จับตุ๋นกล่องสุมพิมรี่พายหลอกให้สแกน-ดูดเงิน – จับ 2 ผู้ต้องหาหนุ่ม-สาว หลอกลวงคนซื้อกล่องสุ่มพิมรี่พาย แล้วขอรับเงินคืน โดยอ้างเป็นแอดมินพิมรี่พายขอให้ส่งคิวอาร์โค้ดมาให้แล้วจะได้เงินคืน เหยื่อหลงเชื่อสแกนคิวอาร์โค้ด ทำให้เงินถูกโอนออกจากบัญชี ตร.ตามจับตัวได้ทั้งคู่ ยอมรับสารภาพ สอบประวัติฝ่ายชายพบมีแบล็กลิสต์อยู่ในกลุ่มผู้ขายสินค้าที่ควรระวัง หลอกเหยื่อมาแล้วหลายราย เคยต้องโทษ 3 คดี เกี่ยวกับทรัพย์
เมื่อวันที่ 2 ก.พ. ที่สภ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี พล.ต.ท.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร ผบช.ภาค 1 พล.ต.ต.อุดร ยอมเจริญ รองผบช.ภาค 1 พล.ต.ต.วสันต์ เตชะอัครเกษม ผบก.สส.ภาค 1 พ.ต.อ.วรชาติ แสนคำ รองผบก.สส.ภาค 1 พ.ต.อ.วิทิต จันทร์เอี่ยม ผกก.สส.3 บก.สส.ภาค 1 และพ.ต.ท.พูนสุข เตชะประเสริฐพร รองผกก.1 บก.สส.ภาค 1 แถลงจับกุม น.ส.ฟีย้อน ชอง อายุ 22 ปี อยู่บ้านเลขที่ 99/11 หมู่ 9 ต.โป่ง อ.บางละมุง จ.ชลบุรี และ นายปุณณพัฒน์ ยอดทอง อายุ 25 ปี อยู่บ้านเลขที่ 37/1 หมู่ 6 ต.ห้วยนาง อ.ห้วยยอด จ.ตรัง
พล.ต.ต.อุดร รองผบช.ภาค 1 เปิดเผยว่าสืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 20 ธ.ค.2564 ผู้เสียหายโพสต์ข้อความขอรับเงินคืนในเฟซบุ๊กจากการซื้อกล่องสุ่มพิมรี่พาย แม่ค้าออนไลน์ชื่อดัง ต่อมาวันที่ 24 ธ.ค.2564 คนร้ายใช้ชื่อเฟซบุ๊กติดต่อมายังผู้เสียหาย แอบอ้างว่าเป็นแอดมินของเพจพิมรี่พาย จากนั้นส่งคิวอาร์โค้ดมาให้ผู้เสียหาย อ้างเป็นการรับคืนยอดจากพิมรี่พาย ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงสแกนคิวอาร์โค้ด 2 ครั้ง ทำให้เงินถูกโอนออกจากบัญชีเข้าไปยังบัญชีคนร้าย ผู้เสียหายรู้ถูกหลอกจึงแจ้งความดำเนินคดี
รองผบช.ภาค 1 กล่าวว่าจากการสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน ทราบตัวผู้ต้องหาคือน.ส.ฟีย้อน ถือสัญชาติไทยและมาเลเซีย กับนายปุณณพัฒน์ และเมื่อตรวจสอบประวัติ นายปุณณพัฒน์ทราบว่ามีรายชื่ออยู่ในกลุ่มผู้ขาย สินค้าที่ควรระวัง เคยหลอกลวงผู้เสียหายมาแล้วหลายราย มีประวัติต้องโทษคดีอาญา เกี่ยวกับทรัพย์ 3 คดี จึงขอศาลอนุมัติหมายจับ ก่อนตามจับกุมตัวทั้งคู่ได้เมื่อวันที่ 1 ก.พ. ที่ผ่านมา
จากการสอบสวนนายปุณณพัฒน์ให้การรับสารภาพว่า จ้างน.ส.ฟีย้อน 3,000 บาท เปิดบัญชีธนาคารเพื่อเอาคิวอาร์โค้ด จากนั้นตนเองจะเป็นคนหลอกลวงผู้เสียหายให้โอนเงินเข้ามาในบัญชีที่น.ส.ฟีย้อนเปิดไว้ ก่อนที่น.ส.ฟีย้อนจะโอนต่อมาให้นายปุณณพัฒน์ เจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาฉ้อโกง กระทำผิด พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ และพ.ร.บ.ฟอกเงิน นำตัวส่งพนักงานสอบสวนสภ.ปากเกร็ด ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป