ฝ่ายค้านแฉจ้องล็อบบี้ ไผ่โต้เดือดสส.สมศักดิ์ ธนาธรโผล่เวทีก้าวไกล ขึ้นปราศรัยใหญ่หลักสี่
ก้าวไกลคาดนายกฯ ยุบสภาไม่เกิน ส.ค. จับตารัฐบาลเดินเกมล็อบบี้ส.ส.ฝ่ายค้าน ทดแทนเสียงก๊วนธรรมนัส เพื่อไทยไม่หวั่นเกมซื้องูเห่า เชื่อไม่มีใครเสี่ยงเปลี่ยนขั้วย้ายข้างตอนนี้ ชี้รัฐบาลผ่านได้แค่สมัยประชุมนี้ เปิดสภาสมัยหน้ารอดยาก ‘ไผ่ ลิกค์’ โพสต์เดือด โต้ ‘สมศักดิ์ พันธ์เกษม’ อ้างไม่มีส่วนรู้เห็นกับกลุ่ม ‘ธรรมนัส’ ทั้งที่เข้าประชุม-ร่วมโหวต ถามไปพบใครมาถึงเปลี่ยนไป ก้าวไกลปราศรัยใหญ่ซ่อมหลักสี่ ‘ธนาธร’ ร่วมเวที อ้อนเลือก ‘เพชร กรุณพล’ โซเชี่ยลฮือฮา อ้อม-สุนิสา โพสต์อยากร้องเพลง “ถอยดีกว่า” หลัง ‘ตู่’ เปิดเพลง “อย่ายอมแพ้”
ธนกรยันตู่ไม่สนเกมการเมือง
วันที่ 22 ม.ค. นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกและรมว.กลาโหม ทำงานเพื่อประเทศชาติและประชาชน ปัญหาเร่งด่วนที่ให้ความสำคัญ คือแก้ปัญหาโควิด-19 ปัญหาคุณภาพชีวิตประชาชน และปัญหาราคาสินค้า นายกฯ ไม่อยากมาเสียเวลากับเกมการเมือง และยืนยันมาตลอดว่าไม่ได้ยึดติดกับอำนาจ มีแต่ความห่วงใย ตั้งใจพัฒนาประเทศเพื่อประโยชน์ สูงสุดของประชาชน เชื่อว่าประชาชนเข้าใจดี ที่ผ่านมาจึงเห็นประชาชนให้กำลังใจนายกฯ มากมาย ต้องขอบคุณกำลังใจจากคนไทยทุกคน
นายกฯ ตั้งใจทำงานจนสามารถแก้ปัญหาประเทศในหลายเรื่อง ซึ่งนายกฯ ย้ำเสมอว่าขณะนี้เป็นเวลาที่ทุกคนควรร่วมมือกันในการแก้ไขปัญหา อย่านำการเมืองมาเกี่ยวพันในทุกเรื่อง
อ้อมขอร้อง‘ถอยดีกว่า’
จากกรณี พล.อ.ประยุทธ์ เป็นประธานประชุมคณะกรรมการบริหารสถานการณ์เศรษฐกิจจากผลกระทบโควิด-19 เมื่อวันที่ 21 ม.ค. โดยช่วงท้ายเปิดเพลงจากโทรศัพท์มือถือ “อย่ายอมแพ้” ของ อ้อม สุนิสา สุขบุญสังข์ พร้อมแจ้งที่ประชุมว่า ตนเองไม่ยอมแพ้ อยู่แล้ว และเพลงเป็นการให้กำลังใจทุกคน ที่ร่วมทำงาน ไม่แพ้ต่อปัญหาอุปสรรค โดยเป็น ท่าทีหลังเกิดความขัดเเย้งภายในพรรค พปชร.
ล่าสุด อ้อม-สุนิสา เจ้าของบทเพลง “อย่ายอมแพ้” เคลื่อนไหวผ่านอินสตาแกรม โดยโพสต์สตอรี่ข้อความสุดพีกขำๆ ว่า “อยากร้องเพลง ถอยดีกว่า วนไปเรื่อยๆ” พร้อมอีโมจิเหงื่อตก และอีโมจิหัวเราะ สร้างสีสันในโซเชี่ยล
ไผ่โต้เดือดส.ส.สมศักดิ์
นายไผ่ ลิกค์ ส.ส.กำแพงเพชร พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) 1 ใน 21 ส.ส.ที่พรรค มีมติขับพ้นสมาชิกพรรค โพสต์เฟซบุ๊กตอบโต้ กรณี นายสมศักดิ์ พันธ์เกษม ส.ส.นครราชสีมา ทำหนังสือถึง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรค ขอให้ทบทวนมติพรรค
โดยนายไผ่ระบุ “วันนี้ ส.ส.เบี้ยว ออกมา บอกว่าไม่รู้เรื่องในทุกเรื่องที่เกิดขึ้น ในการโดนขับออกจากพรรคพปชร. ผมเกิดความสงสัยขึ้นมากมายว่าพี่มาถึงประมาณบ่าย 4-5โมง มีเวลาถึงเกือบ 3 ทุ่ม ขั้นตอนในการประชุมมีหลายขั้นตอนมาก ไม่ว่าจะเรียกมาคุยกันก่อน ตามด้วยประชุมกับหัวหน้าพรรค คณะกรรมการบริหารพรรคประชุมกันเอง และมาประชุมร่วมกับสมาชิกพรรค ทุกขั้นตอน มีการหารืออย่างเผ็ดร้อน ในการประชุม ทุกขั้นตอน”
ซัดกลับลำ-ไปพบใครมา
“พี่นั่งอยู่หลังผม พี่กลับบอกไม่รู้เรื่องด้วย ไม่รู้เรื่องมาก่อน และที่สำคัญตอนยกมือขอมติ จากสมาชิกพรรคพี่ยกมือด้วย แต่พอผ่านไปสองวัน คนไม่รู้เรื่องกลายเป็นคนเก่งขึ้นมา ร่างจดหมายได้ยาวเหยียด หลักการครบทุกอย่าง ความจำดี จำทุกอย่างทุกขั้นตอนได้หมด ที่พี่จำได้อาจจะไม่ใช่ที่พี่จำได้แต่อาจจะเพราะพี่ ไปพบใครมารึเปล่า
สุดท้ายสงสารประชาชนมาก ที่มี ส.ส. แบบนี้ไม่รู้เรื่องอะไรเลย ขนาดนั่งประชุมขนาดนี้ และที่โหวตๆ มารู้เรื่องบ้างมั้ย นี่ไม่รู้เรื่องขนาดโทร.มาบอกว่า “ผมดีใจมาก ผมรอมานานแล้ว” หรือพี่ได้ยาวิเศษอะไรเข้าไปครับ เลยเปลี่ยนพี่ไปขนาดนี้ แล้วสุดท้ายพี่จะไปอยู่พรรคไหน” นายไผ่ระบุ พร้อมติดแฮชแท็ก #RIPครับพี่
21 สส.ขอให้จัดที่นั่งฝั่งรัฐบาล
นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) รองประธานวิปรัฐบาล กล่าวถึงการประชุมสภาสัปดาห์หน้าที่อาจเกิดเหตุสภาล่มได้ เพราะซีกรัฐบาลมีส.ส.ถูกขับพ้นพรรค ว่าในขณะนี้ ส.ส.พปชร.ทั้ง 21 คนที่ถูกพรรคขับออก ยังดำรงตำแหน่งส.ส.อยู่ รัฐธรรมนูญมาตรา 109 ระบุชัดเจน ส.ส.ที่ถูกขับสามารถหาพรรคใหม่สังกัดได้ภายใน 30 วัน จึงเข้าใจว่า ส.ส.ดังกล่าวมีสิทธิเข้าร่วมประชุมสภาได้ ทราบว่าจากการพูดคุยกันภายใน กลุ่ม ส.ส.ที่ถูกขับออกแจ้งว่าให้จัด ที่นั่งในห้องประชุมสภาฝั่งรัฐบาลเหมือนเดิม
ส่วนตัวเห็นว่าเมื่อยังไม่พ้นความเป็นส.ส. ทุกคนก็ต้องรับผิดชอบต่องานสภา จึงคิดว่าการประชุมสภาสัปดาห์หน้าคงครบองค์ประชุม อย่างไรก็ตาม ตนได้หารือกับประธานวิปรัฐบาล ในฐานะ พปชร.เป็นแกนนำรัฐบาล ต้องมีการประสานงานกันอย่างเข้มข้น เพื่อให้การประชุมสภาเป็นไปด้วยความเรียบร้อย
วิปรัฐนัดถก 2 ปมจันทร์นี้
นายชินวรณ์กล่าวว่าในการประชุมวิป รัฐบาล 24 ม.ค.จะใช้ระบบซูม แต่ประธานและรองประธานวิปจะเข้าประชุมที่ทำเนียบ โดยจะหารือถึงเรื่องสำคัญในสถานการณ์ทาง การเมือง 2 เรื่อง 1.องค์ประชุมสภา ที่ยังอยู่ใน สถานการณ์เปลี่ยนผ่าน ต้องประสานกัน ระหว่างแต่ละพรรคเพื่อวิปจะได้ดำเนินการต่อ ไปได้ 2.การขอเปิดอภิปรายทั่วไปมาตรา 152 ที่ฝ่ายค้านยื่นไปแล้ว คาดจะสามารถอภิปรายได้ช่วงกลาง ก.พ. ส่วนร่างพ.ร.ป.ทั้งสองฉบับ ยังอยู่ในกระบวนการที่ประธานสภารับฟังความคิดเห็นต่อประชาชน หลังจากนั้นต้องส่งเรื่องให้นายกฯ รับรอง เพราะเป็นกฎหมายเกี่ยวกับการเงินอีก 7 วัน จึงคาดน่าจะบรรจุเข้าสู่วาระการประชุมได้กลาง ก.พ. เช่นกัน
พท.ชี้รัฐบาลรอดแค่สมัยประชุมนี้
นายสุทิน คลังแสง รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) ประธานวิปฝ่ายค้าน ให้สัมภาษณ์ หลัง พปชร.ขับ ร.อ.ธรรมนัส กับ ส.ส. 20 คน ทำให้เสียงของรัฐบาลปริ่มน้ำ มองรัฐบาล จะไปต่อไหวหรือไม่ว่า คิดว่าลำบากขึ้นเรื่อยๆ เพราะที่เป็นอยู่ขณะนี้เสียงของรัฐบาลก็หายไปประมาณ 20 กว่าเสียง ทราบว่าจะมีทยอยออกตามไปด้วย หากกลุ่มนี้ไม่ยอมมาประชุม ไม่โหวตช่วย หรือมาโหวตกับฝ่ายค้านบางเรื่อง ก็ทำให้รัฐบาลมีปัญหาทันที
สามารถแก้ปัญหาได้หาก พล.อ.ประยุทธ์ ปรับครม. แต่ฟังดูแนวคิดและดูบุคลิกแล้ว จะไม่ปรับ เพราะ พล.อ.ประยุทธ์ไม่ยอมงอแต่ยอมหัก หากเป็นเช่นนี้ก็จะมีปัญหา แต่จะถึงขึ้นยุบสภาหรือไม่นั้นจริงๆ ก็ต้องถึงขั้น ยุบสภา แต่ พล.อ.ประยุทธ์ อาจเลือกเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อยไปสักระยะหนึ่ง คิดว่ามันจะนับถอยหลัง คือน่าจะได้แค่สมัยประชุมนี้ หากเปิดสมัยประชุมหน้าก็จะมีเรื่องของการอภิปรายไม่ไว้วางใจ เรื่อง พ.ร.บ.งบประมาณ 2566 หากเป็นแบบนี้ก็คงไม่ไหว สถานะของรัฐบาลคงไปไม่รอด
ไม่หวั่นซื้องูเห่า
เมื่อถามถึงการเตรียมรับมือของพรรค หลังมีกระแสข่าวจะมีการเตรียมซื้อตัวงูเห่าจาก พรรคฝ่ายค้าน นายสุทินกล่าวว่า “เรื่องนี้ไม่ต้อง เตรียมรับมือ มันมีมานานแล้ว แต่เมื่อใกล้เลือกตั้งเช่นนี้ คิดว่าส.ส.เขาคงไม่กล้าเป็นงูเห่า เพราะจะถูกชาวบ้านจะลงโทษ และสังคมก็จับตา งูเห่าอยู่แล้ว ฉะนั้นจึงไม่ต้องเตรียมรับมือ”
เกิดวิกฤตศรัทธาหลังซักฟอก
นายสุทินกล่าวว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจแบบไม่ลงมติ ตามมาตรา 152 จะเป็นการกรีดแผลรัฐบาลอย่างแน่นอน เพราะมีปัญหาเกิดขึ้นเราถึงอภิปราย ฉะนั้น เราต้องพูดถึงปัญหา พูดถึงความจริง จะเรียกว่ากรีดแผลก็ใช่ หรือจะเรียกว่าอะไรก็ถูกทั้งนั้น และคิดว่ารัฐบาลก็คงจนมุม เมื่อถามว่าคาดว่าจะมีอะไรเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นหลังการอภิปรายครั้งนี้ นายสุทินกล่าวว่า คิดว่าหลังการอภิปราย ครั้งนี้แม้ไม่มีการลงมติ แต่เชื่อว่าคนจะอภิปรายช่วยรัฐบาลก็คงไม่มี ดีไม่ดีอาจจะมีการอภิปรายสวนทางรัฐบาล ฉะนั้น หลังการอภิปรายครั้งนี้เชื่อว่าวิกฤตศรัทธาจะเกิดขึ้นอีกครั้ง รัฐบาลก็ต้องนับถอยหลัง
เมื่อถามถึงการเตรียมความพร้อมของพรรค เพื่อไทยในการอภิปราย นายสุทินกล่าวว่า เราเตรียมความพร้อมมานานแล้ว เนื้อหาข้อมูล มีครบถ้วนแล้ว เหลือแค่จะหยิบใครลงพูดเรื่องอะไรเท่านั้น และจะมีการประชุมเพื่อหารือ กับหัวหน้าพรรคร่วมฝ่ายค้านในวันที่ 24 ม.ค.
ก้าวไกลแบ่งการบ้านส.ส.ซักฟอก
นายธีรัจชัย พันธุมาศ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล (ก.ก.) ให้สัมภาษณ์ถึงการ เตรียมความพร้อมอภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติ ตามมาตรา 152 ว่า พรรคเตรียมประเด็น ที่จะใช้ในการอภิปรายหมดแล้ว ทั้งประเด็นการเมืองและเศรษฐกิจ เช่น ปัญหาของแพง ค่าแรงถูก การบริหารราชการผิดพลาด โดยพรรค ได้แบ่งงานให้ ส.ส.ที่จะขึ้นอภิปรายในประเด็น ต่างๆ เรียบร้อยแล้ว จะเน้นประเด็นการอภิปราย ไปที่ความล้มเหลวการบริหารราชการแผ่นดิน ทางออกที่ดีที่สุดคือ พล.อ.ประยุทธ์ ลาออก
เมื่อถามถึงกฎหมายสำคัญของรัฐบาล ที่จะเข้าสู่สภา นายธีรัจชัยกล่าวว่า ช่วงนี้มีร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. และ ร่าง พ.ร.ป. ว่าด้วยพรรคการเมือง หากมีการพยายามเล่นเกมการเมืองเพื่อโค่นล้มรัฐบาล ร่างกฎหมายทั้งสองฉบับจะเป็นตัววัดที่สำคัญว่ารัฐบาลจะอยู่ได้หรือไม่ได้ ส่วนตัวคิดว่าต้องให้ผ่านสภาไปให้ได้ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย แต่หากรัฐบาลไปไม่ไหวจริงๆ ควรคืนอำนาจให้ประชาชน
ดักคอรัฐบาลล็อบบี้เสียงฝ่ายค้าน
เมื่อถามว่าฝ่ายค้านจะวางเกมคว่ำกฎหมายสำคัญในสภาเพื่อกดดันให้พล.อ.ประยุทธ์ ยุบสภาหรือลาออกหรือไม่ นายธีรัจชัยกล่าวว่า พรรคอยากให้มีการคืนอำนาจให้ประชาชนอยู่แล้ว เพื่อตัดสินว่าการบริหารของ พล.อ.ประยุทธ์ ที่ต่อเนื่องมา 8 ปี เป็นเหมือนฝีแตก ส่วนฝ่ายค้าน จะใช้โอกาสคว่ำร่างกฎหมายสำคัญ หรือไม่นั้น คงไม่ใช่เหตุผลทางการเมืองนี้เพียงอย่างเดียว ต้องดูเนื้อหากฎหมายฉบับนั้นๆ ด้วย หากเนื้อหา เอื้อต่อกลุ่มทุนเราก็รับไม่ได้ หากเป็นกฎหมาย ที่มีประโยชน์ต่อประชาชนโดยรวมก็จะโหวตให้ผ่าน
ขณะนี้การเมืองค่อนข้างเข้มข้น รัฐบาล มีปัญหาภายในกรณี ร.อ.ธรรมนัส และ 20 ส.ส.ถูกขับทำให้รัฐบาลมีเสียงปริ่มน้ำ นับแต่นี้ ต่อไปรัฐบาลต้องระวังตัวอย่างสุดขั้ว จะเอนไป ทางไหนก็ไม่มีใครรู้ คล้ายช่วงตั้งรัฐบาลใหม่ๆ ได้ยินว่ามีกระแสข่าวที่รัฐบาลกำลังล็อบบี้เสียงของพรรคฝ่ายค้าน เพื่อให้เป็นของพรรคตัวเองและทดแทนเสียงที่หายไป ซึ่งก็ต้องลองดูว่าจะทำได้แค่ไหน
“มีส.ส.คนหนึ่งมาแจ้งผมว่ารัฐบาลมีการเคลื่อนไหวจะล็อบบี้เสียงฝ่ายค้าน แต่ไม่ทราบรายละเอียดว่าถึงขั้นไหน แค่ขอเสียงโหวตหรือจะดูด ส.ส.เข้าพรรคไปเลย ตอนนี้ยังเป็นเพียงแค่ข่าวลือ ผมพยายามเช็กอยู่ว่าเป็น แบบนั้นจริงหรือไม่ พรรคร่วมฝ่ายค้านต่าง ก็พยายามตรวจสอบคนของตัวเองและระมัดระวังไม่ให้เกิดขึ้น หลายคนที่ผมรู้จัก ก็บอกว่ายังไม่มี แต่จากสถานการณ์ตอนนี้ คิดว่าก็มีโอกาสอยู่เหมือนกัน” นายธีรัจชัยกล่าว
โรมคาดยุบสภาไม่เกินสิงหา
นายรังสิมันต์ โรม รองเลขาธิการพรรคก้าวไกล (ก.ก.) ให้สัมภาษณ์ถึงข้อสังเกต พปชร.ขับ 21 ส.ส.เป็นเพียงการจัดฉาก ว่า ที่ทำไปทั้งหมดอาจเป็นส่วนหนึ่งของบทละคร ในการเอาตำแหน่ง เป็นไปได้สูงที่พปชร. จะลงมติบางอย่างสุ่มเสี่ยงต่อกฎหมาย ส่วนตัว ไม่แน่ใจว่าสุดท้ายแล้ว พล.อ.ประยุทธ์จะยอม ปรับครม.หรือไม่ แต่ถ้าไม่ยอมปรับครม. จะส่งผลกระทบหลายอย่างแน่นอน เสถียรภาพ ของรัฐบาลจะเป็นอย่างไรต้องจับตามอง
“เชื่อว่าจะมีการยุบสภาไม่เกินปีนี้ เผลอๆ ไม่เกินส.ค.นี้ ความฝันของ พล.อ.ประยุทธ์ ที่ต้องการอยู่จนครบวาระคงจะอันตรธานแน่นอน ได้ยิน ส.ส.พปชร.บ่น พล.อ.ประยุทธ์ ตลอดเวลา ก็รู้กันอยู่ว่าคนที่ย้ายไปย้ายมา สลับ พวกกันไปมาก็เป็นแค่ละครเพื่อผลประโยชน์ เขาไม่ได้รัก พล.อ.ประยุทธ์ จริง ผมมั่นใจ จากที่อยู่ในสภามาพลังประชารัฐไม่มีใครรักบิ๊กตู่ และสถานการณ์ตอนนี้อาการของโรคมันชัดแล้วที่ ร.อ.ธรรมนัส เป็นคนเริ่มก่อนและจะมีคนอื่นตามมา ทำให้รัฐบาลนี้ไปต่อลำบากมาก ทางที่ดีคือต้องยุบสภา ถ้ายื้อกันไป ลากกันไป ไม่ใช่การจบอนาคตทางการเมืองของ พล.อ.ประยุทธ์ คนเดียว แต่มันทำลายอนาคตของประชาชนทั้งประเทศด้วย” นายรังสิมันต์กล่าว
เจ๊หลียันป้อมช่วยหาเสียง
เวลา 07.30 น. นางสรัลรัศมิ์ เจนจาคะ ผู้สมัครรับเลือกตั้งซ่อมส.ส. กทม.เขต 9 หลักสี่-จตุจักร พปชร. พร้อมส.ส.กทม. อาทิ นายจักรพันธ์ พรนิมิต หัวหน้าภาคกทม. นางกรณิศ งามสุคนธ์รัตนา ส.ส.กทม. น.ส.ภาดาท์ วรกานนท์ ลงพื้นที่หาเสียงตลาดริมบึง ซอยแจ้งวัฒนะ 14
นางสรัลรัศมิ์กล่าวว่า ยุทธศาสตร์หาเสียงช่วงโค้งสุดท้ายจะเน้นลงพื้นที่พบปะประชาชน เพื่อขอคะแนนเสียงมากขึ้นโดยให้ครอบคลุมพื้นที่มากที่สุด ส่วนการปราศัยใหญ่คาดว่า จะไม่จัด แต่ช่วงเย็นวันจันทร์ที่ 24 ม.ค.นี้ พล.อ.ประวิตร ในฐานะหัวหน้าพรรค พปชร. จะลงพื้นที่พบปะพูดคุยกับประชาชนบริเวณโครงการบ้านมั่นคงริมคลอง สะพานไม้ 2 และอังคารที่ 25 ม.ค.จะมีรัฐมนตรีของพรรคลงพื้นที่ช่วยหาเสียง ส่วนที่ไม่เปิดเวทีปราศัยเนื่องจากเป็นคนพูดไม่เก่ง กลยุทธ์แต่ละคนแต่ละพรรคไม่เหมือนกัน ตนเน้นลงพื้นที่เป็นหลัก
‘เพชร’ชูเบี้ยชรา 3 พัน
เวลา 07.00 น. ที่ตลาดเคหะทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ นายกรุณพล เทียนสุวรรณ ผู้สมัครรับเลือกตั้งซ่อม ส.ส.กทม. เขต 9 พรรคก.ก. เบอร์ 6 พร้อมนายรังสิมันต์ ร่วมหาเสียงเชิญชวนประชาชนไปใช้สิทธิ์เลือกตั้ง 30 ม.ค.นี้
นายกรุณพลกล่าวว่า เขตหลักสี่มีผู้สูงอายุมากกว่าทุกเขตในกทม. พรรคมีนโยบายส่งเสริม เพิ่มสวัสดิการผู้สูงอายุคนละ 3,000 บาท เพื่อเป็นการดูแลคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุ ในช่วงหลังวัยเกษียณ
นายรังสิมันต์กล่าวว่า ถ้าประชาชนเห็นว่า การบริหารงานของรัฐบาลแย่ขอให้กาเบอร์ 6 เลือกนายกรุณพลไปเป็นผู้แทนในสภา ถ้าเราจะเปลี่ยนแปลงการเมืองต้องเปลี่ยนทั้งระบบ ตั้งแต่ ส.ส. ส.ก. และผู้ว่าฯ กทม.ที่จะเปิดตัว 23 ม.ค.

ปราศรัยใหญ่ – พรรคก้าวไกลยกทัพแกนนำขึ้นเวทีปราศรัยใหญ่ หาเสียงเลือกตั้งซ่อมส.ส.กทม. เขต 9 หลักสี่-จตุจักร โดยมีประชาชนมาร่วมฟังจำนวนมาก ที่ลานกีฬาชุมชนเสนานิคม 2 ซอยพหลโยธิน 34 เมื่อวันที่ 22 ม.ค.
แกนนำแห่ร่วมปราศรัยใหญ่
เวลา 18.00 น. ที่ลานกีฬาชุมชนเสนานิคม 2 ซ.พหลโยธิน 34 มีการปราศรัยใหญ่ครั้งแรกของนายกรุณพล โดยมีแกนนำและสมาชิกพรรค ก.ก. อาทิ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรค นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ รองหัวหน้าพรรค นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรค นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส.ส.กทม. ร่วมเวทีปราศรัย มีประชาชนร่วมฟังจำนวนมาก บรรยากาศคึกคัก รวมถึงนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า และ น.ส.พรรณิการ์ วานิช กก.บห.คณะก้าวหน้า ท่ามกลางมาตรการป้องกันโควิด-19 ที่เข้มข้น
นายพิจารณ์ ปราศรัยว่า รอบนี้ต้องกาเบอร์ 6 ให้ถล่มทลายเพื่อพิพากษารัฐบาลลุงตู่ ให้คนทั้งประเทศรู้ว่าชาวหลักสี่-จตุจักร ไม่เอาแล้วรัฐบาลที่ล้มเหลวทั้งวิกฤตเศรษฐกิจและโควิด ให้ผลเลือกตั้งตบหน้า พล.อ.ประยุทธ์ เชื่อว่าไม่มีใครอยากเห็นรัฐบาลนี้อยู่จนครบวาระ แต่ 1 ปีข้างหน้านี้มีสิ่งที่ท้าทายนายกรุณพล 1.การอภิปรายทั่วไปแบบไม่ลงมติ จะเปิดโปงให้เห็นถึงความล้มเหลวซ้ำแล้วซ้ำอีกของรัฐบาล 2. พ.ค.จะมีการพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบ 2566 วงเงิน 3.185 ล้านล้านบาท ปีงบประมาณสุดท้ายของรัฐบาล เชื่อจะมีการซุกซ่อนหมกเม็ดชนิดไม่เคยมีมาก่อนเพื่อเล่นแร่แปรธาตุเอาชนะเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้น 3.เวทีอภิปรายไม่ไว้ วางใจรอบนี้ต้องเป็นฉากอวสานของรัฐบาลประยุทธ์
ธนาธรอ้อนขอเสียง 30 ม.ค.
จากนั้น นายธนาธร ปราศรัยว่า 30 ม.ค.นี้เป็นวันที่ประชาชนจะได้ตัดสินใจว่าอยาก จะได้พรรคแบบไหนในสภา ตั้งแต่พรรคอนาคตใหม่ จนถึงพรรคก้าวไกลวันนี้พิสูจน์แล้ว ว่าเราเป็นพรรคที่กล้าชนกับความอยุติธรรม กล้าตรวจสอบความไม่ถูกต้อง ทั้งกองทัพ ทุนผูกขาด เราถูกยุบพรรค ถูกดำเนินคดี ถูกกล่าวหาใส่ร้ายไม่เป็นธรรมมากมาย เพราะยืน อยู่ฝั่งตรงข้ามเผด็จการ ต่อสู้กับความอยุติธรรม เราไม่มีอำนาจ ไม่มีรถถัง ไม่มีปืน มีอย่างเดียวที่จะปกป้องพวกเราได้คือเสียงประชาชน ดังนั้น 30 ม.ค. ขอประชาชนออกมาปกป้องเราด้วย
นายกรุณพลกล่าวว่า จุดแข็งตนคือรับรู้ปัญหาของคนพื้นที่ดี เพราะอยู่นี่มามากกว่า 23 ปี แต่รู้และพูดอย่างเดียวไม่สามารถ แก้ปัญหาได้ ต้องมีโอกาสเข้าไปลงมือทำ ตนกังวลเรื่องการซื้อเสียง ซึ่งไม่มีหน่วยงานเข้ามาจัดการ แต่ไม่กังวลว่าจะมาตัดคะแนนเพราะเชื่อว่าประชาชนฉลาดพอจะรู้ว่าเงิน แค่ 500 บาท 1,000 บาท 1,500 บาทที่ได้ เป็นเพียงเศษเงินที่คนให้จะนำไปต่อยอด เอางบประมาณเข้ากระเป๋าตัวเอง