญ พิจารณาศึกษาการเปิดสถานบันเทิงครบวงจร (Entertainment Complex) หรือกมธ.กาสิโน เปิดเผยว่า จากปัญหาความขัดแย้งในพรรคพลังประชารัฐ ที่มีมติขับส.ส.กลุ่ม ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา ออก 21 คน ส่งผลกระทบต่อการประชุมกมธ.บ้าง เพราะทำให้การตั้งอนุกมธ.อีก 5 คณะ ที่จะมีการเสนอรายชื่อบุคคลต่างๆ ลงไปแต่ละคณะยังไม่แล้วเสร็จ เนื่องจาก มีส.ส.หลายคนในพรรคพลังประชารัฐ ที่อยู่ในกลุ่มร.อ.ธรรมนัส อยู่ในรายชื่อด้วย แต่กมธ.ชุดใหญ่ ยังคงทำหน้าที่ตามปกติ
ส่วนการประชุมกมธ.เมื่อวันที่ 20 ม.ค.ได้เชิญ 2 บริษัทที่ทำธุรกิจกาสิโนจากต่างประเทศมาให้ข้อมูลในแง่มุมต่างๆ ทั้งการจัดเก็บรายได้ ภาษี และผลกระทบต่างๆ ซึ่งที่ประชุมยัง ไม่ได้ข้อสรุป หากจะมีการเปิดสถานบันเทิงครบวงจรจริงๆ จะไปเปิดพื้นที่ใด จังหวัดอะไร แม้สมาชิกหลายคนอยากให้ไปจังหวัดที่เป็นเมืองท่องเที่ยวหลักของประเทศก็ตาม เพราะคงต้องมีการหารือให้ชัดเจนอีกครั้งว่าจะมุ่งเน้นลูกค้ากลุ่มใดเป็นหลัก เป็นชาวต่างชาติหรือคนไทย ซึ่งขณะนี้ยังอยู่ในขั้นตอนการศึกษารายละเอียดในแต่ละด้านเท่านั้น

ไม่ยอมแพ้ – พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เปิดเพลง ‘อย่ายอมแพ้’ จากโทรศัพท์มือถือส่วนตัว พร้อมกับร้องคลอตาม ก่อนประกาศลั่น ไม่ยอมแพ้ใครอยู่แล้ว กลางที่ประชุม ศบศ. ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 21 ม.ค.