โพลชี้เงินสะพัดต่ำสุดเซฟเงิน-เที่ยวแบบไปกลับ
โพลตรุษจีน ม.หอการค้าฯ สำรวจคนไหว้เจ้าน้อยลง เหลือ 38.1%ไม่ไปเที่ยว 77.1% ถ้าไปก็เที่ยวใกล้บ้าน เหตุพิษหมูแพง-สินค้าปรับขึ้นทำให้ออกมาจับจ่ายช่วงตรุษจีนน้อยลง คาดเงินสะพัดไม่เกิน 4 หมื่นล้าน ต่ำที่สุดในรอบ 11 ปี คาดเศรษฐกิจขยายตัวต่ำกว่า 2.50% แนวโน้มคนมีรายได้ต่ำกว่า 2 หมื่นเป็นหนี้อื้อ จี้รัฐคลอดมาตรการเพิ่มเงินกระตุ้นใช้จ่ายช่วงไตรมาส 2 พาณิชย์ จับมือกับ 4 ห้างดัง ขายไก่ไหว้เจ้าตัวละ 189 บาท ถึง 30 ม.ค. เตรียมไว้แสนตัว นายกสมาคมส่งเสริมเลี้ยงไก่โต้ผู้ประกอบการฉวยขึ้นราคา ยันต้นตอมาจากต้นทุนการผลิตเพิ่ม ทั้งข้าวโพด กากถั่วเหลือง น้ำมัน นายกฯ จี้สอบกักตุนปาล์ม
นายกฯจี้สกัดตุนปาล์ม
เมื่อวันที่ 27 ม.ค. นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ติดตามสถานการณ์สินค้าราคาแพง และสถานการณ์ราคาปาล์มน้ำมัน ที่เพิ่มสูงจากสภาพอากาศ ฝนตกต่อเนื่อง โดยกำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตรวจสต๊อกปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์ม เพื่อไม่ให้ผู้ประกอบการรายใหญ่กักตุนสินค้า ทำให้ราคาปาล์มน้ำมันทั้งระบบและส่งผลกระทบต่อประชาชนผู้บริโภคอุปโภคเป็นวงกว้าง โดยล่าสุด ตำรวจร่วมบูรณาการกับพาณิชย์จังหวัด จัดชุดตรวจลงพื้นที่ตรวจสต๊อกปาล์มน้ำมัน โรงงานสกัดน้ำมันปาล์มดิบ โรงกลั่นน้ำมันปาล์มบริสุทธิ์ ตลอดจนคลังน้ำมันปาล์มฯ โดยจะดำเนินการกับผู้ที่ฝ่าฝืนกฎหมายอย่างเด็ดขาด เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชนที่ได้รับผลกระทบ
นอกจากนั้น นายกฯ ติดตามการดำเนินงานตามข้อสั่งการเรื่องการป้องกัน ควบคุมและกำจัดโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร (เอเอสเอฟ) ตามที่กรมปศุสัตว์ลงพื้นที่สำรวจปริมาณซากสุกรในห้องเย็นทั่วประเทศอย่างเข้มงวด ระหว่างวันที่ 20-25 ม.ค. จำนวน 773 แห่งตรวจพบซากสุกรสะสม จำนวน 18,727,824.545 กิโลกรัม
พณ.ขายไก่ไหว้เจ้า 189 บ.
นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ กล่าวในการเปิดงาน “พาณิชย์ตรุษจีน รับปีเสือทอง ปี 2565” ณ ท็อปส์ มาร์เก็ต สาขาเซ็นทรัลพลาซา แจ้งวัฒนะ ว่า ได้นำกรมการค้าภายในร่วมกับห้างสรรพสินค้าสำคัญ 4 แห่งประกอบด้วย ท็อปส์ แม็คโคร โลตัส และ บิ๊กซีทุกสาขาทั่วประเทศรวม 710 สาขา ร่วมมือกันจำหน่ายไก่ต้มสุกพร้อมไหว้เจ้าในราคาพิเศษ 189 บาท ราคาเดียวกัน สำหรับไก่ขนาด 1.4-1.7 กิโลกรัม ตั้งแต่ วันนี้ 27-30 ม.ค. รับเทศกาลตรุษจีน
สำหรับโครงการนี้ เบื้องต้นจะมีไก่ 100,000 ตัว ที่แม็คโคร 20,000 ตัว โลตัส 40,000 ตัว บิ๊กซี 30,000 ตัว และท็อปส์ เซ็นทรัล ฟู้ดฮอลล์ 10,000 ตัว ซึ่งหากไม่พอห้างยินดีเข้ามาเติมเพื่อเป็นทางเลือกให้กับ พี่น้องชาวไทยเชื้อสายจีนเพื่อประกอบพิธีในช่วงนี้
นายจุรินทร์กล่าวอีกว่า ได้แจ้งถึงการดำเนินการคุมราคาไก่สดด้วยว่า กระทรวงพาณิชย์ (พณ.) ได้ประชุมร่วมกันทุกฝ่าย ทั้งกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ ผู้ประกอบการ โรงชำแหละ และห้างสรรพสินค้าต่างๆ ซึ่งได้ข้อยุติว่าจะคุมราคาไก่เป็นหน้าฟาร์มกิโลกรัมละไม่เกิน 40 บาท โดยพณ. จับมือร่วมกับ 3 ห้างได้แก่ โลตัส แม็คโคร บิ๊กซี 563 สาขา ในการจำหน่ายไก่สดราคาพิเศษ โดยกำหนดราคาดังนี้
ไก่สดทั้งตัวไม่เกิน 60-65 บาท น่องติดสะโพกซึ่งเป็นที่นิยมมากที่สุดขาย 60-65 บาทเช่นเดียวกัน น่องแยก สะโพกแยกขายไม่เกินกิโลละ 65-70 บาท เนื่องจากมีค่าแรงเพิ่มเข้ามาด้วย ส่วนอกไก่ขาย 70 ไม่เกิน 75 บาท เพื่อเป็นทางเลือกและเป็นราคาชี้นำตลอดช่วงระยะเวลานี้จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย
ย้ำตรึง 5 หมวดสินค้า
สำหรับสินค้าอื่นๆ พณ.ได้รับความร่วมมือจากผู้ประกอบการอย่างดีและตรึงราคาไว้ได้ 5 หมวดสำคัญสำหรับการดำรงชีวิตประจำวัน ประกอบด้วย 1.เครื่องใช้ไฟฟ้า 2.น้ำอัดลม 3.บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป 4.ซอสปรุงรสรวมทั้งซีอิ๊ว และ5.อาหารสด ได้แก่ ไก่ ไข่ โดยไข่คละไม่เกิน 2.90 บาท ทำให้ไข่เบอร์ 3 ราคาไม่เกิน 3.10 บาท นอกจากนี้ หมูราคาหน้าฟาร์มไม่เกินกิโลกรัมละ 100-110 บาท ซึ่งขณะนี้ สำรวจได้อยู่ที่ 104 บาทและมี แนวโน้มจะลดลงเมื่อหมูเข้าสู่ระบบมากขึ้น
ส่วนราคาของเนื้อสุกรและสินค้าอุปโภคบริโภคในช่วงเทศกาลตรุษจีน นายจุรินทร์กล่าวว่า ขณะนี้ราคาเริ่มทรงตัวและลดลงแล้วในหลายพื้นที่ โดยได้เร่งติดตามทางสถิติ ทั้งกรมการค้าภายใน และพณ. ซึ่งเกิดจากการที่หลายฝ่ายในคณะรัฐบาลได้ช่วยกันหลายกระทรวง โดยตอนนี้ยังบริหารจัดการอยู่ ซึ่งได้ให้นโยบายกรมการค้าภายในว่าให้ดำเนินการเท่าที่จำเป็นไปก่อน เช่น กรณีที่สินค้ามีราคาสูงขึ้นนั้น จำเป็นต้องเข้าไปแทรกแซงตลาดเพื่อดึงราคาให้ลดลง หรือจะมีผู้บริโภคจำนวนหนึ่งที่รับราคาที่สูงไม่ได้ก็ต้องเข้าไปแทรกแซง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายในงานมีเชฟชื่อดัง ได้นำเสนอเมนูเด็ดที่ใช้ไก่ทุกส่วน อาทิ ต้มซูเปอร์ขาไก่และปีกไก่ อกไก่เส้นทอดกรอบ เนื้ออกคั่วกลิ้ง ลาบไก่เทวดา และเครื่องใน ผัดกะเพรา รวม 20 เมนูจากเนื้อไก่
ติงคุมราคาไก่แก้ไม่ตรงจุด
ส่วนกรณีที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มีมติยกระดับการควบคุมราคาสินค้าเพื่อลดความเดือดร้อนของประชาชน โดยเฉพาะราคาเนื้อไก่ เพื่อป้องกันผู้ประกอบการฉวยโอกาสขึ้นราคาช่วงราคาเนื้อหมูแพงและขาดตลาดนั้น
ดร.ฉวีวรรณ คำพา นายกสมาคมส่งเสริมการเลี้ยงไก่แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ และประธานกรรมการบริหาร บริษัทในเครือฉวีวรรณ ผู้ส่งออกเนื้อไก่ไทยรายใหญ่ 1 ใน 5 ของไทย กล่าวว่า เป็นการแก้ไขปัญหาที่ไม่ตรงจุด และไม่พิจารณาถึงข้อเท็จจริงเรื่องราคาอาหารสัตว์และวัตถุดิบต่างๆ ทั้งข้าวโพด กากถั่ว รวมทั้งน้ำมันในการผลิตอาหารสัตว์ที่ขยับราคาสูงขึ้นถึง 50% แล้ว
เช่นเดียวกับเสียงสะท้อนที่สมาคมเสนอให้รัฐลดภาษีวัตถุดิบอาหารสัตว์นำเข้าเพื่อลดต้นทุนการผลิตของผู้ประกอบการ โดยเฉพาะข้าวโพดซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญกลับไม่ได้รับการใส่ใจ
ภาคผลิตเจ๊งอื้อ
ขณะนี้มีเกษตรกรและผู้ประกอบการโทรศัพท์มาสอบถามในเรื่องนี้กันมาก กระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงเกษตรฯ ต้องเข้ามาดูข้อเท็จจริงเรื่องต้นทุนการผลิตจะทำให้รู้ว่าวันนี้ประเทศไทยสินค้าแพงทุกชนิด ไม่ใช่ว่าผู้ประกอบการจะฉวยโอกาสขึ้นราคากันเอง แต่เป็นเพราะต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น โดยเฉพาะในช่วง 2 ปีที่เจอเรื่องโควิด-19 ทำให้ต้นทุนการดำเนินงานของบางบริษัทขาดทุนถึงหลักพันล้านแล้ว หลังสถานการณ์โควิด-19 ดีขึ้น กลุ่มนักศึกษาที่จบใหม่ต้องหางานทำ เด็กที่ยังเรียนอยู่ต้องออกมาฝึกงาน ซึ่งกลุ่มฉวีวรรณ แต่ละปีรับนักศึกษาเหล่านี้เข้าทำงานในโรงงานแปรรูป โรงเชือดที่ต้องใช้นักศึกษาทั้งสายวิศวกรรม และสายบัญชี รวมทั้งสายงานที่เกี่ยวเนื่องและงานวิจัยมากถึง 200 คน แต่หากสุดท้ายเราเดินธุรกิจไม่ได้แล้วเด็กๆ ฝึกงานจะมีแหล่งเรียนรู้จากที่ไหน
ในปี 2565 นี้ประเทศไทยจะยังต้องเจอปัญหาทางเศรษฐกิจที่หนักหน่วง หากรัฐไม่สามารถจัดการกับปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นได้ เชื่อว่าจะเกิดปัญหาแน่เพราะเม็ดเงินในประเทศไม่มีแล้วเช่นเดียวกับทั่วโลก โดยเฉพาะราคาน้ำมันแพงที่เป็นปัจจัยสำคัญในทุกภาคการผลิต
คนไหว้เจ้าลดเหลือ 38.1%
นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวถึงผลสำรวจทัศนะ และพฤติกรรมการใช้จ่ายของประชาชนและผู้ประกอบการในช่วงเทศกาลตรุษจีนและความเห็นต่อประเด็นต่างๆ ในปัจจุบัน ว่า จากการสำรวจระหว่างวันที่ 17-24 ม.ค.2565 กลุ่มตัวอย่าง 1,250 ตัวอย่างทั่วประเทศ กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ 61.9% ไม่ไหว้เจ้า ส่วน 38.1% ไหว้ ซึ่งลดลงจากปี 2564 ที่ไหว้ 41.9% และจากการสำรวจเฉพาะในกลุ่มของคนที่ไหว้เจ้ามีถึง 77.1% ไม่เดินทางท่องเที่ยว ส่วนกลุ่มที่ไป 22.9% ไปเช้าเย็นกลับ 11.8% ค้างคืน 11.1% โดยในปีก่อนไปมีเพียง 8.5% ส่วนการวางแผนท่องเที่ยวนั้น กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ 36.3% ระบุว่าจะใช้เวลา 2-5 วัน ออกเดินทางวันที่ 1 หรือ 2 ก.พ.
ส่วนค่าใช้จ่าย สถานที่แหล่งซื้อของเซ่นไหว้ 60.4% คือ ตลาดสด รองลงมาคือห้างค้าปลีกขนาดใหญ่ ห้างสรรพสินค้า ผ่านออนไลน์ รูปแบบของการซื้อ รับสินค้าสำหรับของเซ่นไหว้ 95.2% ไปรับด้วยตนเอง นอกนั้นใช้บริการเดลิเวอรี่ รูปแบบการชำระเงินส่วนใหญ่จ่ายเป็นเงินสด รองลงมาคือบัตรเครดิต และโอนเงิน โดยคาดว่าจะมีเงินสะพัด 39,627.79 ล้านบาท โดยเป็นการติดลบต่อเนื่องมาจากตั้งแต่ 2563
สำหรับสิ่งที่เป็นห่วงในช่วงเทศกาล ตรุษจีนคือ การขึ้นราคาสินค้าที่จำเป็นในช่วงเทศกาล ค่าใช้จ่ายด้านการท่องเที่ยวแพงขึ้น ความปลอดภัยของบ้านพักในช่วงที่ไปค้างที่อื่น การแพร่ระบาดของโควิด-19 ส่วนประเด็นการขึ้นราคาของหมูกระทบต่อการใช้จ่ายในช่วงเวลาต่างๆ อย่างไร ในช่วงเทศกาลกลุ่มตัวอย่าง ส่วนใหญ่ 42.3% ตอบว่ามูลค่าลดลง และ 64.4% ตอบว่าปริมาณลดลง ในช่วงปกติ 32.3% ตอบว่ามูลค่าลดลง 54.7% ตอบว่าปริมาณลดลง
ศก.ขยายตัวต่ำกว่า 2.50%
ส่วนการแพร่ระบาดของโอมิครอนมีผล กระทบต่อการใช้จ่ายอย่างไร กลุ่มตัวอย่าง ส่วนใหญ่ 55.7% ระบุว่าปริมาณการใช้จ่ายเท่าเดิม ขณะที่กลุ่มตัวอย่าง 54.5% ระบุว่า มูลค่าเท่าเดิม ส่วนที่บอกว่ามูลค่าลดลงนั้น ระบุว่าสิ่งของที่คาดว่าจะใช้ลดลงคือ ของใช้ฟุ่มเฟือย เช่น เสื้อผ้า มือถือ เครื่องสำอาง แบรนด์เนม กินข้าวนอกบ้าน ท่องเที่ยว เสี่ยงโชค และ ระบุว่าการแพร่ระบาดของโอมิครอนมีผลต่อการไปสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ โดย 59.3% ระบุว่าไม่ไหว้ ส่วน 54.9% ยังไหว้ โดยที่ยังไปไหว้ส่วนใหญ่จะเลือกไปสถานที่ใกล้บ้าน หรือสถานที่ไม่มีการแพร่ระบาด
สถานภาพหนี้ครัวเรือน ในปัจจุบันเทียบกับปีก่อน 38.7% ระบุว่าเพิ่มขึ้น หนี้เท่าเดิม 38.4% หนี้ลดลง 22.9% และพบว่าผู้ที่มีรายได้น้อยจะมีหนี้มากกว่ารายได้ คือต่ำกว่า 5,000 บาทต่อเดือน 43.5% รายได้ 5,000-10,000 บาท 39.2% รายได้ 10,001-20,000 บาท 15.7% และในกลุ่มคนเหล่านี้ยังพบว่าส่วนใหญ่มีหนี้พอๆ กับรายได้ ส่วนผลจากภาระหนี้สินในปัจจุบันผู้ที่มีรายได้ต่ำกว่า 5,000 บาท 34.8% ระบุว่า ทำให้ความเป็นอยู่แย่ลงมาก แย่ลง 39.1% รายได้ 5,000-10,000 บาทตอบว่าให้ความเป็นอยู่แย่ลงมาก 27.2% แย่ลง 29.6%
ส่วนความทนทานต่อภาระหนี้กรณียังไม่มีรายได้เพิ่มเข้ามาเป็นปกตินั้น ทนได้ 1-6 เดือน 13.7%, 6-12 เดือน 46.4%, 1-2 ปี 19.4%, 2 ปีขึ้นไป 20.5% ส่วนการขยายตัวทางเศรษฐกิจนั้นกลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ 49.0% ระบุว่าจะขยายตัวต่ำกว่า 2.50%
นอกจากนี้ ยังได้สำรวจทัศนะของ ผู้ประกอบการในช่วงเทศกาลตรุษจีน 620 ตัวอย่าง พบว่า ส่วนใหญ่ 47.4% เห็นว่าคึกคักน้อยกว่าปีที่ผ่านมา และการระบาดของ โอมิครอน 59.1% ระบุว่ากระทบโดย 76.6% ระบุว่าทำให้มูลค่าลดลง รวมทั้ง 84.2% ระบุว่าจำนวนชิ้นที่จับจ่ายก็ลดลง รวมทั้ง 42.0% คาดว่าในช่วงนี้ผู้บริโภคจะใช้จ่ายลดลง 46.1% ก็คาดว่าจำนวนชิ้นที่ซื้อก็ลดลงด้วย มูลค่าการซื้อโดยรวมในปีนี้เทียบกับปีก่อนแบ่งตามประเภทร้านค้าคือ ร้านเครื่องสำหรับไหว้เจ้าส่วนใหญ่ ร้านเป็ด ไก่ หมู (สด) ร้านเป็ด ไก่ ปลา หมู (ต้มสำเร็จ) ร้านขนมสำหรับไหว้ ร้านผลไม้ส่วนใหญ่กว่า 40% ต่างระบุว่าการซื้อโดยรวมลดลงทั้งมูลค่าและปริมาณ และส่วนใหญ่ร้านค้าก็ระบุว่ามีสาเหตุมาจากราคาสินค้าที่แพงขึ้น และผู้ประกอบการ 73.4% คาดว่าปีนี้การขยายตัวทางเศรษฐกิจจะต่ำกว่า 2.50%
ยอดใช้จ่ายหดเหลือ 4 หมื่นล.
“ศูนย์พยากรณ์ฯ สรุปได้ว่าตรุษจีนปีนี้ไม่ค่อยคึกคักเพราะมีเงินสะพัดเพียง 3.6 หมื่นล้านบาทเท่านั้นแม้ว่าคนจะเริ่มปรับตัวจากการระบาดของโควิดได้แล้วแต่ราคาสินค้ากลับแพงขึ้นและประชาชนมีความกังวลเรื่องปัญหาเศรษฐกิจและปากท้อง ทำให้มูลค่าการใช้จ่ายของปีนี้ลดลงต่ำกว่า 4 หมื่นล้านบาทเป็นครั้งแรกในรอบ 11 ปี และที่น่าจับตาดูคือการที่รายได้ของประชาชนที่ลดลงส่งผลทำให้เป็นหนี้และมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะในกลุ่มของผู้ที่มีรายได้ต่ำกว่า 20,000 บาท” นายธนวรรธน์กล่าว
รัฐบาลยังจำเป็นที่จะต้องใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ และเติมเงินลงไปในกระเป๋าของประชาชน เพื่อช่วยพยุงเศรษฐกิจในช่วงที่สถานการณ์ราคาสินค้าราคาแพง และรัฐบาลจำเป็นที่จะต้องดูแลควบคุมโควิด-19 ให้ได้ในช่วงไตรมาสแรกของปี เพื่อที่จะเดินหน้าเศรษฐกิจให้ฟื้นตัวเต็มที่ได้ตั้งแต่ในช่วงไตรมาสที่ 2 ร่วมกับการใช้มาตรการที่มีการผ่อนคลายทางเศรษฐกิจต่างๆ
ศูนย์พยากรณ์ฯ มองว่า เศรษฐกิจไทยในปีนี้จะขยายตัวได้ 3.5% อย่างไรก็ตาม ยังคงมีความเป็นห่วงสถานการณ์ราคาน้ำมันในตลาดโลกที่อาจปรับตัวสูงขึ้น ประกอบกับค่าขนส่งที่ยังคงมีราคาสูงและมีผลกับการส่งออกในช่วงครึ่งปีแรก และจากการที่ไอเอ็มเอฟได้มีการประเมินเศรษฐกิจของโลกปีนี้ขยายตัวลดลง จากประมาณการเดิม 4.9% เหลือ 4.4% เศรษฐกิจสหรัฐขยายตัวลดลงจาก 5% เหลือ 4% เศรษฐกิจจีนเติบโตต่ำกว่า 5% และราคาน้ำมันในตลาดโลกอาจขยับตัวอยู่ที่ 90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เป็นปัจจัยที่น่าจะมีความกังวลเพราะจะส่งผลกระทบกับการค้าโลกในภาพรวมรวมถึงการค้าของประเทศไทยด้วยจึงต้องมีการจับตาเป็นพิเศษอีกด้วย
กฟผ.ปรับบริหาร-ลดต้นทุน
ด้านน.ส.จิราพร ศิริคำ รองผู้ว่าการยุทธศาสตร์ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศ ไทย (กฟผ.) ในฐานะโฆษก กฟผ. เปิดเผยว่า กฟผ.ปรับแผนบริหารจัดการเชื้อเพลิงใหม่ โดยเลื่อนแผนการปลดโรงไฟฟ้าแม่เมาะ เครื่องที่ 8 ที่มีกำหนดปลดออกจากระบบผลิตไฟฟ้าในวันที่ 1 ม.ค.2565 เนื่องจากหมดอายุการใช้งานออกไปจนถึงวันที่ 31 ธ.ค.2565 รวมระยะเวลาประมาณ 1 ปี ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนการผลิตไฟฟ้าในภาพรวมของประเทศลงได้ และคาดว่าการเดินเครื่องโรงไฟฟ้าแม่เมาะเครื่องที่ 8 ซึ่งใช้ถ่านหินเป็นเชื้อเพลิง กำลังผลิตประมาณ 2,160 ล้านหน่วย เทียบเท่ากับการใช้ก๊าซธรรมชาติเหลว (แอลเอ็นจี) ประมาณ 15,330 ล้านลูกบาศก์ฟุต สามารถช่วยลดต้นทุนการผลิตไฟฟ้าลงได้ถึงประมาณ 12,200 ล้านบาท
นอกจากนี้ กฟผ. ยังได้ปรับเปลี่ยนการใช้เชื้อเพลิงของโรงไฟฟ้าบางปะกงและโรงไฟฟ้าเอกชนในภาคตะวันตกให้มาใช้น้ำมันเตาและน้ำมันดีเซล แทนการใช้ก๊าซธรรมชาติระหว่างเดือนพ.ย.-ธ.ค.2564 เพื่อลดการนำเข้าแอลเอ็นจีคิดเป็นพลังงานไฟฟ้าที่ผลิตได้ประมาณ 1,235 ล้านหน่วย เทียบเท่ากับการใช้แอลเอ็นจี 7,839 ล้านลูกบาศก์ฟุต ช่วยลดต้นทุนการผลิตไฟฟ้าลงได้ถึง 2,600 ล้านบาท โดยภาพรวมสามารถช่วยลดต้นทุนค่าไฟฟ้าได้ถึง 14,800 ล้านบาท ทั้งนี้ กฟผ.แบกรับต้นทุนเชื้อเพลิงก๊าซในค่าไฟฟ้าผันแปร (เอฟที) แทนประชาชนผู้ใช้ไฟฟ้าในงวดเดือนก.ย.-ธ.ค. 2564 ไปก่อนเป็นการชั่วคราวอีกประมาณ 36,000 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม กฟผ. ยังเตรียมพร้อมแผนรองรับอื่นๆ เช่น การปรับแผนการผลิต ไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าพลังน้ำต่างประเทศให้สอดคล้องรองรับกับสถานการณ์และแนวทางการรับซื้อไฟฟ้าจากผู้ผลิตไฟฟ้าขนาดเล็ก (เอสพีพี) ประเภทพลังงานหมุนเวียน เพิ่มเติมจากสัญญาเดิม พร้อมทั้งจัดตั้งวอร์รูมเพื่อติดตามข้อมูลราคาเชื้อเพลิงแต่ละประเภท และพิจารณาเปรียบเทียบต้นทุนการผลิตไฟฟ้าจากแอลเอ็นจีร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้วิกฤตพลังงานในครั้งนี้ผ่านพ้นไปได้ด้วยดี
กมธ.มึนแจงข้อมูลหมู-ผู้เลี้ยง
ที่รัฐสภา นายเอกชัย ทรงอำนาจเจริญ ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การเกษตรและสหกรณ์ สภาผู้แทนราษฎร แถลงภายหลังการประชุมร่วมกันระหว่างกมธ.เกษตรฯ และกมธ.พาณิชย์และทรัพย์สินทางปัญญา สภา ถึงกรณีโรคระบาดอหิวาต์แอฟริกาในสุกร (ASF) และกรณีหมูราคาแพง ว่า กรมปศุสัตว์ได้ให้ข้อมูลว่า สุกรที่ได้รับความเสียหายมี 3 แสนกว่าตัว ขณะที่เกษตรกรที่ได้รับความเสียหายมีจำนวน 9,746 ราย โดยโรคระบาดดังกล่าวเกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 10 ม.ค.2565 จึงสงสัยเรื่องจำนวนสุกรที่เข้าโรงฆ่าสัตว์กับจำนวนที่เลี้ยงใหม่เหตุใดถึงไม่สมดุลกัน ขาดกันเป็นแสนตัว จำนวนผู้เลี้ยงสุกรรายย่อยที่เคยมีกว่า 1.8 แสนราย เหตุใดจึงเหลือเพียง 7 หมื่นราย หากระบุว่าโรคระบาดอหิวาต์ในสุกรเริ่มแพร่ระบาดตั้งแต่วันที่ 10 ม.ค.ที่ผ่านมา แปลว่าต้องเกิดมาระยะหนึ่งแล้วใช่หรือไม่ เมื่อการชี้แจงข้อมูลยังมีความสับสน กมธ.เกษตรฯ และกมธ.พาณิชย์ จึงจะนัดหารือร่วมกันอีกครั้งหนึ่งในอีก 3 สัปดาห์ข้างหน้าอีกครั้ง
ตลาดโคราช-กาฬสินธุ์เงียบ
ส่วนบรรยากาศการจำหน่ายสินค้า รับเทศกาลตรุษจีน ในพื้นที่ต่างๆ ที่ตลาด ย่าโม เขตเทศบาลนคร (ทน.) นครราชสีมา น.ส.วิไลลักษณ์ คำเมือง แม่ค้าร้านปลาทูทองตลาดย่าโม เปิดเผยว่า ตรุษจีนปีนี้คนไทยเชื้อสายจีนได้ทยอยมาซื้อสินค้าไหว้เจ้ากันล่วงหน้า เนื่องจากต้องการหลีกเลี่ยงความแออัดที่มีภาวะเสี่ยงต่อเชื้อโรค ภาพรวมราคาสินค้าได้ปรับราคาขึ้น เช่น กระดาษไหว้เจ้าที่ใช้มากที่สุดแพงขึ้น 5-10 บาท แม้ว่าลูกค้ายังจับจ่ายซื้อสินค้าแต่ลดปริมาณลงพอสมควร
ที่จ.กาฬสินธุ์ นางวีระพรรณ อิ่มเอิบ อายุ 62 ปี เจ้าของร้านสินค้าไหว้เจ้า กล่าวว่า ผลจากสถานการณ์ของโรคโควิด-19 ทำให้ยอดจำหน่ายลดต่ำกว่าปีก่อนๆ มาก ส่วนของการขายสินค้าไหว้เจ้าและสินค้าเบ็ดเตล็ดต่างๆ คาดหวังว่าใกล้ถึงวันตรุษจีนบรรยากาศการค้าขายน่าจะมีความคึกคักมากขึ้น

ตรุษจีน – ไอคอนสยามร่วมสืบสานเทศกาลตรุษจีน จัดนางเอกสาว ญาญ่า อุรัสยา แปลงโฉมเป็นนางพญาสิงหธารา ประดับเพชร 338 กะรัต มูลค่ากว่า 100 ล้าน ที่ริเวอร์ พาร์ค ไอคอนสยาม กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 27 ม.ค.