ก่อนหรือหลังชิงผู้ว่ากทม.‘บิ๊กน้อย’อำลาพปชร.แล้ว‘พรรคอุตตม’ชูสมคิดนายก

‘บิ๊กตู่’ เสียงอ่อย ไม่ยืนยันเลือกตั้ง ใหญ่ จะเกิดก่อนหรือหลังเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. เดือนพ.ค.นี้ ต้องแล้วแต่สถานการณ์เผยบิ๊กป้อมยันเอง 21 ส.ส.ที่ออกจาก พปชร. ยังอยู่ซีกรัฐบาล โฆษกรัฐโวนายกฯ ชี้แจงศึกซักฟอกฉลุย ‘บิ๊กน้อย’ อำลา พปชร. เตรียมนั่งหัวหน้าพรรคเศรษฐกิจไทย ลั่นสานต่อนโยบายพี่ป้อม ‘ธรรมนัส’ จ่อแถลงจุดยืนพรรคใหม่ หนุน-ไม่หนุนบิ๊กตู่ ปชป.ส่อวุ่นอีก ส.ส.ภาคใต้โวยรัฐมนตรีลอยตัว ไม่ช่วยหนุนงานพื้นที่ จี้ปลด ‘จุติ’ พ้นรมว.การพัฒนาสังคมฯ กมธ.ปราบโกงเรียกอธิการบดี สจล. ถามข้อมูลโยงปมทรัพย์สิน ‘ดร.เอ้ สุชัชวีร์’ เจ้าตัวยันโปร่งใส ยินดีให้ตรวจสอบ

‘บิ๊กตู่’ยันไม่ปรับครม.-ไร้ต่อรอง
เมื่อวันที่ 3 ก.พ. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงหลายฝ่ายวิเคราะห์เรื่องการยุบสภาว่า ตนติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง ปรึกษาหารือกับคนที่เกี่ยวข้องทุกคน ฉะนั้นถ้าจะบอกว่านายกฯ ตัดสินใจเพียงผู้เดียว มันต้องตัดสินใจบน พื้นฐานเอาข้อมูลที่มีอยู่ตอนนี้ ยังไม่มีอะไร สิ่งสำคัญที่สุดในวันนี้รัฐบาลต้องการทำงานให้ได้ บ้านเมืองมีปัญหา ประชาชนเดือดร้อนก็ต้องทำงานให้ได้ไปก่อน

ผู้สื่อข่าวถามว่าตอนนี้คิดว่าเสียงในรัฐบาลมีเพียงพอ ไม่ต้องเอาพรรคใหม่มาร่วมรัฐบาลใช่หรือไม่ โดยเฉพาะ 21 เสียงที่ถูกพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ขับออก พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า เขาก็อยู่ร่วมรัฐบาลอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ เพราะเขายังยืนยันว่าร่วมรัฐบาลอยู่ พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรค บอกมาอย่างนั้น และยืนยันว่า ยังไม่มีความคิดที่จะปรับครม. สถานการณ์ยังไม่มีความจำเป็นขนาดนั้น ส่วนกรณีมีกระแสข่าวการต่อรองเก้าอี้รัฐมนตรีจากกลุ่ม 21 ส.ส. พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ยังไม่เห็นมีใครขออะไร

ต่อข้อถามว่าจะประสานการทำงานกับพรรคเศรษฐกิจไทย (ศท.) ที่กลุ่มร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เข้าไปสังกัด อย่างไรเพื่อรักษาเสถียรภาพรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า เป็นการประสานงานโดยพรรคการเมือง ซึ่งเป็นพรรคร่วมรัฐบาลกันอยู่แล้ว เข้าใจตรงกันว่าเรากำลังทำงานเพื่อประเทศชาติให้ผ่านพ้นช่วงเวลาวิกฤตก่อนให้ได้เร็วที่สุด

ส่วนกรณีที่ร.อ.ธรรมนัสโพสต์เฟซบุ๊กว่า “ศัตรูของศัตรูคือมิตร” จะทำให้พรรคเศรษฐกิจไทยกลายเป็นหนามที่ทิ่มตำรัฐบาลหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ใครจะพูดกล่าวอะไรก็แล้วแต่ ตนไม่ใช่คนเจ้าคารี้สีคารมอะไรแบบใครทั้งสิ้น ใครพูดอะไรก็ฟังไปก็แล้วกัน

แต่ไม่การันตียุบสภาหรือไม่
ต่อข้อถามว่าสถานการณ์ขณะนี้จำเป็นต้องไปนั่งหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ยังไม่ได้คิดอะไรตรงนั้น อย่างที่บอกแล้วอะไรจะเกิดขึ้น มันก็เกิดขึ้น แต่ไม่ได้ที่จะเลวร้ายจนกระทั่งมันแย่ไปทั้งหมด อย่างที่บอกไปแล้วคือการเลือกตั้งเป็นเรื่องธรรมดา เพราะเป็นเพียงการเลือกตั้งซ่อม และตนยังเชื่อมั่นว่าประชาชนส่วนใหญ่มีความเข้าใจอยู่ ไม่เป็นไร ไว้คอยดูเมื่อมีการเลือกตั้งใหญ่ค่อยว่ากันอีกที เมื่อถึงตอนนั้น

ผู้สื่อข่าวถามว่าการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.กับการเลือกตั้งใหญ่อะไรจะเกิดขึ้นก่อนกัน พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า สถานการณ์ทางการเมืองต่างๆ จะเป็นส่วนประกอบ แต่เรื่องการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.คือส่วนของกทม. ตนบอกแล้วว่าจะเกิดขึ้นในเดือนพ.ค. และเป็นเรื่องการเตรียมการของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และกระทรวงมหาดไทย ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด หรือมีอะไรที่เกิดขึ้นโดยไม่คาดหมายก็เป็นไปตามนั้น

ส่วนการเลือกตั้งใหญ่ต้องรอร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) หรือกฎหมายลูกเกี่ยวกับการเลือกตั้ง 2 ฉบับซึ่งการพูดคุยกับนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 2 ก.พ. ไม่ได้มีอะไร เหลือเพียงขั้นตอนการดำเนินการ หวังเพียงอย่างเดียวว่าจะไม่มีเหตุการณ์อะไรที่จะทำให้ เกิดปัญหาขึ้นก็แล้วกัน ทุกอย่างจะเดินไปตามเป้าหมายที่กำหนดไว้เดิม

เมื่อถามว่ายืนยันใช่หรือไม่จะไม่ยุบสภา ตอนกฎหมายลูกเลือกตั้งยังไม่เสร็จ พล.อ. ประยุทธ์กล่าวว่า “ผมยังไม่ยืนยัน นอนยันอะไรทั้งสิ้น”

ปัดความนิยมขาลง-ชูกำปั้นสู้
ผู้สื่อข่าวถามว่าคิดว่าการเลือกตั้งซ่อมส.ส.กทม. เขต 9 และการเลือกตั้งซ่อมที่ผ่านมา พรรคพลังประชารัฐแพ้มาตลอดเป็นเพราะกระแสความนิยมรัฐบาลและพล.อ.ประยุทธ์ อยู่ในช่วงขาลงหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า “ไม่รู้ว่าเหมือนกันว่าขาลงหรือขาขึ้น ผมก็เหมือนขึ้นบันไดลงบันไดทั้งวัน ขึ้นอยู่กับการทำงานมากกว่า การเมืองก็คือการเมือง ส่วนเรื่องพรรคพลังประชารัฐผมก็ให้กำลังใจ การทำงานไม่ง่ายนัก โดยเฉพาะทางการเมืองในขณะนี้กับทุกพรรคผมก็ยืนยันและทราบดี ผมพยายามทำให้ทุกฝ่ายเกิดความเข้าใจซึ่งกันและกันโดยเฉพาะพรรคร่วมรัฐบาล ผมพูดกับหัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาลทุกพรรคก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร”

ต่อข้อถามว่า ได้ให้กำลังใจพล.อ.ประวิตรอย่างไรบ้าง พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า กับใครก็ตามตนให้กำลังใจเสมอ ให้กำลังใจกับทุกคนที่ทำงานร่วมกัน ตราบใดที่ทำงานร่วมกัน ทำความดีร่วมกัน ก็ต้องให้กำลังใจซึ่งกัน และกัน เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่ายังสู้หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ หันมาถามกลับว่า วันนี้วันอะไร ผู้สื่อข่าวตอบว่าวันทหารผ่านศึก พล.อ.ประยุทธ์ ชูกำปั้นมือขวาพร้อมกล่าวว่า “ทหารผ่านศึก” จากนั้นเดินกลับขึ้นตึกไทยคู่ฟ้า

โฆษกรัฐโวนายกฯแจงซักฟอกฉลุย
ที่ทำเนียบรัฐบาล นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อซักถามข้อเท็จจริงหรือเสนอแนะปัญหาต่อคณะรัฐมนตรีโดยไม่ลงมติ ตามมาตรา 152 ของรัฐธรรมนูญในวันที่ 17-18 ก.พ.ใช้เวลาทั้งสิ้น 30 ชั่วโมง ฝ่ายค้านได้ 22 ชั่วโมง รัฐบาล 8 ชั่วโมง ว่า พล.อ.ประยุทธ์ พร้อมชี้แจงข้อกล่าวหาฝ่ายค้านทุกเรื่อง เพราะมั่นใจว่ารัฐบาลดำเนินนโยบายและขั้นตอนถูกต้องครบถ้วน บริหารงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริตตลอดมา

ส่วนเวลาอภิปรายเป็นไปตามความ เหมาะสม หากฝ่ายค้านอภิปรายด้วยข้อมูลและข้อเท็จจริงประชาชนย่อมได้ประโยชน์ แต่หากใช้วิธีอภิปรายแบบเดิม เน้นเสียดสี ถากถาง ชนิดเอามันเหมือนหลายครั้งที่ผ่านมา ถือว่าน่าเสียดายที่รัฐบาลและประชาชนต้องมาเสียเวลากับความไร้สาระของฝ่ายค้าน

ด้านนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) กล่าวว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจ แม้จะไม่มีการลงมติ แต่พรรครัฐบาลและผู้ที่ถูกพาดพิงต้องเตรียมตัวอย่างดี ไม่ต้องเป็นห่วง รัฐบาลและครม.ต้องให้เกียรติส.ส.ทุกฝ่ายและเข้าไปรับฟัง รวมถึงชี้แจงข้อสงสัยและข้อกล่าวหาให้ประชาชนเข้าใจ

ผู้สื่อข่าวถึงนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ระบุกฎหมายลูกเกี่ยวกับการเลือกตั้ง 2 ฉบับ มีความสำคัญ ต้องผ่านการพิจารณาในสภา นายอนุทิน กล่าวว่า พรรคภูมิใจไทยไม่มีปัญหา เพราะ ไม่เคยขาดประชุมสภา ตอน เข้ามาเป็นรัฐบาลมี 51 เสียง ตอนนี้มีเกิน 51 เสียง และไม่มีการประชุมสภาครั้งไหนที่พรรคลงมติน้อยกว่า 51 เสียง

‘จิรายุ’จองกฐิน‘ตู่-3 กระทรวง’
ที่รัฐสภา นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย (พท.) แถลงกรณีนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ระบุอ่านญัตติการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ตามมาตรา 152 ของฝ่ายค้านแล้วไม่เข้าใจ เช่น ที่เขียนว่าการ เลือกตั้งย้อนยุคไปสู่ระบบอุปถัมภ์และการใช้เงินเป็นหลักว่า เชื่อว่านายวิษณุรู้แต่มีเจตนาทำให้มึนๆ งงๆ ไว้ ฝ่ายค้านจึงขอเรียกร้องไปยังนายกฯ ว่า ขอเชิญรัฐมนตรีทั้งหมดมาชี้แจงในที่ประชุมสภาวันที่ 17-18 ก.พ. อย่างน้อยก็มีภาพถ่ายเป็นที่ระลึกบนบัลลังก์ ส่วนตน ขอจองกฐินผ้าป่าไปที่กระทรวงพลังงาน นายกฯ ในฐานะกำกับสำนักงานตำรวจ แห่งชาติ (ตร.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์

“นายกฯและนายวิษณุไม่ต้องมึนงง ขอให้มาทั้งครม. เพราะมีหลายเรื่อง ไม่ว่าการทุจริต การแก้ปัญหาโควิด เศรษฐกิจปากท้อง ล้วนแต่มีความย่ำแย่ และมีความฉ้อฉลด้านกฎหมาย มีการทุจริตทำเป็นระบบ รับลูกกันเป็นขั้นตอน พ่อค้าเสนอราคาให้เจ้าหน้าที่และข้าราชการระดับสูง แล้วใช้ไหวพริบหลีกเลี่ยงพ.ร.บ.ฮั้ว พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้างบ้าง แม้การอภิปรายครั้งนี้จะไม่มีการลงมติในสภา แต่จะไปลงมติที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ(ป.ป.ท.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างแน่นอน” นายจิรายุกล่าว

ก.ก.จี้รัฐบาลเร่งกม.เลือกตั้ง
นายธีรัจชัย พันธุมาศ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ให้สัมภาษณ์กรณีนายวิษณุ ระบุร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส.และ ร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง อาจเสร็จไม่ทันก่อนเดือนก.ค.2565 ว่า กรณีนี้จะเสร็จหรือไม่เสร็จอยู่ที่รัฐบาล ว่าเจตนาจะให้เสร็จหรือไม่ เนื่องจากร่างกฎหมายทั้งของกกต. และพรรคฝ่ายค้านอยู่ที่รัฐบาล เพื่อรอให้พล.อ.ประยุทธ์ตรวจและพิจารณาว่าเป็นกฎหมายเกี่ยวกับการเงินหรือไม่ หากพิจารณาเสร็จแล้วสามารถเสนอส่งมาที่สภาได้ทันที แต่หากพยายามดึงเวลาไม่เซ็นก็จะไม่เสร็จ ถ้าส่งร่างกฎหมายเข้าในเดือนก.พ.ก็จะสิ้นกระบวนการในช่วงเดือนเม.ย.2565 เพราะมีประเด็นที่โต้แย้งหนักไม่กี่ประเด็น

“หากรัฐบาลไม่ยอมเร่ง คือมีเจตนาเพื่อหวังผลทางการเมืองที่อยากจะอยู่ยาวหรือไม่ ซึ่งเป็นสิ่งที่รัฐบาลไม่ควรทำ แต่ควรคืนอำนาจให้ประชาชนได้มีสิทธิ์เลือก และรัฐบาลต้องพิจารณาตัวเองว่าควรจะอยู่บริหารงานต่อ หรือไม่ ซึ่งควรเร่งจัดทำไปพร้อมกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 272 ตัดอำนาจ ส.ว.เลือกนายกฯ ที่นำโดยนายสมชัย ศรีสุทธิยากร เพื่อที่ครั้งหน้าจะไม่ต้องให้ส.ว. มีอำนาจเลือก นายกฯ เพราะเป็นการเอาเปรียบและขี้โกง เกินไป หากยังยึดติดอำนาจแบบนี้ ประเทศจะเดินหน้าต่อไปไม่ได้” นายธีรัจชัยกล่าว

ปชป.แจงยังไร้ยื่นสอบ‘อภิชัย’
นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ให้สัมภาษณ์ถึงข่าวส.ส.พรรคจำนวนหนึ่งกำลังรวบรวมรายชื่อ เตรียมยื่นเรื่องต่อคณะกรรมการบริหารพรรค(กก.บห.) ขอให้ตรวจสอบกรณีมีข่าว นายอภิชัย เตชะอุบล ส.ส.บัญชีรายชื่อ ได้รับการทาบทามให้เป็นเลขาธิการพรรคเศรษฐกิจไทย ที่มีร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา เป็นแกนนำ เพราะกังวลจะส่งผล กระทบกับภาพลักษณ์ของพรรคประชาธิปัตย์ในฐานะสถาบันการเมือง ว่า ยังไม่มีการยื่นมายังพรรค และ ทุกอย่างมีกระบวนการที่ระบุไว้ในข้อบังคับพรรค หากมีการยื่นเรื่องเข้ามา จะต้องตรวจสอบข้อเท็จจริง แล้วเสนอต่อกก.บห.วินิจฉัย ซึ่งต้องมีมติด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกก.บห.ทั้งหมดเท่าที่มีอยู่

“หากมีความผิดจริง สมควรให้ลงโทษพ้นจากสมาชิกพรรค ก็ต้องเสนอที่ประชุมร่วม กก.บห.และส.ส.ลงมติ และมติต้องมีคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 3 ใน 4 ของที่ประชุมร่วม นี่คือหลักการ แต่ขณะนี้ยังไม่ได้มีบุคคลใดยื่นหนังสือมายังพรรค” นายราเมศกล่าว

‘เดชอิศม์’ฟิตจัดทัพ-ส.ส.จี้ปลด‘จุติ’
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 2 ก.พ. ที่รัฐสภา นายเดชอิศม์ ขาวทอง ส.ส.สงขลา รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ดูแลภาคใต้ ได้เรียกประชุมส.ส.พรรคภาคใต้ มีวาระสำคัญคือรับฟังปัญหาในพื้นที่ของส.ส.เขตในภาคใต้ รวมถึงการพิจารณารายชื่อผู้สมัคร ส.ส.ในเขตที่มีความพร้อม เพื่อนำเสนอต่อ ผู้บริหารพรรค และให้นายจุรินทร์ ลักษณ วิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรค เดินทางไปเปิดตัวส.ส.เขตในจังหวัดต่างๆ ที่มีความพร้อม โดย มีส.ส.ภาคใต้ทั้ง 22 คนเข้าประชุมอย่างพร้อมเพรียง และนายจุรินทร์ได้เข้าร่วมประชุมในตอนท้ายด้วย

ส.ส.ภาคใต้ต่างสะท้อนปัญหาว่าแม้พรรคจะร่วมรัฐบาล แต่การเอื้ออำนวยของรัฐมนตรีพรรคที่ดูแลกระทรวงต่างๆ ไม่ค่อยเป็น ประโยชน์ต่อส.ส.เขต ทำตัวลอยตัว มีเพียงนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรฯ ในฐานะเลขาธิการพรรค ที่ลงไปดูปัญหาให้ ซึ่งในที่ประชุมมีส.ส.ชายคนหนึ่งขอให้ปลดนาย จุติ ไกรกฤษ์ รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงมนุษย์ (พม.) เพราะไม่เคยช่วยเหลืออะไรเลย ทั้งที่เป็นกระทรวงใหญ่

เปิดตัว 3 ผู้สมัครเมืองคอน
ส่วนการจัดวางตัวของผู้สมัครส.ส.ภาคใต้เพื่อรองรับการเลือกตั้งใหญ่ที่จะเกิดขึ้น โดยในจ.ชุมพร นายเดชอิศม์กล่าวว่า ในส่วนของนายชุมพล จุลใส อดีตส.ส.ชุมพร หรือลูกหมี และทีมงานคงจะไม่ย้ายไปพรรคอื่นตามที่มีกระแสข่าว ส่วนนครศรีธรรมราช จะปรับเอาคนรุ่นใหม่มาลงแทนส.ส.เดิม 3 เขต จาก 9 เขตเลือกตั้งที่กกต.จัดแบ่งไว้แล้ว คือ นายราชิต สุขพุ่ม อดีตผู้ว่าฯ ปัตตานี นายพิชิตชัย เดชเดโช น้องชายนายชัยชนะ เดชเดโช ส.ส.นครศรีธรรมราช และรองเลขาธิการพรรค และนางอวยพรศรี เชาวลิต ประธานสภาอบจ.นครศรีธรรมราช ซึ่งจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการที่ทำการพรรคประชาธิปัตย์ในวันที่ 5 ก.พ.

ขณะที่นายอันวาร์ สาแระ ส.ส.ปัตตานี ที่เคยเรียกร้องให้พรรคถอนตัวจากพรรคร่วมรัฐบาล ได้สอบถามในที่ประชุมว่า หลังจากมีกระแสข่าวว่าผู้บริหารจะไม่ส่งตนลงเลือกตั้งส.ส.ครั้งหน้า จึงขอให้ประกาศชัดเจนว่าจะส่งตนลงสมัคร ส.ส.ปัตตานีหรือไม่ อย่ากั๊กทางการเมือง ซึ่งนายเดชอิศม์กล่าวตอบว่า ขอเวลาให้ตนไปหารือกับนายจุรินทร์ และนายเฉลิมชัยก่อน แล้วจะมาให้คำตอบ

ส่วนที่จ.ตรัง ท่ามกลางสถานการณ์ข่าวว่ามีปัญหาความขัดแย้งจากการแย่งกันลงจนคนมากกว่าเขต น.ส.สุณัฐชา โล่สถาพรพิพิธ ส.ส.ตรัง กล่าวต่อที่ประชุมว่า จังหวัดนี้หากหาผู้สมัครที่มีความพร้อมและศักยภาพจะสามารถได้ส.ส.ยกจังหวัด จึงขอให้พิจารณาตัวบุคคลให้ดี รวมถึงจ.พังงาที่นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรค ได้ขึ้นป้ายแนะนำตัว พร้อมรูปชวน หลีกภัย ในเขต 2 อ.คุระบุรี และมีการทำพื้นที่อย่างต่อเนื่องแล้ว ซึ่งต้องแข่งกับคนใกล้ชิดของนายจุรินทร์ ทำให้นายเดชอิศม์ไม่กล้าเคาะชื่อ และโยนให้ผู้บริหารพรรคพิจารณา

หวั่นสมัยหน้าซื้อเสียงกว่า 10 หลัก
นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้หารือถึงการทำพื้นที่ของพรรคคู่แข่งในภาคใต้ว่าเป็นไปอย่างดุเดือด แต่เชื่อว่าพรรคยังมีฐานเสียงที่เหนียวแน่น เพียงแต่กังวลว่าการเลือกตั้งครั้งต่อไปจะมีการใช้เงินซื้อเสียงไม่ต่ำกว่า 10 หลัก ซึ่งในประวัติศาสตร์ของภาคใต้ ไม่เคยมีการใช้เงินทำการเมืองมากขนาดนี้มาก่อน

นายธีรภัทร พริ้งศุลกะ ส.ส.สุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยว่า ที่ประชุมได้หารือถึงช่วงเวลาที่เหลือก่อนที่จะมีการเลือกตั้ง โดยให้นโยบายส.ส.ไปทำแผน และกิจกรรมในพื้นที่ อาจจะมีการประชุมพบปะกันบ่อยขึ้น โดยเดือนมี.ค.จะประชุมส.ส.ภาคใต้ ซึ่งส.ส.นครศรีธรรมราช เป็นเจ้าภาพ และจะนัดประชุมส.ส.ใต้เพื่อวางแผน ชิงเก้าอี้ส.ส.กลับคืนมาให้ได้ โดยจะมีการปราศรัยเดือนละ 2 ครั้ง เริ่มจากภาคใต้ตอนกลางก่อน ซึ่งผลการหารือดังกล่าวจะนำไปรายงานต่อเลขาธิการพรรค และจะนำประเด็นบางส่วนไปพูดคุยในที่ประชุมส.ส.วันที่ 7 ก.พ.ด้วย

‘ธรรมนัส’จ่อแถลงโชว์พรรคใหม่
นายไผ่ ลิกค์ ส.ส.กำแพงเพชร อดีตสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงการเข้าสังกัดพรรคเศรษฐกิจไทย ภายหลังจากถูกขับออกจากพรรคพลังประชารัฐว่า ขณะนี้มีส.ส. 18 คน ได้สมัครเข้าเป็นสมาชิกแล้ว ซึ่ง ขั้นตอนขณะนี้อยู่ที่กกต. จะส่งเรื่องไปยังสภา ผู้แทนราษฎรเมื่อไร ขณะเดียวกันได้พูดคุยกับนายสมศักดิ์ พันธ์เกษม ส.ส.นครราชสีมา จะมาสังกัดพรรคเดียวกันหรือไม่นั้นยัง ไม่ทราบ แต่คิดว่าจะได้มาอยู่ด้วยกัน รวมถึงนายเอกราช ช่างเหลา ส.ส.บัญชีรายชื่อ และนายวัฒนา ช่างเหลา ส.ส.ขอนแก่น ที่ถูกขับออกจากพรรคพลังประชารัฐ เช่นเดียวกัน

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่เสียงของ 21 ส.ส. จะเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้รัฐบาลล้มได้ นายไผ่กล่าวว่า ไม่น่าจะเป็นไปได้ เพราะ ส.ส. ที่เป็นตัวแทนประชาชน ต้องเลือกสิ่งที่ดีให้กับประชาชน และต้องพิจารณาถึงผลประโยชน์ว่าจะให้การสนับสนุนหรือไม่ ซึ่งที่ผ่านมาเป็นเช่นนี้มาตลอด แต่เมื่อออกมาอยู่พรรคใหม่ก็ค่อนข้างสบายใจ มีความเคลื่อนไหวได้ชัดเจนขึ้น เมื่อถามว่าพรรคเศรษฐกิจไทยจะเป็นพรรคฝ่ายรัฐบาลหรือฝ่ายค้าน รวมถึงจะสนับสนุนพล.อ.ประยุทธ์ หรือไม่ นายไผ่กล่าวว่า ขอให้รอฟังการชี้แจงของร.อ.ธรรมนัส เพราะจะได้จบทีเดียว คาดว่าในเร็วๆ นี้จะมีการชี้แจง

นายบุญสิงห์ วรินทร์รักษ์ ส.ส.บัญชี รายชื่อ อดีตสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการเตรียมแถลงเปิดตัวพรรคเศรษฐกิจไทย ที่วางไว้วันที่ 10 ก.พ. ว่า ตอนแรกคิดว่า 21 ส.ส.ที่ถูกขับออกจากพรรคพลังประชารัฐจะมาอยู่ที่นี่ แต่ปรากฏว่ามา 18 คน ส่วนอีก 3 คน กำลังตัดสินใจเพราะมีเวลารวม 30 วัน พิจารณาหาพรรคใหม่ และกำลังประสานกันอยู่ ถ้ามากันครบแล้วถึงจะมีการแถลง จึงต้องรอให้ลงตัวก่อน

ด้านนายเอกราช ช่างเหลา ส.ส.บัญชี รายชื่อ อดีตสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงการสมัครเข้าสังกัดพรรคการเมืองใหม่ว่า วันที่ 15 ก.พ. จะชี้แจง ตอนนี้ขอดูรายละเอียดหลายอย่างให้ชัดเจนก่อน โดยพรรคเศรษฐกิจไทยเป็นตัวเลือกแรกที่จะเข้าไปสังกัด

‘บิ๊กน้อย’อำลาพี่ป้อม-พปชร.
เวลา 14.00 น. พล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา หรือ บิ๊กน้อย โพสต์เฟซบุ๊ก “อาน้อย วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา” ว่า ในวันนี้ผมกราบขออนุญาตท่านพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ และพี่น้องประชาชน ลาออกจากประธานยุทธศาสตร์พรรคพลังประชารัฐ เพื่อรับหน้าที่หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจไทย สานต่อนโยบายของพี่ป้อมผู้ซึ่งผมรักเคารพตลอดมาและตลอดไป ผมได้ออกมาเบื้องหน้าในครั้งนี้ เพื่อจะได้ช่วยเหลือประชาชน พัฒนาประเทศ แก้ไขปัญหาเศรษฐกิจต่อไปได้อย่างเต็มที่ ไม่ว่าผมจะยืนอยู่ตรงจุดไหน ผมยังคงเจตนารมณ์เดิม คือทำงานของผมไปให้ดีที่สุด

การปิดทองหลังพระนั้นผมก็ขอกระทำอยู่ ส่วนงานเบื้องหน้านั้นผมขอเน้นความปรองดอง ประสานงาน ทำงานร่วมกันกับ ทุกฝ่าย ยึดถือประโยชน์ส่วนรวมเป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็นคนรุ่นไหน ใหม่ กลาง เก่า ทุกท่าน ผมยินดีรับฟังปัญหาของพวกท่านและร่วมมือกันแก้ไข ให้ประเทศชาติบ้านเมือง สงบร่มเย็น ดำเนินไปได้ให้เจริญรุ่งเรืองต่อไป

ขอความกรุณาพี่น้องประชาชน ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย ผู้บริหารประเทศในทุกระดับ โปรดละวางโมหะ โทสะ การแบ่งแยก ความขัดแย้ง ลงไป โปรดสำนึกกันเถิดครับว่า พวกเรานั้นคือคนไทยด้วยกันทั้งนั้น ความปรองดองของพวกเรานี้จะสามารถก่อให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชนประเทศชาติ โปรดร่วมมือกันทำนุบำรุงชาติ ศาสนา สถาบันพระมหากษัตริย์ หยุดความขัดแย้งต่างๆ หันมาเมตตา รัก สามัคคี ช่วยกันพัฒนาฟื้นฟูประเทศไทย

เตรียมนั่งหัวหน้าเศรษฐกิจไทย
ต่อมาโพสต์ดังกล่าวได้ถูกลบออก ขณะที่เพจ วิชญ์ เทพหัวดิน ณ อยุธยา ได้โพสต์ในเวลาไล่เลี่ยกันว่า “ไม่ว่าผมจะยืนอยู่ตรงจุดไหน ผมยังคงเจตนารมณ์เดิม คือทำงานของผมไปให้ดีที่สุด” ไม่ว่าจะเป็นคนรุ่นไหน ใหม่ กลาง เก่า ทุกท่าน

ผมยินดีรับฟังปัญหาของพวกท่าน และร่วมมือกันแก้ไขให้ประเทศชาติบ้านเมืองสงบร่มเย็น ดำเนินไปได้ ให้เจริญรุ่งเรืองต่อไป“

เวลา 15.50 น. พล.อ.วิชญ์ ให้สัมภาษณ์ว่า ตนได้เข้ายื่นหนังสือลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคพลังประชารัฐต่อ พล.อ.ประวิตร เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 3 ก.พ.แล้ว หลังจากนี้ถ้าพรรคเศรษฐกิจไทยพร้อม ก็จะสมัครเข้าเป็นสมาชิกพรรคต่อไป

เวลา 16.34 น. พล.อ.วิชญ์ โพสต์อีกครั้งทางเฟซบุ๊ก “อาน้อย วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา” ว่า “กราบลาพล.อ.ประวิตร เพื่อขอลาออกจากตำแหน่งประธานยุทธศาสตร์พรรคพลังประชารัฐ เพื่อรับหน้าที่หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจไทย” แต่ต่อมาได้ลบโพสต์ทิ้ง

พ.ต.ท.ปฐม นาคะเสงี่ยม นายทะเบียนสมาชิกพรรคเศรษฐกิจไทย กล่าวถึงพล.อ.วิชญ์ จะมารับตำแหน่งหัวหน้าพรรคเศรษฐกิจไทยว่า ยังไม่มีข้อสรุปใดๆทั้งสิ้น ทุกอย่างต้องดำเนินการตามข้อบังคับพรรคและพ.ร.ป.พรรคการเมือง “ผมไม่รู้กระแสข่าวนี้ มีที่มาอย่างไร เพราะพรรคเศรษฐกิจไทยเพิ่งมีการประชุมใหญ่ไป อีกทั้งพล.อ.วิชญ์ ไม่ได้เป็นสมาชิกพรรคเศรษฐกิจไทย อาจเป็นเรื่องเข้าใจผิด จนทำให้สื่อไปนำเสนอคลาดเคลื่อนหรือไม่”

เข้าเพื่อไทย – นายรัศม์ ชาลีจันทร์ หรือทูตนอกแถว อดีตเอกอัครราชทูตไทย นำทีมรวม 6 คนสมัครเข้าเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย แบบตลอดชีพ โดยนายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรค และแกนนำพรรค ร่วมต้อนรับ ที่พรรคเพื่อไทย เมื่อวันที่ 3 ก.พ

ทูตนอกแถวนำทีมเข้าเพื่อไทย
เวลา 11.00 น. ที่พรรคเพื่อไทย นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรค นายชูศักดิ์ ศิรินิล ประธานคณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรค นายภูมิธรรม เวชยชัย ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรค และน.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ โฆษกพรรค ต้อนรับ นายรัศม์ ชาลีจันทร์ อดีตเอกอัครราชทูตไทย ประจําสาธารณรัฐคาซัคสถาน เจ้าของเพจทูต นอกแถว นางนิธินันท์ ยอแสงรัตน์ อดีตนักข่าว นายสมชาย แซ่จิว ผู้เชี่ยวชาญด้านวัฒนธรรมจีน น.ส.อรุณวตี ฉัตรเท นักเขียน นายภัทรพล ฉัตรชลาวิไล นักธุรกิจการพิมพ์ และนายชวิศ อุนยโกวิท นักธุรกิจไอที ที่มาสมัครเป็นสมาชิกพรรค แบบตลอดชีพ

นายประเสริฐกล่าวว่า ขอขอบคุณทั้ง 6 ที่ให้เกียรติ ถือเป็นผู้มีประสบการณ์ และเป็นซอฟต์เพาเวอร์ที่มีบทบาทในสังคมไทยเป็นอย่างยิ่ง ถือเป็นโชคดีของพรรค จะได้ร่วมกันทำงานในด้านต่างๆ เพื่อประโยชน์ของประชาชนต่อไป

‘อุตตม’ชู‘สมคิด’แคนดิเดตนายกฯ
วันเดียวกัน นายอุตตม สาวนายน แกนนำและผู้ร่วมก่อตั้งพรรคสร้างอนาคตไทย (สอคท.) พร้อมคณะ หารือกับผู้บริหาร สมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย ส่วนกลางและส่วนภูมิภาค นำโดย นายแสงชัย ธีรกุลวาณิช ประธานสมาพันธ์ฯ เพื่อรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับผลกระทบที่เอสเอ็มอีได้รับจากสถานการณ์เศรษฐกิจ โดยถ่ายทอดผ่านระบบซูมกับสมาชิกของสมาพันธ์ทั่วประเทศได้ รับรู้และร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น

นายอุตตมกล่าวถึงความคืบหน้าการทำงานของพรรคว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการสู่สนามเลือกตั้งครั้งหน้า ที่ต้องการส่ง ผู้สมัครให้ครบทุกเขต และรอการตัดสินใจของนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ อดีตรองนายกรัฐมนตรี ว่าจะเข้าร่วมทำงานทางการเมืองกับพรรคเมื่อใด ขณะนี้นายสมคิดยังไม่ได้สมัครเป็นสมาชิกพรรค และคิดว่าจะเสนอชื่อเป็นแคนดิเดตนายกฯของพรรค โดยเรื่องนี้ต้องถามสมาชิกพรรคด้วย

‘สุชาติ’สอนมวย‘บิ๊กป๊อก’
เมื่อเวลา 11.15 น. ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีนายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภา ทำหน้าที่ประธานการประชุม วาระพิจารณากระทู้ถามสดด้วยวาจา โดยนายพัฒนา สัพโส ส.ส.สกลนคร พรรคเพื่อไทย ตั้งกระทู้ถามพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย เรื่องการจัดสอบท้องถิ่น ซึ่งพล.อ.อนุพงษ์ มอบให้นายนิพนธ์ บุญญามณี รมช.มหาดไทย มาชี้แจงแทน แต่นายนิพนธ์ได้ทำหนังสือแจ้งว่าติดภารกิจ จึงขอเลื่อนการตอบกระทู้ออกไป ทำให้นายพัฒนาอภิปรายตำหนิว่าที่ไม่มีใครมาตอบได้

ด้านนายสุชาติกล่าวว่า กระทู้ถามสดเป็น กระทู้ปัจจุบันทันด่วน เราเพิ่งแจ้งไปตอนเช้า แต่ตนเห็นด้วยกับนายพัฒนา ที่กระทรวงมหาดไทยมีรัฐมนตรีช่วยว่าการถึง 2 คน จึงขอฝากนายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รมช.คมนาคม เรียนนายกฯ ไปสอนมวยรัฐมนตรีว่า จะมอบหมายใครให้เจรจากันว่าว่างหรือไม่ว่าง ไม่ใช่อยู่ๆ ก็มอบอย่างเดียว

“อยากฝากไปว่าประธานสุชาติสอนมวยมา ในฐานะรัฐมนตรีเก่า จะมอบใครก็ควรมอบคนที่ว่างมาตอบ จะได้ไม่เสียเวลาสภาและเสียโอกาสการตั้งกระทู้ถามของสมาชิกที่เป็นเรื่องผลประโยชน์ของประเทศชาติ ดังนั้น ขอให้นายพัฒนาตั้งกระทู้ในสัปดาห์ต่อไป” นายสุชาติกล่าว

‘ดร.เอ้’ขอเป็นผู้ว่าฯกทม.ก่อนฤดูฝน
วันเดียวกัน นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ หรือ ดร.เอ้ ผู้สมัครผู้ว่าฯกทม.พรรคประชาธิปัตย์ และคณะลงพื้นที่เขตบางนา และเขตพระโขนง ดูปัญหาที่สถานีสูบน้ำคลองบางนา ปัญหาน้ำเน่าเสีย ปัญหาน้ำท่วม

นายสุชัชวีร์กล่าวว่า ตนอยากเป็นผู้ว่าฯ กทม. ก่อนที่ฝนจะมา เพราะเราประกาศว่าเราต้องจัดการน้ำท่วมอย่างเบ็ดเสร็จ และเรามีความพร้อมเรื่องนี้มากที่สุด เพราะน้ำคือชีวิต ต้องคืนคลอง คืนชีวิต ให้คนกรุงเทพฯ เราทำได้ จึงอยากขอเป็นผู้ว่าฯ กทม. ก่อนที่คนกรุงเทพฯ จะจมน้ำท่วมอีกรอบในปี 2565

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่รัฐบาลวางไทม์ไลน์เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ช่วงเดือนพ.ค. นายสุชัชวีร์กล่าวว่า ตอนนี้ยิ่งเดินก็ยิ่งมั่นใจ เพราะทีมงานในพื้นที่มีความเข้มแข็ง และขยันขันแข็งมาก เท่าที่เราได้ข่าวยังเชื่อว่าน่าจะมีการเลือกตั้งช่วงก่อนกลางปีเหมือนเดิม และน่าจะมีการเลือกตั้งตามไทม์ไลน์ เพราะเราไม่ได้เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. 8-9 ปีแล้ว ดังนั้นขอให้ติดตาม “ทีมพี่เอ้” เปลี่ยนกรุงเทพฯ เราทำได้ ต่อไป

ยินดีให้กมธ.ปราบโกงสอบ
นายสุชัชวีร์ กล่าวถึงกรณีมีผู้ร้องเรียน กมธ.ป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร กรณีมีเหตุอันควรสงสัยว่าทุจริตต่อหน้าที่และร่ำรวยผิดปกติ สมัยเป็นอธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง(สจล.)ว่า พร้อมและยินดีให้ตรวจสอบ เพราะมั่นใจในการทำหน้าที่อธิการบดี สจล.อย่างถูกต้อง โปร่งใส และ ไม่เคยทำความผิด ที่ผ่านมาขณะปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งดังกล่าว เคยถูกป.ป.ช. สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน(สตง.) และหน่วยงานอื่นๆ ตรวจสอบอยู่ตลอดเวลา ดังนั้น เมื่อตน ตัดสินใจเข้ามาเดินในเส้นทางการเมือง จึงต้องมีความพร้อม และกล้ารับการตรวจสอบ

ที่รัฐสภา นายธีรัจชัย พันธุมาศ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล โฆษกกมธ.ป.ป.ช. สภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ว่า มีผู้ร้องเรียน ไม่ประสงค์ออกนาม ได้ยื่นคำร้องต่อประธานกมธ.ป.ป.ช. เมื่อ 1 เดือนที่ผ่านมา และมีการบรรจุระเบียบวาระวันนี้ โดยต้องการให้ ตรวจสอบทรัพย์สินว่าร่ำรวยผิดปกติหรือไม่ เนื่องจากวันที่ 18 ก.พ.2559 ปรากฏมีทรัพย์สินประมาณ 44 ล้านบาท วันที่ 19 ก.ย.2563 ดำรงตำแหน่งอธิการบดีครบ 3 ปี มีทรัพย์สินประมาณ 74 ล้านบาท และเมื่อ วันที่ 1 ต.ค.2564 นายสุชัชวีร์มีทรัพย์สินรวมกับภรรยาประมาณ 342 ล้านบาท ซึ่งมีอัตราการเพิ่มอย่างผิดปกติ

ในวันนี้ได้เชิญอธิการบดีของสจล.มาเพื่อสอบถามว่า ในทางปกติของการรับเงินเดือนตำแหน่งอธิการบดีรับอย่างไร มีค่าใช้จ่ายอย่างไรบ้าง การจัดซื้อจัดจ้างมีผลประโยชน์อะไรเพิ่มมาบ้าง รวมถึงเบี้ยประชุมต่างๆ จะได้เป็นล้านบาทจริงหรือไม่ ส่วนอธิบดีกรมสรรพากร ต้องตรวจสอบว่าทรัพย์สินที่เพิ่มขึ้นมีการยื่นเสียภาษีหรือไม่ รวมถึงคนรอบข้างของนายสุชัชวีร์ด้วย สำหรับคนที่เกี่ยวข้องที่มีชื่อปรากฏหลังจากนี้จะเชิญมาเพื่อมาหาข้อเท็จจริงว่าเป็นไปตามที่มีการกล่าวหาร้องเรียนมาอย่างไรบ้าง ยืนยันว่ากมธ.ไม่มีการตั้งธงในการสอบสวนทั้งสิ้น

‘วิโรจน์’ลาออกส.ส.-ลุยสู้ศึก
ที่รัฐสภา นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อ โฆษกพรรคก้าวไกล แถลงว่า วันนี้ตนยื่นหนังสือลาออกจากส.ส. มีผลตั้งแต่วันที่ 4 ก.พ.เป็นต้นไป เพื่อลงสมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.และทำงานร่วมกับผู้สมัคร ส.ก. อย่างเต็มที่ตามแผนที่วางไว้ ตนพยายามขับเคลื่อนให้ พล.อ.ประยุทธ์ ออกมาตลอด สุดท้ายตนไปก่อน ดวงเขาแข็งจริงๆ

ผู้สื่อข่าวถามว่ามีหลายฝ่ายเสียดายบทบาทส.ส. นายวิโรจน์กล่าวว่า ขอบคุณจากใจจริง แสดงว่าสิ่งที่ตน พรรคก้าวไกลและอดีตอนาคตใหม่ที่ทุ่มเททำงานอย่างหนัก แม้จะมีข้อบกพร่องบ้าง แต่ประชาชนก็เห็นคุณค่าและความพยายามในสิ่งที่ทำ เชื่อว่าบทพิสูจน์ใหม่ครั้งนี้ประชาชนจะให้การตอบรับ อนุมัติให้ตนเข้าไปทำงาน

ฟาร์มเมอร์ – นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน เปิดฝึกอบรมหลักสูตรผู้ประกอบการมืออาชีพด้านเกษตรอัจฉริยะ ขับเคลื่อน โครงการ 1 จังหวัด 1 หลักสูตร หรือสมาร์ตฟาร์มเมอร์ ที่บริษัท รักษ์เกษตรสมดุล จำกัด จ.พิษณุโลก เมื่อวันที่ 3 ก.พ.

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน