14จว.เกินร้อย จี้สอบ2ผู้ว่าฯจัดงานเสี่ยงโรค

ป่วยโควิดยังพุ่ง 8.6 พัน ตาย 19 จากตปท.เข้าไทยพบติดเชื้อ 216 ราย บิ๊กตู่ปลื้ม สำนักข่าวตปท.เลื่อนไทยอันดับ 26 แก้โควิดดีขึ้น จากเดิมอยู่ที่ 44 กระบี่ เมืองต้อนรับนักท่องเที่ยวดีที่สุดในไทย สร้างความมั่นใจ 1 ก.พ. รีเทิร์น ต้อนรับนักท่องเที่ยวแบบ เทสต์แอนด์โก สธ.แจงตรวจ เอทีเคพบผลบวกมีอาการน้อย หากตรวจอาร์ที-พีซีอาร์ซ้ำ ถ้าเคลมประกันจะเบิกค่าตรวจกับสปสช.ไม่ได้ ยื่นมท.1 สอบผู้ว่าฯ เชียงใหม่-ผู้ว่าฯ ลำพูน เปิดสนามกอล์ฟดังลำพูน จัดงานระดมทุนช่วยจนท.ป้องกันไฟป่า เลี้ยงสังสรรค์ ดื่มเหล้า เบียร์กันสนุกสนาน สุ่มเสี่ยงแพร่โควิด

โควิดยังพุ่ง 8,618-ตาย 19
เมื่อวันที่ 29 ม.ค. ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) รายงานสถานการณ์ โควิด-19 ประจำวันว่า พบผู้ติดเชื้อใหม่ 8,618 ราย สะสม 2,424,090 ราย หายป่วย 8,358 ราย สะสม 2,318,006 ราย เสียชีวิต 19 ราย สะสม 22,145 ราย อยู่ระหว่างการรักษา 83,939 ราย มีอาการหนัก 548 ราย และใส่เครื่องช่วยหายใจ 106 ราย

ผู้เสียชีวิตมาจาก 12 จังหวัด ได้แก่ กทม. ปทุมธานี จังหวัดละ 3 ราย, กาฬสินธุ์ ขอนแก่น สุพรรณบุรี จังหวัดละ 2 ราย และนครปฐม เชียงราย เพชรบูรณ์ ปัตตานี พัทลุง สงขลา และฉะเชิงเทรา จังหวัดละ 1 ราย เป็นชาย 11 ราย หญิง 18 ราย อายุ 24-96 ปี ค่ากลางอายุ 65 ปี โดยเป็นผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไปและมีโรคประจำตัว 90%
ส่วน 10 จังหวัดที่ติดเชื้อสูงสุด ได้แก่ 1.กทม. 1,483 ราย 2.สมุทรปราการ 790 ราย 3.ชลบุรี 395 ราย 4.นนทบุรี 368 ราย 5.ภูเก็ต 366 ราย 6.ปทุมธานี 270 ราย 7.อุบลราชธานี 220 ราย 8.ศรีสะเกษ 186 ราย 9.นครราชสีมา 184 ราย และ 10.สมุทรสาคร 175 ราย

สำหรับจังหวัดติดเชื้อถึง 100 รายขึ้นไปยังมีอีก 14 จังหวัด คือ ฉะเชิงเทรา 160 ราย, ขอนแก่น 153 ราย, ลพบุรี 147 ราย, นครศรีธรรมราช 140 ราย, ราชบุรี 139 ราย, นครปฐม 134 ราย, เชียงใหม่ 126 ราย, สุรินทร์ 125 ราย, อุดรธานี 120 ราย, พัทลุง 119 ราย, ระยอง 114 ราย, บุรีรัมย์ 107 ราย, พระนครศรีอยุธยา 106 ราย และสระบุรี 100 ราย ส่วนติดเชื้อเพียงหลักหน่วยมี 5 จังหวัด ได้แก่ ปัตตานี 9 ราย, พะเยา 8 ราย, อุตรดิตถ์ 6 ราย, ตราด 5 ราย และสตูล 5 ราย

จากต่างประเทศ 216 ราย
ขณะที่การติดเชื้อมาจากเรือนจำ 73 ราย และเดินทางมาจากต่างประเทศ 216 ราย ใน 43 ประเทศ ได้แก่ รัสเซีย 75 ราย, สหรัฐอเมริกา อังกฤษ ประเทศละ 10 ราย, ฝรั่งเศส 9 ราย, สวีเดน คาซัคสถาน ประเทศละ 8 ราย, อินเดีย 7 ราย, เดนมาร์ก เยอรมนี อุซเบกิซสถาน ประเทศละ 6 ราย, มองโกเลีย กัมพูชา อิสราเอล ประเทศละ 5 ราย, ยูเครน ออสเตรีย เนเธอร์แลนด์ ประเทศละ 4 ราย, นอกจากนี้ พบติดเชื้อ 3 ราย ใน 5 ประเทศ, ติดเชื้อ 2 ราย ใน 7 ประเทศ และติดเชื้อ 1 ราย ใน 15 ประเทศ โดยเข้าระบบ Test&Go 24 ราย แซนด์บ็อกซ์ 150 ราย และระบบกักตัว 42 ราย

ผู้เดินทางมาจากต่างประเทศตั้งแต่วันที่ 1-28 ม.ค. 2565 รวม 174,960 ราย ติดเชื้อ 6,405 ราย คิดเป็น 3.66% มาจากระบบ เทสต์แอนด์โก 69,861 ราย ติดเชื้อ 2,676 ราย คิดเป็น 3.83% แซนด์บ็อกซ์ 73,379 ราย ติดเชื้อ 3,017 ราย คิดเป็น 4.11% และกักตัว 31,720 ราย ติดเชื้อ 712 ราย คิดเป็น 2.24%

ด้านการฉีดวัคซีนโควิด-19 ข้อมูล ณ วันที่ 28 ม.ค. ฉีดได้ 489,773 โดส เป็นเข็มสาม 346,329 ราย ขณะที่ยอดฉีดสะสมรวม 114,577,194 โดส เป็นเข็มแรก 52,266,677 ราย คิดเป็น 75.1% ของประชากร เข็มสอง 48,532,214 ราย คิดเป็น 69.8% และเข็มสาม 13,778,803 ราย คิดเป็น 19.8%

ไทยพุ่ง 26 แก้โควิดดีขึ้น
ด้านนายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม พอใจประเทศไทยรับมือการแพร่ระบาดโควิด-19 ได้ดีขึ้น โดยสำนักข่าวบลูมเบิร์กประจำเดือนมกราคม 2022 จัดอันดับ The Covid Resilience Ranking ให้ประเทศไทยรับมือกับสถานการณ์โควิด ได้ดีที่สุดเป็นอันดับที่ 26 จาก 53 ประเทศและเขตเศรษฐกิจ หลังจากที่เคยอยู่อันดับ 51 เมื่อเดือธ.ค.2021 และล่าสุดขยับขึ้นมาถึง 18 อันดับ จาก 44 ขึ้นมาอยู่ที่ 26 โดยพิจารณาจาก 12 ปัจจัยด้วยกันใน 3 หมวดหลัก ได้แก่ กระบวนการเพื่อให้กลับมาเปิดประเทศ เช่น สัดส่วนประชากรที่ได้รับวัคซีน จำนวนเที่ยวบินที่เพิ่มขึ้นหรือลดลง สถานการณ์โควิด เช่น สัดส่วนผู้ป่วยต่อประชากร 100,000 คน สัดส่วนผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 คุณภาพชีวิตประชาชน เช่น การเติบโตทางเศรษฐกิจ ระบบสาธารณสุข และดัชนีการพัฒนาศักยภาพมนุษย์ เป็นต้น ทั้งนี้ รายงานของสำนักข่าว Bloomberg ยังระบุว่า ประเทศไทยทำได้ดีในขณะนี้ คือ สัดส่วนการฉีดวัคซีนของประชากร จำนวนผู้ติดเชื้อและผู้เสียชีวิตอยู่ในระดับต่ำเมื่อเทียบกับประเทศอื่น ขณะเดียวกัน ที่ยังต้องติดตามจำนวนเที่ยวบินที่ยังสัดส่วนติดลบถึงร้อยละ 64.5 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปี 2020 รวมถึงการคาดการณ์การเติบโตของ จีดีพี ปีนี้ ที่อยู่ที่ร้อยละ 3.9

“นายกรัฐมนตรี พอใจการจัดอันดับที่ดีขึ้นในครั้งนี้ สะท้อนถึงมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของรัฐบาลที่ถูกต้อง เชื่อว่าจะเป็นผลบวกต่อความเชื่อมั่นในการ กลับมาเปิดประเทศต้อนรับนักท่องเที่ยวของไทยเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ อีกครั้ง เพราะเห็นได้ชัดว่าประเทศไทยยังมีพลังและคนไทยพร้อมที่จะร่วมมือกับรัฐบาลในการขับเคลื่อนประเทศให้เดินหน้าต่อไปควบคู่กับการป้องกันโรคระบาดโควิด-19 ที่กำลังจะกลายเป็นโรคประจำถิ่นในอนาคตอันใกล้นี้” นายธนกรกล่าว

ปลื้มกระบี่รับเที่ยวดีที่สุด
น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ นายกรัฐมนตรี แสดงความยินดีกับ จ.กระบี่ ที่ได้รับรางวัล Traveller Review Awards 2022 โดยการจัดอันดับจากเว็บไซต์ Booking.com ผู้นำด้านเทคโนโลยีดิจิทัลสำหรับการเดินทางระดับโลก ให้เป็นจังหวัดที่ให้การต้อนรับผู้เดินทางได้ดีที่สุดในประเทศไทย ผ่านการรวบรวมข้อมูลกว่าหลายล้านรีวิวของลูกค้า โดยสำหรับเมืองท่องเที่ยวในประเทศไทย นอกจากนี้ ยังมี จ.ตราด เชียงราย เชียงใหม่ และนครราชสีมา ด้วยตามลำดับ ที่สร้างความประทับใจให้แก่ผู้มาเยือน ได้รับการจัดอันดับด้านการต้อนรับผู้เดินทางได้ดีด้วยเช่นกัน

สำหรับการจัดอันดับดังกล่าว สอดรับกับแนวทางการเปิดประเทศต้อนรับนักท่องเที่ยวของไทย และเชื่อว่าจะส่งเสริมงานด้านการท่องเที่ยวในประเทศไทยมากขึ้น โดยที่ผ่านมา จ.กระบี่ เป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางที่นักท่องเที่ยวทั้งคนไทยและต่างชาติให้ความสนใจ และนับตั้งแต่เปิดแคมเปญ Krabi Even More Amazing “เที่ยวกระบี่ ดีกว่าเดิม” ก็มีนักท่องเที่ยวเดินทางเยือนกระบี่อย่างต่อเนื่อง เช่นเดียวกับหลายจังหวัด ที่นักท่องเที่ยวเริ่มทยอยเดินทางเข้ามาตามมาตรการเปิดรับ

1 ก.พ.เริ่มอีก‘เทสต์แอนด์โก’
“นายกฯ ขอบคุณทุกองคาพยพที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวของไทย ไม่ว่าจะเป็นผู้ประกอบการ หน่วยงานราชการ และประชาชน ที่ช่วยกันเป็นเจ้าบ้านที่ดี สร้างความประทับใจแก่นักท่องเที่ยว และขอเป็นกำลังใจให้ทุกภาคส่วนได้พัฒนางานด้านการท่องเที่ยวและบริการต่อไป เชื่อว่าอัตลักษณ์ความเป็นมิตรที่ดีของคนไทย จะสร้างความประทับใจ ดึงดูด นักท่องเที่ยวจากทั่วโลกได้เป็นอย่างดี โดยนายกฯ ยืนยันความพร้อม ในการต้อนรับนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศ เข้ามาในประเทศไทยในรูปแบบเทสต์แอนด์โก อีกครั้งในวันที่ 1 ก.พ.นี้ โดยทุกภาคส่วนได้เตรียมความพร้อมรองรับการเดินทางเข้าประเทศทุกด้าน เชื่อว่าเป็นสัญญาณที่ดีสำหรับประเทศไทย ที่จะใช้โอกาสนี้ฟื้นฟูการท่องเที่ยว ฟื้นฟูเศรษฐกิจ ภายใต้มาตรการป้องกันโรคโควิด-19 ที่รัดกุม” น.ส.ไตรศุลีกล่าว

นักร้องยื่นสอบ 2 ผู้ว่าฯ
วันเดียวกัน นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดเผยว่า สมาคม ได้ทำคำร้องส่งถึง รมว.มหาดไทย ให้ดำเนินการตั้งกรรมการสอบผวจ.เชียงใหม่ และลำพูน และข้าราชการระดับสูงที่เกี่ยวข้อง กรณีจ.เชียงใหม่ ร่วมกับภาคเอกชนจัดการแข่งขันกอล์ฟการกุศล “เพื่อลมหายใจ” ของชาวเชียงใหม่ขึ้น เมื่อวันที่ 22 ม.ค.ที่ผ่านมา ที่สนามกอล์ฟแห่งหนึ่ง พื้นที่ อ.บ้านธิ จ.ลำพูน เพื่อระดมทุนในการใช้ป้องกันไฟป่า ตลอดจนช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ที่ได้รับบาดเจ็บหรือได้รับผลกระทบจากการปฏิบัติหน้าที่ในการป้องกันไฟป่า แต่ปรากฏว่าในช่วงค่ำของงานดังกล่าวได้มีการการจัดงานเลี้ยง โดยมีกลุ่มนักกอล์ฟที่แข่งขันร่วมงานเลี้ยงรับประทานอาหารและร่วมพิธีมอบรางวัลกันอย่างคึกคักในบริเวณของสนามกอล์ฟที่ใช้จัดการแข่งขัน โดยจัดเตรียมอาหารเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทั้งเหล้า และเบียร์ ไว้อย่างพร้อมสรรพ เพื่อให้บริการแก่ผู้ร่วมงานเลี้ยงได้ดื่มกินกัน

ขณะที่ ผวจ.เชียงใหม่และข้าราชการระดับผู้บริหารหน่วยงานหลายแห่งอยู่ในงานด้วย ทั้งๆ ที่เวลานี้ยังมีปัญหาการแพร่ระบาดของโควิด-19 อยู่ และจ.เชียงใหม่ โดยคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด มีการประกาศขอความร่วมมือให้ประชาชนทั่วไปงดเว้นการจัดกิจกรรมรวมกลุ่มเพื่อลดความเสี่ยงในการแพร่ระบาดของโรค แต่ทำไมผู้ว่าฯ เชียงใหม่จึงมาเป็นประธานในกิจกรรมงาน ดังกล่าวได้

การจัดกิจกรรมดังกล่าวมีการเลี่ยงบาลีโดยไปจัดที่ อ.บ้านธิ จ.ลำพูน ซึ่งอาจใช้เป็นข้ออ้างว่ามิได้จัดขึ้นในพื้นที่จ.เชียงใหม่ก็ได้ นอกจากนั้นยังมีคำสั่งที่บังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 14 ม.ค.2565 ห้ามข้าราชการ ผู้บริหาร พนักงาน ลูกจ้าง ทุกสังกัดของส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ สถานประกอบการทุกแห่งทุกองค์กรในจังหวัด ห้ามเดินทางข้ามเขตจังหวัดเชียงใหม่-ลำพูน-ลำปางโดยเด็ดขาด และให้หลีกเลี่ยงการเข้าร่วมกิจกรรมที่มีความเสี่ยงต่อการแพร่โรคอีกด้วย กรณีที่เกิดขึ้นได้ก่อให้เกิดประเด็นคำถามและตั้งข้อสงสัยกันค่อนข้างมากว่าผู้ว่าฯเชียงใหม่ ใหญ่กว่า คำสั่งผู้ว่าฯ ลำพูนหรือไม่

เชียงใหม่ป่วยเพิ่ม 147
ด้านสถานการณ์การแพร่ระบาดโรค โควิด-19 ในพื้นที่ต่างๆ ที่จ.เชียงใหม่ พบ ผู้ติดเชื้อรายใหม่ 147 ราย โดยเป็นผู้ติดเชื้อในจังหวัด 143 ราย อีก 4 ราย จากต่างจังหวัด ส่วนการบริหารจัดการวัคซีนจังหวัดมีผู้ได้รับการฉีดวัคซีนไปแล้ว 1,575,649 คน คิดเป็นร้อยละ 91.11 ของประชากรในจังหวัด

ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์เจออีก 137
ขณะที่ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) ภูเก็ต รายงานว่า พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 506 ราย เป็นผู้ติดเชื้อในจังหวัด 366 ราย ผู้ติดเชื้อจากภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ 137 ราย และเทสต์แอนด์โก 3 ราย จากการสวนการตรวจเชิงรุก ด้วยแอนติเจน เทสต์ คิต (เอทีเค) ในอ.เมือง 370 ราย พบ 52 ราย, อ.กะทู้ 45 ราย พบ 6 ราย

ด้านนายพรศักดิ์ จินา ศึกษาธิการจังหวัดสงขลา กล่าวว่า จากความสำเร็จฉีดวัคซีนให้เด็กอายุ 12-18 ปี ไปแล้ว โรงเรียนระดับมัธยมศึกษาเกือบทั้งหมดเปิดเรียนแบบออนไซต์ พบว่านักเรียนติดเชื้อโควิดตั้งแต่ต้นเดือน ม.ค.ประมาณ 100 กว่าคน ซึ่งส่วนใหญ่ติดมาจากชุมชนและสังคมครอบครัว แต่ควบคุมได้ เมื่อพบติดเชื้อเข้าสู่ขบวนการกักตัว ขณะนี้ได้ให้โรงเรียนทุกสังกัดใน จ.สงขลา สำรวจเด็กที่มีอายุ 5-11 ขวบ ซึ่งมีประมาณ 100,000 คน ว่ามีผู้ปกครองต้องการให้ฉีดวัคซีนกี่คน และไม่ยินยอมให้ฉีดกี่คน คาดว่าต้นเดือนก.พ. จะได้ข้อมูลครบจะส่งไปให้สสจ.ต่อไป

นายอุดม ซุลีวรรณ ผอ.โรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัย กล่าวว่า นักเรียนที่มาเรียนออนไซต์ แบบสมัครใจ มีมาเรียนน้อยและสลับวัน จึงไม่มีปัญหาการติดเชื้อโควิด จนถึงขณะนี้ยังไม่พบนักเรียนติดเชื้อโควิดในโรงเรียน
ขณะที่สสจ.สงขลา รายงานจำนวน ผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่ว่า พบ 62 ราย และเสียชีวิต 1 ราย

โคราชตรวจ‘เอทีเค’ทั่วตลาด
ที่หน้าสำนักงานเทศบาลตำบลตลาด อ.เมือง จ.นครราชสีมา นายธูป รอดจอหอ นายกทต.ตลาด พร้อมเจ้าหน้าที่กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อมได้ค้นหาเชิงรุกตรวจเอทีเคให้กับผู้ค้าและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในตลาดสดนงค์เล็ก จำนวน 130 ราย เบื้องต้นพบผลบวก 11 ราย จึงได้ทยอยนำตัวส่งไปตรวจด้วยวิธีอาร์ที- พีซีอาร์ ที่ร.พ.มหาราช นครราชสีมา เพื่อยืนยันผลอีกครั้ง การตรวจเชิงรุกครั้งนี้เนื่องมาจากมีแม่ค้าแผงเนื้อในตลาดป่วยและไปติดครอบครัวและผู้ใกล้ชิด ในพื้นที่ ต.จอหอ และอ.บ้านเกาะ รวม 23 ราย

ด้านศูนย์บัญชาเหตุการณ์ตอบโต้โรคติดเชื้อโควิด-19 จ.นครราชสีมา รายงานว่าพบผู้ป่วยรายใหม่ 204 ราย เป็นการติดเชื้อนอกพื้นที่ 3 ราย และในพื้นที่ 201 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 1 ราย เป็นหญิงอายุ 63 ชาว ต.หนองสาหร่าย อ.ปากช่อง มีประวัติสัมผัสผู้ป่วยก่อนหน้า

อาร์ที-พีซีอาร์เบิกประกันเอง
นพ.รุ่งเรือง กิจผาติ ที่ปรึกษาระดับกระทรวง และโฆษกกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวถึงกรณีข้อสงสัยผลตรวจหาเชื้อโควิดด้วยชุดตรวจแอนติเจน เทสต์คิต (เอทีเค) เป็นบวก ต้องตรวจซ้ำด้วย อาร์ที -พีซีอาร์หรือไม่ และกรณีการตรวจเพื่อเบิกประกันโควิดว่า สธ.วางระบบการดูแลผู้ติดเชื้อโควิด กรณีผลตรวจ เอทีเค เป็นบวก หากไม่มีอาการหรือมีอาการเล็กน้อยสามารถติดต่อลงทะเบียนผ่านสายด่วน 1330 เพื่อเข้าระบบการดูแลรักษาที่บ้าน (โฮม ไอโซเลชั่น) หรือในชุมชน (คอมมิว นิตี้ ไอโซเลชั่น) ได้ โดยไม่จำเป็นต้องตรวจ อาร์ที-พีซีอาร์ ซ้ำ ยกเว้นในรายที่มีอาการหรือมีความเสี่ยงทางการแพทย์ จะตรวจอาร์ที-พีซีอาร์ โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายกับผู้ป่วยแต่อย่างใด

นพ.รุ่งเรืองกล่าวต่อว่า สำหรับกลุ่มที่มีอาการน้อย หรือไม่มีความเสี่ยงทางการแพทย์ แต่มีประกันโควิด และต้องการผลการตรวจอาร์ที-พีซีอาร์ เพื่อเป็นหลักฐานในการเคลมประกันนั้น ต้องรับผิดชอบค่าตรวจ พร้อมใบรับรองเบิกประกันเอง ซึ่งจะมีค่าใช้จ่าย และค่าใช้จ่ายการตรวจและเอกสารที่เกี่ยวข้องนี้ ผู้ป่วยจะได้รับคืนจากเงินเอาประกันอยู่แล้ว โดยที่โรงพยาบาลที่ตรวจจะไม่ได้เบิกค่าตรวจอาร์ที-พีซีอาร์ ซ้ำซ้อนกับ สปสช.อีก

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน