ปชป.คาใจปัญหาพปชร.ถามรัฐบาลเหลือกี่เสียง พท.ฟันธงยุบก่อน22พค. ‘บิ๊กตู่’บินไปซาอุ25-26มค.

ก้าวไกลเปิดตัวแล้ว ส่ง ‘วิโรจน์’ ชิงผู้ว่าฯกทม. ประกาศล้างส่วย เลิกไถ พร้อมเปิดสัญญาเอื้อนายทุน สูบเลือดคนกรุงเทพฯ ด้าน ‘จุรินทร์’ คาใจรัฐบาลเหลือกี่เสียง หลัง พปชร.ขับส.ส.กลุ่มธรรมนัส ยอมรับกระทบเสถียรภาพรัฐบาล ‘เอกราช-ลูกชาย’ส่อแยกวง ย้ายซบภูมิใจไทย แทนพรรคเศรษฐกิจไทย เรืองไกรยื่นลาออกพปชร. อ้างทำงานไม่อิสระ ลั่นลุยตรวจสอบ นายกฯ-รมต. หมอชลน่านเย้ยรัฐบาลอยู่ยาก แนะ ‘บิ๊กตู่’ ประกาศลาออก ด้านยุทธพงศ์ฟันธง นายกฯชิงยุบสภา ก่อน 22 พ.ค. หนีศึกซักฟอก ‘สนธิรัตน์-สุพล’บุกอีสาน ถกแนวร่วมสร้างอนาคตไทย ‘บิ๊กตู่’ บินเยือนซาอุฯ เข้าเฝ้าฯมกุฎราชกุมาร 25-26 ม.ค.นี้

อู๊ดด้าชี้ปัญหาพปชร.กระทบรบ.
เมื่อวันที่ 23 ม.ค. ที่เขตดอนเมือง กทม. นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวถึงนิด้าโพลระบุถึงชัยชนะของปชป.ในพื้นที่ภาคใต้ว่า ผลสำรวจดังกล่าว สรุปว่าปชป.ชนะทั้งที่จ.ชุมพร และสงขลา ด้วย 2 เหตุผลหลักคือ 1.เป็นเพราะพรรค 70% 2.เป็นเพราะผู้สมัครของเราเด่นกว่า 30% ซึ่งเป็นแนวเดียวกับที่เราวิเคราะห์ว่าสาเหตุที่เราได้รับชัยชนะนี้เกิดจากเหตุผลอะไร แต่ไม่ว่าจะเป็นเหตุผลใด ทั้งหมดขึ้นอยู่กับเสียงสวรรค์ของประชาชนที่มอบให้ ขอขอบคุณชาวชุมพร กับสงขลาอีกครั้ง และวันที่ 29 ม.ค.นี้ ถ้าไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ตนจะลงไปสงขลา เพื่อขอบคุณประชาชนที่ช่วยสนับสนุนพรรค และเพื่อไปยืนยันว่าพรรคจะกำกับดูแลผู้แทนฯ ใหม่ทั้ง 2 คน ให้ทำหน้าที่ให้สมบูรณ์แบบทั้งหน้าที่ในพื้นที่ และหน้าที่ในสภาผู้แทนราษฎรต่อไป ให้คุ้มค่ากับที่ประชาชนมอบความไว้วางใจให้

ผู้สื่อข่าวถามถึงพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ขับส.ส. 21 คนของกลุ่มร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา นายจุรินทร์กล่าวว่า เป็นปัญหาภายในของพปชร. ตนไม่ขอวิจารณ์ แต่ถ้าจะถามว่ามีผลกระทบต่อเสถียรภาพรัฐบาลหรือไม่ ในภาพรวม ต้องยอมรับว่าอาจมีผลกระทบ ทั้งหมดต้องดูข้อเท็จจริงว่าในการลงมติในสภานั้น ผลจะออกมาอย่างไร รัฐบาลยังมีเสียงที่แน่นเหนียวจำนวนเท่าไร และฝ่ายค้านเหลือเท่าไร ขณะนี้คิดว่ายังแกว่งอยู่ ยังคาดการณ์เป็นข้อสรุปขั้นสุดท้ายไม่ได้ เพราะยังปรากฏข่าวที่ค่อนข้างซับซ้อนว่าสุดท้ายแล้วเสียงที่อยู่กับรัฐบาลมีเท่าไร เสียงที่คาดว่ายังไม่มีความแน่นอนนั้น มีจำนวนเท่าไร

ห่วงยุบภสา-กม.ลูกไม่เสร็จ
เมื่อถามว่าคาดการณ์หรือไม่ว่าจะมีอุบัติเหตุทางการเมืองภายในปีนี้ นายจุรินทร์กล่าวว่า ตอบไม่ได้ หลายคนพยายามถามว่าจะมียุบสภาหรือไม่ อันนี้ตนยิ่งตอบไม่ได้ เพราะยุบสภาเป็นอำนาจนายกฯ และส่วนใหญ่ถ้ายุบสภา หมายความว่าจะต้องเกิดอุบัติเหตุ หรือเกิดปัญหาทางการเมือง ซึ่งขณะนี้ยังไม่เกิด แต่ถ้าเกิดมายุบตอนนี้ก็จะมีปัญหาเรื่องกฎหมายลูกที่ยังไม่มี ฉะนั้นจะไปต่อได้อย่างไร ถ้าเกิดยุบสภา มีแต่รัฐธรรมนูญ กฎหมายลูกที่จะเป็นตัวกำหนดกฎเกณฑ์ กติกา และการกำกับการเลือกตั้งทั่วไป ยังไม่ออกมาแล้วจะไปอย่างไร อันนี้ก็เป็นคำถามอยู่

ต่อข้อถามว่าพรรคเตรียมรับมือกับสถานการณ์นี้อย่างไร นายจุรินทร์กล่าวว่า จุดยืนปชป.มีความชัดเจนอยู่แล้วในเรื่องการทำงานกับรัฐบาล เราเป็นสถาบันทางการเมือง เรารู้หน้าที่ดีว่าคืออะไร ทั้งหน้าที่ในฐานะฝ่ายบริหารในคณะรัฐบาล และหน้าที่ในฐานะพรรคร่วมรัฐสภาในระบบรัฐสภา ยืนยันว่า ยุคนี้ปชป.ต้องเน้นการทำหน้าที่ ทุ่มเท ทำงานหนักให้ครบถ้วนสมบูรณ์ เพราะเรามีเวลาจำกัด รัฐธรรมนูญก็กำหนดไว้ว่ารัฐบาลอยู่ได้ไม่เกินเท่าไร จึงต้องใช้เวลาที่มีอยู่จำกัดนี้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับประชาชน

ธนกรโต้พท.-ส.ส.ยังหนุน‘บิ๊กตู่’
นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีนายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย (พท.) ระบุ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ไม่ให้เกียรติกับส.ส.ที่เป็นตัวแทนของประชาชนจนทนกันไม่ได้และจะกระทบเสถียรภาพของรัฐบาลว่า พล.อ.ประยุทธ์ เข้ามาบริหารประเทศโดยได้รับเสียงสนับสนุนจาก ส.ส. โดยเฉพาะส.ส. พปชร. ที่เป็นพรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาล และจนถึงขณะนี้นายกฯ ก็ยังได้รับเสียงสนับสนุนจาก ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาลเป็นอย่างดี นายประเสริฐ ไม่ควรคิดเองเออเองว่าพรรคอื่นจะเหมือนกับพรรคตัวเอง ที่กว่าจะเข้าร่องเข้ารอย ก็ต้องไปเชิญทายาทของอดีตผู้ก่อตั้งพรรคมารับตำแหน่งในพรรค ศึกภายในถึงสงบลงได้

ส่วนที่นายประเสริฐระบุอย่าหางูเห่าจากพรรคร่วมฝ่ายค้าน เพราะไม่ใช่วิธีแก้ปัญหา แต่เป็นวิธีทำลายระบบประชาธิปไตยนั้น นายธนกรกล่าวว่า ที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ ไม่เคยสั่งการใดๆ นอกจากมุ่งทำงานเพื่อแก้ปัญหาความเดือดร้อนให้กับประชาชน มีแต่ ส.ส.ฝ่ายค้าน ที่เริ่มมองเห็นความมุ่งมั่นของนายกฯ แล้วเปลี่ยนใจมาสนับสนุน ที่สำคัญต้องย้อนถามนายประเสริฐว่า พรรคร่วมฝ่ายค้านให้เกียรติกับ ส.ส.ในพรรคตัวเองขนาดไหน ส.ส.เหล่านั้นจึงทนกันไม่ได้ ก่อนที่สุดท้ายจะลงมติขับเขาออกจากพรรคแบบไม่สนใจไยดี ทั้งที่ก็เป็นตัวแทนของประชาชนไม่ต่างกัน ดังนั้น ก่อนจะว่าใคร ทำความสะอาดบ้านตัวเองให้ดีก่อน ไม่ใช่ว่าแต่เขา อิเหนาเป็นเอง

พปชร.เร่งทำเรื่องขับ21สส.ยื่นกกต.
นายนิโรธ สุนทรเลขา ส.ส.นครสวรรค์ ในฐานะรองเลขาธิการพปชร. ให้สัมภาษณ์ถึงขั้นตอนการส่งเรื่องให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) รับรองการขับ 21 ส.ส.พ้นสมาชิกพรรคว่า ต้องยื่นเรื่องภายใน 15 วัน ขณะนี้กำลังทำรายละเอียดอยู่

ผู้สื่อข่าวถามว่านายบุญสิงห์ วรินทร์รักษ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ อดีตนายทะเบียนพรรค ถูกขับจากสมาชิก ใครจะเป็นคนดำเนินการเรื่องดังกล่าว นายนิโรธกล่าวว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ในฐานะหัวหน้าพรรค สามารถตั้งผู้รักษาการนายทะเบียนคนใหม่ แต่ยังไม่ทราบว่ามีการแต่งตั้งหรือยัง คาดว่าฝ่ายกฎหมายจะต้องนำเสนอเรื่องนี้ต่อหัวหน้าพรรคก่อน จากนั้นหัวหน้าพรรค สามารถตั้งผู้รักษาการได้เลย โดยมอบหมายให้กรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) คนใดคนหนึ่งมารักษาการตำแหน่งนายทะเบียน

ขยายพรรค – พรรคเศรษฐกิจไทย ประชุมจัดตั้งตัวแทนประจำจังหวัดสมุทรสาคร เขตเลือกตั้งที่ 3 ที่วัดบางพลี ต.บางโทรัด อ.เมือง จ.สมุทรสาคร เมื่อวันที่ 23 ม.ค. โดยตั้งเป้าจัดตั้งตัวแทนทั้ง 77 จังหวัด ภายในต้นเดือนก.พ.นี้

ก๊วนธรรมนัสตั้งตัวแทนพรรคใหม่
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังร.อ.ธรรมนัส พร้อมส.ส.รวม 21 คน พ้นจากสมาชิก พปชร. ล่าสุดที่ห้องประชุมวัดบางพลี ต.บางโทรัด อ.เมือง จ.สมุทรสาคร น.ส.จอมขวัญ กลับบ้านเกาะ ส.ส.สมุทรสาคร ซึ่งเป็น 1 ในส.ส.กลุ่ม ร.อ.ธรรมนัส ได้จัดตั้งตัวแทนประจำ จ.สมุทรสาคร ของพรรคเศรษฐกิจไทย เขตเลือกตั้งที่ 3 โดยมีสมาชิกและประชาชนเข้าร่วมประชุม

มีรายงานว่า ส.ส.ในกลุ่มร.อ.ธรรมนัส จะทยอยจัดประชุมจัดตั้งตัวแทนประจำจังหวัดพรรคเศรษฐกิจไทย เขตเลือกตั้งต่างๆ ให้ครบทั้ง 77 จังหวัด ส่วนความคืบหน้าเรื่องการทำนโยบายพรรคเศรษฐกิจไทย คาดว่าร.อ.ธรรมนัส จะเรียกประชุมคณะทำงานเพื่อกำหนดยุทธศาสตร์และนโยบายพรรคให้เสร็จภายในต้นเดือน ก.พ.นี้

ไผ่ย้ำทิศทางพรรคศก.ไทยตรงกัน
นายไผ่ ลิกค์ ส.ส.กำแพงเพชร และ 1 ใน 21 ส.ส.ที่ถูดขับออกจากพปชร. ให้สัมภาษณ์ว่า หลังจากพปชร.มีมติขับพวกตนทั้ง 21 คนออกจากพรรคแล้ว ตามขั้นตอนพปชร.ต้องดำเนินการยื่นต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เมื่อถามถึงการวางตัวหัวหน้าพรรคเศรษฐกิจไทย เลขาธิการพรรค และตำแหน่ง อื่นๆ หรือยัง และจะประชุมใหญ่เมื่อใด นายไผ่กล่าวว่า ยังไม่ทราบ เบื้องต้นตามที่ได้โพสต์ไปในเฟซบุ๊กส่วนตัวว่าได้มีการพูดคุยกันและน่าจะมีทิศทางที่ตรงกัน แนวทางไปด้วยกันได้ดีและดูแล้วเป็นพรรคที่เข้าได้กับทุกคน เมื่อถามย้ำว่าในเรื่องของแผนดำเนินการในอนาคตยังไม่มีความชัดเจนใช่หรือไม่ นายไผ่กล่าวว่า ยังไม่ชัด

เมื่อถามว่าจากการได้พูดคุยเบื้องต้นกับพรรคเศรษฐกิจไทยจะอยู่ฝั่งรัฐบาล ฝ่ายค้านหรือเป็นกลาง นายไผ่กล่าวว่า รอให้ผู้ใหญ่คุยกันก่อน

เอกราช-ลูกชายส่อแยกวงธรรมนัส
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจาก พปชร. มีมติขับร.อ.ธรรมนัส และส.ส. รวม 21 คน พ้นสมาชิกพรรค โดยส.ส.ดังกล่าวต้องหาพรรคใหม่สังกัดภายใน 30 วัน เพื่อรักษาสมาชิกภาพส.ส. ต่อมานายสมศักดิ์ พันธ์เกษม ส.ส.นครราชสีมา จะยื่นหนังสือถึงพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ในฐานะหัวหน้าพรรค ให้ทบทวนมติขับส.ส.

ขณะที่มีรายงานว่า ส.ส.ที่ถูกขับออก บางคนจะไม่ย้ายไปพรรคเศรษฐกิจไทย กับร.อ.ธรรมนัส โดยมีชื่อนายเอกราช ช่างเหลา ส.ส.บัญชีรายชื่อ และนายวัฒนา ช่างเหลา ส.ส.ขอนแก่น ลูกชาย ที่คาดว่าจะย้ายไปสมัครเป็นสมาชิกพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ซึ่งก่อนหน้านี้นายพิทักษ์ชน ช่างเหลา ลูกชายนายเอกราช ได้ไปเปิดตัวในการประชุมใหญ่ภท. ที่จ.นครราชสีมาแล้ว

เรืองไกรทิ้งพปชร.อ้างไม่อิสระ
นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ สมาชิก พปชร. กล่าวว่า ตนสมัครเป็นสมาชิกพปชร.ได้ 8 เดือน ได้ทำงานที่ชอบคือ คณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2565 ในสัดส่วนของพปชร. แต่หลังจากเป็น กมธ.แล้ว ก็ไม่ได้ช่วยทำงานอื่นให้พรรค จะทำเฉพาะงานตรวจสอบเจ้าหน้าที่ของรัฐและพรรคต่างๆ ในนามส่วนตัวตามความถนัดอย่างมีอิสระ แต่การจะตรวจสอบเรื่องวาระนายกฯ จะครบ 8 ปีตามที่ตนให้ข่าวไปเมื่อต้นปี ตนได้รับการร้องขอให้ชะลอเรื่องไปก่อน กรณีนี้ทำให้ตนรู้สึกไม่อิสระ แต่รอได้เพราะยังมีเวลาอีก 7 เดือน และนายกฯ อาจจะพ้นจากตำแหน่งไปก่อน ก็เป็นไปได้มาก

นายเรืองไกรกล่าวว่า จากตรวจสอบข้อมูลต่างๆ ยังมีหลายประเด็นที่ควรร้องขอให้หน่วยงานที่มีหน้าที่และอำนาจดำเนินการต่อไป โดยจะมีทั้งนายกฯ รัฐมนตรี ส.ส.และ เจ้าหน้าที่รัฐ รวมทั้งพรรคต่างๆ โดยเฉพาะพล.อ.ประยุทธ์ มีประเด็นสำคัญหลายเรื่องที่อาจทำให้หลุดจากตำแหน่งหรือถูกดำเนินคดีตามมาได้ หากตนยังอยู่พปชร.ต่อไป ก็คงตรวจสอบได้ไม่อิสระ เนื่องจากสถานการณ์ทางการเมืองไม่มั่นคง สภาล่มบ่อย รัฐบาลได้รับการติติงมาก แต่ฝ่ายค้านส่วนมากก็ไร้ฝีมือ มีแต่ฝีปาก ไม่สามารถตรวจสอบรัฐบาลได้อย่างที่คุยโว ค้านแบบไม้หลักปักขี้เลน มีแต่สำบัดสำนวน ไร้สาระ ไร้น้ำยา ตนเห็นประเด็นสำคัญหลายเรื่องจึงมีงานที่ต้องทำ และน่าจะทำได้ดีกว่าฝ่ายค้านในช่วงเวลานี้ ดังนั้น เพื่อให้การทำงานตรวจสอบของตนดำเนินการได้อย่างอิสระ การไม่เป็นสมาชิกพรรคน่าจะเหมาะสมกว่า ตนจึงคิดว่าควร ลาออกจาก พปชร.ตั้งแต่วันที่ 24 ม.ค.นี้ เป็นต้นไป โดยจะไปยื่นหนังสือลาออกที่พรรคด้วยตนเอง เวลา 10.00 น. วันที่ 24 ม.ค.

ชลน่านแนะ‘บิ๊กตู่’ลาออก
นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่านและหัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงความขัดแย้งภายในพปชร. มีการขับ ส.ส.ออก 21 คน และมีสมาชิกพรรคทยอยลาออกอย่างต่อเนื่องว่า เป็นสัญญาณว่ารัฐบาลชุดนี้จะอยู่ได้ยาก เพราะวิธีการที่เคยทำมา ยังมีอำนาจการต่อรองอีกมากในการร่วมรัฐบาล ดังนั้น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ จะมีทางออกอยู่ 4 ทาง คือ ลาออก หาคนมาดำรงตำแหน่งแทน ยอมปรับครม.ตามข้อเสนอ ยุบสภา และรัฐประหาร แต่มองว่าวิธีที่ 1 และ 4 ไม่มีทางเป็นไปได้ ส่วนวิธีการยอมปรับครม.และยุบสภาเป็นไปได้ เว้นแต่พล.อ.ประยุทธ์ จะประกาศสละตำแหน่ง หลังดำรงตำแหน่งครบ 8 ปี ตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ ซึ่งจะถือเป็นวีรบุรุษและได้รับการยอมรับ เพราะเป็นทางออกที่ดีที่สุด

นพ.ชลน่านกล่าวด้วยว่า นอกจากนี้ยังมีสัญญาณจากการประชุมสภาสัปดาห์ที่ผ่านมา ที่เกิดปัญหาสภาล่มบ่อย แสดงให้เห็นว่ากลไกในสภาทำงานไม่ได้ และเชื่อว่าหลังจากนี้จะเห็นสภาล่มอีกบ่อยครั้ง หากฝ่ายที่ต้องการอำนาจจากการต่อรองไม่ได้สิ่งที่ต้องการ ทั้งนี้ หากนายกฯ ยอมปรับครม. ก็อาจจะยังเดินต่อไปได้ เพราะเสียงข้างมากยังอยู่ที่ฝ่ายรัฐบาล แต่เสียงข้างน้อยยังต้องทำงานอย่างหนักในการขับไล่ในสิ่งที่ไม่ชอบธรรมต่อไป

โจ้ซัดสภาล่มซ้ำซากน่าอับอาย
ที่พรรคเพื่อไทย นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม และรองหัวหน้า พท. แถลงกรณี พปชร.ขับส.ส. 21 คนในกลุ่มของร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา ออกจากสมาชิกพรรคว่า เมื่อวันที่ 19 ม.ค.ที่ผ่านมา เกิดเหตุการณ์สภาล่มระหว่างการพิจารณาร่างพ.ร.บ.กองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา และคนที่เสนอให้นับองค์ประชุมเพื่อสภาล่ม กลับเป็น ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาล เนื่องจากต้องการให้มี ส.ส.เข้าร่วมประชุมพปชร. ซึ่งเป็นเรื่องผิดปกติ ทั้งที่พปชร. ในฐานะพรรคแกนนำรัฐบาลมีหน้าที่ต้องรักษาองค์ประชุม

นายยุทธพงศ์กล่าวว่า ผลของการขับ 21 ส.ส. กลุ่มของร.อ.ธรรมนัส ตนมองว่าทำให้สภาอับอาย และล่มซ้ำซาก ในส่วนเสียงของพรรคร่วมรัฐบาล หลังจากหักเสียงส.ส.กลุ่มของ ร.อ.ธรรมนัส มีทั้งสิ้น 244 เสียง จาก พปชร. 94 เสียง ภูมิใจไทย 59 เสียง ประชาธิปัตย์ 49 เสียง ชาติไทยพัฒนา 12 เสียง เศรษฐกิจใหม่ 6 เสียง รวมพลังประชาชาติไทย 5 เสียง พลังท้องถิ่นไท 5 เสียง ชาติพัฒนา 4 เสียง ที่เหลือเป็นกลุ่มพรรคเล็กอีก 10 เสียง ขณะที่เสียงของพรรคร่วมฝ่ายค้าน มีทั้งสิ้น 208 เสียง ซึ่งเสียงกึ่งหนึ่งของสภาต้องใช้ 237 เสียง แต่ปัจจุบันพบว่าเสียงของรัฐบาลเกินกึ่งหนึ่งเพียง 4 เสียง เพราะต้องหักผู้ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม จำนวน 3 คน

ฟันธง‘บิ๊กตู่’ชิงยุบสภาหนีซักฟอก
“วันนี้พล.อ.ประยุทธ์ มีเสียงเกินกึ่งหนึ่ง แค่ 4 เสียง ทำให้เกิดวิกฤตทางการเมืองต่อเรือเหล็กลำนี้ได้ โดยเฉพาะการลงมติในประเด็นสำคัญ หากสมัยประชุมนี้ฝ่ายค้านยื่นอภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติ เชื่อว่าจะผ่านได้ เพราะไม่มีกฎหมายสำคัญเข้า แต่สภาจะอับอายล่มซ้ำซาก ขณะเดียวกันวันที่ 22 พ.ค. จะเปิดสมัยประชุมสภา ซึ่งพรรคฝ่ายค้านจะยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ พล.อ.ประยุทธ์ จะยุบสภาไม่ได้ ต้องลาออกอย่างเดียว ดังนั้น ในการอภิปรายอาจเอาตัวไม่รอด อาจถูกน็อกกลางสภา หากเจอกลุ่มกบฏของร.อ.ธรรมนัส จึงเชื่อว่า พล.อ.ประยุทธ์จะยุบสภาก่อน 22 พ.ค. เพื่อไม่ให้ถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจ” นายยุทธพงศ์กล่าว

นายยุทธพงศ์กล่าวว่า นอกจากนี้ ยังเรียกร้องให้นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ตรวจสอบกรณีที่มติ พปชร. ขับส.ส.เพราะมีความน่าสงสัย ซึ่งนายเรืองไกรระบุว่า เป็นนักตรวจสอบและตรวจสอบทุกฝ่าย ไม่เลือกฝ่าย กรณีนี้ทำไมถึงเงียบไม่เข้ามาตรวจสอบ หรือรอผู้ใหญ่ใจดีสั่งการอยู่หรืออย่างไร

สนธิรัตน์-สุพลบุกภาคอีสาน
ที่โรงแรมพักพิงอิงโขง อ.เมือง จ.นครพนม นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ ผู้ร่วมก่อตั้งพรรคสร้างอนาคตไทย พร้อมด้วยนายสุพล ฟองงาม แกนนำพรรค ลงพื้นที่พบเครือข่ายกลุ่มสร้างอนาคตไทย ภาคอีสาน กว่า 100 คน อาทิ นายชัยมงคล ไชยรบ อดีตนายก อบจ.สกลนคร นายวิริยะ ทองผา อดีตรองนายก อบจ.มุกดาหาร นายเชิดศักดิ์ โภคกุลกานนท์ อดีตรองประธานสภาอบจ.อุบลราชธานี และนายจำลอง ภูนวนทา เพื่อรับฟังความคิดและนำไปกำหนดเป็นยุทธศาสตร์และนโยบายพรรค

นายสนธิรัตน์กล่าวว่า การลงพื้นที่พบปะเครือข่ายผู้ร่วมอุดมการณ์สร้างอนาคตไทยที่ภาคอีสานเป็นพื้นที่แรก เพราะเป็นหัวใจสำคัญทางการเมือง ตั้งใจมาสร้างความเข้าใจในแนวทางการดำเนินงานของพรรค ซึ่งได้รับการตอบรับดี พร้อมพบขุนพลภาคอีสานที่เป็นแกนนำ จะปักธงทำงานการเมืองของพรรค ให้ประชาชนเกิดความไว้วางใจยืนยันว่าจะเป็นพรรคแห่งความหวังของคนไทย จะสร้างโอกาสด้านเศรษฐกิจ

แย้มสเป๊กแคนดิเดตนายกฯ
นายสนธิรัตน์กล่าวว่า ส่วนคุณสมบัติของบุคคลที่จะมาเป็นแคนดิเดตนายกฯ ของพรรค ต้องเป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถ นำพาไปสู่การแก้วิกฤตของประเทศด้านเศรษฐกิจและสังคม และประชาชนมีความเชื่อมั่น ต้องเป็นผู้ที่มีบารมีมากพอที่จะรวบรวมพลังของคนที่จะเข้ามาแก้ปัญหาของประเทศ ทั้งพลังนักการเมือง นักธุรกิจ และพลังเครือข่ายด้านสังคม และเป็นที่ยอมรับของนานาชาติ นำประเทศแข่งขันกับนานาชาติได้

ด้านนายสุพลกล่าวว่า ขณะนี้มีผู้แสดงเจตนารมณ์จะเข้าร่วมสร้างอนาคตไทยจำนวนมาก โดยพรรคมีเป้าหมายส่งผู้สมัครส.ส.ในภาคอีสานครบทุกเขต ส่วนจ.อุบลราชธานี จะเริ่มที่ 4-5 เขต ดูความพร้อมและคุณสมบัติผู้สมัคร แม้จะไม่ได้ตั้งเป้าว่าจะได้จำนวน ส.ส.เท่าไร แต่มั่นใจว่าพรรคนี้จะเป็นคำตอบเรื่องเศรษฐกิจของคนอีสาน และมั่นใจว่าจะเป็นพรรคที่ได้จัดตั้งรัฐบาล เพราะมีนโยบาย มีคนที่มีความรู้ ความสามารถ มีประสบการณ์ด้านเศรษฐกิจอันดับต้นของประเทศ ที่สำคัญมือสะอาดทุกคน

ชิงผู้ว่าฯกทม. – นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกล ขึ้นเวทีกล่าวเปิดใจพร้อมเปลี่ยนกทม.ให้ดีขึ้น หลังนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคประกาศเปิดตัวเป็นแคนดิเดตผู้ว่าฯ กทม. ที่พรรคก้าวไกล กทม. เมื่อค่ำวันที่ 23 ม.ค.

เปิดตัว‘วิโรจน์’ชิงผู้ว่าฯกทม.
เมื่อเวลา 18.00 น. ที่อาคารอนาคตใหม่ รามคำแหง 42 พรรคก้าวไกล แถลงเปิดตัว นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อ เป็นว่าที่ผู้สมัครผู้ว่าฯกทม. ภายใต้สโลแกน “พร้อมชน เพื่อคนกรุงเทพฯ” และ “หมดเวลาซุกปัญหาไว้ใต้พรม” โดยนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล กล่าวเปิดงานว่า 7-8 ปีที่ผ่านมา กรุงเทพฯ ไม่มีโอกาสเลือกผู้ว่าฯ ปีนี้เราจะได้สร้างความหวัง ซึ่งตลอดเวลาที่หาคนที่เหมาะสมเป็นผู้ว่าฯ ไม่มีใครคนไหนที่ดีเอ็นเอก้าวไกลชัดที่สุด ที่เชื่อมั่นสนิทใจว่าเอาประโยชน์คนกรุงเทพฯ เป็นที่ตั้ง จึงตัดสินใจเอาส.ส.เสาหลักของก้าวไกลที่ทำงานเคียงบ่าเคียงไหล่ มาปักลงกลางกทม. แม้จะเสียดายเสาหลักของพรรคในสภา แต่จะเสียดายมากกว่าถ้าไม่ได้เลือกคนมีความสามารถอย่างนายวิโรจน์มาเปลี่ยนแปลงกรุงเทพฯ ปักธงใจกลางเมืองหลวง ที่เคยได้รับความไว้วางใจครั้งเลือกพรรคอนาคตใหม่กว่า 800,000 เสียง

ชูหยุดส่วย-พร้อมชนทุกปัญหา
จากนั้นนายวิโรจน์กล่าวว่า หลายคนถามทำไมต้องชน ทำไมไม่ประสาน ตนตั้งคำถามว่า ส่วยกรุงเทพฯจะร่วมมือยังไง ต้องชนและกำจัดอย่างเดียว ส่วยกรุงเทพฯ มีมากถึง 15% ทุกวันนี้ค่าครองชีพแพงอยู่แล้ว ไม่จำเป็นชาว กทม.จ่ายค่าคุ้มครองให้ผู้ใดอีก นี่คือเรื่องที่เราต้องชนและไม่ต้องห่วงว่าตนจะทำงานกับข้าราชการไม่ได้ เพราะเชื่อว่าข้าราชการที่ดีรอทำงานกับผู้ว่าฯ ที่ให้พื้นที่กับข้าราชการที่ดี

นายวิโรจน์กล่าวอีกว่า วันนี้ถึงเวลาพิสูจน์ชาวกทม.ว่า ถ้าใครโกงไป ต้องไม่โต ผู้ว่าฯ ต้องประกาศให้ชัดว่าไม่รีดไถกทม.อีกต่อไป นอกจากนี้เรื่องที่ต้องชนอีกคือ ระบบราชการส่วนกลางและหน่วยงานที่มากมายไปหมด เช่น การแก้ปัญหาโควิดเรื่องการกระจายวัคซีน ปัญหาสายไฟระโยงระยาง ดังนั้น ตนพร้อมชนทุกเรื่องเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของคนกรุงเทพฯ ขณะเดียวกัน ถ้าผู้ว่าฯ ชื่อวิโรจน์ ตนจะเปิดสัญญารถไฟฟ้าสายสีเขียวทันที เพราะเกี่ยวพันกับคำสั่งคสช. ซึ่งตราบใดสัญญาไม่ถูกเปิดไปประเคนอะไรไว้กับนายทุนไม่สามารถอะไรได้เลย

‘บิ๊กตู่’เข้าเฝ้าฯมกุฎราชกุมารซาอุ
เมื่อวันที่ 23 ม.ค. เพจไทยคู่ฟ้าได้เผยแพร่กำหนดการการเดินทางเยือนราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบียอย่างเป็นทางการของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ระหว่างวันที่ 25-26 ม.ค. ตามคำเชิญของเจ้าชายมุฮัมมัด บิน ซัลมาน บิน อับดุลอะซีซ อัลซะอูด มกุฎราชกุมาร รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหมซาอุดีอาระเบีย

การเยือนครั้งนี้เป็นการเยือนในระดับผู้นำรัฐบาลระหว่าง 2 ประเทศเป็นครั้งแรกในรอบกว่า 30 ปี โดยนายกฯ มีกำหนดเข้าเฝ้าฯ และพบหารือกับเจ้าชายมุฮัมมัด บิน ซัลมาน บิน อับดุลอะซีซ อัลซะอูด มกุฎราชกุมาร รองนายกฯ และรมว.กลาโหมซาอุดีอาระเบีย เพื่อ ส่งเสริมและกระชับความสัมพันธ์ทวิภาคีระหว่างกัน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กำหนดการเดินทางดังกล่าว ทำให้ต้องเลื่อนประชุมครม. จากวันอังคารที่ 25 ม.ค. มาเป็นวันจันทร์ที่ 24 ม.ค.แทน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน