ตรวจห้องเย็นอายัดไก่แช่แข็ง ตรุษจีนกระอักกระดาษไหว้พุ่ง แม่ค้าหวยโอดขอขายใบ110บ.
ถึงคิวน้ำมันพืชจ่อขาดตลาด ห้างถึงกับขึ้นป้ายแจง คาดเหตุจากน้ำมันปาล์มขวดแพง ตรุษจีนนี้ จ๊ากอีกเผยราคากระดาษเงินกระดาษทองก็พุ่งขึ้นกว่า 40 เปอร์เซ็นต์ เพราะต้องสั่งจากประเทศจีน รวมกับราคาอาหารสดที่พุ่งขึ้น คาดคนซื้อของไหว้ปีนี้กันแต่พอประมาณ ขณะที่พาณิชย์ทุกจังหวัด-กรมการค้าภายในลุยตรวจสต๊อกอาหารแช่แข็ง ป้องกันการกักตุนขึ้นราคา ฉะเชิงเทราสั่งอายัดชิ้นส่วนไก่กว่า 2 ตัน ปศุสัตว์ ก็อายัดหมูโรงเย็นที่นครปฐม หลังไม่มีเอกสารเคลื่อนย้ายและขายสินค้า แม่ค้าหวยขึ้นป้ายด้วย ยอมรับหวยงวดนี้แพงจริง ขอขายใบละ 110 บาท
พาณิชย์ลุยเช็กสต๊อกหมู
วันที่ 22 ม.ค. จากกรณีเนื้อหมูแพง จนลามไปถึงสินค้าอุปโภคบริโภคหลายชนิด จนรัฐบาลสั่งให้ตรวจสอบสต๊อกหมูทั่วประเทศ ป้องกันการกักตุน ความคืบหน้า นายอาวุธ วงศ์สวัสดิ์ รองอธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า ในวันนี้ กรมการค้าภายใน พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจจากกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค เจ้าหน้าที่กรมปศุสัตว์ และเจ้าหน้าที่สำนักงานพาณิชย์จังหวัดปทุมธานี ลงพื้นที่ตรวจสอบภาวะราคาและปริมาณหมู ตามที่คณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) กำหนดให้ผู้เลี้ยงหมูรายใหญ่ ตั้งแต่ 500 ตัวขึ้นไป และผู้ครอบครองหรือห้องเย็นที่มีสต๊อกหมู ตั้งแต่ 5,000 กิโลกรัมขึ้นไป แจ้งปริมาณ และราคาทุก 7 วัน เริ่มตั้งแต่วันที่ 10 ม.ค.นี้เป็นต้นไป
เพื่อดูแลปริมาณหมูและสต๊อกหมูที่มีอยู่ทั้งประเทศ ณ บริษัทเอก-ชัย ดิสทริบิวชั่น ซิสเทม จำกัด ดีซี ลำลูกกา และ บริษัท สกายลักค์ จำกัด อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี ซึ่งบริษัทเอก-ชัย ดิสทริบิวชั่น ซิสเทม จำกัด ดีซี ลำลูกกา เป็นศูนย์กระจายสินค้า ห้องเย็นขนาดใหญ่ รองรับได้ 8,400 ตัน ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่า มีสต๊อกเข้าออกประมาณ 20,000-30,000 ก.ก. ทุกวัน
สำหรับหมูแช่แข็งก็จะมีการจัดส่งไปจำหน่ายในห้างโลตัส และร้านโลตัสโกเฟรช ประมาณ 1,400 สาขา สำหรับปริมาณสต๊อกหมูตรวจสอบ ณ วันที่ 22 ม.ค.65 พบมีปริมาณรวม 77,182 ก.ก. ซึ่งสอดคล้องกับบัญชีประจำวัน ส่วนบริษัท สกายลักค์ จำกัด เป็นห้องเย็นขนาดกลางรองรับได้ 100 ตัน จำหน่ายเนื้อหมูให้ร้านเฟรนไชส์ในเครือ ซึ่งปริมาณสต๊อกหมูชำแหละ ที่ตรวจพบ ณ วันที่ 22 ม.ค.65 มีปริมาณรวม 4,725 ก.ก. ซึ่งสอดคล้องกับบัญชีประจำวัน เช่นกัน ทั้งนี้ทั้ง 2 บริษัทมีการปฏิบัติตามประกาศ กกร. ถูกต้อง
นายอาวุธ วงศ์สวัสดิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า รองนายกฯ และรมว.พาณิชย์ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ สั่งการให้พาณิชย์จังหวัดทุก จังหวัดบูรณาการกับจังหวัดออกตรวจสอบ การเก็บสต๊อกหมูเป็นของห้องเย็นขนาดกลางและใหญ่หากตรวจแล้วพบว่าไม่แจ้งปริมาณ จะมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 20,000 บาท และปรับอีกวันละ 2,000 บาท ตลอดเวลาที่ยังฝ่าฝืนหรือจนกว่าจะแจ้ง หรือทั้งจำทั้งปรับ และหากพบเห็นว่ามีการกักตุนจะมีโทษตามมาตรา 30 แห่ง พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ ซึ่งมีโทษจำคุก 7 ปีปรับ 140,000 บาทหรือทั้งจำและปรับ ทั้งนี้ หากประชาชนพบเห็นการกักตุนหรือจำหน่ายสินค้าในราคาที่ไม่เป็นธรรม สามารถแจ้งได้ที่สายด่วนกรมการค้าภายใน 1569 หรือสำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ
ปศุสัตว์อายัดหมูแช่แข็ง
น.สพ.สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์ เผยว่า สั่งการให้เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพิเศษพญาไท ด่านกักกันสัตว์สระบุรี ด่านกักกันสัตว์พระนครศรีอยุธยา ด่านกักกันสัตว์สุพรรณบุรี สนธิกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปราบการกระทำความผิดเกี่ยวการคุ้มครองผู้บริโภค (ปคบ.) ตรวจสอบห้องเย็น เพื่อป้องกันกรณีที่อาจมีการกักตุนสินค้าประเภทเนื้อสุกรเพื่อผลประโยชน์ทางการค้า โดยในครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบการกักตุนซากสุกร ในห้องเย็น 2 แห่ง ในพื้นที่จังหวัดนครปฐม โดยเข้าตรวจสอบบริษัท C (นามสมมติ) เป็นโรงงานตัดแต่งเนื้อสัตว์ และมีห้องเย็นของตนเอง พบมีการจัดเก็บซากสุกร 288,828.6 กิโลกรัม พนักงานเจ้าหน้าที่จึงขอตรวจสอบเอกสารเคลื่อนย้าย พบมีซากสุกรบางส่วน 56,898 กิโลกรัม นำไปฝากจัดเก็บห้องเย็นภายนอกแห่งหนึ่ง ไม่มีเอกสารเคลื่อนย้ายซากสัตว์ และทางบริษัทยังไม่ได้แจ้งจำนวนกักตุนต่อกรมการค้าภายใน พนักงานเจ้าหน้าที่จึงได้อายัดซากสุกร 56,898 กิโลกรัม ไว้ที่ห้องเย็นดังกล่าว และพนักงานเจ้าหน้าที่ได้ขยายผล เข้าตรวจสอบบริษัท D (นามสมมติ) มีลักษณะเป็นโรงงานตัดแต่งเนื้อสัตว์และรับฝากเนื้อ (ห้องเย็น) พบมีซากสุกรจัดเก็บ 56,388.66 กิโลกรัม และยังไม่ได้แจ้งต่อกรมการค้าภายใน พนักงานจึงขอตรวจสอบเอกสารการเคลื่อนย้าย พบว่าซากสุกร 10,088 กิโลกรัม ไม่มีเอกสารเคลื่อนย้ายซากสัตว์ พนักงานเจ้าหน้าที่จึงได้อายัดซากสุกร 10,088 กิโลกรัม ทางบริษัทยังไม่ได้แจ้งการกักตุนสินค้าให้กรมการค้าภายในทราบ
หวั่นราคาน้ำมันปาล์มพุ่งสูง
รายงานข่าวจากกรมการค้าภายใน (คน.) กระทรวงพาณิชย์รายงานว่า กรมได้หารือถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาราคาน้ำมันปาล์มที่เกิดขึ้นในขณะนี้ว่ากรมจะยังใช้มาตรการปกติในการแก้ไขปัญหาเช่น การขอความร่วมมือจากห้างสรรพสินค้าในการจัดโปรโมชั่นลดราคาน้ำมันปาล์ม การจัดมหกรรมลดราคาสินค้าอุปโภคบริโภคในพื้นที่ต่างๆ การจัดรถโมบายออกไปจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภครวมทั้งน้ำมันปาล์มให้กับประชาชนทั่วประเทศ เป็นต้น
โดยยืนยันว่าแม้สต๊อกน้ำมันปาล์มดิบหรือซีพีโอจะเหลือเพียง 160,000 ตัน ก็ยังไม่ถึงขั้นวิกฤตที่จะต้องใช้มาตรการพิเศษในการเข้ามาดำเนินการแก้ไขปัญหา ซึ่งปัญหาที่เกิดขึ้นเกิดจากผลผลิตโดยรวมทั่วโลกลดต่ำลง รวมทั้งไทยบวกกับพื้นที่เพาะปลูกลดลง จึงทำให้ผลผลิตลดลงส่งผลให้น้ำมันปาล์มออกมาน้อย อย่างไรก็ตามกระทรวงยังไม่อนุญาตให้ ผู้ประกอบการปรับขึ้นราคาสินค้า หากประชาชนพบเห็นการเอาเปรียบของผู้ค้าโทรสายด่วน 1569 หากพบการทำผิดก็จะดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ขาดสต๊อก – ห้างจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคขนาดใหญ่ย่านแจ้งวัฒนะ กทม. ติดป้ายขออภัยน้ำมันถั่วเหลืองขาดสต๊อก และกำลังดำเนินการอย่างเร่งด่วนเพื่อให้มีสินค้าเพียงพอ ซึ่งขณะนี้เริ่มขาดตลาดแล้ว เมื่อวันที่ 22 ม.ค.
ห้างขึ้นป้ายน้ำมันพืชไม่มีขาย
รายงานข่าวจากห้างค้าปลีก กล่าวว่า ขณะนี้สินค้าในหมวดน้ำมันพืช อย่าง น้ำมันถั่วเหลือง น้ำมันปาล์ม และน้ำมันรำข้าว ที่อยู่ในซูเปอร์มาร์เก็ตในห้างค้าปลีกยังมีสินค้าจำหน่ายอยู่เหมือนเดิมแต่อาจจะมีขาดช่วงบ้าง เพราะยอมรับว่าสินค้ามีประชาชนมาจับจ่ายมากกว่าปกติ ซึ่งทางห้างพยายามให้มีสินค้าไม่ให้ขาดชั้นสินค้า และมีสินค้าเข้าในทุกสาขาตลอดเวลา ที่สำคัญทางห้างมีการทำงานร่วมกับทางผู้ผลิต เพื่อไม่ให้สินค้าขาดสต๊อก ส่วนกรณีที่ห้างค้าปลีกห้างส่งมีสินค้าขาดนั้น อาจจะเป็นการขาดสต๊อกชั่วคราวเท่านั้น ซึ่งทางห้างต้องเร่งแก้ปัญหาอย่างเร่งด่วนอยู่แล้ว เพื่อไม่ให้ประชาชนเดือดร้อน
ส่วนสถานการณ์จำหน่ายน้ำมันปาล์มขวดสำหรับผู้บริโภคในซูเปอร์มาร์เก็ต และห้างสรรพสินค้าในช่วงเดือนก.พ. 2564 นั้นพบว่า ราคาทรงตัวระดับสูงขวด 48-49 บาท พร้อมกับมีการจำกัดปริมาณการซื้อไม่เกินครัวเรือนละ 3 ขวดเช่นเดิม ขณะที่ตามร้านค้าโชห่วย และ ในตลาดสดก็ยังขายน้ำมันปาล์มอยู่ที่ขวด 50-55 บาท
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ห้างสรรพสินค้าค้าปลีก ค้าส่ง เริ่มนำป้ายน้ำมันปาล์มขาดแคลนมาติด โดยระบุว่า สถานการณ์น้ำมันถั่วเหลือง ทำให้ขาดสต๊อก และสินค้าขาดส่งจากผู้ผลิต
เปิดสาเหตุน้ำมันถั่วเหลืองแพง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับผลผลิตถั่วเหลือของไทยนั้นในปี 2560 สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) ระบุว่า มีผลผลิต 85,685 ตัน ปี 2561 มีผลผลิต 82,455 ตัน ปี 2562 มีปริมาณ 52,570 ปี 2563 มีปริมาณ 71,672 ตัน ส่วนปี 2564 ไม่มีรายงานผลผลิต โดยราคาที่กรมการค้าภายใน รายงานระบุว่า ในปี 2561 เกษตรกรขายได้เฉลี่ยทั้งปี ต่อก.ก. ที่ 16.74 บาท ปี 2562 ราคา 15.66 บาท ปี 2563 ราคา 16.95 บาท ปี 2564 ราคา 16.86 บาท ขณะที่ราคาขายส่งเมล็ดถั่วเหลืองเกรดแปรรูปผลิตภัณฑ์อาหารตลาดกทม.ราคาเฉลี่ยต่อก.ก.ในปี 2561 อยู่ที่ 20.53 บาท ปี 2562 ราคา 20.12 บาท ปี 2563 ราคา 20.50 บาท ส่วนปี 2564 ยังไม่มีรายงาน
ราคาขายส่ง เมล็ดถั่วเหลืองเกรดผลิตอาหารสัตว์ ตลาดกทม.ราคาเฉลี่ยต่อก.ก. ปี 2561 ราคา 18.87 บาท ปี 2562 ราคา 18.50 บาท ปี 2563 ราคา 18.50 บาท ปี 2564 ราคา 20.73 บาท
ราคาขายส่ง เมล็ดถั่วเหลืองเกรดสกัดน้ำมัน ความชื้น 13.0% ตลาดกทม.ราคาเฉลี่ยต่อก.ก.ทั้งปี 2561-2563 ราคา 18.50 บาท และราคาปี 2564 ราคา 20.73 บาท
ราคาซื้อขายล่วงหน้าเมล็ดถั่วเหลือง ตลาดชิคาโก เฉลี่ยต่อก.ก.ปี 2561 ราคา 11.11 บาท ปี 2562 ราคา 10.20 บาท ปี 2563 ราคา 10.99 บาท ปี 2564 ราคา 19.73 บาท
ปริมาณการนำเข้าปี 2561 ปริมาณ 2,722,969 ตัน ปี 2562 ปริมาณ 3,209,277 ตัน ปี 2563 ปริมาณ 4,044,716 ตัน ปี 2564 ปริมาณ 3,616,701 ตัน ปริมาณการส่งออกปี 2561 ปริมาณ 3,183 ตัน
ส่วนราคากากถั่วเหลือง กรมการค้าภายในระบุว่าราคาขายส่ง กากถั่วเหลืองผลิตในประเทศจากเมล็ดในประเทศ โปรตีน 44-48% ณ หน้าโรงงานสกัดน้ำมัน ตลาด กทม. ปี 2561 ราคาเฉลี่ย 20.50 บาทต่อก.ก. ปี 2562 ราคา 18.38 บาท ปี 2563 ไม่มีรายงาน ปี 2564 ราคา 25.67 บาท
ราคาขายส่ง กากถั่วเหลืองผลิตในประเทศจากเมล็ดนำเข้า โปรตีน 45-46% ณ หน้าโรงงานสกัดน้ำมัน ตลาด กทม.ราคาเฉลี่ยทั้งปี 2561 ราคา 14.64 บาท ปี 2562 ราคา 13.22 บาท ปี 2563 ราคา 13.47 บาท ปี 2564 ราคา 17.45 บาท
ราคาขายส่ง กากถั่วเหลืองนำ เข้าจากต่างประเทศ โปรตีน 47% ณ โกดังผู้นำเข้า ตลาด กทม.ราคาเฉลี่ยทั้งปี 2561 ราคา 14.36 บาท ปี 2562 ราคา 13.03 บาท ปี 2563 ราคา 13.25 บาท ปี 2564 ราคา 16.92 บาท ราคาซื้อขายล่วงหน้ากากถั่วเหลือง ตลาดชิคาโก ปี 2561 เฉลี่ยทั้งปี 12.05 บาท ปี 2562 ราคา 10.45 บาท ปี 2563 ราคา 10.99 บาท ปี 2564 ราคา 13.52 บาท
ผลิตไม่พอต้องนำเข้า
ปริมาณการนำเข้ากากถั่วเหลือง ปี 2561 ปริมาณ 2,952,274 ตัน ปี 2562 ปริมาณ 3,207,802 ตัน ปี 2563 จำนวน 2,645,236 ตัน ปี 2564 ปริมาณ 2,643,73 ตัน ส่งออกปี 2561 ปริมาณ 44,596 ตัน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากข้อมูลดังกล่าวเห็นได้ว่า ผลผลิตถั่วเหลืองของไทยผลิตออกมาได้น้อยกว่าความต้องการใช้ภายในประเทศ ทำให้ต้องนำเข้าจากต่างประเทศ ซึ่งถั่วเหลืองส่วนมากจะผลิตจากประเทศที่อยู่ในกลุ่มเดียวกันกับผู้ผลิตอาหารสัตว์ คือ ข้าวโพด ข้าวสาลี ปลาป่น และมันสำปะหลัง ซึ่งทั้งหมดนี้อยู่ในภาวะราคาขาขึ้น
โดยในส่วนของถั่วเหลือง และกากถั่วเหลือง ไทยต้องนำเข้าจากบราซิล อาร์เจนตินา ซึ่งนอกจากจะราคาสูงเพราะเรื่องการขนส่งและภาษีแล้ว ส่วนหนึ่งก็มาจากผลผลิตออกมาน้อย เพราะประเทศผู้ผลิตประสบปัญหาภัยแล้ง รวมทั้งข้าวสาลีที่นำเข้ามาจากยูเครน นอกจากนี้สาเหตุที่วัตถุดิบเหล่านี้มีราคาสูงขึ้นก็มาจากการที่จีนกว้านซื้อผลผลิตเหล่านี้เป็นจำนวนมาก ยิ่งทำให้ราคาวัตถุดิบสูงขึ้นตามไปด้วย จึงเป็นส่วนสำคัญของการปรับขึ้นของราคาน้ำมันถั่วเหลืองในขณะนี้เนื่องจากวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตน้ำมันมีราคาสูงขึ้น
น้ำมันรถก็ปรับขึ้นแล้ว 5 หน
รายงานข่าวจากบริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) วิเคราะห์สถานการณ์ราคานํ้ามันดิบตลาดโลกตลาดเวสต์ เท็กซัสและเบรนท์ในช่วงปรับตัวลดลงเล็กน้อย หลังสํานักงานสาร สนเทศด้านพลังงานสหรัฐ (อีไอเอ) รายงานตัวเลขนํ้ามันดิบคงคลังสหรัฐปรับเพิ่มขึ้น 500,000 บาร์เรลเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว สวนทางกับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ว่าจะปรับลด 700,000 บาร์เรล
ทั้งนี้ ตลาดยังคงได้รับแรงหนุนจากความกังวลอุปทานที่ตึงตัว จากสถานการณ์ตึงเครียดระหว่างสหรัฐ และรัสเซีย จากกรณีที่สหรัฐขู่ว่ารัสเซียจะเผชิญกับการควํ่าบาตรหากรัสเซียบุกโจมตียูเครน รวมถึงเหตุระเบิดท่อส่งน้ำมันจากอิรักไปยังตุรกี อีกทั้งยังเกิดเหตุการณ์ความไม่สงบจากการโจมตีของกลุ่มกบฏฮูตีในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
ดังนั้นสํานักงานพลังงานสากล (ไออีเอ) จึงคาดการณ์ว่ากลุ่มผู้ผลิตน้ำมันส่งออกรายใหญ่ของโลกและชาติพันธมิตร (โอเปก พลัส) จะผลิตนํ้ามันดิบตํ่ากว่าเป้าหมายในเดือนธ.ค.ประมาณ 800,000 บาร์เรลต่อวัน จากสถานการณ์ความไม่สงบในประเทศสมาชิก
อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้นักวิเคราะห์ของโอเปกประเมินทิศทางราคาน้ำมันดิบมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นถึง 100 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล จากการฟื้นคืนของอุปสงค์หลังจากการแพร่ระบาดของเชื้อโอมิครอน และคาดว่ากำลังการผลิตสำรองของโอเปก พลัสจะลดลงสู่ระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์
รายงานข่าวแจ้งว่าตั้งแต่วันที่ 5-22 ม.ค.2565 ราคาขายปลีกน้ำมันในประเทศปรับขึ้นไปแล้ว 5 ครั้ง ได้แก่วันที่ 5, 8, 11, 14 และ 20 ม.ค.2565 โดยราคาขายปลีกน้ำมันกลุ่มดีเซลปรับขึ้นรวม 1.50 บาท/ลิตร โดยเฉพาะน้ำมันดีเซล บี7 ซึ่งเป็นน้ำมันพื้นฐาน และดีเซล บี20 เป็นน้ำมันที่ใช้ในรถบรรทุกที่ขนส่งสินค้า อยู่ที่ 29.94 บาท/ลิตร เนื่องจากรัฐมีมาตรการตรึงราคาไว้ไม่ให้เกิน 30 บาทต่อลิตร เพื่อไม่ให้ส่งผ่านไปยังต้นทุนราคาสินค้าอุปโภคบริโภคในตลาด ช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชน ขณะที่ดีเซลพรีเมียม บี7 อยู่ที่ 35.96 บาทต่อลิตร
ส่วนราคาขายปลีกน้ำมันกลุ่มเบนซินปรับขึ้นรวม 2 บาท/ลิตร ทำให้ราคาน้ำมันเบนซินทะลุ 40 บาท/ลิตรไปอยู่ที่ 40.56 บาท/ลิตร แก๊สโซฮอล์ 95 อยู่ที่ 33.15 บาท/ลิตร แก๊สโซฮอล์ 91 อยู่ที่ 32.88 บาท/ลิตร ยกเว้น อี20 ปรับขึ้น 30 สตางค์/ลิตร อยู่ที่ 31.64 บาท/ลิตร
ตรุษจีนจ๊าก-กระดาษไหว้ก็แพง
สำหรับเทศกาลตรุษจีนที่ใกล้จะถึงในวันที่ 1 ก.พ. จากการลงสำรวจที่ตลาดเยาวราช พบมีประชาชนไปหาซื้อข้าวของจำเป็นกันล่วงหน้าแล้ว ในกลุ่มของแห้ง ขนมแห้ง และของเซ่นไหว้ จำพวกธูปและกระดาษเงินกระดาษทอง ราคาทรงตัวจากปีที่แล้ว ส่วนกลุ่มอาหารสด แม่ค้าบอกว่าราคาขึ้นต่อเนื่อง และเมื่อใกล้ถึงวันจ่าย ราคาจะสูงขึ้นไปอีก
อย่างเป็ดพะโล้ วันนี้ราคาตัวละ 400 บาท พอถึงวันตรุษจีน คาดว่าจะอยู่ที่ ตัวละ 450 บาท ส่วนไก่ต้ม วันนี้ตัวละ 480 บาท วันตรุษจีน คาดว่าจะขายกันตัวละ 550 บาท ขณะที่หมูสามชั้นต้ม ชิ้นละ 200 บาท วันตรุษจีน เพิ่มอีก 50 บาท เป็นชิ้นละ 250 บาท ซึ่งสูงกว่าปีที่แล้ว ที่ขายกันชิ้นละ 170 บาทเท่านั้น ขณะที่กระเพาะปลาแห้ง วันนี้ราคาปรับขึ้นเท่าตัว จากก.ก. ละ 500 บาท เป็นก.ก. ละ 1,000 บาท หมี่เหลืองแห้ง เพิ่มขึ้นก.ก. ละ 5 บาท
ทั้งนี้ราคาสินค้าที่สูงขึ้น แม่ค้าเองก็ปรับราคาขึ้นได้ไม่มาก เพราะขายยาก ตัวผู้บริโภคเองก็เปลี่ยนพฤติกรรม จากการซื้อของแห้งแยกชนิด ไปเป็นการซื้ออาหารสำเร็จรูป ที่ราคาถูกกว่ามาก
ที่จ.กำแพงเพชร ผู้สื่อข่าวออกสำรวจร้านของไหว้ต่างๆ เนื่องจากใกล้ถึงเทศกาลตรุษจีน โดยที่ร้านไทยทวีพานิชย์ ตลาดศูนย์การค้า จ.กำแพงเพชร ต.ในเมือง อ.เมือง จ.กำแพงเพชร นำสิ่งของไหว้เจ้าไหว้บรรพบุรุษมาวางเต็มร้าน มีทั้งโคมไฟมงคลสีแดง กระดาษเงินกระดาษทองทั้งแบบที่พับและไม่พับ ประทัดหลายขนาด ชุดเสื้อผ้า ชุดของใช้บรรจุในกล่องมีนาฬิกา โทรศัพท์มือถือ สร้อยแหวน กระเป๋าสตางค์เป็นต้น รวมทั้งของตบแต่งมงคลเทศกาลตรุษจีน เริ่มมีคนมาหาซื้อของกันบ้างแล้ว ทั้งนี้เจ้าของร้านเปิดเผยว่า โดยรวมปีนี้ของขึ้นราคาประมาณ 40 เปอร์เซ็นต์ กระดาษเงินกระดาษทองขึ้นไปประมาณ 35-40 เปอร์เซ็นต์ เพราะเป็นสินค้านำเข้าจากประเทศจีน ประทัดอยู่ที่เราจะสู้ราคาหรือไม่ ถ้าสู้ราคาก็มีของส่งให้ ชุดเสื้อผ้า และตระกูลแบงก์กงเต๊กไม่มีสินค้าแล้ว สั่งไปก็ไม่ได้ของ ต้องไปขอซื้อจากซาปั๊วที่เขากักตุนไว้แต่ราคาก็แพงขึ้นอีก ส่วนค่าขนส่งซึ่งขณะนี่ราคาน้ำมันแพงขึ้นนั้นก็ยังไม่มีผล เนื่องจากเพิ่งขึ้นไปช่วงที่ราคาน้ำมันพีกสุดๆ ไป
นายเผ่า มุ่งคีมกลาง อายุ 54 ปี บ้านอยู่ ถนนเทศา 2 ต.ในเมือง อ.เมือง จ.กำแพงเพชร อาชีพเป็นโปรแกรมเมอร์รถยนต์ เปิดเผยว่า ต้องมาซื้อก่อนเพราะถ้ามาใกล้วันจ่ายคนจะมาก ส่วนเรื่องราคาที่แพงขึ้นไม่เกี่ยง ปีนี้ซื้อเฉพาะสิ่งของจำพวกกระดาษเงินกระดาษทองและของตบแต่ง หมดไปกว่า 5,000 บาท เนื่องจากไหว้ตรุษจีนปีละครั้ง ทุกปีต้องใช้เงินซื้อของไหว้เจ้าและบรรพบุรุษทั้งหมดประมาณ 50,000 บาท แต่ปีนี้คงต้องใช้เงินมากขึ้นอีกแต่ก็ไม่เป็นไร
ฉะเชิงเทราอายัดไก่ 2 ตัน
ที่จ.ตราด นายสิริวุฒิ บางโพธิ์ทอง ปศุสัตว์จังหวัดตราด นายธนินทร์ นวลฉวี หัวหน้ากลุ่มงานศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดตราด สำนัก งานพาณิชย์จังหวัดตราด เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองออกตรวจสอบ การเคลื่อนย้าย และการกักตุนเนื้อสุกร โดยตรวจสอบที่ บจก.สยามแม็คโคร สาขาตราด ซึ่งมีปริมาณการเคลื่อนย้ายเนื้อหมูเข้ามาจำหน่ายมากที่สุด และมีสถานที่กักเก็บเนื้อสุกรมากที่สุดในจังหวัดตราดถึง 7,000 กิโลกรัม ซึ่งการตรวจสอบในวันนี้พบว่ามีการเคลื่อนย้ายซากสุกรเพียง 2,500 กิโลกรัม พร้อมตรวจสอบปริมาณการขายแต่ละวัน และปริมาณสต๊อกซากสุกร ในห้องเย็น พบว่ามีปริมาณที่สอดคล้องกัน ไม่พบการกักตุนซากสุกรแต่อย่างใด
ปศุสัตว์จังหวัดตราดกล่าวอีกว่า ในจังหวัดตราด ยังไม่พบปัญหาการแพร่ระบาดของโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร (ASF) ทั้งในฟาร์มเลี้ยงรวมถึงซากสุกรที่มีการเคลื่อนย้ายเข้ามาในจังหวัดตราด ในส่วนของความเพียงพอของเนื้อสุกรในการจำหน่ายในพื้นที่จังหวัดพบว่าจังหวัดตราดเป็นแหล่งผลิตสุกรขุน ที่มีปริมาณค่อนข้างมาก โดยมีการส่งจำหน่ายไปยังพื้นที่ข้างเคียง ดังนั้นจึงขอยืนยันว่ามีเนื้อสุกรเพียงพอต่อการบริโภคของประชาชน
ที่จ.ฉะเชิงเทรา น.สพ.มนัส เทพรักษ์ ปศุสัตว์จังหวัดฉะเชิงเทรา พร้อมด้วย พ.ต.อ. ธราเทพ ตูพานิช รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดฉะเชิงเทรา นายพสิษฐ์ พรหมภักดี พาณิชย์จังหวัดฉะเชิงเทรา นายเชี่ยวชาญ เทพประดิษฐ์ ปลัดอำเภอ รักษาราชการแทนนายอำเภอเมืองฉะเชิงเทรา ตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นำกำลังเข้าตรวจสอบห้องเย็นแช่เนื้อสัตว์ ภายในหมู่บ้านสยามกรีนวิลล์ ม.4 ต.ท่าไข่ อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา มี น.ส.เบ็ญจวรรณ ศรีหิรัญ อายุ 50 ปี แสดงตัวเป็นเจ้าของ จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ พบห้องเย็น 2 ที่ ภายในหมู่บ้านดังกล่าว ซึ่งเป็นของ น.ส.เบ็ญจวรรณ มีการนำชิ้นส่วนสุกร และชิ้นส่วนไก่ แช่เย็นไว้เป็นจำนวนมาก และจากการตรวจสอบเจ้าหน้าที่ ไม่พบใบเคลื่อนย้ายสัตว์ และใบค้าสัตว์และซากสัตว์ ประเภทไก่ตัว ชิ้นส่วนไก่ ที่แช่เย็นอยู่เกือบ 2 ตัน จึงอายัด นำไก่ทั้งหมดออกมาตรวจนับเพื่อตรวจสอบ แหล่งที่มาที่ไปรวมไปถึงตรวจสอบใบเคลื่อนย้ายสัตว์ที่ถูกต้อง การจดแจ้งประกอบการรวมถึงข้อกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
น.สพ.มนัสเปิดเผยว่า จากการตรวจสอบห้องเย็น 3 แห่ง ในพื้นที่อำเภอเมืองฉะเชิงเทรา พบ 2 แห่งซึ่งเป็นเจ้าของเดียวกัน ไม่มีเอกสารในการเคลื่อนย้ายและค้าสัตว์และซากสัตว์ ประเภทไก่สดที่ถูกต้อง นำมายืนยันกับเจ้าหน้าที่ สอบถามทราบว่า นำซากไก่เหล่านี้มาจากโรงงานแห่งหนึ่ง ย่านสุวินทวงศ์ ซึ่งจากการตรวจสอบยังพบว่า โกดังแช่เย็นแห่งนี้มีเขียงขายหมูและไก่ ที่ตลาดสดบ่อบัว ตลาดสดขนาดใหญ่กลางเมืองแปดริ้ว โดยเนื้อไก่และซากไก่ตัวที่พบจะถูกนำมาเก็บไว้เพื่อรอนำออกไปขายในช่วงเทศกาลตรุษจีน ที่กำลังจะมาถึง ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้ทำการอายัดสินค้าประเภทไก่ไว้ทั้งหมด ที่เจ้าของไม่สามารถนำเอกสารมายืนยันได้ พร้อมกันนี้ได้ประสานส่วนที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ขอเพิ่ม – แผงขายลอตเตอรี่แห่งหนึ่งย่านถนนรามอินทรา เขตบางเขน กทม. ติดป้ายขอความกรุณาจากลูกค้า เนื่องจากสลาก งวดวันที่ 1 ก.พ.2565 ราคาต้นทางแพงมาก 100 บาท จึงขอคิดค่าบริการเพิ่มเป็นขายใบละ 110 บาท
แม่ค้าหวยขอขายแพง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พบแผงสลากกินแบ่งรัฐบาลติดประกาศ ระบุว่า “แจ้งเพื่อทราบ ทางร้านมีความจำเป็นที่จะต้องปรับราคาลอตเตอรี่ ในงวดวันที่ 1 ก.พ.65 เนื่องจากราคาสลากจากต้นทางมีราคาสูงมาก แพ้งงงมากกก แพงจริง ขายส่งเกือบ 100 บาท จึงใคร่ขอความกรุณาจากลูกค้าทุกท่าน ได้โปรดเห็นใจและเข้าใจทางร้านค่ะ ราคาสลากงวดนี้ 80 บาท ทางร้านคิดค่าบริการเพิ่ม 30 บาทต่อฉบับ งวดนี้ขายใบละ 110 บาท”
โดยปัจจัยที่ทำให้หวยแพงขณะนี้ พบว่า วิธีการเปิดซื้อจองลอตเตอรี่ในปัจจุบันเป็นการเปิดขายจองกันล่วงหน้า ซึ่งจะรู้จำนวนเล่มที่ชัดเจนว่าได้ 5 เล่มหรือ 10 เล่ม เมื่อผู้ซื้อจองล่วงหน้า ไปรับเล่มที่ซื้อจองไว้แล้ว ก็สามารถนำไปขายให้ผู้ค้าคนกลาง เพื่อนำไปรวมชุด เมื่อมีการรวมชุด ก็ต้องมีค่าแรง เมื่อมีค่าใช้จ่ายในการรวมชุด ก็ต้องขายสลากราคาแพงขึ้นเป็นเรื่องปกติ เพราะเป็นการค้าขาย ทำกำไร
นายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่า การกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า เมื่อผู้จอง ล่วงหน้าซื้อในราคา 70.40 บาทต่อใบ นำไปขายให้ผู้ค้าคนกลางในราคาใบละ 80 บาท ซึ่งก็ไม่ถือเกินราคา ไปห้ามเขาขายก็ไม่ได้ และเมื่อผู้ค้าคนกลางนำไปรวมชุดก็ต้องมีการบวกค่าใช้จ่าย เมื่อผู้ค้ารายย่อยไปรับมาในราคา 85-90 บาท ก็ต้องนำมาขายในราคาที่แพง ซึ่งก็เป็นวัฏจักรแบบนี้มาหลายสิบปี แก้ไข ไม่ได้สักที ก็ลองไปศึกษาวิธีการขายรูป แบบใหม่ ให้ทันสมัย สอดคล้องสถานการณ์ โดยเฉพาะการนำเทคโนโลยีดิจิตอลมาใช้ มาช่วยขาย เชื่อว่าแก้ไขปัญหาได้แน่