บัตรคนจนได้เดือน200 ทุ่ม5หมื่นล้านให้ถึงเมย.

มติครม. เคาะ ‘คนละครึ่งเฟส 4’ แจกเงินใส่เป๋าตัง 1 ก.พ. ให้คนละ 1,200 บาท หน้าใหม่ลงทะเบียนตั้งแต่ 10 ก.พ. ได้ใช้สิทธิ 17 ก.พ. ส่วนบัตรคนจนแจกคนละ 600 ทยอยจ่ายเดือนละ 200 หลังอนุมัติแจก 5.3 หมื่นล้านใน 4 โครงการ

เมื่อวันที่ 24 ม.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยครม.มีมติอนุมัติงบประมาณ 53,222 ล้านบาท เพื่อขับเคลื่อน 4 โครงการ แจกเงินเพื่อกระตุ้น บรรเทาภาระการใช้จ่ายให้กับประชาชน ดังนี้ คือ 1.โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ (เฟส) 4 กรอบวงเงิน 34,800 ล้านบาท 2.โครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เฟส 4 กรอบวงเงิน 8,070.724 ล้านบาท 3.โครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ เฟส 2 กรอบวงเงิน 1,351.981 ล้านบาท และ 4.โครงการเราเที่ยวด้วยกันเฟส 4 วงเงิน 9,000 ล้านบาท เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศ

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า สำหรับโครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 4 ให้เงินคนละ 1,200 บาท ซึ่งรูปแบบการดำเนินโครงการยังเหมือนเดิม คือ ภาครัฐร่วมชำระค่าอาหาร เครื่องดื่ม และสินค้าและบริการทั่วไปในอัตรา 50% ไม่เกินวันละ 150 บาทต่อคน มีกลุ่มเป้าหมาย ไม่เกิน 29 ล้านคน ผู้ที่เข้าร่วมโครงการระยะที่ 3 แล้วประมาณ 28 ล้านคน สามารถยืนยันตัวตนและเริ่มใช้สิทธิ์ตั้งแต่วันที่ 1 ก.พ.เป็นต้นไป ส่วนที่เหลืออีก 1 ล้านสิทธิจะเปิดให้สำหรับผู้สนใจและยังไม่เคยเข้าร่วมโครงการลงทะเบียนในวันที่ 10 ก.พ.นี้ จนกว่าจะครบ 1 ล้านสิทธิ์ โดยจะสามารถใช้สิทธิ์โครงการได้ตั้งแต่ 17 ก.พ.เป็นต้นไป

นายธนกรกล่าวต่อว่า ส่วนโครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ระยะที่ 4 และโครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ ระยะที่ 2 (กลุ่มเปราะบาง) รัฐจะให้วงเงินไปซื้อสินค้าจากร้านธงฟ้า ร้านค้า หรือผู้ให้บริการที่เข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 4 ไม่เกินคนละ 200 บาทต่อคน เป็นระยะเวลา 3 เดือน ตั้งแต่เดือน ก.พ.-เม.ย. 65 รวมทั้งสิ้นจะได้คนละ 600 บาท โดยครอบคลุมผู้ถือบัตรสวัสดิการไม่เกิน 13.45 ล้านคน และกลุ่มเปราะบาง 2.25 ล้านคน

น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า โครงการเราเที่ยวด้วยกัน ระยะที่ 4 มีระยะเวลาดำเนินโครงการเป็นตั้งแต่เดือน ก.พ.-ก.ค. 2565 ซึ่งรัฐจะสนับสนุนค่าโรงแรมที่พัก คนละไม่เกิน 10 ห้อง ในอัตรา 40% ไม่เกิน 3,000 บาทต่อห้องต่อคืน 2 ล้านสิทธิ์ และปรับลดสิทธิ์สำหรับตั๋วเครื่องบินลงเหลือ 6 แสนสิทธิ์ เนื่องจากการดำเนินโครงการในระยะที่ผ่านมาในส่วนของตั๋วเครื่องบิน ปรากฏว่าผู้ร่วมโครงการไม่ได้มีการใช้สิทธิ์เต็มสิทธิที่ให้อยู่แล้ว นอกจากนี้ ครม. ยังมีมติให้ เปลี่ยนแปลงรายละเอียดที่เป็นสาระสำคัญของโครงการทัวร์เที่ยวไทย โดยปรับลดจำนวนสิทธิ์โครงการ จากเดิม 1 ล้านสิทธิ์ เป็น 2 แสนสิทธิ์ ทำให้กรอบวงเงินดำเนินโครงการลดลงจาก 5,000 ล้านบาท เป็น 1,000 ล้านบาท แต่เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ยังไม่เอื้ออำนวยให้มีการเดินทางเป็นหมู่คณะ

นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คลัง เปิดเผยว่า วงเงินใช้จ่ายรวมในมาตรการคนละครึ่งเฟส 4 ที่ปรับลดลงเหลือ 1,200 บาท จากเดิม 1,500 บาทนั้น เนื่องจากมีการพิจารณาถึงดัชนีทางเศรษฐกิจที่ส่วนใหญ่มีการฟื้นตัวเป็นลำดับ กิจกรรมทางเศรษฐกิจดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ประชาชนมีความเชื่อมั่นในการบริโภค ออกมาใช้จ่ายกันมากขึ้น สะท้อนว่าเศรษฐกิจค่อย ๆ ดีขึ้น

อย่างไรก็ตาม ดัชนีราคาสินค้าบริโภคมีการปรับตัวสูงขึ้น โดยเฉพาะราคาอาหาร และพลังงาน รัฐบาลจึงจำเป็นต้องเข้ามาช่วยเหลือผ่านมาตรการคนละครึ่งเพื่อบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน โดยรัฐบาลคงไม่สามารถ แบกรับค่าใช้จ่ายทั้งหมดของประชาชนได้ ซึ่งคนละครึ่งถือเป็นเรื่องของการแบ่งเบาภาระในช่วงนี้เท่านั้น ทั้งนี้ในเฟส 3 ที่รัฐให้เงินสนับสนุนคนละ 4,500 บาท พบว่ามีประชาชนราว 1.6 ล้านคนไม่ได้ใช้จ่ายวงเงินสิทธิ์ในโครงการเลย

รมว.คลังกล่าวอีกว่า การดำเนินการทั้งการอุดหนุนเงินผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ และคนละครึ่งเฟส 4 จะช่วยรักษากำลังซื้อในระบบเศรษฐกิจ จากการเติมเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจในปี 2565 จำนวน 79,023 ล้านบาท ซึ่งจะช่วยให้จีดีพีทั้งปี 2565 เพิ่มขึ้น 0.21% ต่อปี จากกรณีฐาน โดยในปีนี้คาดการณ์จีดีพีจะขยายตัวในช่วง 3.5-4.5% โดยมีช่วงคาดการณ์ที่ 4% ขณะเดียวกัน ยังช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายให้แก่พี่น้องประชาชน เพิ่มรายได้ให้แก่ ผู้ประกอบการรายย่อยและผู้ผลิตตลอดห่วงโซ่อุปทาน รวมทั้งรักษาระดับและทิศทางของการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจเพื่อให้เป็นไปได้อย่างต่อเนื่องในช่วงสถานการณ์โควิด-19

นายอาคมกล่าวด้วยว่า รัฐบาลยังมีวงเงินตามพ.ร.ก.กู้เงินโควิดเพิ่มเติมอีกประมาณ 1 แสนล้านบาท จากทั้งหมด 5 แสนล้านบาท ซึ่งรัฐบาลต้องใช้เงินอย่างประหยัด เนื่องจากยังมีโครงการอีกจำนวนมากที่ยังรอดำเนินการอยู่

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน