พระมหาคณานัมธรรมปัญญาธิวัตร
มงคลข่าวสด
เมื่อช่วงเย็นวันอาทิตย์ที่ 23 ม.ค.2565 เวลา 17.55 น. พระมหาคณานัมธรรมปัญญาธิวัตร (ถนอม เถี่ยนถึก) เจ้าอาวาสวัดกุศลสมาคร เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพฯ และเจ้าคณะใหญ่อนัมนิกายแห่งประเทศ ไทย ละสังขารอย่างสงบด้วยอาการปอด ติดเชื้อและติดเชื้อในกระแสเลือด ภายหลังอาพาธและเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สิริอายุ 85 ปี พรรษา 63 มีนามเดิม ถนอม อารีย์กูลชัย เกิดเมื่อวันพุธที่ 17 มิ.ย.2479 ที่ ต.ท่าม่วง อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี บิดา-มารดา ชื่อ นายอุ๊ยและนางซิว อารีย์กูลชัย อายุครบ 23 ปี เข้าพิธีอุปสมบท เมื่อ วันที่ 14 พ.ค.2502 ที่วัดถาวรวราราม ต.บ้านเหนือ อ.เมือง จ.กาญจนบุรี
โดยมีองสรพจนสุนทร (พ็องเดี้ยว) เป็นพระอุปัชฌาย์, องสุตบทบวร (ย๊ากเหมิง) เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และ องอนนตสรภัญ (กิ๊นเจี๊ยว) เป็นพระอนุสาวนาจารย์ มีความชำนาญพูด อ่าน เขียนภาษาจีน ด้านการศึกษาพระปริยัติธรรม สำเร็จ นักธรรมชั้นเอก ตลอดชีวิตการครองเพศบรรพชิต ช่วยเหลือทุนการศึกษาแก่นักเรียนทั่วไป และส่งเสริมการศึกษาของพระภิกษุสามเณรอนัมนิกาย ย้อนไปเมื่อวันที่ 20 ม.ค.2532 กรมการศาสนาอนุมัติให้จัดตั้งโรงเรียนวัดกุศลสมาคร เพื่อให้เป็นศาสนสถานทางการศึกษาอีกแห่งหนึ่งของคณะสงฆ์อนัมนิกาย เปิดดําเนินการจัดการเรียนการสอน โดยใช้อาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก 4 ชั้น ในวัดกุศลสมาคร เป็นสถานที่เรียน การจัดตั้งโรงเรียน ซึ่งต้องใช้เวลาเกือบ 2 เดือน เนื่องจากกรมการศาสนาไม่อนุญาตให้ใช้ชื่อโรงเรียนว่า “โรงเรียนกุศลสมาคร วิทยาลัย” ด้วยลงท้ายด้วยคำว่า “วิทยาลัย” กรมการศาสนาต้องการให้ใช้ชื่อว่า “โรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา วัดกุศล สมาคร” เหมือนกับโรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษาทั่วไป แต่ผู้ทําหน้าที่ประสานงาน คือ พระมหาคณานัมธรรมปัญญาธิวัตร (ถนอม เถี่ยนถึก) เมื่อครั้งยังดำรงตำแหน่ง องปลัดถนอม เถี่ยนถึก ให้เหตุผลว่า โรงเรียนอื่นๆ ยังใช้คำว่า “วิทยาลัย” ต่อท้ายได้ เช่น โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย โรงเรียนไตรมิตรวิทยาลัย เป็นต้น เหตุใดโรงเรียนกุศลสมาครจึงจะใช้คำว่า “วิทยาลัย” ต่อท้ายไม่ได้ ในที่สุดกรมการศาสนาจึงได้อนุมัติการจัดตั้งโรงเรียน โดยมีชื่ออย่างเป็นทางการว่า “โรงเรียนกุศลสมาครวิทยาลัย” ปัจจุบันโรงเรียนแห่งนี้ทําหน้าที่ผลิตนักเรียน ทั้งในระดับมัธยมศึกษาตอนต้นและระดับการศึกษาตอนปลายปีละหลายร้อยรูป มีผู้จบการศึกษาและศิษย์เก่าของโรงเรียนได้บวชเป็นศาสนทายาท ปฏิบัติหน้าที่สนองงานคณะสงฆ์อนัมนิกายอีกหลายรูปด้วยกัน เกียรติคุณ พ.ศ.2535 ได้รับพระราชทานเสาเสมาธรรมจักรทองคำ สาขาส่งเสริม ผู้ปฏิบัติธรรม จากสมเด็จพระกนิษฐา ธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พ.ศ.2535 ได้รับประทานพัดวัดพัฒนา จากสมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณสังวร ลำดับงานปกครอง พ.ศ.2522 เจ้าอาวาสสุนทรประดิษฐ์ จ.อุดรธานี พ.ศ.2530 ปลัดขวาอนัมนิกาย พ.ศ.2532 ผอ.โรงเรียนกุศลสมาครวิทยาลัย พระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา พ.ศ.2536 ผู้ช่วยเจ้าคณะใหญ่ฝ่ายซ้ายอนัมนิกาย พ.ศ.2550 พระอุปัชฌาย์อนัมนิกาย พ.ศ.2553 รองเจ้าคณะใหญ่อนัมนิกาย พ.ศ.2561 เจ้าคณะใหญ่อนัมนิกาย พ.ศ.2562 เจ้าคณะ วัดกุศลสาคร แขวงสัมพันธวงศ์ เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพมหานคร ลำดับสมณศักดิ์ พ.ศ.2518 ได้รับแต่งตั้งเป็น องปลัดคณานุกรมของพระสมณา นัมวุฑฒาจารย์ไพศาลคณกิจ รองเจ้าคณะใหญ่นัมนิกาย วัดอุภัยราชบำรุง เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพฯ พ.ศ.2530 ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์ เป็นพระครูสัญญาบัตร ในราชทินนามที่ องสรภาณมธุรส พ.ศ.2536 ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์ เป็นพระราชาคณะเทียบชั้นสามัญ ในราชทินนามที่ พระอนัมพรตเมธาจารย์ พ.ศ.2539 ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์ เป็นพระราชาคณะเทียบชั้นราช ในราชทินนามที่พระสมณานัมธีราจารย์ พ.ศ.2542 ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์ เป็นพระราชาคณะเทียบชั้นราช ในราชทินนามที่ พระสมณานัมราชวุฒาจารย์ พ.ศ.2553 ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์ เป็นพระราชาคณะเทียบชั้นเทพ ในราชทินนามที่ พระคณานัมธรรมเมธาจารย์ พ.ศ2562 ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์ เป็นพระราชาคณะเทียบชั้นธรรม ในราชทินนามที่พระมหาคณานัมธรรม ปัญญาธิวัตร กล่าวได้ว่า มีความโดดเด่นทั้งด้านการบริหารและด้านวิชาการ สมบูรณ์ด้วย ศีลาจารวัตร เปี่ยมเมตตาคุณเป็นที่เลื่อมใสศรัทธา