เพื่อน-ญาติร่วมพิธีพระราชทานเพลิง ‘หมอกระต่าย’ แน่นวัดพระศรีฯ พ่อเขียนกลอนอาลัยขอสานต่อเจตนารมณ์ออกหน่วยอาสารักษาผู้ป่วยทางด้านสายตา พระนรวิชญ์-พระพ่อร่วมวางดอกไม้จันทน์ก่อนลาสึก รองผบช.น.แจงไร้นายพลร่วมงานบวช ‘บิ๊กเด่น’ ข้ามทางม้าลายยังออกปากเองกังวลเรื่องปลอดภัย ประชาชนบุกทำเนียบบี้ ‘บิ๊กป้อม’ จี้เพิ่มโทษฆ่าคน

ประชุมเพลิง‘หมอต่าย’แน่นวัด
จากกรณีส.ต.ต.นรวิชญ์ บัวดก ผบ.หมู่ กองร้อยที่ 2 กองกำกับการ 1 กองบังคับการอารักขาและควบคุมฝูงชน (กก.1 บก.อคฝ.) ขี่บิ๊กไบก์ ดูคาติ ชน ‘หมอกระต่าย’ พญ.วราลัคน์ สุภวัตรจริยากุล จักษุแพทย์ ภาควิชาจักษุวิทยา คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เสียชีวิตขณะกำลังเดินข้ามทางม้าลายบนถนนพญาไท หน้าโรงพยาบาลสถาบันโรคไตภูมิราชนครินทร์ ใกล้กับสำนักงานเขตราชเทวี กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 21 ม.ค.ที่ผ่านมา

ต่อมา ส.ต.ต.นรวิชญ์ และร.ต.ต.นิคม บัวดก ผบ.หมู่ จร.สน.ปทุมวัน บิดาบวชอุทิศส่วนกุศลให้กับพญ.วราลัคน์ ที่วัดปริวาสราชสงคราม ถนนพระราม 3 และไปร่วมเคารพศพแพทย์สาวทุกคืน ท่ามกลางเสียงวิจารณ์ถึงความไม่เหมาะสมที่ผู้ต้องหาบวชเป็นพระเพราะคดียังไม่จบ ด้านพระอุปัชฌาย์เผยสาเหตุที่ยอมทำพิธีให้เนื่องจากได้รับการร้องขอจากเจ้าอาวาสที่สนิทสนมกัน อีกทั้งไม่รู้มาก่อนว่าต้องคดีสำคัญ ขณะที่ผอ.สำนักพุทธฯ เผยว่าเป็น 1 ในบุคคล 7 ประเภทที่พระอุปัชฌาย์บวชให้ไม่ได้ ตามข่าวที่เสนอไปแล้ว

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 26 ม.ค. ญาติ พี่น้อง เพื่อนร่วมงานจำนวนมากร่วมพิธีพระราชทานเพลิง พญ.วราลัคน์ สุภวัตร จริยากุล หรือ “หมอกระต่าย” ที่เมรุวัดพระศรีมหาธาตุวรมหาวิหาร เขตบางเขน บรรยากาศภายในงานได้มีการนำกลอนไว้อาลัยของนพ.อนิรุทธ์ สุภวัตรจริยากุล บิดาพญ.วราลัคน์ที่เขียนไว้อาลัยให้ลูกสาวติดบริเวณด้านหน้าศาลาเพื่อให้ผู้ที่เข้าร่วมไว้อาลัยได้ระลึกถึงพญ.วราลัคน์ และเพื่อนๆ ยังนำข้อความที่มีการไว้อาลัยผ่านโลกออนไลน์ติดไว้ที่หน้าศาลาเช่นเดียวกัน ทั้งข้อความจากเพื่อนๆ และคนไข้ที่พญ.วราลัคน์เคยรักษา เพื่อให้ครอบครัวและผู้เข้าร่วมงานได้รับรู้ว่ามีคนรักคุณหมอกระต่ายเป็นจำนวนมาก

“หมอเจี๊ยบ” พญ.ลลนา ก้องธรนินทร์ อดีตนางสาวไทยและนักแสดงชื่อดัง เพื่อนสนิทพญ.วราลัคน์เป็นผู้กล่าวประวัติและ คำไว้อาลัย บางตอนที่เป็นคำไว้อาลัยจากเพื่อนถึงพญ.วราลัคน์ เมื่อกล่าวถึงเหตุ การณ์บิ๊กไบก์ชน พญ.ลลนาหยุดอ่านชั่วครู่และร้องไห้ออกมา ก่อนจะอ่านคำไว้อาลัยจากเพื่อนถึงพญ.วราลัคน์ว่า เป็นคนน่ารัก เป็นคนเก่งที่เพื่อนๆ พึ่งพาได้เสมอ และเพื่อนๆ รักกระต่ายมาก ต่างสัมผัสถึงความจริงใจ ของหมอกระต่าย

ร่วมส่ง – ส.ต.ต.นรวิชญ์ บัวดก พร้อมด้วยบิดาขณะครองสมณเพศ ร่วมวางดอกไม้จันทน์ ในพิธีพระราชทานเพลิง พญ.วราลัคน์ สุภวัตรจริยากุล หรือหมอกระต่าย ที่วัดพระศรีมหาธาตุฯ บางเขน เมื่อวันที่ 26 ม.ค.

พระนรวิชญ์ร่วมพิธีก่อนสึก
จากนั้นพระนรวิชญ์และพระนิคมที่บวชอุทิศส่วนกุศลให้พญ.วราลัคน์ขึ้นไปวางดอกไม้จันทน์เพื่อส่งวิญญาณหมอกระต่ายเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนพระนรวิชญ์และพระพ่อจะสึกในช่วงเย็นวันนี้ พร้อมออกมารับการพิจารณาและดำเนินคดีตามกฎหมาย นอกจากนั้นพล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผบช.น. มาร่วมพระราชทานเพลิงด้วย หลังวางดอกไม้จันทน์เสร็จเดินลงไปแสดงความเสียใจกับพ่อแม่ของพญ.วราลัคน์ ตลอดช่วงพระราชทานเพลิง ด้านคุณพ่อ คุณแม่ และน้องสาวยืนมองไปขึ้นไปที่เมรุด้วยตาที่แดงก่ำ อาลัยรักถึงพญ.วราลัคน์ที่จากไป

นพ.อนิรุทธ์เผยว่า ครั้งนี้จะเป็นครั้งสุดท้ายแล้วที่ทางครอบครัวและเพื่อนๆ จะส่งลูกสาวไปสู่สุคติ หลังจากนี้ไม่แน่ใจว่าครอบครัวจะเป็นอย่างไร คงต้องใช้เวลาและปรับตัวกันไป ส่วนคู่กรณีที่บวชให้กับลูกสาวเป็นสิ่งที่สามารถทำได้ และร่วมอนุโมทนาบุญ ถึงแม้ว่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นทางครอบครัวจะยังรู้สึกโกรธอยู่ เพราะไม่ใช่เรื่องที่ควรจะเกิดกับลูกสาว แต่ไม่ใช่เรื่องที่อโหสิกรรมให้กันไม่ได้ สำหรับคดีความอยากให้ผู้ที่เกี่ยวข้องปฏิบัติหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา มีความเป็นธรรมให้กับทุกฝ่าย อะไรที่พูดออกมาก็ขอให้มีการปฏิบัติจริง อนาคตหวังว่าจะมีความเปลี่ยนแปลงในเรื่องความปลอดภัยบนท้องถนน

“ส่วนงานของคุณหมอกระต่าย คุณพ่อและหมอกวาง น้องสาวของคุณหมอกระต่ายจะเป็นผู้สานต่อไม่ว่าจะเป็นเรื่องเจตนารมณ์ในการรักษาผู้ป่วยทางด้านสายตา หรืองานอาสาสมัครที่หมอกระต่ายเคยมักจะออกตรวจในหน่วยอาสาต่างๆ” นพ.อนิรุทธ์กล่าว

ต่อมาเวลา 14.50 น. ที่วัดปริวาสราชสงคราม ถ.พระรามที่ 3 แขวงบางโพงพาง เขตยานนาวา กรุงเทพฯ พระนรวิชญ์กับพระนิคมเข้าพิธีลาสิกขาทันทีที่กลับถึงวัดหลังจากไปร่วมพิธีพระราชทานเพลิง พญ.วราลัคน์ โดยร.ต.ต.นิคมมีอาการตัวสั่นเทาและน้ำตาคลอตลอดระยะเวลาการทำพิธี ขณะที่ส.ต.ต.นรวิชญ์มีสีหน้าเศร้าหมอง ก้มหน้าก้มตาตลอดเวลา จากนั้นทั้งคู่นุ่งห่มขาว หลังจากที่ทำพิธีเสร็จพระผู้ใหญ่ทำพิธีอวยพรให้ทั้งคู่โชคดี จากนั้นทั้งคู่กลับบ้านถือศีลอีก 3 วัน

ตร.แจ้งไร้นายพลร่วมงานบวช
วันเดียวกัน ที่บช.น. พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก รองผบช.น. เปิดเผยว่าถึงกรณีกระแสข่าวพิธีอุปสมบทส.ต.ต.นรวิชญ์มีนายตำรวจระดับนายพลไปร่วมนั้น ว่า ไม่มีนายตำรวจระดับนายพลเข้าร่วมแต่อย่างใด สูงสุดแค่ยศ พ.ต.อ.เป็นผู้บังคับบัญชาของบิดา ส.ต.ต.นรวิชญ์ ที่บิดาขออนุญาตลากิจบวชเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้ผู้เสียชีวิต โดยผู้ร่วมงานมีเพียง 5-6 คนเท่านั้น การบวชครั้งนี้ไม่ได้มีการกดดันจากผู้บังคับบัญชาแต่อย่างใด เป็นความตั้งใจของบิดาและส.ต.ต.นรวิชญ์เองที่เล็งเห็นว่ากระทำดังกล่าวสำคัญที่สุดที่พึงจะกระทำได้ ทางโลกยินดีรับสารภาพทุกข้อกล่าวหาและพร้อมรับโทษ

ทางผู้บังคับบัญชารับทราบและอนุญาตให้ลากิจของพระทั้ง 2 รูป ยืนยันว่าเป็นเจตนารมณ์ของทั้งคู่เองไม่ได้คิดว่าจะหนีคดี และผู้บังคับบัญชาดำเนินคดีอย่างเคร่งครัด เมื่อตำรวจกระทำความผิดก็น้อมรับที่จะแก้ไข ขอวิงวอนพี่น้องประชาชนพิจารณาข้อมูลที่ผิดพลาดที่มีการแชร์หยุดแชร์กรณีดังกล่าว อย่างไรก็ตาม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ กำชับมอบหมายสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) โดยพล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. มอบหมายให้ พล.ต.อ.ดํารงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รองผบ.ตร.ดูแลงานจราจร ลงไปตรวจสอบพื้นที่ดังกล่าว และ รองนายกฯ เป็นประธานประชุมในวันต่อไป เพื่อแก้ไขปัญหาทำให้ประชาชนที่ข้ามทางม้าลายปลอดภัยบริเวณ ดังกล่าว

‘บิ๊กเด่น’เก็บข้อมูลที่เกิดเหตุ
ต่อมาเวลา 15.00 น. พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ พร้อม พล.ต.ต.จิรสันต์ ร่วมกับสำนักการจราจรและขนส่ง กรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่สำรวจทางม้าลายตั้งแต่แยกพญาไทถึงหน้าโรงพยาบาลสถาบันโรคไตภูมิราชนครินทร์ รวบรวมข้อมูลในการสร้างความปลอดภัยทางถนนและการบังคับใช้กฎหมาย

พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์เปิดเผยว่า จากการลง พื้นที่ร่วมกับหลายหน่วยงานเพื่อหาจุดอ่อนในบริเวณนี้ว่าจะแก้ไขปัญหาอย่างไร ตอนนี้ยังไม่ฟันธงว่าจะทำอะไรก่อน แต่ขอให้ กทม.กับตำรวจนครบาลหารือกัน ในสัปดาห์นี้จะมีการประชุมสองครั้ง คือในวันพรุ่งนี้ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ของคณะกรรมการนโยบายการป้องกันอุบัติเหตุทางท้องถนน โดยมี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ เป็นประธาน และในวันที่ 28 ม.ค.ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะเป็นการประชุมระหว่าง กทม. กระทรวงคมนาคม และหน่วยเกี่ยวข้องเพื่อหารือการวางมาตรฐานการดูแลทางม้าลายทั่วประเทศให้เกิดความปลอดภัยในระยะยาว รวมถึงการบังคับใช้กฎหมาย

สำหรับกรุงเทพฯ จะมีการติดตั้งเครื่องหมายสัญญาณไฟทางม้าลาย รวมถึงกล้องตรวจจับ ส่วนที่ต่างจังหวัด จะเป็นหน้าที่ของกระทรวงคมนาคมกับท้องถิ่น พร้อมจะประเมินว่า ถ้าจุดไหนไม่มีมาตรฐานต้องปรับปรุงอย่างไร จุดไหนไม่เหมาะสมหรือมีความเสี่ยงมากก็จะยกเลิกหรือปรับย้ายทางม้าลายออกไป แต่ก็ต้องสอบถามกับโรงพยาบาลสถาบันโรคไตฯ ในฐานะผู้ใช้ว่ามีความเห็นอย่างไรบ้าง โดยจะเชิญไปร่วมประชุมด้วย จากการตรวจสอบจุดเกิดเหตุพบว่าไม่มีสัญญาณไฟเตือนทางม้าลาย เนื่องจากอยู่ใกล้แยกพญาไท เมื่อมีรถเลี้ยวซ้ายเข้ามาจะเร่งความเร็วทำให้รถที่อยู่เลนขวาสุด อาจถูกรถทางซ้ายทั้งสองเลนบังจนไม่เห็นคนข้าม ยอมรับว่า จากการที่เดินข้ามทางม้าลายด้วยตัวเองก็มีความกังวล เพราะมีข่าวออกมา ก็ยิ่งกังวลเป็นธรรมดา ยิ่งได้มาลงพื้นที่เองก็จะทำให้ดีที่สุด

“ผบ.ตร.กำชับกำลังพลมาตลอดว่า หากทำอะไรผิดจะโดนกระแสสังคมโจมตีหนักเป็นสองเท่า จึงกำชับให้ตำรวจนครบาลทำคดีอย่างตรงไปตรงมา ไม่มีการยกเว้น และตอนนี้กำลังพิสูจน์ความเร็วของรถว่าเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดหรือไม่ หากทราบแล้วจะแจ้งข้อหาเพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องการใช้ความเร็ว ทั้งนี้ ยอมรับว่าการบังคับใช้กฎหมายมีจุดอ่อนเมื่อเกิดเหตุขึ้นก็ต้องเอาบทเรียนมาใช้ในการแก้ไขให้ดีที่สุด” รอง ผบ.ตร.กล่าว

ลองข้าม – พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร. พร้อมด้วยพล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก รองผบช.น. ร่วมกับสำนักการจราจรและขนส่ง กทม. มาสำรวจทางม้าลายและทดลองข้ามในจุดเกิดเหตุชนพญ.วราลัคน์ สุภวัตรจริยากุล หรือหมอกระต่าย เสียชีวิต ที่ถนนพญาไท หน้าสถาบันโรคไตภูมิราชนครินทร์ เมื่อวันที่ 26 ม.ค.

บุกทำเนียบจี้‘ป้อม’แก้กม.
วันเดียวกัน บริเวณทางม้าลาย ประตู 5 ทำเนียบรัฐบาล เครือข่ายพัฒนาคุณภาพชีวิต เครือข่ายเหยื่อเมาแล้วขับ เครือข่ายเหยื่ออุบัติเหตุ พร้อมเครือข่ายภาคประชาชนกว่า 30 คน ยื่นหนังสือถึงพล.อ.ประวิตร และประธานกรรมการนโยบายการป้องกัน และลดอุบัติเหตุทางถนนแห่งชาติ (นปถ.) ผ่านนายธีรภัทร ประยูรสิทธิ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เรียกร้อง บังคับใช้กฎหมายกับผู้ก่อเหตุบนทางม้าลาย ทวงคืนความปลอดภัยให้คนข้ามถนน พร้อมกันนี้ทางเครือข่ายยังได้มีการทำกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ บริเวณทางม้าลายหน้าทำเนียบรัฐบาล

น.ส.เครือมาศ ศรีจันทร์ ผู้ประสานงานเครือข่ายพัฒนาคุณภาพชีวิต กล่าวว่า จากกรณีตำรวจขับรถจักรยานยนต์ชนพญ.วราลัคน์ เสียชีวิตขณะเดินข้ามทางม้าลาย สร้างความสะเทือนใจให้กับคนไทยทั้งประเทศ เพราะเหตุการณ์แรกที่เกิดขึ้นกับคนข้ามถนนตรงทางม้าลาย ซึ่งก่อนหน้านี้เมื่อปี 2557 รถฝ่าไฟแดงพุ่งชนพนักงานสาวจากแกรมมี่ขณะข้ามทางม้าลายจนเสียชีวิต บริเวณหน้าตึกแกรมมี่ย่านอโศก เมื่อปี 2562 กรณีว่าที่บัณฑิตถูกรถบิ๊กไบก์ชนเสียชีวิต ขณะข้ามทางม้าลายบริเวณแยกกรมโยธาและผังเมือง ถ.พระราม 9 เพื่อไปทำงานเป็นวันแรก ยังไม่นับรวมกรณีที่ ไม่ได้ถูกเผยแพร่สู่สาธารณะอีกมาก

จากข้อมูลศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน (ศวปถ.) ศึกษาจากแหล่งข้อมูลอุบัติเหตุต่างๆ ประมาณการว่า มีผู้ถูกรถชนเสียชีวิตขณะข้ามถนนบนทางม้าลาย เฉลี่ย 6% ของผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนน หรือประมาณ 500 รายต่อปี โดยกว่า 1 ใน 3 เป็นพื้นที่กรุงเทพฯ ส่งผลให้ประเทศต้องสูญเสียทรัพยากรไปก่อนวัยอันควรจำนวนมาก จึงขอให้ทุกฝ่ายเคารพกฎหมาย ร่วมกันทำทางม้าลาย ทางเท้าให้มีความปลอดภัย และต้องจับตาดูว่ากรณีนี้ที่ผู้บังคับใช้กฎหมายเป็นคนก่อเหตุเสียเองจะถูกลงโทษสถานหนักหรือไม่ หรือสุดท้ายแค่รอลงอาญา

เพิ่มโทษฐานฆ่าคนตาย
ด้านนายเจษฎา แย้มสบาย ประธานเครือข่ายเหยื่อเมาแล้วขับ กทม. เผยว่า เรียกร้องให้พล.อ.ประวิตร ในฐานะประธานนปถ.ว่า 1.ความปลอดภัยบนทางม้าลายคือสิทธิขั้นพื้นฐานของมนุษย์ทุกคน ที่รัฐบาลต้องให้ความสำคัญ 2.บังคับใช้กฎหมายต่อผู้กระทำผิดอย่างเข้มงวดจริงจัง ทำให้ผู้ใช้รถใช้ถนนต้องปฏิบัติตามกฎหมาย เชื่อมโยงใบสั่งค่าปรับจราจรกับการต่อภาษีรถเพื่อทำให้การบังคับใช้กฎหมายเป็นจริง 3.ยกระดับกฎหมาย ให้การชนคนตายบนทางม้าลายและบนท้องถนน มีความผิดฐานฆ่าคนตายโดยไม่เจตนา เช่นเดียวกับกฎหมายในประเทศที่เจริญแล้ว 4.จัดการ “ทางม้าลาย-ทางข้ามที่ปลอดภัย” และเข้มงวดกับการกำหนดความเร็วในเขตเมือง โดยเฉพาะ ตลาด ชุมชน โรงเรียน โดยขับขี่รถไม่เกิน 30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

5.ขอให้มีการรายงานผลการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุทางถนนต่อรัฐบาลและมีการติดตามผลงานอย่างต่อเนื่องทุกไตรมาส และมีการสอบสวนการเกิดอุบัติเหตุในอุบัติเหตุสำคัญเพื่อวางแนวทางแก้ไข และ 6.ขอเรียกร้องต่อประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนน ให้ร่วมกันเป็น อาสาตา จราจรช่วยกันสอดส่องดูแลผู้กระทำผิดกฎหมายต่างๆ บนถนน เช่น ไม่จอดรถให้คนข้ามทางม้าลาย ขับย้อนศร กลับรถในที่ห้ามกลับรถ หรือการกระทำผิดอื่นๆ ที่ส่งผลให้เกิดอุบัติเหตุของคนเดินเท้า หรือผู้ร่วมทาง เพื่อกระตุ้นสังคมให้มีความตระหนักถึงการขับขี่ที่ปลอดภัย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน