‘สุรชาติ’นำ-‘อรรถวิชช์’มาที่ 2‘มาดามหลี-กรุณพล’ไล่ตาม‘ธรรมนัส’ยืนยัน-ไม่ขอรมต.

คะแนนนำโด่ง เพราะฐานเสียงเดิมเหนียวแน่น ตามด้วย ‘อรรถวิชช์’ จากพรรคกล้า เหตุแกนนำกปปส. ช่วยเทเสียงหนุน ส่วน ‘มาดามหลี-เพชร กรุณพล’ ทำคะแนนตามมาห่างๆ ‘บิ๊กป้อม’ อ้อน เทคะแนนให้ พปชร. พร้อมชู ‘บิ๊กตู่’ เป็นนายกฯ ต่อ ‘ชลน่าน’ ปลุกเลือกเพื่อไทย เสริมทัพฝ่ายค้านในสภา เวทีปราศรัย ‘ก้าวไกล-กล้า-ไทยภักดี’ คึกคัก ‘ธรรมนัส’ โพสต์ยันมาอยู่พรรคใหม่ ไม่คิดต่อรองตำแหน่งทางการเมือง โต้บิน ไปสวิส-เปล่าพบ ‘ทักษิณ’ ‘เศรษฐกิจไทย’ เดินหน้าตั้งตัวแทนพรรคสมุทรปราการ ก๊วน 21 ส.ส.พลังประชารัฐร่วมสังเกตการณ์

‘บิ๊กป้อม’ลุยช่วย‘เจ๊หลี’ซ่อมหลักสี่

เมื่อวันที่ 28 ม.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการเลือกตั้งซ่อมส.ส.กทม. เขต 9 หลักสี่ จตุจักร (แขวงลาดยาว แขวงเสนานิคม และแขวงจันทรเกษม) แทนตำแหน่งที่ว่าง มีขึ้นในวันที่ 30 ม.ค. โดยมีผู้สมัคร 8 รายคือ หมายเลข 1 นายพันธุ์เทพ ฉัตรนะรัชต์ พรรคไทยภักดี (ทภด.), หมายเลข 2 นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี พรรคกล้า, หมายเลข 3 นาย สุรชาติ เทียนทอง พรรคเพื่อไทย (พท.), หมายเลข 4 น.ส.กุลรัตน์ กลิ่นดี พรรคยุทธศาสตร์ชาติ (ย.ศ.ช.), หมายเลข 5 นายรุ่งโรจน์ อิบรอฮีม พรรคไทยศรีวิไลย์ (ทศล.) ,หมายเลข 6 นายกรุณพล เทียนสุวรรณ พรรคก้าวไกล (ก.ก.), หมายเลข 7 นางสรัลรัศมิ์ เจนจาคะ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) และหมายเลข 8 นายเจริญ ชัยสิทธิ์ พรรคครูไทยเพื่อประชาชน (ค.พ.ช.)

ขณะที่การหาเสียงกฎหมายกำหนดให้กระทำได้ไม่เกินเวลา 18.00 น.วันที่ 29 ม.ค. ในช่วงโค้งสุดท้ายแต่ละพรรคจึงระดมทีมลงพื้นที่และปราศรัยใหญ่กันอย่างคึกคัก โดยเวลา 17.00 น.วันที่ 28 ม.ค. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ลงพื้นที่ช่วยหาเสียงให้ นางสรัลรัศมิ์ หรือมาดามหลี โดยพบผู้สูงอายุจากชมรมผู้สูงอายุในชุมชนเคหะทุ่งสองห้อง ที่วิภาวดี พาเลซ

ชู‘บิ๊กตู่’เป็นนายกฯต่อ
พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ตนมาที่นี่ด้วยความรัก อยากจะอยู่ร่วมกับพวกท่าน ตนเกิดใน กทม. ยินดีพบผู้สูงอายุใกล้เคียง เพราะตนก็อายุ 77 ปี ยืนยันว่ารัฐบาลดูแลผู้สูงอายุ และสังคมผู้สูงอายุที่มีมากขึ้น ส่วนหนึ่งเพราะมีสาธารณสุขดีทำให้อายุยืนขึ้น รัฐบาลนี้โดยพรรคพลังประชารัฐและพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม พยายามทำทุกอย่างทั้งเรื่องที่ดิน ที่อยู่ สร้างอาชีพให้อยู่ดีกินดี และนโยบายของพรรคพลังประชารัฐจะสนับสนุนโครงการผู้สูงอายุเป็นอันดับแรก เพราะประชาชนจะอยู่ในบั้นปลายของชีวิตต้องมีความสุข มีที่อยู่ที่กิน มีเงินเดือน และล่าสุดรัฐบาลมีการปรับเงินเดือนผู้สูงอายุ ตั้งแต่ 80 ปี 70 ปี ลงมาตามลำดับ

“เราจะสนับสนุนพล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯ และยืนยันว่าเราไม่มีความขัดแย้งใดๆ พรรคพลังประชารัฐใจถึงพึ่งได้ ทำทุกอย่างให้ประชาชนอยู่ดีกินดี ทุกสาขาอาชีพ และให้มั่นใจว่ารัฐบาลจะดูแลจนกว่าจะเสียชีวิตให้อยู่ดีเป็นสุข” พล.อ.ประวิตรกล่าว

นางสรัลรัศมิ์ ให้สัมภาษณ์ว่า ดูจากสีหน้าพล.อ.ประวิตร แล้วท่านคงมั่นใจว่าเราจะคว้าชัยในครั้งนี้ได้ และทุกคนก็ให้กำลังใจตนเป็นอย่างดี ขณะที่โครงสร้างประชากรผู้สูงอายุในเขตหลักสี่ จตุจักร มีจำนวน 1 ใน 3 ซึ่งเราเน้นดูแลผู้สูงอายุเป็นหลักมาโดยตลอด คิดว่าผู้สูงอายุทั้งหลายจะเทใจให้กับเราและชักจูงลูกหลานให้เทคะแนนให้ด้วย ผู้สื่อข่าวถามว่ายืนยันกับพล.อ.ประวิตรใช่หรือไม่ว่าจะคว้าชัย 100 เปอร์เซ็นต์ นางสรัลรัศมิ์กล่าวว่า ใช่

โค้งสุดท้าย – นายสุรชาติ เทียนทอง ผู้สมัครรับเลือกตั้งซ่อม ส.ส. เขต 9 กทม. หลักสี่-จตุจักร เปิดเวทีปราศรัยใหญ่ครั้งสุดท้าย โดยมีแกนนำพรรคมาช่วยคับคั่ง ที่สวนสาธารณะ เคหะทุ่งสองห้อง ขณะที่อีก 4 พรรคก็เปิดเวทีปราศรัยคึกคัก เมื่อวันที่ 28 ม.ค.

เพื่อไทยจัดทัพใหญ่หนุน ‘สุรชาติ’
เวลา 17.00 น. ที่สวนสาธารณะชุมชนเคหะหลักสี่ พรรคเพื่อไทย เปิดปราศรัยใหญ่หาเสียงให้ นายสุรชาติ นำทีมโดยนพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรค พร้อมทีมผู้บริหาร ส.ส. และสมาชิกพรรค

นพ.ชลน่าน ปราศรัยว่า วันนี้เราต้องช่วยกันเลือกนายสุรชาติให้ชนะขาด เพราะถ้าไม่เลือกชนะขาด เราจะขาดโอกาสในการแก้ตัว และกู้ศักดิ์ศรีของพวกเราคืนจากการเลือกตั้งครั้งที่ผ่นมา และนายสุรชาติจะไม่ชนะถ้าพี่น้องไม่ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้ง เพราะจากที่เราสำรวจมาพี่น้องบอกจะออกมาใช้สิทธิเพียง 50 คนจากการสำรวจ 100 คน ถ้าเป็นแบบนี้เราแพ้ และฝากพี่น้องช่วยเป็นหูเป็นตา และบอกต่อๆ กันว่าเงินรับมา แต่จะกาเพื่อไทย เราต้องแก้แค้นให้นายสุรชาติ ไม่ยอมให้เขาโกง เราจะรายงานคะแนนทุกกระดานแบบเปิดเผยในสื่อทั่วไป เพื่อไม่ให้เกิดการเอาบัตรเปล่ามากายัด เราจะไม่ยอมให้ไฟดับด้วย ครั้งนี้ปันใจไม่ได้ ขอให้เลือกเพื่อไทยเท่านั้น เลือกพรรคที่มีโอกาสชนะเพื่อจะสู้กับพรรคฝั่งรัฐบาล เพื่อบอกไปยังรัฐบาลว่าเราต้องการเปลี่ยนรัฐบาลแล้ว นี่เป็นวิธีเดียวที่จะแสดงออกในทางประชาธิปไตย

‘ก้าวไกล-กล้า-ไทยภักดี’ก็คึก
เวลา 18.00 น. ที่ตลาดเจเจกรีน 2 พรรคก้าวไกล จัดปราศรัยใหญ่ หาเสียงให้ เพชร-กรุณพล นำโดย นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรค โดยนายพิธา กล่าวถึงอนาคตประเทศไทยที่ขับเคลื่อนด้วยการเมืองแห่งความหวัง ส่วนนายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรค ได้ฉายภาพเบื้องลึกเบื้องหลังรัฐนาวาสภาพ “ก่อนซ่องโจรแตก” พร้อมขอประชาชนในกทม. เขต 9 ก้าวเท้าเข้าคูหา กาด้วยความหวัง กาด้วยหัวใจ เลือกพรรคก้าวไกล เข้าไปทำหน้าที่เป็นผู้แทนราษฎรในสภา

เมื่อเวลา 17.00 น. พรรคกล้าเปิดเวทีปราศรัยใหญ่ “รวมพลัง การเมืองคุณภาพ” ที่สนามฟุตบอลเคหะท่าทราย ศูนย์เยาวชนหลักสี่ หาเสียงให้กับนายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ผู้สมัครของพรรค โดยมีนายกรณ์ จาติกวนิช หัวหน้าพรรค และแกนนำพรรครวมทั้งนายแก้วสรร อติโพธิ อดีตคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ(คตส.) ร่วมปราศรัย มีประชาชนร่วมฟังจำนวนมาก

เวลา 17.00 น. ที่ลานกีฬาชุมชนเสนานิคม 2 แขวงเสนานิคม เขตจตุจักร พรรคไทยภักดี เปิดปราศรัยใหญ่ “ไทยภักดี Special” นับ 1 จตุจักร-หลักสี่ เติมคนดีเข้าสภา เพื่อหาเสียงให้ นายพันธุ์เทพ นำโดยนพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม หัวหน้าพรรค พล.ต.นพ.เหรียญทอง แน่นหนา ผู้สนับสนุนพรรค

นพ.วรงค์ย้ำว่า พรรคไทยภักดี 1 เสียงจะเป็น 1 เสียงคุณภาพและเป็นพันธมิตรกับพล.อ.ประยุทธ์ เราตรงไปตรงมาไม่มีกั๊ก ยืนยันว่าเราไม่ได้เกาะกระแส แต่เรายืนข้างพล.อ.ประยุทธ์ ตั้งแต่ 19 ส.ค.2563

‘สิระ’ร้องยุบก.ก.-ตัดสิทธิ์ผู้สมัคร
ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายสิระ เจนจาคะ อดีตส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ พร้อม นายทิวา การกระสัง ทนายความ ยื่นหนังสือร้องเรียนกรณีพรรคก้าวไกล โดยนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรค และนายกรุณพล ผู้สมัครรับเลือกตั้งซ่อม กระทำการฝ่าฝืนพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ(พ.ร.ป.) ว่าด้วยการ เลือกตั้งส.ส. มาตรา 73 (5) ประกอบมาตรา 132 วรรคสาม

นายทิวากล่าวว่า เพจพรรคก้าวไกลประกาศตามหาอาสาสมัครช่วยนายกรุณพล จับโกงการเลือกตั้ง แล้วนำภาพนายสิระที่เบลอแล้วทำเป็นวงกลม ทำให้คนที่ดูข้อความนี้อาจกล่าวหาว่าเป็นการจับนายสิระ โกงการเลือกตั้ง ซึ่งการเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้พรรคพลังประชารัฐก็ส่งนางสรัลรัศมิ์ ภรรยานายสิระ ลงสมัคร ทำให้มีผลต่อการเลือกตั้งและคะแนนนิยม ได้บอกให้ลบประกาศดังกล่าวแต่พรรคก้าวไกลไม่ได้ลบ จึงเป็นการหาเสียงใส่ร้าย

นอกจากนี้ เมื่อเป็นเพจพรรค ทำโดยพรรค นายพิธาก็จะผิดตามมาตรา 73(5) ประกอบมาตรา 132 ซึ่งเป็นการกระทำโดยพรรค จึงยื่นขอให้กกต.พิจารณา ถ้าเห็นว่ามีความผิดจริงขอให้เพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง และดำเนินคดีอาญากับนายพิธาและนายกรุณพล ถ้าเห็นว่าเป็นการกระทำโดยพรรค ขอให้กกต. ยื่นศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัยยุบพรรค และ เพิกถอนสิทธิเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารพรรค(กก.บห.) ทั้ง 10 คน

เมื่อถามถึงกระแสข่าวการพนันลักษณะ ต่อรองผลเลือกตั้ง อัตรา 7:4 ซึ่งมีชื่อนาย สุรชาติ เทียนทอง ผู้สมัครพรรคเพื่อไทย นายสิระกล่าวว่า อยากให้พิสูจน์มาว่าโต๊ะรับแทงพนันที่ว่าอยู่ตรงไหน ใครเป็นเจ้าของโต๊ะเพราะผิดกฎหมาย ถ้ารู้ทำไมไม่ไปแจ้งความ หากไม่มีหลักฐานหรือหาหลักฐานไม่ได้จะเป็นการเข้าข่ายนำข้อความเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ดังนั้นควรต้องระวังเรื่องเหล่านี้ อย่าเลอะเทอะ หลังการเลือกตั้งครั้งนี้ตนคงมีการฟ้องร้องอีกหลายคดี ที่ตนโดนกระทำหลายๆ เรื่อง เริ่มตั้งแต่สัปดาห์หน้าเป็นต้นไป

ก.ก.มั่นใจไม่ผิด-จัดทีมส่องโกง
นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล ให้สัมภาษณ์ว่า เราไม่ได้กังวลและเตรียมตัวเพื่อต่อสู้คดี โพสต์ดังกล่าวไม่ใช่โพสต์ หาเสียง แต่เป็นการรับสมัครอาสาสมัครมาสังเกตการณ์การเลือกตั้ง โดยได้โพสต์รับสมัครก่อนที่จะมีประกาศพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้งซ่อม มั่นใจว่าไม่ได้ผิดกฎหมายตามที่นายสิระบอก และคงไม่ถึงการยุบพรรค

ด้านนายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล กล่าวว่า จากการไปช่วยนายกรุณพล หาเสียง รู้สึกดีใจที่กระแสตอบรับพวกเรามากขึ้นเรื่อยๆ จึงค่อนข้างมั่นใจว่าจะได้รับเสียงสนับสนุนจากประชาชนเป็นอันดับ 1 และในวันที่ 30 ม.ค. จะส่งตัวแทนพรรค 280 คน ไปประจำหน่วยเลือกตั้งทั้ง 280 หน่วย ทั้งหมดเป็นอาสาสมัครที่พรรคเปิดรับ เป็นครั้งแรกในการเลือกตั้งซ่อมที่พรรคมีอาสาสมัครมากกว่าจำนวนหน่วยเลือกตั้ง สะท้อนว่าประชาชนตื่นตัว และไม่มั่นใจการทำงานของ กกต. หรือเชื่อว่าจะมีการโกงเกิดขึ้น จึงอยากเรียกร้องไปยัง กกต.ให้รักษาความเที่ยงธรรมให้ได้มากที่สุด

นอกจากนี้ เรามีทีมลาดตระเวนและทีมอาสาสมัครประจำชุมชน เพื่อเก็บหลักฐานและรับการแจ้งเบาะแสการซื้อเสียง หรือความเคลื่อนไหวไม่ปกติต่างๆ ที่เกิดขึ้นในพื้นที่มาโดยตลอด เมื่อคืนก็มีข้อมูลหลักฐานการ นัดจ่ายเงินรายหัวในชุมชนแห่งหนึ่งรายงาน เข้ามา เราจะรวบรวมข้อมูลทั้งหมดเพื่อส่งต่อหน่วยงานที่รับผิดชอบ

โพลหน่วยข่าวชี้พท.นำเขต 9
สถานการณ์ในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนการเลือกตั้งซ่อมส.ส.กทม.เขต 9 หลักสี่ จตุจักร มีรายงานข่าวว่า หน่วยงานด้านข่าวกรอง ได้ประเมินแนวโน้มจากการติดตามข่าวสารข้อมูลพบว่า ขณะนี้ ผู้ที่มีคะแนนนิยมสูงสุด คือ นายสุรชาติ เทียนทอง ผู้สมัครหมายเลข 3 พรรคเพื่อไทย เนื่องจากเคยเป็นส.ส.ในพื้นที่เก่าย่านนี้ และการเลือกตั้งล่าสุดเมื่อปี 2562 ได้รับคะแนนเลือกตั้งมาเป็นอันดับ 2 แพ้อันดับ 1 คือ นายสิระ เจนจาคะ พรรคพลังประชารัฐ ไปเพียง 2,700 คะแนน ขณะที่ฐานเสียงเดิมของนายสุรชาติยังอยู่ครบถ้วน ไม่ได้ลดลงไป ประกอบกับยังเป็นนักการเมืองที่ลงพื้นที่ต่อเนื่อง ชาวบ้านตามชุมชนต่างๆ ยังเชื่อถือ ในทางตรงกันข้ามเสียงของพรรคพลังประชารัฐ ที่เดิมนายสิระได้รับชัยชนะนั้น เกิดความแตกแยก คะแนนลดลงไป ต่างจากนายสุรชาติที่คะแนนเดิมยังเหนียวแน่น ดังนั้นถึงขณะนี้จึงนับว่าคะแนนนิยมผู้สมัครพรรค เพื่อไทยยังนำหน้าทุกผู้สมัคร

คะแนนนิยมที่ตามมาคือ นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี หมายเลข 2 พรรคกล้า เนื่องจากมีฐานเสียงเดิมอยู่บ้างในฐานะอดีตส.ส.เขตจตุจักร อีกทั้งจากการสำรวจข้อมูลพบว่า ฐานเสียงของกลุ่มกปปส. โดยเฉพาะฐานเดิมของนายสกลธี ภัททิยกุล ที่เคยเป็นส.ส.ในเขตหลักสี่ จตุจักรมาก่อน ได้เทมาให้กับนาย อรรถวิชช์ ในฐานะเพื่อนสนิทที่เรียนมาด้วยกัน ทั้งระดับมัธยมและมหาวิทยาลัย รวมถึงการที่พรรคประชาธิปัตย์ไม่ส่งผู้สมัคร ทำให้มีคะแนนเสียงจากผู้สนับสนุนประชาธิปัตย์บางส่วนเทมาให้

ส่วนนางสรัลรัศมิ์ เจนจาคะ ผู้สมัครพรรคพลังประชารัฐ หมายเลข 7 อาศัยฐานเสียงเดิมของนายสิระ แต่เป็นฐานที่ลดลงไป เนื่องจากเสียงกลุ่มกปปส.ของนายสกลธี เทไปให้กับพรรคกล้า รวมทั้งความขัดแย้งระหว่างนายสิระกับพล.ต.นพ.เหรียญทอง แน่นหนา ทำให้มวลชนของพล.ต.นพ.เหรียญทอง หันไปเลือกนายพันธุ์เทพ ฉัตรนะรัชต์ ผู้สมัครเบอร์ 1 พรรคไทยภักดี เท่ากับว่าคะแนนเสียงใน ผู้สมัครพลังประชารัฐ กับพรรคไทยภักดี มีลักษณะแย่งมวลชนกันเอง

สำหรับนายกรุณพล เทียนสุวรรณ ผู้สมัครหมายเลข 6 พรรคก้าวไกล มีคะแนนเสียงจากคนรุ่นใหม่ รวมทั้งผู้ที่เคยลงคะแนนให้พรรคอนาคตใหม่ในการเลือกตั้งเมื่อปี 2562 แม้ว่าในการเลือกตั้งใหญ่กระแสของพรรคอนาคตใหม่มาแรงมาก และฐานเดียวกันกับพรรคก้าวไกล แต่เนื่องจากครั้งนี้เป็นการเลือกตั้งซ่อมเขตเดียว ไม่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงรัฐบาล จึงทำให้กระแสคนรุ่นใหม่ในการเลือกตั้งซ่อมเขตนี้ ไม่คึกคักเท่าที่ควร

‘จุรินทร์’ยังไม่รู้‘อนุกูล’คืนรังปชป.
นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) ให้สัมภาษณ์กรณีที่ นายเดชอิศม์ ขาวทอง ส.ส.สงขลา รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ดูแลภาคใต้ ยืนยันว่านายอนุกูล พฤกษานุศักดิ์ หรือ โบ๊ต อดีตผู้สมัครเลือกตั้งซ่อม ส.ส.สงขลา เขต 6 พรรคพลังประชารัฐ กลับมาอยู่พรรคประชาธิปัตย์ว่ายังไม่มีข้อมูล เนื่องจากนายเดชอิศม์ยังไม่ได้รายงานตน จึงยังไม่ขอตอบ แต่วันที่ 29 ม.ค.ตนจะไปสงขลาเพื่อขอบคุณพี่น้องเขต 6 ที่ไว้ใจเลือกน.ส.สุภาพร กำเนิดผล เป็น ส.ส.ในการ เลือกตั้งซ่อมที่ผ่านมา

ส่วนที่นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย บอกได้กลิ่นรัฐประหารนั้น นาย จุรินทร์กล่าวว่า ยังไม่สามารถตอบได้ เพราะไม่ทราบที่มาที่ไปของข่าวและมองไม่ออกว่าใครจะเป็นคนทำรัฐประหาร ขณะที่เสถียรภาพรัฐบาลก็เป็นหน้าที่ของพรรคร่วมรัฐบาล ส่วนพรรคประชาธิปัตย์ตนยังย้ำเรื่องการเป็นสถาบันทางการเมือง เรารู้หน้าที่ว่าจะทำอะไร ตัดสินใจอย่างไร จึงขออย่ากังวลในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์

ศท.ตั้งตัวแทน-ก๊วน 21 ส.ส.โผล่
ที่ศาลาวัดคอลาด อ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการ พรรคเศรษฐกิจไทย (ศท.) ประชุมจัดตั้งตัวแทนประจำ จ.สมุทรปราการ เขต 5 โดยมี ส.ส.พรรคพลังประชารัฐที่ถูกขับพ้นพรรคเมื่อวันที่ 19 ม.ค. ร่วมสังเกตการณ์ อาทิ นายภาคภูมิ บูลย์ประมุข ส.ส.ตาก น.ส.จอมขวัญ กลับบ้านเกาะ ส.ส.สมุทรสาคร นางทัศนาพร เกษเมธีการุณ ส.ส.นครราชสีมา นายยุทธนา โพธสุธน ส.ส.บัญชีรายชื่อ รวมถึงเจ้าหน้าที่กกต.ประจำจังหวัดสมุทรปราการ มีสมาชิกพรรคและประชาชนทั่วไปให้ความสนใจเข้าร่วมประชุม โดยที่ประชุมมีมติเลือก นายรณยศ ภู่หลำ เป็นตัวแทนเขตประจำจังหวัดสมุทรปราการ บรรยากาศการประชุมเป็นไปอย่างเรียบร้อย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีกระแสข่าวมาตลอดว่า 21 ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ ที่ถูกขับพ้นพรรค จะย้ายมาสังกัดพรรคเศรษฐกิจไทย ซึ่งมีชื่อของ พล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา ประธานยุทธศาสตร์พรรคพลังประชารัฐ จะไปเป็นหัวหน้าพรรค

‘ธรรมนัส’ลั่นไม่ต่อรอง-โต้พบแม้ว
วันเดียวกัน ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา ที่ถูกขับพ้นพรรคพลังประชารัฐ โพสต์เฟซบุ๊กว่า ผมและกลุ่มพี่น้องส.ส. แยกตัวออกมาจากพรรคพลังประชารัฐ เพื่อจะมาทำการเมืองอย่างสร้างสรรค์ มีอุดมการณ์ที่จะพัฒนาประเทศชาติให้พี่น้องประชาชนมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีแบบยั่งยืนและยึดมั่นในสถาบันหลักของบ้านเมืองนั่นคือ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

จากการที่ผมไปเยี่ยมเยือนพี่น้องประชาชนตามพื้นที่ต่างๆ ทั้ง 77 จังหวัด ผมเห็นความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในหลายๆ เรื่องโดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องปากท้องและคุณภาพชีวิตของพี่น้อง หลายครอบครัวที่ลำบากมาก อดมื้อกินมื้อ มองไม่เห็นอนาคตของลูกหลานเลย ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางสังคมมีความจำเป็นต้องแก้ไขจากภาครัฐอย่างเอาจริงเอาจัง และยังมีปัญหาอีกมากมายที่ พี่น้องประชาชนคนไทยยังเฝ้ารอความช่วยเหลือจากทุกภาคส่วน

ดังนั้น การแยกตัวของผมและกลุ่มพี่น้องส.ส. มาอยู่พรรคใหม่นั้น ไม่ใช่เป็นการต่อรองเพื่อต้องการตำแหน่งเก้าอี้ทางการเมืองใดๆ ทั้งสิ้น แต่พวกเราต้องการทำงานเพื่อพัฒนาประเทศชาติ บ้านเมืองและแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนคนไทยอย่างเอาจริงเอาจัง

นายไผ่ ลิกค์ ส.ส.กำแพงเพชร พรรคพลังประชารัฐ ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวที่ ร.อ. ธรรมนัสเดินทางไปพบนายทักษิณ ชินวัตร ว่า ร.อ.ธรรมนัสเดินทางไปสวิตเซอร์แลนด์ ไปทำธุระส่วนตัว ไม่ได้ไปหานายทักษิณ

‘หมอสุกิจ’ยันไม่มีแพร่โควิดในสภา
นพ.สุกิจ อัถโถปกรณ์ ที่ปรึกษาประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์กรณีนาย อัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ส.ส.ราชบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ติดโควิด-19 ว่า จากการสอบถามนายอัครเดช อาการไม่รุนแรงและอยู่ระหว่างการรักษาตัวในโรงพยาบาล สำหรับไทม์ไลน์นั้นทราบว่ามีอาการ 26 ม.ค. เข้ารับการตรวจผลพบติดเชื้อ 27 ม.ค. นายอัครเดชได้ลาประชุมสภาเมื่อ 26 ม.ค.และไม่ได้เข้ามายังพื้นที่รัฐสภา ดังนั้นโอกาสแพร่เชื้อให้กับ ส.ส.มีน้อยมาก หรือแทบไม่มีเลย รวมถึงส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ด้วย จึงไม่มีบุคคลใดต้องกักตัว ตนรายงานให้นายชวน หลีกภัย ประธานสภารับทราบแล้ว โดยทุกเคสได้ปฏิบัติเช่นเดียวกัน

สำหรับสถานการณ์ผู้ติดเชื้อของสภา ตั้งแต่ช่วงหลังเทศกาลปีใหม่ 2565 พบ ส.ส.ติดเชื้อ 3 คน คือ นายเดชอิศม์ ขาวทอง ส.ส.สงขลา รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์, นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ และรมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และนายอัครเดช ซึ่งไม่พบการแพร่เชื้อภายในรัฐสภา แต่สภาต้องคงมาตรการการตรวจคัดกรองที่เข้มงวด

เมื่อเวลา 18.00 น. นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ส.ส.ศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย ชี้แจงผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว หลังทราบผลตรวจ RT-PCR ติดเชื้อโควิด-19 โดยปกติตนจะตรวจทุกวัน วันละ 2 รอบ ขณะที่เมื่อวานผลยังคงเป็นลบ จึงไม่ได้แยกตัวออกมา สำหรับไทม์ไลน์สัปดาห์ที่ผ่านมา ได้เข้าร่วมประชุมสภาตลอดอาทิตย์ และในกมธ.บางส่วน ท่านใดที่ตนไปใกล้ขอให้ตรวจหาเชื้อ และต้องขออภัยด้วย

ขอเสียง – พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ พบปะผู้สูงอายุ ช่วยนางสรัลรัศมิ์ เจนจาคะ ผู้สมัครรับเลือกตั้งซ่อมส.ส.กทม.เขต 9 (หลักสี่-จตุจักร) หาเสียงโค้งสุดท้าย ที่วิภาวดี พาเลซ ตลาดบางเขน เมื่อวันที่ 28 ม.ค.

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน