จนมุมแล้วหนุ่มหัวร้อน ลากปืนสงครามยิงถล่มงานวันเกิดรุ่นพี่ย่านสำเหร่ ดับ 1 เจ็บ 1 หลังเผ่นไปกบดานที่โคราชแค่วันเดียว รับสิ้นอ้างแค้นถูกกลุ่มคนตายรุมตบหัวกลางวงปาร์ตี้เลยกลับไปลากปืนที่เพื่อนฝากไว้มายิงถล่มก่อนไปโยนทิ้งคลอง ตร.งมหานานกว่า 2 ชั่วโมงจนเจอพบเป็นปืนเอ็ม 4 เร่งหาที่มาทั้งปืนและกระสุนที่มีตรา RTA ซึ่งมีใช้เฉพาะทหาร-ตร.เท่านั้น

เจอปืนแล้ว – ชุดประดาน้ำงมพบอาวุธปืนสงครามเอ็ม 4 เอ 1 พร้อมแม็กกาซีน ซึ่งนายอนุสรณ์ หรือ อิ๋ว บัวประเสริฐ หนุ่มลูกจ้างร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อหม้อไฟชื่อดัง ย่านพระราม 3 ก่อเหตุยิงกลางงานเลี้ยงวันเกิด มีผู้เสียชีวิต 1 เจ็บ 1 เมื่อวันที่ 30 ม.ค. โดยสน.สำเหร่จะนำไปฝากขังวันนี้
เมื่อวันที่ 31 ม.ค. พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก รองผบช.น. เผยว่า เจ้าหน้าที่ศูนย์สืบสวน บช.น., กก.สส.บก.น.8 และสน.สำเหร่ จับกุมนายอนุสรณ์ หรืออิ๋ว บัวประเสริฐ อายุ 37 ปี หนุ่มลูกจ้างร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อหม้อไฟชื่อดังย่านพระราม 3 ก่อเหตุสุดอุกอาจใช้อาวุธปืนสงครามยิงถล่มงานวันเกิดรุ่นพี่ ทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ ในบ้านหลังหนึ่ง ถนนกรุงธนบุรี ซอย 6 แยก 4 แขวงสำเหร่ เขตคลองสาน กรุงเทพฯ เมื่อกลางดึกช่วงรอยต่อระหว่างวันที่ 29-30 ม.ค.ที่ผ่านมา โดยตามไปจับตัวขณะหนีไปซ่อนตัวในพื้นที่ จ.นครราชสีมา
พล.ต.ต.จิรสันต์กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ตามไปจับตัวขณะหนีไปซ่อนตัวในพื้นที่ จ.นครราช สีมา เมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่านมา ก่อนคุมตัวกลับมาสอบสวนที่สน.สำเหร่ เจ้าของท้องที่เกิดเหตุ ผู้ต้องหารับสารภาพว่าเป็นผู้ลงมือก่อเหตุจริง ส่วนอาวุธปืนเป็นของเพื่อนที่ยืม มาก่อเหตุ และทิ้งไปในระหว่างหลบหนี เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตามหาอาวุธที่ใช้ก่อเหตุ เบื้องต้นแจ้งข้อกล่าวหา ฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน, พยายามฆ่าผู้อื่น, มีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตและพกพาอาวุธปืนและเครื่องกระสุนไปในเมืองหรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร
ส่วนกรณีผู้ต้องหาอ้างว่าอาวุธปืนดังกล่าวเป็นของเพื่อนอีกคนหนึ่ง พนักงานสอบสวนและฝ่ายสืบสวนจะประสานหาตัวบุคคลที่มีการถูกอ้างถึงมาดำเนินการสอบปากคำอีกครั้งรวมถึงต้องรอให้มีการพบอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุดังกล่าวก่อนจึงจะระบุได้ว่าเป็นอาวุธสงครามจริงหรือไม่ หากเป็นอาวุธสงครามจริงอัตราโทษเกี่ยวกับการครอบครองอาวุธปืนและพกพาอาวุธปืนจะสูงขึ้นด้วยเช่นกัน
วันเดียวกัน พล.ต.ต.มานพ สุคนธ์ธนพัฒน์ ผบก.น.8 นำกำลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนประสานมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งนำนักประดาน้ำมางมค้นหาอาวุธปืนสงครามที่ผู้ต้องหาได้โยนทิ้งน้ำในคลองรางแม่น้ำ หรือคลองบางมด และคลองบางระนก ถนนเลียบทางด่วนกาญจนาภิเษก แขวงท่าข้าม เขตบางขุนเทียน พื้นที่ สน.ท่าข้าม โดยผู้ต้องหาให้การหลังถูกจับกุมว่า โกรธแค้นกลุ่มผู้ตายที่รุมตบหน้ากลางงานปาร์ตี้วันเกิดจึงกลับไปบ้านในซอยประชาอุทิศ 72 นำอาวุธปืนสงครามที่อ้างว่า เพื่อนนำมาฝากไว้เมื่อ 3 เดือนก่อน ย้อนกลับไปก่อเหตุ โดยยิงไปจำนวน 4 นัด เหลืออีก 1 นัด ที่ติดลำกล้องไว้ และได้ดึงสไลด์ลูกออกมา ก่อนนำปืนไปทิ้งบริเวณเลียบทางด่วนระหว่างหลบหนี แต่ด้วยความเมามากทำให้จำไม่ได้ว่าเป็นสะพานใด
พล.ต.ต.มานพเผยว่า นักประดาน้ำใช้เวลานานกว่า 2 ชั่วโมง งมอาวุธปืนพบในคลองบางระนก สภาพห่อด้วยถุงพลาสติกสีดำ ตรวจสอบเบื้องต้นคาดว่าอาวุธปืนดังกล่าวเป็นชนิดเอ็ม 4 เอ 1 ต้องนำส่งไปตรวจพิสูจน์ที่กองพิสูจน์หลักฐาน เพื่อพิสูจน์ทราบยี่ห้อ รุ่นของปืนให้แน่ชัด โดยเฉพาะการตรวจสอบเทียบเคียงกับปลอกกระสุนปืนที่พบในที่เกิดเหตุว่าถูกยิงออกจากปืนนี้หรือไม่ เพื่อเอาไปประกอบสำนวนดำเนินคดี หากผลการตรวจพิสูจน์ระบุว่าปืนของกลางเป็นอาวุธสงคราม ต้องดำเนินคดีเพิ่มเติมในข้อหามีอาวุธสงครามไว้ในครอบครองต่อไป ส่วนจะนำตัวผู้ต้องหาไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพหรือไม่นั้นเป็นสิทธิ์ของผู้ต้องหา เมื่อพนักงานสอบสวนทำสำนวนแล้วเสร็จจะนำตัวไปขออำนาจศาลธนบุรีฝากขังในวันที่ 1 ก.พ.
รายงานข่าวแจ้งว่า เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน กก.สส.บก.น.8 และสน.สำเหร่ ยังตามไปตรวจยึดรถจักรยานยนต์ยามาฮ่า รุ่นเอ็นแมค สีแดงเทา ทะเบียน 5 กน 6551 กรุงเทพมหานคร ของนายอนุสรณ์ที่จอดทิ้งเอาไว้ก่อนหลบหนีไปในพื้นที่ จ.นครราชสีมา สำหรับอาวุธปืนและเครื่องกระสุน 5.56 ม.ม. รวมถึงปลอกกระสุนปืนขนาดเดียวกันอีก 4 ปลอก มีตัวอักษร RTA และเลข 17 ตอกไว้ที่จานท้ายกระสุนทุกนัดนั้น อยู่ระหว่างรอผลตรวจสอบจากกองพิสูจน์หลักฐาน ว่ามีที่มาจากแหล่งใด เนื่องจากทั้งตัวอาวุธปืนเอ็ม 4 เอ 1 และกระสุนขนาด 5.56 ม.ม. มีใช้กันในเฉพาะ เจ้าหน้าที่เหล่าทัพเป็นไปได้ทั้งทหารและตำรวจ ที่ส่วนใหญ่จะเลือกปืนชนิดนี้ประจำการในหน่วยปฏิบัติการพิเศษ